หลังจากที่ ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ได้คุยกับ อิงฟ้า วราหะ มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2022 เพื่อเคลียร์ประเด็นร้อนที่เกิดขึ้น ล่าสุด ณวัฒน์ ได้ไลฟ์ชี้แจงเพื่อให้ทุกท่านได้ทราบเรื่องราวทั้งหมดอีกครั้งในทางเฟซบุ๊ก ซึ่งมีใจความดังนี้ 

วันนี้ได้เข้าประชุมร่วมกับอิงฟ้า และเจ้าหน้าที่ของบริษัทหลายคน มีทั้งหัวหน้าแผนกพีอาร์ หัวหน้าโปรดักชั่น หัวหน้าแผนกอีเวนต์ มีฝ่ายกฎหมาย และตัวผม ผู้ช่วย เลขา และโกโก้ ก็ได้เข้าประชุมด้วย ก็คุยกันในประเด็นที่เรามีปัญหากัน 

ก่อนอื่นต้องบอกว่ามันมีอารมณ์หลายอย่างที่มันค่อนข้างจะแปรปรวน เพราะเรื่องจากว่ามันมีอารมณ์ผิดหวัง มีอารมณ์แบบจะแก้ปัญหาอย่างไร มีอารมณ์ว่าจะต้องเจอกันจุดไหน และมีอารมณ์ว่าจะต้องทำอย่างไรให้ไม่ทำให้คนอื่นต้องเดือดร้อน 

อันนี้คือสิ่งสำคัญที่เราต้องคุยกันตลอด 3 ชั่วโมงเศษๆ ตั้งแต่บ่ายโมงตรงจนถึง 4 โมง ยอมรับว่าเครียด ไม่ได้เฟกเลย เครียดจริงๆ มันหลายความรู้สึก จะไม่ไปต่อเพราะว่ารู้สึกลำบากก็ไม่ได้ สรุปวันนี้คุยกันเรื่องของสัญญา เรื่องของหน้าที่ ย้ำกันอีกทีว่าต้องทำอะไรบ้าง

สิ่งหนึ่งที่น้องยอมรับก็คือ ยอมรับว่าเกิดขึ้นจริง เหตุการณ์เป็นไปตามนั้น ก็คือได้ไปสิงคโปร์กับพี่สาวและ ตน. คือวันนี้เราอยู่บนบรรทัดฐานที่จะพูดความจริงทั้งหมด และเราจะคุยกันแบบตรงไปตรงมา เราต้องยอมรับในสิ่งที่เกิด ยอมรับในสิ่งที่ผิดพลาด ยอมรับในสิ่งที่บกพร่อง เราถึงจะเดินหน้าและแก้ปัญหาไปด้วยกันได้

วันนี้ก็ได้ความร่วมมือจากน้องค่อนข้างดี ซึ่งเราจะถามเป็นเรื่องๆ ไปในสิ่งที่ผ่านมา น้องก็ยอมรับในสิ่งเหล่านั้นทั้งหมด รวมถึงการเดินทางไปอุดรไปแก้บน ต.น. ก็ไปด้วย ทุกอย่างโอเคถือว่าเคลียร์ ทุกอย่างที่ผมพูดเพราะมีคนเห็น มีคนส่งรูปมา ก็อยากจะเคลียร์ให้มันชัดเจน

...

อะไรที่ใช่ก็จะตอบว่าใช่ อะไรที่มันเกิดขึ้นก็บอกให้น้องว่าต้องยอมรับ เราจะไม่คุยกันเป็นเรื่องอื่น ซึ่งสรุปแล้ว เหตุการณ์ที่เรากำลังรู้สึกได้ว่าเสถียรภาพของน้องแปรปรวน และดูอาจจะไม่นิ่ง รวมถึงทำให้คุณภาพ หรือสิ่งบางสิ่งมันทำงานด้วยยาก และควบคุมยาก มันก็คือปัจจัยจากที่ทุกท่านทราบจากปากผมไปแล้ว

