หลังจากที่ก่อนหน้านี้ หนุ่ม ศรราม ได้ออกมาโพสต์อินสตาแกรม หลังเจอเหตุการณ์ที่โทรศัพท์ตนเองไม่สามารถใช้ได้ เนื่องจากอดีตภรรยา กุ้งพลอย ทำโทรศัพท์หาย และได้ไปขอซิมใหม่ แต่จำเบอร์ไม่ได้ จึงได้ขอซิมใหม่ทั้งหมดที่เป็นชื่อของ กุ้งพลอย กนิษฐรินทร์ หรือ ติ๊ก บิ๊กบราเธอร์ ซึ่งเบอร์ที่ หนุ่ม ศรราม ใช้อยู่ในปัจจุบันก็เป็นเบอร์ที่เป็นชื่อของ กุ้งพลอย เช่นกัน ก่อนจะทิ้งท้ายในโพสต์ว่า ขออยู่อย่างสงบ
ล่าสุด กุ้งพลอย เองก็ได้ออกมาไลฟ์สดผ่าน TikTok เพื่อชี้แจงถึงเรื่องทั้งหมดให้ฟัง พร้อมกับบอกว่า ตอนนี้เธอกับอดีตสามีได้คุยกันและเคลียร์กันแล้ว เธอเองก็ได้ขับรถเอาซิมใหม่ไปให้ถึงที่บ้านแล้ว หลังจากเคลียร์จบ ด้าน หนุ่ม ศรราม เองก็ได้ลบโพสต์นั้นออกไปเรียบร้อยแล้ว
"หนูแค่รู้สึกเสียใจ รู้สึกน้อยใจ ทำไมถึงคิดกับเราแบบนี้ แต่ก็ไม่ได้อะไร ก็ยังคิดคว่าเจตนาเป็นสิ่งที่สำคัญ และผิดถูกกุ้งพลอยก็ดูจากเจตนา ถ้าตามกฎหมายกุ้งพลอยก็ไม่ผิด ถ้าตามเจตนากุ้งพลอยก็ไม่ผิด และพอได้คุยกับพี่เขาก็ไม่เสียใจ ไม่น้อยใจแล้ว และพี่เขาเองก็เข้าใจ ก็แสดงว่าจบ และก็ไม่อยากให้ทุกคนมานั่งคิดว่า พี่เขาโพสต์เพื่อประจานเรา โพสต์เพื่อให้ทุกคนเข้าใจเราผิด
ฉะนั้นคิดว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิดละกันค่ะ เราได้เคลียร์กันแล้ว อธิบายกันแล้ว และพอได้อธิบายได้เห็นเจตนาจริงๆ ที่มันเกิดขึ้นมาจริงๆ มันก็เป็นสิ่งที่ถูกหมดเลยค่ะ
...
มือถือกุ้งพลอยหาย กุ้งพลอยมีใบแจ้งความ มีพยานด้วยที่ไปสถานีตำรวจไปแจ้งความ ไปทำบัตรประชาชน และก็เบอร์มันเป็นของกุ้งพลอยนะ ทุกอย่างที่มันเกิดขึ้น มันเกิดขึ้นจากความจริง มันไม่มีเจตนาที่ไม่มีเลยสักอย่าง เจ้าของเบอร์ก็คือกุ้งพลอย พอไปเอาเบอร์มาก็บอกกับเขาว่าเอาทั้งหมด
ก็ไม่รู้หรอกว่าเบอร์นั้นอ่ะเป็นเบอร์อะไรยังไง เพราะฉะนั้นกุ้งพลอยถึงได้บอกว่า ถ้าคนที่จะต้องกลัว มันควรจะเป็นกุ้งพลอยมากกว่า ที่เบอร์ๆ นั้นมันเป็นเบอร์ชื่อของกุ้งพลอย และโอเคกุ้งพลอยเป็นคนซื้อมา จ่ายเงินด้วยตัวเอง แต่ให้พี่เขาใช้นานจนลืมไปแล้วเพราะว่ามีหลายเบอร์
ถ้าอยากจะกลัว กุ้งพลอยควรจะกลัวมากกว่าที่ชื่อเป็นของเรา แต่ผู้ใช้เป็นคนอื่น แต่กุ้งพลอยไม่เคยกลัว ไม่เคยกลัวเพราะเชื่อใจพี่เขา พี่เขาจะเอาไปทำอะไรก็ได้ เพราะฉะนั้นกุ้งพลอยอยากให้ทุกคนคิดว่า มันมาจากสิ่งที่เกิดขึ้นและเข้าใจผิดมากกว่า ตอนนี้เคลียร์แล้วก็จบแล้ว"
"มันก็ประมาณนั้นแหละค่ะ ถ้ามันไม่ง่ายพี่เขาก็คงไม่ลบโพสต์หรอกค่ะ ทุกอย่างเข้าใจผิด มันเคลียร์กันแล้ว มันก็ง่ายแหละค่ะ มันไม่มีอะไรยากหรอกค่ะ มันก็สวยๆ จบแบบง่ายๆ ไม่ดีกว่าเหรอคะ หรือว่าต้องจบแบบยากๆ ต้องทะเลาะกัน ต้องพังกันไปข้างหนึ่งเลยเหรอคะ
