หลังจากเพื่อนสนิทอย่างนางเอกนัยน์ตาคม พิ้งกี้ สาวิกา ไชยเดช เข้าเรือนจำไปแล้วในคดี FOREX-3D นักแสดงสาว หยาดทิพย์ ราชปาล ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของพิ้งกี้ ก็มักจะถูกคนโยงเรื่องคดี FOREX-3D ด้วยเช่นกัน หลังจาก เมฆ รามา รัศมีรามา สามีของหยาด ซึ่งเป็นนักธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ ถูกโยงเอี่ยวคดีนี้ หลังมีข่าวเป็นเจ้าของคอนโดหรูราคา 245 ล้านบาท ซึ่งเป็นของ นายอภิรักษ์ โกฎธิ CEO FOREX-3D ที่ตอนนี้อยู่ในเรือนจำ
ล่าสุด หยาดทิพย์ มาร่วมรายการ “แฉ” ทางช่อง GMM25 มดดำ คชาภา ถามว่าครั้งสุดท้ายที่คุยกับพิ้งกี้คือเมื่อไหร่ หยาดบอกว่าก่อนเขาเข้าเรือนจำ 1 วัน ตัวพิ้งกี้ก็ปกติ ก่อนจะเล่าว่า “คือช่วงหลังเราทำรายการยูทูบด้วยกัน 3-4 เดือนหลัง เราเลยค่อนข้างเจอกันบ่อยมาก อาทิตย์นึงเจอกันหลายวันเพราะเราทำยูทูบคู่กัน แล้วเพิ่งทำไปไม่กี่เทปเองก็มีเรื่องนี้เกิดขึ้นมา ซึ่งหยาดยังคุยกับกี้คืนก่อนหน้าที่จะถูกส่งไป ยังคุยเรื่องยูทูบของเรา”
...
บุ๊คโกะ ธนัชพันธ์ ถามว่า ตอนพิ้งกี้ถูกส่งตัวไป กระแสสังคมถามหยาดค่อนข้างเยอะ หยาดบอกว่า “หยาดรู้พร้อมทุกคนค่ะ หยาดรู้จากข่าวคืนนั้นค่ะ” มดดำถามว่าความรู้สึกตอนนั้นเป็นอย่างไร หยาดตอบว่า “หยาดก็ช็อกค่ะ มันก็พูดอะไรไม่ออก อีกอย่างหนึ่งความรู้สึกมันถาโถมเยอะ เยอะมากๆ ค่ะ ด้วย ณ เวลาช่วงนั้นคือ อันนี้คือตอบในฐานะของเพื่อนก่อนนะคะ คือจากข่าวต่างๆ หรือเรื่องการกระทำความผิด หรือคดีความต่างๆ หยาดเข้าใจในเรื่องตรงนั้น แต่อันนี้ขอตอบในความรู้สึกของคนที่เป็นเพื่อนก่อน เพราะว่าหนึ่งเราใจหาย เราก็ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น หยาดก็ได้แต่สอบถามจากคนใกล้ตัว ซึ่งก็มีพี่เต้ แล้วก็ผู้จัดการกี้อีกคนนึง ซึ่งก็ไม่มีใครรู้อะไรเลย เราไม่รู้ว่ามันจะเป็นยังไงต่อไป ณ ตอนนั้นน่ะค่ะ ก็รู้ทุกอย่างผ่านข่าว”
มดดำถามว่าหลังจากพิ้งกี้เข้าเรือนจำ หยาดมีโอกาสติดต่อเขาไหม หยาดบอกว่า “ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ได้แค่เขียนจดหมาย ส่งไปที่เขาอยู่ แต่ว่าเป็นจดหมายออนไลน์นะคะ เป็นระบบของทางเรือนจำ ก็เขียนไปเรื่อยๆ แต่กี้ยังไม่ได้ตอบ นี่ก็เดือนนึงแล้ว แต่หยาดก็ไม่ได้ทราบอะไรนอกจากนั้นค่ะ” จากนั้นน็อต วรฤทธิ์ ถามว่าได้มีโอกาสคุยกับคนที่ไปเยี่ยมพิ้งกี้ไหม หยาดบอกว่า “มีโอกาสคุยค่ะ ก็ขอไม่ตอบแล้วกันเนอะ คือตัวหยาดเองก็ไม่ได้มีชื่อเป็นคนไปเยี่ยมได้ คือทางกี้เขาก็จะให้ใครเยี่ยม ไม่เยี่ยม หรืออะไรอย่างนี้ หรือว่าเขาพร้อมจะตอบจดหมายหรือเขาไม่พร้อม หยาดก็เลยไม่อยากพูด”
มดดำถามถึงเรื่องกระแสสังคมที่ว่าสามีของหยาด พิ้งกี้เป็นคนหาให้ ได้ยินข่าวนี้ไหม นักแสดงสาวตอบทันที “ได้ยินค่ะ ขอตอบตรงนี้เลยนะคะ เพราะช่วงหลังจากที่มีกระแสออกมา มีข้อมูลหลายเรื่องที่ออกมาโดยที่ไม่ใช่เรื่องจริง ไม่ใช่เรื่องจริงไม่พอ แต่เป็นการบิดเบือนไปหมดเลย บางเรื่องไม่มีมูลด้วยซ้ำ