นั่นคือปัจจัยของคนรอบข้าง ก็คือญาติ สิ่งก็ต้องยอมรับ และก็ ต.น. ซึ่งก็ต้องรับ มีการเคลียร์กันในเรื่องของคำว่าเหนื่อย มีการเคลียร์กันในเรื่องของคำบางคำที่อย่าเอามาใช้ ถ้าจะเที่ยวให้บอกว่าเที่ยว คุยกันให้ชัดเจน อันนี้มีการเคลียร์กันเรียบร้อย น้องก็ยอมรับในข้อผิดพลาด 

หลายคนอาจจะบอกว่าน้องชอบเที่ยวหรือไม่ มันก็มีบ้าง น้องก็ได้ยอมรับในบางอย่างตามขั้นตอนทุกประการ สิ่งที่เรามีข้อตกลงร่วมกัน สิ่งที่เราทำข้อตกลงร่วมกันก็คือ คบกันจริงมั้ย คุยกันจริงครับ ไปสิงคโปร์ด้วยกันจริง ต.น.พยายามทุกอย่างจริง

สิ่งที่เราต้องการนั่นก็คือ ค่อนข้างที่จะดุในเรื่องของระเบียบวินัย การมองจุดสำคัญ จุดโฟกัส ผมพยายามที่จะมองว่ามันเกิดขึ้นได้สำหรับหลายๆ คน มันสามารถจะเกิดขึ้นได้กับคนที่มีชื่อเสียง สามารถจะเกิดขึ้นได้กับคนที่ถูกถาโถมด้วยเรื่องใดๆ ก็ตาม คนนอกที่อาจจะไม่มีระเบียบวินัยในเรื่องของการใช้ชีวิต และมาอยู่รอบตัว 

ไม่ว่าจะเป็นคุณซัน ญาติ หรือ ต.น. ที่เข้ามา แบบชนิดเรียกว่า ถาโถมแบบรุนแรง คนที่ตั้งรับก็อาจจะตั้งตัวไม่ติด พยายามอยู่บนบรรทัดฐานนี้ สิ่งที่ขอต่างๆ เรื่องความบกพร่อง หรือความงอแง หรือเรื่องใดๆ ที่ทำให้พักผ่อนไม่พอ ไม่ได้มีเฉพาะเรื่องงาน มันมีเรื่องอื่น ก็เลยเคลียร์เซตกันใหม่ด้วยข้อเงื่อนไขก็คือ

1. เรื่องของคนใกล้ชิด เรื่องของญาติ ขอให้คุยกันเฉพาะเรื่องส่วนตัว ไม่อยากให้ยุ่งเกี่ยวในเรื่องงานและองค์กรใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งน้องรับปาก 

2. เรื่องของเกี่ยวกับด้อม หรือการบริจาค ขออนุญาตไม่อธิบายเยอะ ได้ให้หลักการและวิธีการไปอย่างชัดเจน ให้ไปปรับปรุงเพื่อความปลอดภัย และอยากให้ทุกคนในด้อมมีความรู้สึกที่ดีไม่ว่าจะบริจาคหรือไม่บริจาค

และเงินบริจาคทุกบาททุกสตางค์ต้องเรียกตรวจสอบได้ทุกเวลา และพร้อมที่จะให้คนดูได้ หากคนบริจาคอยากจะดู ถ้ามันจะมีแบบนั้น คนที่เปิดบัญชีต้องยอมรับ นี่คือเรื่องของการบริจาคและคนใกล้ตัว 

ส่วนเรื่องของ ต.น. ตัวผมเองบอกแบบเต็มร้อยว่าผมไม่เห็นด้วย และผมไม่ต้องการให้มันเกิด ทุกคนต้องเข้าใจผมนะว่าเรื่องของความรัก หรือเรื่องของความหลง หรือเรื่องของการพูดคุยมันเป็นเรื่องส่วนตัวในระดับหนึ่ง

แต่ผมคุยในฐานะผู้ปกครอง และคุยในฐานะเจ้านาย ผมก็ให้คุยในลักษณะที่ต้องระมัดระวัง เพราะว่าได้ให้ข้อคิดน้องไปว่า ลักกี้อินเกมมักจะไม่ลักกี้อินเลิฟ และชี้เหตุผล เรียกสติน้องให้มองว่าเราคือใคร เราจะโตแบบไหน

...