คือเวลาเราจะโพสต์อะไร เมื่อก่อนกุ้งพลอยก็เป็นนะ กุ้งพลอยก็ใจร้อนเหมือนกัน เวลาจะโพสต์อะไรบางทีกุ้งพลอยก็ฟาดกลับแรงเหมือนกัน แต่ช่วงนี้ก็เบาลง และจะค่อยๆ เบาลงไปเรื่อยๆ เวลาที่มีคนยั่วยุปลุกปั่น หรือละเมิดสิทธิส่วนบุคคลมากเกินไป ถ้าให้อภัยได้ก็ให้อภัย ถ้าให้อภัยไม่ได้ ก็ว่าไปตามกฎหมายละกัน
อย่างน้อยตัวกุ้งพลอยไม่เคยคิดว่าพี่เขาจะต้องชอบประจานชอบโพสต์นู่นโพสต์นี้ไม่ได้คิด คิดแค่ว่ามันเข้าใจผิดกันได้ และก็เคลียร์กันแล้วก็จบแล้ว ก็ดีใจมากๆ ที่เขาเข้าใจ ที่เขารู้ว่าเจตนาของเราไม่มีอะไร เราเป็นเจ้าของเบอร์ถูกต้องตามกฎหมาย
ดูจากเจตนายังโอนเบอร์ให้ด้วย และก็ขับรถเอาซิมไปให้ด้วย เรื่องเกิดขึ้นไม่ถึง 3 ชั่วโมง ซิมอยู่ในมือกุ้งพลอยไม่ถึง 3 ชั่วโมงด้วยซ้ำ อันนี้ก็ไม่ต้องอธิบายให้สังคมรู้หรอก เพราะกุ้งพลอยคิดแค่ว่ากุ้งพลอยอธิบายให้พี่เขารู้คนเดียวก็พอแล้ว
และพี่เขาก็เข้าใจและลบโพสต์ ส่วนที่กุ้งพลอยออกมาไลฟ์ กุ้งพลอยก็ไม่เคยใช้คำพูดว่าพี่เขาสักคำ ถือว่าเรามีความเข้าใจผิด แต่ตอนนี้เราเข้าใจกันแล้ว ทุกอย่างก็จบแล้วนะคะ ไม่ใช่ว่าสมมติถ้ากุ้งพลอยเป็นคนนิสัยใช้ไม่ได้ พี่เขาลบโพสต์แล้ว แต่กุ้งพลอยยังออกมาโพสต์ว่าพี่เขา บอกว่าพี่เขาชอบประจาน ชอบนั่นชอบนี่ แต่กุ้งพลอยไม่เคยพูดนะ เพราะมันจบแล้วก็คือจบ กุ้งพลอยเชื่อว่าเจตนาค่ะ คิดดี ทำดี เจตนาดีทุกอย่างจะออกมาดี"
"ขอบคุณทุกคนมากๆ ค่ะ ก็อยากให้ทุกคนได้รู้ว่าเวลามีดราม่าเรื่องอะไรก็แล้วแต่ ต่อไปนี้นะกุ้งพลอยจะพูดให้น้อยที่สุด เพราะกุ้งพลอยมีความรู้สึกว่าชินแล้วอ่ะกับเรื่องดราม่าหลายๆ เรื่อง ต่อไปนี้จะให้ข่าวดำเนินไปด้วยตัวเอง ไม่อยากมานั่งแก้อะไรแล้ว เบื่อ แต่เรื่องนี้ที่ต้องพูดเพราะไม่อยากให้มันลึกไปมากกว่านี้แค่นั้นเอง แต่ถ้าเป็นเรื่องอื่นก็พอแล้วนะ
...
ต่อไปนี้จะไม่เห็นแล้วว่าเวลามีดราม่ากุ้งพลอยมันจะออกมาฟาดอะไรอีก ไม่ฟาดแล้วค่ะ ชินแล้ว จะคิดว่าถูกผิดอะไรแล้วแต่เลยค่ะ แต่เรื่องนี้มันไม่ได้ไงมันเป็นเรื่องของคนสองคน มันเป็นเรื่องที่เราต้องผูกพันกันไปอีกนาน เรามีลูก เรามีลูกด้วยกัน มันต้องผูกพันกันไปอีกยาวไกล
เพราะฉะนั้นก็ไม่อยากให้มาคิดว่าทะเลาะกันอยู่ได้ ฟาดกันไปก็ฟาดกันมา หรือว่ากุ้งพลอยเป็นคนที่จ้องแต่จะทำเรื่องไม่ดีให้เขา เลิกคิดไปเถอะค่ะ คนเรา 2 ปีแล้วมันจะไม่มีพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นเลยเหรอ หรือว่าถ้าเราพัฒนาดีแล้วแต่เรายังไม่ถูกสังคมมองเห็น ก็ช่วยอะไรไม่ได้แล้วค่ะ
ไม่ต้องพิสูจน์อะไรแล้วค่ะ พิสูจน์ให้แต่คนรอบข้างเห็นก็พอค่ะ เพราะว่าอีก 70 กว่าล้านคน ที่ไม่ได้อยู่ข้างๆ เรา เขาคงไม่เห็นหรอกค่ะว่าเราทำอะไร เขาก็ติดตามเราแค่ในโซเชียลนี่แหละ ถ้าอย่างนั้นอยากติดตามว่าเราดีหรือไม่ดีก็ช่วยมาติดตามในช่องหน่อย เวลาไลฟ์ หรือเวลาทำอะไรก็แล้วแต่ จะได้รู้ว่าเป็นคนยังไง".