คือหยาดกับพี่เมฆรู้จักกันผ่านเพื่อนสนิทของเราทั้งคู่ ซึ่งเป็นกลุ่มที่เจอกันแทบทุกอาทิตย์ ไม่ได้เกี่ยวกับกี้เลย เป็นเพื่อนของพี่เมฆและหยาด เป็นเพื่อนนอกวงการ ตั้งแต่คบกับพี่เมฆประมาณ 4 ปี พี่เมฆเคยเจอกี้ไม่เกิน 2-3 ครั้ง ที่เจอคืองานวันเกิดหยาดที่เพื่อนต้องมาเป็นกลุ่มใหญ่ ก็จะมีกี้มาร่วม เขาแทบไม่รู้จัก ไม่ได้เจอกันเลย เพราะเวลาหยาดเจอกับกี้ก็ไปเจอกันข้างนอก
จริงๆ หยาดสนิทกับกี้มาตั้งแต่เด็ก ทำงานมาด้วยกัน แต่หลังๆ มีช่วงที่ห่างกันเพราะเราอยู่คนละช่อง แต่เราจะเจอกันตามงาน ไม่ได้แฮงเอาต์ส่วนตัว จนตอนเขาหย่าแล้วเขากลับมาทำงาน บ้านเขากับคอนโดหยาดอยู่ใกล้กัน บางทีเขาจะโทรถามว่าทำอะไร ก็เลยเริ่มกลับมาสนิทกันค่ะ และเริ่มทำรายการ แต่รายการเพิ่งทำได้ 3 EP ค่ะ”
...
มดดำถามต่อเรื่องคอนโด 247 ล้าน หยาดหัวเราะเบาๆ ก่อนตอบว่า “โอย ใจหาย ตอบไปก็ เห็นภาพก็แบบ..” มดดำถามว่าคอนโดสามีหยาดทุกวันนี้เป็นของอภิรักษ์มาก่อน หยาดบอกว่า “ใช่ค่ะ เป็นของอภิรักษ์มาก่อนค่ะ อันนี้ถูกต้อง แต่ข้อมูลอื่นที่เหลือที่ไม่ถูกต้องมีเยอะมาก หนึ่งต้องอธิบายว่าคอนโดนี้สามีหยาดเขาซื้อมา ก่อนที่คนชื่ออภิรักษ์จะถูกจับ และดำเนินคดี หรือหนีไป ตปท. ทุกอย่าง คือตอนที่จะซื้อ เราหาคอนโดที่มันใหญ่ขึ้น ก็ดูเพนต์เฮาส์ 3-4 ที่ ก็มีนายหน้ามาเสนอ ก็มีห้องนี้อยู่ด้วย สุดท้ายเราก็ชอบที่นี่ เพราะโลเกชันมันได้ พี่เมฆเขาก็ไปที่คอนโด มีนายหน้ามีอะไรทุกอย่าง
ต้องบอกว่าหยาดกับอภิรักษ์ เกิดมาไม่เคยเจอเขา ไม่เคยรู้จักกับเขาเป็นการส่วนตัว ไม่เคยคุยกับเขา เพิ่งรู้จักตอนเขาเป็นข่าว ส่วนพี่เมฆเขาก็ไม่เคยรู้จักอภิรักษ์มาก่อน เขาไม่ได้เป็นเพื่อนกัน เขาไม่เคยเจอกัน จนกระทั่งพี่เมฆจะซื้อคอนโดนี้แล้ว เราก็ได้เข้าไปดู พี่เมฆเจอคนนี้ที่เป็นเจ้าของ แต่หยาดไม่ได้เจอ ได้เจอแบบผ่านๆ เขาเปิดห้องให้ดู ทุกอย่างเป็นการดูและซื้อขายผ่านนายหน้า แล้วพอหลังจากนั้นก็เจออีกครั้งเดียวที่กรมที่ดิน คือวันที่โอนห้องกัน แค่นั้นเองค่ะ”
มดดำถามว่าแต่กลายเป็นคนโยงข่าวว่าสามีหยาดกลายเป็นนอมินีของอภิรักษ์ หยาดตอบทันที “ข่าวแรงมากค่ะ คือมันไม่ใช่ ไม่ใช่เลยค่ะ แล้วมันกระทบหลายเรื่องค่ะ อย่างที่หยาดชี้แจง สามีหยาดเขาไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว และเรายืนยันตรงนี้นะคะ ว่าตอนที่เราซื้อ เราซื้ออย่างถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง และเรามีหลักฐานยืนยันทุกอย่างที่พิสูจน์ได้ แล้วระยะเวลาที่เราซื้อ ตอนนั้นที่เราซื้อ เจ้าของห้องเก่าเขายังเป็นคนที่ทำงานถูกกฎหมายนะคะ เราก็ไม่รู้ว่าวันนึงเวลาผ่านไปแล้ว บ้านที่เราจะซื้อมาอยู่ วันนึงผ่านไปเจ้าของคนนี้ดันโดนคดีฉ้อโกง แล้วกลายเป็นว่ามาเขียนโยงว่าเรารับซื้อของโจรหรือเปล่า หรือเราเป็นนอมินีหรือเปล่า ซึ่งมันไม่ใช่ มันไม่ใช่เลยค่ะ”
...