ซึ่งน้องก็ได้ฟังและผมก็ได้อธิบายคุณสมบัติของ ต.น. เท่าที่ผมมีหลักฐานให้ดู รวมถึงมีการโทรบางสายเพื่อให้น้องได้ฟังข้อเท็จจริง ซึ่งน้องก็รับปากว่า ซึ่งถ้าผมพูดอย่างนี้ ตน. ก็ฟังอยู่ น้องก็รับปากว่า ก็จะตอบสนองค่อยเป็นค่อยไปแล้วจะดีขึ้น นี่คือเรื่องของคนใกล้ตัวกับญาติซึ่งจะต้องเคลียร์ออกไป 

อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องของคนชื่อซัน ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรเยอะ ขอไป 2 ข้อ 1 ต้องไม่โกหก ถ้าบริษัทสอบถามอะไรต้องไม่ร่วมมือกันโกหก หรือพูดเท็จ หรือไม่ยอมพูด เพราะการไม่ยอมพูดหรือเกรงกลัว ถูกบังคับไม่ให้พูด เท่ากับองค์กรจะไม่รู้อะไร

ซึ่งขอไปแค่ 2 ข้อ ถ้าให้ได้ก็สามารถที่จะปรับปรุงก็มาช่วยเหลือในบางส่วนต่อไปได้ แต่ถ้าให้ใน 2 ข้อนี้ไม่ได้หรือจับได้ว่ายังมีการโกหกอีก หรือถามว่าไปไหนแล้วไม่ตอบ อย่างเช่นครั้งนี้ถามว่าไปไหนแล้วไม่ตอบ ทั้งๆ ที่รู้ก็จะถือว่ามีความผิด และก็จะไม่มีโอกาสอีก 

ส่วนเรื่องที่ผมวิตกกังวลก็คือเรื่อง ต.น. ผมก็เข้าใจในหลายๆ อย่างมันคงไม่อย่างนั้นอย่างนี้ แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันก็ไม่ได้ไปไกลอะไรหนักหนา ผมก็จะเชื่อน้องว่าจะปรับสภาพให้กลับมาสู้โหมดเดิมให้เร็วที่สุด เพราะเราได้สอน เราได้มีตัวอย่าง เราได้มีเหตุการณ์ เราได้มีข้อมูลบางส่วน ให้เอาไปพิจารณาว่าควรใช้ชีวิตอย่างไร 

นี่คือ 3 คนที่เกี่ยวข้องและช่วยกันประคับประคอง เป็นคนที่อยู่ใกล้ตัว และทำให้เดือนกว่าๆ ที่ผ่านมาค่อนข้างเป๋ ต้องยอมรับ ขอความร่วมมือน้องไม่โพสต์อะไรที่เป็นลักษณะของอารมณ์ หรือการใช้การสื่อสารแบบอีโมชั่นนอลมากเกินไป 

เรื่องต่อไปที่ข้อร้องก็ถามน้องว่าจะไปต่อหรือพอแค่นี้ เป้าหมายคืออะไร ได้อธิบายหมด น้องขอโอกาสที่จะไปต่อ ซึ่งในที่ประชุมก็ค่อนข้างที่จะเปิด ให้ไปต่อแต่ต้องมีเงื่อนไขค่อนข้างเยอะอย่างที่เมื่อสักครู่แจ้งไป 

...

