นับเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของวงการภาพยนตร์ไทย เมื่อ ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล หรือ หม่อมน้อย ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง ที่มีผลงานกำกับภาพยนตร์ดังๆ หลายเรื่อง อาทิ ชั่วฟ้าดินสลาย, อุโมงค์ผาเมือง, จันดารา, แผลเก่า ฯลฯ เสียชีวิตอย่างสงบในวัย 69 ปี เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2565 ที่ผ่านมา
สำหรับบรรยากาศพิธีรดน้ำศพในวันนี้ (17 กันยายน 2565) ทางครอบครัวได้จัดพิธีเคลื่อนศพ หม่อมน้อย มายัง ศาลากลางน้ำ วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร เพื่อทำพิธีรดน้ำศพในเวลา 15.00 น. และสวดอภิธรรมคืนแรกในเวลา 18.00 น. โดยมีลูกศิษย์ในวงการบันเทิงมาร่วมไว้อาลัยแน่นศาลา
ทางด้านตัวแทนลูกศิษย์ ก้อง ปิยะ, แดง ธัญญา, อ๊อฟ พงษ์พัฒน์, นก สินจัย, ชุ ชุดาภา ได้เปิดใจต่อการสูญเสียบรมครูอย่าง หม่อมน้อย ในวาระสุดท้ายเอาไว้ว่า จะจดจำทุกคำสอนของท่าน และซื่อสัตย์ต่อตนเองและงานในวงการตลอดไป
กราบลายังไงกันบ้าง?
อ๊อฟ : ตอนที่อาจารย์ไม่สบาย เราไปเยี่ยมกันบ่อย ในใจพวกเราทุกคนกราบลาท่านตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว เพราะอาการท่านนับวันก็เริ่มถดถอยลงตามสัจธรรม เราก็ต้องยอมรับ
...
มีสั่งเสียอะไรเป็นพิเศษไหม?
อ๊อฟ : ท่านสั่งตลอดตั้งแต่เจอท่านมา ท่านสั่งตลอดสอนตลอด สอนให้พวกเราทำในสิ่งที่ดีๆ ในวงการบันเทิงอย่ามักง่าย นี่คือสิ่งที่อาจารย์รักและห่วงใยพวกเรามาตลอด
อยู่จนวินาทีที่ท่านสูญเสีย?
อ๊อฟ : อยู่หลายคนครับ สุดท้ายตามความเชื่อของพระพุทธศาสนาก็คือในวาระสุดท้ายที่จิตจะออกจากร่างเป็นเวลาที่สำคัญที่สุด และพวกเราทุกคนก็ช่วยกันสวดส่งอาจารย์เท่านั้นเอง ก็ได้ทำหน้าที่ให้ดีที่สุดแล้ว และคิดว่ามันจะสว่างไสวและใสสะอาดอย่างสวยงาม
จิตวิญญาณของความเป็นครูจนวินาทีสุดท้าย?
นก สินจัย : ก็จะเป็นครูไปตลอดชีวิตของทุกคนที่ได้เรียน
อ๊อฟ : วันนี้ท่านไปแล้ว คำสอนของท่านก็ยังอยู่ และจะปฏิบัติกันตลอด อย่ามักง่าย วันไหนที่คุณมักง่าย ถึงแม้ว่าอาจารย์จะจากเราไปเป็น 10 ปี 20 ปี พวกเราทุกคนก็จะไม่มักง่ายตามคำสอนของอาจารย์ คืออยากให้ทำดีทำให้ดีที่สุด
ชุ ชุดาภา : นอกจากคำสอนและท่านก็เป็นตัวอย่างของการทำงาน หม่อมเป็นคนทุ่มเทการทำงาน และมีพลังในการทำงานอย่างสูงมากๆ ซึ่งตรงนี้การกระทำของหม่อมถือว่าเป็นคำสอนด้วย นอกจากคำพูดที่มันพยายามสอนทุกอย่าง
ครั้งแรกที่ได้ร่วมงานกับท่าน?
นก สินจัย : ตอนนั้นก็ไม่ได้มีความกังวลอะไร มันเหมือนเราก็ใหม่ และหม่อมเองก็ทำหนังเรื่องแรก ต่างคนต่างเด็กตอนนั้น เราก็สนุกที่จะทำอะไรร่วมกัน สนุกที่จะเจออะไรสนุกที่จะเผชิญกับปัญหา นั่นคือประสบการณ์ที่ดีมากจนถึงวันนี้ อย่างที่ทุกคนได้พูดว่าหม่อมได้ทิ้งทุกอย่างไว้ให้กับวงการ ทิ้งคำสอนทุกอย่างไว้ เรามีหน้าที่แค่ทำต่อ นี่คือความซื่อสัตย์ของเราที่จะตอบแทนท่านว่าควรจะทำยังไงต่อไป คุณจะรักษาสิ่งดีๆ ที่หม่อมสอนไว้ยังไงต่อไป เพราะฉะนั้นหม่อมเห็นเราอยู่แล้วว่าพวกเราจะเป็นยังไงต่อไป
คำสอนไหนของท่านที่ซึ้งกินใจ?
