หลังจากที่นางงามชื่อดัง อิงฟ้า วราหะ มิสแกรนด์ไทยแลนด์หายตัวไปได้ 2 วัน ทำเอา บอสณวัฒน์ และทีมงานกองประกวดอดเป็นห่วงไม่ได้ จนกระทั่งเจ้าตัวออกมาชี้แจงว่าไม่ได้หายไปไหน เพียงแค่ขอเวลาส่วนตัวในการพักผ่อน และจะรีบกลับมาทำหน้าที่เป็นตัวแทนประเทศไทยในการคว้ามงทองมงแรก ที่ประเทศอินโดนีเซีย ในช่วงเดือนตุลาคมนี้
ซึ่งก็มีแฟนนางงามแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับ อิงฟ้า แต่สำหรับคนที่เห็นด้วยและไม่เข้าใจ บอสณวัฒน์ ก็ต้ังคำถามสงสัยว่าทำไมต้องใช้งานอิงฟ้าหนักจนไม่มีเวลาพักผ่อน ล่าสุดในไลฟ์สดของ บอสณวัฒน์ เมื่อกลางดึกของคืนวานนี้ (20 กันยายน 2565) ได้มีการชี้แจงในส่วนของตรงนี้ไว้อยู่
โดยเจ้าตัวได้เผยถึงเหตุผลนี้ว่า "อิงฟ้า เกิดขึ้นเพราะมิสแกรนด์ไทยแลนด์ เป็นมิสแกรนด์กรุงเทพฯ ยังไม่มีแบรนด์เป็นพรีเซ็นเตอร์สักตัว ยังไม่มีงานรีวิวสินค้าเข้ามา แต่พอมาแกรนด์ไทยแลนด์ เราใช้กลยุทธ์ในการทั้งผลักและดันให้กลายเป็นสตาร์ ทำหมอลำทำคอนเสิร์ตทำทุกอย่าง
คุณรู้ไหมสิ่งที่ผมตั้งใจพาน้องไปมีชื่อเสียงที่เวียดนาม กัมพูชา ลาว เพราะอะไร เพราะผมต้องการให้น้องก้าวไปให้ไกลมากที่สุด ต้องการให้ดังออกไปนอกประเทศ น้องสามารถออกไปหากินที่เวียดนาม และครั้งนี้ผมก็วางแพลนอยากให้น้องดังที่อินโดนีเซีย ผมเทรนด์น้องแทบตาย ไม่ว่าจะเรื่องของภาษา ทักแท็กอีวานหน่อยไหม เพราะเราสามารถหารายได้จากคนอินโดฯ ได้เยอะแยะ
รู้สึกผิดหวังในตัวอิงฟ้า และอกหักกับตัวเองในการมีเป้าหมาย ไม่ใช่อยู่ดีๆ ลากน้องไปเวียดนามและไม่มีเป้าหมาย เพราะนั่นคือแหล่งเงิน แหล่งงาน ถ้าน้องโชคดีได้มงทองกลับมา เท่ากับว่าค่าตัวน้องจากปกติ 4 ล้าน ถ้าได้มงทองกลับมาก็กลายเป็น 8 ล้าน และไม่ต้องทำงานในประเทศไทย ผมมีบริษัทเอเจนซี่รองรับที่เวียดนามไว้แล้ว และงานแต่ละตัวของเทียนไม่ใช่กระจอก บอกเลยว่าโคตรแพงและแบรนด์ใหญ่
...
ส่วนกัมพูชาเราก็ไปสร้างอาณาจักรให้คนกรี๊ดเพราะที่นั่นคือแหล่งกาสิโน ทำไมผมต้องทำ ทำแล้วได้อะไร ผมทำแล้วเหนื่อยไหม แต่ถามว่าทำไมต้องไปเพราะวางแผนทำทุกอย่างให้น้อง แต่ไม่รู้ว่าอยู่ดีๆ คนใกล้ชิดน้องโผล่ออกมาจากไหน กลายเป็นเจ้าชีวิตไปทั้งหมด"
เชื่อว่า บอสณวัฒน์ ก็คงหวังดีกับ อิงฟ้า เพราะถือเป็นช่วงเวลากอบโกยรายได้ในช่วงเวลาที่เธอยังอยู่ในตำแหน่ง พร้อมกับทิ้งท้ายเอาไว้ว่า "หวังว่าการกลับมาคุยครั้งนี้ บ่ายโมงตรง ในวันพรุ่งนี้ (22 กันยายน 2565) อิงฟ้า จะต้องเห็นทางสว่างเหมือนเดิม.