เพราะฉะนั้น น้องบอกว่าจะขออนุญาตปรับเนื้อปรับตัว เราจะไม่พูดถึงเรื่องที่ผ่านมา เพราะน้องยอมรับแล้ว และถ้าวันนี้น้องไม่ยอมรับหรือไม่คุยกันให้รู้เรื่องมันคงคุยต่อไม่ได้ ผมก็บอกน้องแล้วตั้งแต่แรกว่า ทุกอย่างไม่ได้อุปโลกน์การพูดทุกอย่างมันถูกการค้นหา วิเคราะห์ข้อมูล และการพูดครั้งนี้ไม่ได้จงเกลียดจงชังใคร

มันพูดเพื่อการพัฒนาตัวน้องและองค์กร เพราะเพิ่งเข้าวงการมาแค่ 4 เดือน เกือบ 5 เดือน สิ่งที่น้องจะทำต่อไปก็คือต้องยอมปรับสภาพตัวเอง สิ่งหนึ่งที่เราต้องปรับก็คือ นับจากนี้เป็นต้นไป นับจากเวลาที่ห้องประชุม น้องจะขึ้นตรงกับผมคนเดียว จะไม่ต้องขึ้นกับทีมงานผม ผู้ช่วยผม ไม่ต้องขึ้นกับคุณแวน ไม่ต้องขึ้นกับใคร

จากนี้เป็นต้นไปไม่ว่าจะทำอะไร ต้องส่งไลน์มาก่อนการกระทำทุกอย่าง เช่น วันนี้อยากไปสังสรรค์จริงๆ ต้องส่งไลน์มาบอกผม ว่าไปที่ไหน มีใครไป ต่อให้ไม่อยากให้ใครรู้ก็ต้องพิมพ์มาให้ผมได้รับรู้ ก่อนที่คนจะรู้หรือใครรู้ก่อนผม เพราะฉะนั้นการเปลี่ยนโหมด การดูแลผมจะต้องมาดูแลน้องโดยตรงคนเดียวในทุกเรื่อง

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัวน้องต้องรายงาน เรื่องงานที่ผมจะต้องไปดูให้ เราจะต้องอ่านไลน์ซึ่งกันและกันทั้งคู่ตลอดเวลา เพราะสิ่งหนึ่งที่น้องอาจจะช้า บางทีงานยุ่ง อาจจะอ่านช้าไม่ได้ เพราะฉะนั้นเปลี่ยนผู้ปกครอง เปลี่ยนผู้ดูแลโดยตรงมาเป็นตัวผมไประยะหนึ่ง ซึ่งอาจจะนานหน่อย สักครึ่งปี แต่ขึ้นกับผมโดยตรง

...

เพราะฉะนั้นผมจะต้องรู้ว่าทุกวันทำอะไร อย่างวันนี้ผมรู้ว่าทำอะไรอยู่ และไปอยู่กับใคร ขณะนี้ผมรู้ นี่คือสิ่งหนึ่งที่ผมต้องรู้ ถ้ามีอะไรคืบหน้าผิดปกติต้องแจ้ง อันนี้เป็นกฎที่ค่อนข้างที่จะต้องปฏิบัติเพื่อไม่ให้เกิดสุ่มเสี่ยงในความผิดพลาดซ้ำซาก ซึ่งน้องรับปากว่าทำได้ นี่คือการดูแลโดยตรง

ส่วนการรับงานและดูแลคิวงาน การดูแลการขายงาน เปลี่ยนทั้งทีม ซึ่งก็บอกน้องนี่คือผลพลอยของน้องที่ทำให้พนักงานต้องเปลี่ยนการทำงานทั้งทีม 

วันนี้ได้รับพนักงานใหม่เข้ามาเพื่อดูแลน้องโดยตรง เพราะฉะนั้นใครจะติดต่อเรื่องงานเป็นเบอร์เดิม แต่ไม่ใช่คุณแวน จะเปลี่ยนเป็นคุณอู และผู้ช่วยจะมี 4-5 คน เข้าใหม่อีก 1 คน เปลี่ยนไลน์การทำงานในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับตัวน้องทั้งหมด 