นก สินจัย : คำแรกๆ เลยก็คือศรัทธา ศรัทธาในการทำงาน ซื่อสัตย์ แล้วก็เคารพในสิ่งที่เราทำ เคารพอาชีพ นั่นคือสิ่งที่หม่อมพูดตั้งแต่แรกไว้เลยว่าคุณมีศรัทธาหรือเปล่า ถ้ามีฉันจะสอน ถ้ามี คุณก็เป็นนักแสดงที่ดีได้
ก้อง ปิยะ : เราก็มีโอกาสได้เล่นภาพยนตร์กับหม่อม เราก็คิดถึงทุกครั้งสำหรับการที่ได้ร่วมงานกับหม่อมในศรีอยุธยา ซึ่งก็เป็นบทเรียนสำคัญในชีวิต ครูก็แนะนำสิ่งที่ดีที่สุดทุกอย่างให้กับเรา เราก็ได้ทำในสิ่งที่ครูจะได้มีความสุขมากที่สุดในชีวิตเหมือนกัน ก็ถือว่าครั้งนี้เป็นการสูญเสียครั้งสำคัญของพวกเรา และที่หม่อมห่วงสุดท้ายก็คือห่วงเรื่องล่าสุดที่ทำคือมายาพิศวง หม่อมก็ฝากในเรื่องของงานล่าสุด ซึ่งท่านก็อยู่จนวินาทีสุดท้าย พี่อ๊อฟเองก็ยังได้ไปบอกหม่อมว่าหนังเข้าแล้วนะ หม่อมก็ดูมีความสุขและดูดีใจ
ถือว่าหม่อมได้หมดห่วงทุกอย่าง?
แดง ธัญญา : ดูเหมือนแกรอวันนี้ที่แกได้ปลดล็อก ซึ่งแกก็รู้สึกดี และอยากจะโต้ตอบมาก แต่ว่าตอนนั้นเหมือนโต้ตอบไม่ได้แล้ว ก็เลยรู้สึกว่าแกสบายใจ และพวกเราก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามันจบได้สวย มันดีแล้วนะ ซึ่งก่อนหน้านั้นแกก็พยายามที่จะอยู่ให้รับรู้ว่ามันสิ้นสุดแล้วนะ เพราะเป็นวันที่หนังฉายวันแรก เหมือนแกไปอย่างสบายใจจริงๆ
...
อ๊อฟ : ตอน 4 ทุ่ม 20 ของวันที่ 15 กันยายน ท่านก็หมดห่วงทุกอย่างแล้ว
เป็นต้นแบบในการทำงานให้กับเรายังไงบ้าง?
อ๊อฟ : หลายอย่างครับ ในเรื่องของการตั้งใจทำงาน และวิธีคอนแท็กของแต่ละคนที่เราจะคอนแท็กนักแสดงแต่ละคน หม่อมน้อยเป็นตัวอย่างของการสอนไปด่าไป เพราะว่าพวกเราทุกคนโดนด่าหมด เวลาที่อาจารย์สอนแต่ละคำด่ามันจะเป็นคำสอนที่เข้าไปถึงหัว คนบางคนธรรมดาไม่รู้เรื่อง เพราะฉะนั้นอาจารย์สอนให้เราเรียนรู้ว่าคนแต่ละคนไม่เหมือนกัน วิธีการสอนของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน
แดง ธัญญา : ท่านจะบอกให้เราไปหาตลอด และให้วิชาบอกเราว่ามันควรจะต้องอยู่ยังไง และสภาวะของวงการภาพยนตร์ตอนนี้มันต้องเป็นยังไง อย่างตอนที่แกเจ็บ แกยังพูดอยู่เลยว่าต้องปรับตัวนะแดง ต้องทำงานให้คิดเยอะขึ้น แกก็ยังห่วงอยู่ ซึ่งหน้าที่ของเราในฐานะศิษย์ที่ได้รับความรู้มากมายจากท่าน ก็มีหน้าที่จะต้องส่งต่อภารกิจที่ยิ่งใหญ่มาก และส่งต่อให้กับนักแสดงรุ่นใหม่ เพราะเป็นคำสอนที่อมตะ เป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถจะรับได้ และเป็นนักแสดงที่มีคุณภาพต่อไปได้.
...