น็อตถามว่ากระทบอะไรกับชีวิตบ้าง “มีผลกระทบค่ะ กระทบเยอะ หนึ่งคือสภาพจิตใจ สองคือกระทบกับลูก เพราะบางเพจ บางสำนัก บางหัวข้อข่าว เขาพาดหัวโดยเอารูปลูกของหยาด รูปสามี รูปลูก แล้วลงพาดหัวในรูป แล้วใช้คำว่าเราเป็นนอมินีหรือผู้กระทำความผิดในคดีฟอเร็กซ์ ซึ่งหยาดรู้สึกว่าข่าวพวกนี้มันอยู่ไปนาน แล้วอีกอย่างลูกหยาดก็เป็นเด็กคนนึง มันจะกระทบเขาในระยะยาว ชื่อของเขา หน้าของเขา มันจะอยู่กับข่าวนี้ โดยที่ครอบครัวเราเป็นคนกระทำความผิดเหรอ ซึ่งจริงๆ เราไม่ได้ทำ”
มดดำถามว่าตอนนี้คอนโดห้ามซื้อขายเลยจริงไหม หยาดบอกว่าใช่ น็อตถามว่าอยู่ได้ไหม หยาดบอกว่าได้ ก่อนจะบอกว่า “ต้องบอกตามตรงว่าเราได้มีการชี้แจง พูดคุยเรื่องเอกสารหลักฐานที่เรามีอย่างถูกต้องแล้ว แต่ว่าทางกฎหมายก็เหมือนที่มีข่าวออกมาคืออายัดไว้ แต่อายัดในที่นี้หมายความว่าเราห้ามขายต่อให้คนอื่น แต่เราอยู่อาศัยได้อย่างถูกต้อง จนกว่ากระบวนการจะเสร็จสิ้น”
...
มดดำและน็อตบอกว่า ณ วันนี้ DSI ยืนยันว่าหยาดและสามีไม่เกี่ยวข้องกับคดี FOREX-3D หยาดบอกว่า “จริงๆ ถ้าเป็นเรื่องของตัวเราคนเดียว หยาดจะไม่รู้สึกซีเรียสหรือเครียดขนาดนี้ แต่ตอนนี้เราเครียดมากๆ จนแบบ… มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับครอบครัว พอวันนึงเรามีครอบครัว มีลูก เราจะรู้สึกว่ามันส่งผลกระทบเยอะมากค่ะ”
เมื่อถามถึงสามีที่ถูกโยงเรื่องคดี หยาดบอกว่า “ตอนที่ข่าวออกมาตอนแรกเขางง ว่ามันมาเกี่ยวโยงกับเขาได้ยังไง วันแรกที่งง วันที่สองข่าวเริ่มหนักขึ้นๆ จนจากที่งงกลายเป็นเครียด เขาก็ไม่เคยเจอว่าจะมีชื่อในข่าวอะไรขนาดนี้”
มดดำถามว่าอยากบอกอะไรกับทุกคน หยาดบอกว่า “เหมือนที่ได้บอกไปแล้วนะคะ จริงๆ หยาดไม่ได้อยากออกมาพูดอะไรเยอะเลย เพราะหนึ่งมันก็เป็นความรู้สึกจิตใจของความเป็นเพื่อนด้วย สองก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับคดีความอะไรหลายๆ อย่าง ที่ตรงนั้นเราก็เข้าใจตามกระบวนการทางกฎหมายและเราก็เห็นใจคนที่เป็นผู้เสียหายเหมือนกัน สามมันก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับครอบครัวเรา
แต่วันนี้ที่ต้องออกมาพูดเพราะมันกระทบกับครอบครัวเราหนักมากเลย บางคนเขาอาจจะไม่ได้อ่านข่าวทั้งหมด เขาอาจจะอ่านแค่พาดหัวแล้วหยาดรู้สึกว่ามันส่งผลระยะยาวกับครอบครัวกับลูก เลยต้องออกมาชี้แจง แล้วขอยืนยันตรงนี้นะคะ ว่าครอบครัวเราไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับคดี FOREX-3D แล้วคอนโดที่เราซื้อและอยู่ เราทำอย่างถูกต้องตามกฎหมายก่อนที่เจ้าของเขาจะมีเรื่องคดีฉ้อโกงออกมา เราขอยืนยันว่าเราคือผู้บริสุทธิ์ค่ะ”.