และผมเป็นผู้บังคับบัญชาข้างบนสุด สำหรับยูนิตนี้ทั้งหมดเพื่อโฟกัสโดยตรง นอกจากตำแหน่ง CEO ที่ต้องทำทั้งบริษัทแล้ว ผมจะต้องลงมาทำอาร์ตติส เออาร์ เหนือทุกคนอีกครั้งหนึ่ง อันนี้คือสิ่งที่ผมต้องลงไป เพื่อให้น้องเห็นว่า อะไรที่จะต้องยอมก็เป็นข้อตกลง

เพราะฉะนั้นจากนี้เป็นต้นไป เบอร์โทรศัพท์เบอร์เดิม แต่เป็นเสียงคนใหม่ แต่ตอนนี้ผมโอนเบอร์เข้ามาที่เครื่องผม อาจจะเป็นตั้งแต่พรุ่งนี้เย็นหรือมะรืนนี้เช้า จะเด้งไปอยู่ที่คุณอูเป็นคนรับ ถ้าคุณอูรับไม่ทัน ผมจะเป็นคนรับคนที่ 2 ถ้าผมรับไม่ทัน คุณโบนัสจะเป็นคนรับคนที่ 3

จะมีทั้งหมด 3 คน แต่คิวงานและการไปทำธุระส่วนตัว หรือทำอะไรก็แล้วแต่ น้องต้องรายงานผมก่อนทำในทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเรื่องส่วนตัวหรือเรื่องงานอันนี้คือสิ่งที่เราตกลง 

จากการที่หมิ่นเหม่สุ่มเสี่ยงในการรับงาน ทางฝ่ายอีเกิลของบริษัทเป็นผู้ดูแล และมีการลงโทษโดยตรงไปแล้วเรียบร้อยในที่ประชุมวันนี้ เพื่อให้เป็นบทเรียนในการทำงาน

มีการปรับเป็นค่าใช้จ่ายเพราะบริษัทปรับเป็นมหาชน ไม่ว่าจะญาติหรือใครพาไป รู้เท่าถึงการณ์หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่ถ้าธุรกรรมการประชาสัมพันธ์ หรือส่งเสริมการขายให้กับใครโดยไม่ผ่านบริษัทนั้นก็คือความผิด อันนี้ถือว่าจบลงบนโต๊ะคุยกันเรียบร้อยโดยที่แผนกอื่นเป็นคนคุย ผมเพียงแค่นั่งฟัง

เรื่องต่อไปเป็นเรื่องของสุขภาพ พรุ่งนี้ช่วงเช้าจะพาน้องไปตรวจสุขภาพ โดยผู้ช่วยผม แต่ไม่ขอบอกชื่อโรงพยาบาลและแผนก เพื่อจะได้เช็กว่ามาอะไรในเรื่องของกายภาพ เรื่องของสุขภาพที่เราจะต้องดูแลลงลึกไป

เรื่องของการซ้อมต้องยอมรับว่ามันยังไม่ได้จริงจัง เราจะไม่มาโกหกหลอกลวงกัน ทางทีมงานทั้งหมดที่เราเตรียมเอาไว้จะเริ่มเข้าซ้อมน้องในวันพรุ่งนี้หลังจากที่น้องกลับมาจากโรงพยาบาล จะซ้อมไปรัวๆ ยาวๆ

คิวงานน้องไม่ค่อยมีอะไรแล้ว เราปลดหมดเพื่อให้น้องได้อยู่กับสิ่งต่างๆ ที่เหมาะสม ก็บอกกับแฟนคลับด้อมไว้เลย วันที่น้องไปรับรางวัลคมชัดลึก มีเวลาค่อนข้างน้อย อยากให้น้องได้พัก ถือว่าผมขอร้อง ให้น้องได้รีบไปรีบกลับ

ไม่อยากบังคับว่าไม่ต้องไปรอ แต่ในช่วงนี้การที่น้องเจอคนน้อยที่สุดคือเซฟที่สุด ผมอธิบายให้น้องฟังว่ามุมมองมันไม่เหมือนกัน การที่ไปต่างประเทศ การที่ไปไหน ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจะทำยังไง ถ้าใครซุกซน ขี้เหล้าเมายาแล้วจะทำอย่างไร ตัวน้องไม่ได้เป็นแต่คนอื่นอาจจะเป็น

