เป็นอีกหนึ่งตลกชื่อดังที่อยู่ในวงการยาวนานหลายสิบปี สำหรับ ถั่วแระ เชิญยิ้ม ล่าสุดออกมาเปิดใจถึงเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตที่ผ่านมา ในรายการโต๊ะหนูแหม่ม ซึ่งเจ้าตัวเผยว่าก่อนหน้านี้ที่หายไปได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างในชีวิตจากนักแสดงศิลปินตลกคนอื่นๆ ว่าชีวิตในวงการมันไม่ได้มั่นคงเสมอไป เลยต้องหาหนทางรอดให้กับตัวเอง พร้อมเผยเหตุผลที่ต้องแยกบ้านอยู่กับภรรยา

ชีวิตในวัยเด็กเป็นยังไง?

ทางบ้านก็ฐานะปานกลาง ไม่ค่อยมั่งมีศรีสุขเท่าไร แต่ว่าเราขยัน พี่น้องเราก็ขยันทำงานกันหมด แต่ก่อนที่จะมาเป็นตลกเราเล่นมายากลมาก่อน คือไม่ได้รู้เรื่องเลยว่าตลกเขาเล่นกันยังไง แต่มาอยู่พักนึงเรานั่งดูทีวีอยู่พ่อก็บอกให้เราไปอยู่ในทีวีแบบนั้นบ้างสิ เราก็บอกสักวันต้องทำให้ได้เพราะดูแล้วตลกมันไม่ได้ยากอะไรเลย แต่ชีวิตดันครูพักรักจำในเรื่องของมายากล ไปส่งแฟนแถวสนามหลวงเราเห็นคนเขาเล่นกลกันก็จดจำมาเล็กๆ น้อยๆ จนมายากลมาถึงประเทศไทยเราก็เริ่มเล่นมาจากนั้น ทำอุปกรณ์ขึ้นมาขายเอง ซึ่งตอนนั้นก็ขายให้กับเพื่อนที่เล่นตลกคนนึงและเราก็ไปดูเขาเล่น

จนเราได้เข้ามาเล่นเอง ช่วงแรกๆ ถูกให้ไปเล่นเป็นพ่อก็ไม่มีคนขำ แต่ตอนนั้นเรามีเอกลักษณ์โพกผ้ามีหนวดมีเคราเราก็เลยสร้างตัวตนเป็นแบบนี้มาตลอด และหลังจากนั้นก็เอามายากลมาผสมกับตลก ซึ่งมันก็แปลกกว่าคณะอื่น ทำให้มีหลายคนทำตามมาหลังจากนั้น

...

มาขายก๋วยเตี๋ยวได้ยังไง?

ตอนที่เราเล่นตลกเราเห็นพี่ๆ เราศิลปินทุกแขนงไม่ใช่เฉพาะตลกว่าพอแก่ตัวไปแล้วทำไมถึงอยู่ในสภาพแบบนั้นกันเยอะมาก เราก็เลยคิดว่าชีวิตเรามันโด่งดังจริงแต่สักวันบนยอดเขาจะต้องเหลือพื้นที่ให้เรายืนอีกน้อยนิดแน่ๆ ครับ คนอื่นก็ต้องปีนขึ้นไปเราก็ต้องเดินลงมาเรื่อยๆ และตรงนั้นเราจะทำยังไง เราจะมีอะไรซัพพอร์ตบ้างในชีวิต เพราะเกิดความคิดนี้เราก็คิดว่าค้าขายดีที่สุด จะขายเพชรขายพลอยขายคอมพิวเตอร์มันก็เป็นไปได้ยาก และวันๆ ใครจะมาซื้อสักกี่เครื่องใครจะมาซื้อสักวงนึงประมาณนี้ แต่ถ้าเป็นอาหารการกินเขาจะกินวันละมื้อวันละสามมื้อเช้ากลางวันเย็นเลย

มองไปที่อาหารบวกกับภรรยาเป็นแม่ศรีเรือนเสน่ห์ปลายจวักสุดยอดเขาทำอะไรอร่อยไปหมดซึ่งเป็นสูตรปัจจุบันตอนนี้เป็นสูตรของเราไม่ได้ไปซื้อแฟรนไชส์ช่วยกันคิดช่วยกันลอง ซึ่งคนก็ติดใจชอบกัน ทุกวันนี้ยังรับออกงานนอกสถานที่ยังจัดอยู่ ซึ่งคนที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จทั้งหมดนี้ก็คือภรรยา แต่ว่าก๋วยเตี๋ยวไม่รวมตลก ก๋วยเตี๋ยวก็อีกราคา ตลกก็อีกราคานึง

ภรรยาดูแลทุกอย่าง?

ดูแลทุกอย่างจริงๆ กับลูกน้องไม่ว่าจะเป็นประกันสังคม ประกันชีวิต สวัสดิการทุกอย่างลูกน้องคนไหนป่วยหรือเจ็บก็ต้องดูแลให้ถึงหมอ และไม่ว่าจะเป็นที่นอนมีให้ด้วยไม่เคยทอดทิ้ง

แยกบ้านกับภรรยาอยู่?

แยกบ้านนี้ไม่ได้หมายความว่าเตียงหักนะครับ แต่ปลูกบ้านไว้ให้ลูกสาวไปอยู่แต่ลูกสาวไม่มาสักทีนึง ถ้าเผื่อว่าบ้านมันไม่สั่นไม่สะเทือนเดี๋ยวปลวกและมอดมันจะมาก็เลยต้องแยกกันไปเฝ้า เขาก็เลยเอาลูกหลานไปอยู่ด้วยไปนอนด้วยไปกินด้วย เขาก็หมดความเหงาไป ไอ้เราก็เหงาเมื่อไหร่เด็กๆ จะมาหา ซึ่งเราก็ไปช่วยเขาที่ร้านอาหารด้วย แต่เราทั้งคู่จะทำหน้าที่ไม่ซ้ำกันเท่านั้นเอง.