ผลกระทบต่อตัวน้องและองค์กรจะเป็นอย่างไร ภาพลักษณ์อีก แล้วถ้าเกิดอุบัติเหตุ ไปประกวดต่อไม่ได้ อะไรจะเกิดขึ้น ต้องยอมรับว่าบางทีน้องมองน้อยไป

บางทีความสนุกหรือความพึงพอใจบางอย่างมันอาจจะส่งผล มันอาจจะเป็นเพียง 0.05% แต่อย่าลืมว่าถ้ามันเกิดขึ้นมามันก็เป็นเส้นยาแดงผ่าแปดเหมือนกัน

ฉะนั้นตอนนี้จนถึงวันที่ไปอินโดนีเซียแทบไม่อยากจะให้ทำอะไร น้องจะเข้ากระบวนการออกกำลังกาย ลดน้ำหนัก ฟิตในทุกๆ เรื่องเพื่อเดินหน้าต่อ

ผลการตัดสินจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับสภาพ บอกคำนี้กับน้องไปแล้วครับ เราได้ให้กำลังใจ ให้โฟกัส เปลี่ยนมุมมองความคิด ชีวิตก็เปลี่ยน ลักกี้อินเกม อันลักกี้อินเลิฟ

ถ้าจะมาลักกี้อินเลิฟตอนนี้ มันจะไม่ลักกี้อินเกม ต้องคิดให้ดีๆ ทั้งหมดก็มีเพียงเท่านี้ที่เป็นข้อตกลงร่วมกัน แล้วเหตุการณ์แบบนี้มันจะไม่เกิดขึ้นอีกเด็ดขาด น้องก็ให้คำมั่นสัญญาแล้ว ตกลงว่าจะลุยไปด้วยกันต่อ

ทุกคนก็ลงมติ รวมถึงตัวผมเองก็บอกว่าการให้โอกาสคนสำคัญที่สุด แต่มันจะไม่มีบ่อย จากนี้ก็จะให้โกโก้ แวะไปหาน้องบ้างที่คอนโด ให้ไปด้วยกันเพื่อทำความคุ้นเคยให้มากขึ้น

ถ้ายังไม่แน่ใจก็จะให้โกโก้ไปนอนกับน้องสัก 1 เดือน จะได้ไม่มีใครกล้าเข้ามาในคอนโด หรือป้วนเปี้ยนแถวนั้น คนไหนไม่เกี่ยวก็ถอนไป

ส่วนของ ต.น. น้องก็รับปากเราไว้ในระดับนึง ผมก็ต้องฝากทุกคนด้วย ถ้าเจออะไรมาจากนี้เป็นต้นไปก็รายงานมาที่ผมได้โดยตรงทุกช่องทาง ถ่ายรูปมาไปเจออะไรที่ไหน ไปเจอ ต.น.ที่ไหน อะไรใดๆ ที่เอ๊ะบอกบอสรึยัง ถ่ายแล้วส่งมา

ฝากแฟนคลับ แฟนด้อมทุกคน ถ้ารักน้อง อะไรไม่ถูกต้องติน้องได้ ขอความร่วมมือนิดนึงผมอาจจะทำคนเดียวไม่ไหว หรือทำได้ดีนักทั้งหมด แต่ถ้าแฟนคลับติเพื่อก่อบ้าง ค้านบ้าง คิดอะไรที่แตกต่างบ้าง ไม่ใช่อะไรก็ดีไปหมด มันน่าจะเป็นสิ่งที่ดีสำหรับน้อง

เกิดเป็นอิงฟ้าโชคดีนะครับ ธรรมดาผมจะไม่ลดความแรงเลย แต่ผมบอกตรงๆ ว่าหนังหน้าไฟ แฟนคลับก็เยอะที่อยากจะให้ผมดูต่อ คุณแม่นอกจากโพสต์แล้ว โทรเข้ามาที่ออฟฟิศนับครั้งไม่ถ้วน

ผมก็เห็นแก่คนแก่คนเฒ่า เห็นว่าเป็นความสุขของคนไทย สำคัญคือผมเป็นห่วงลูกค้าด้วย เรามองในส่วนของธุรกิจ ใครจะมาเดือดร้อนเพราะเรามันก็ไม่ถูก

เราก็ต้องหาทางเดินสายกลาง ขอให้มั่นใจเราครับ ผมจะลงไปดูแลน้องด้วยตัวเองจริงๆ ไม่ได้พูดว่าดูแล้วให้ผู้ช่วยดู ผมกลัวไม่รอด มีอะไรติดต่อผมได้โดยตรง

บอกน้องแล้วว่าหนทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน จากนี้เป็นต้นไปต้องพิสูจน์ให้มากกว่าเดิม คำว่าเหนื่อยต้องไม่หลุดจากปากอีกแล้ว ถ้าอยากเที่ยวให้บอกเที่ยว ถ้าบอกเหนื่อยจะให้นอน

คนที่ควบคุมน้อง จะให้สลับกันเป็นเดือน เพื่อไม่ให้เกิดความชินชา สำหรับคนที่ยังมีใจก็ขอให้เปิดใจให้น้องหน่อยแล้วกัน ผมให้โอกาสแล้ว ก็มีช่องให้ระบาย สูดหายใจ ตั้งสติใหม่อีกครั้ง

ถ้าคิดว่ามันเป็นความสุขของคุณก็ซัพพอร์ตน้องต่อไป ใครไม่แฮปปี้แล้วผมก็เข้าใจครับ น้องต้องใช้ความสามารถของตัวเองกับคนที่กำลังลังเลกับน้องให้กลับมาชอบ

สิ่งที่เกิดขึ้นต้องยอมรับมันเพราะว่ามันเกิดจากการกระทำ เวลาจะพิสูจน์ว่าสิ่งที่เราตกลงกันในวันนี้เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องทำ และมันจะแก้ปัญหาระยะยาวได้ ถ้ามันจะมีอะไรเกิดอีกครั้งมันจะไปต่อลำบาก ไปต่อไม่ได้แล้ว

การไลฟ์สดของน้องจะลดลง รบกวนทางด้อมด้วยว่าอย่าเรียกร้องให้น้องมาไลฟ์บ่อยๆ เพื่อให้เปลี่ยนโหมดความคิดบ้าง แต่ก็ยังคงต้องไลฟ์อยู่ในระดับนึง

ไม่มีใครชอบให้คนมาจีบน้อง แต่ผมก็พยายามทำความเข้าใจว่าถ้าฝ่ายนั้นตะลุมบอนทั้งวันทั้งคืนมันก็ยากที่จะดันกลับตูมเดียว

แต่ถามว่าดันขนาดนี่แล้วถ้ายังวุ่นวายอีกก็เกินมนุษย์แล้ว คนที่เขาชอบกัน กำลังเห็นอีกคนมีอนาคต เขาไม่ทำลายอนาคตกัน คนที่ทำลายอนาคตคนคือคนที่ไม่ดี คือความรักที่จอมปลอม คือคนที่เห็นแก่ตัว ผมคิดว่าอย่างนั้นนะครับ ช่วยกันดูด้วยครับ

ฝากถึง ต.น. ด้วย คำพูดของผมยังเหมือนเดิม 27 ปียังไม่มีชื่อเสียงทำไมไม่คิดชอบ พอตอนนี้ดัง แล้วปังขึ้นมา พุ่งเข้ามาทำไม ไม่เห็นอนาคตคนมากกว่าสิ่งที่คุณอยากได้ แล้วไม่เกรงใจเจ้าที่บ้างเหรอครับ

สังคมมันแคบ วงการบันเทิงก็แคบ ผมรู้จักรายล้อมคุณดี ฉะนั้นถอยได้ก็ควรถอยเร็วๆ เลย รีบกลับไปที่เดิม ผมว่ายังไม่สายเกินไปนัก