• บี น้ำทิพย์ จากนางแบบ สู่การเป็นนักร้อง ก่อนผันตัวเป็นนักแสดงมากฝีมือ 
  • ไม่ทำงานเหมือนร้อนเงิน ขอเลือกบทบาทที่อยากเล่น
  • เพราะความนิ่งๆ พูดน้อย ทำให้ดูเป็นคนวีนเหวี่ยง 

ถ้าให้พูดถึงนักแสดงฝีมือการแสดงคุณภาพแบบคับแก้ว เจ้าบทบาท ตีบทแตกกระจุย ต้องมีชื่อของเธอคนนี้ บี น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์ ที่ทุกคนจะต้องร้องว้าวเมื่อรู้ว่าเธอคนนี้โลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงมา 25 ปีแล้วแต่ยังคงยืนหนึ่งเป็นตัวแม่อยู่ในวงการบันเทิงได้อย่างสง่างาม 

ในวันนี้เราได้มีโอกาสสัมภาษณ์ บี น้ำทิพย์ นักแสดงมากฝีมือคนนี้อีกครั้ง ซึ่งตอนนี้เจ้าตัวกำลังมีผลงานละครเรื่อง รักสุดท้ายยัยจอมเหวี่ยง ที่กำลังออกอากาศอยู่ในตอนนี้ กับบทบาทของสาวจอมวีนเหวี่ยงที่จะได้พบรักต่างวัยกับเด็กหนุ่มรูปหล่อ 

ตัวแม่ของวงการบันเทิง

และนอกจากจะพูดคุยเรื่องผลงานของสาวบีแล้ว เรายังจะพูดคุยถึงความเป็นตัวแม่ของผู้หญิงคนนี้ ทั้งด้านการแสดงและความสวยแซ่บของเธอ ที่แม้จะผ่านมานานแค่ไหน แต่วันเวลาไม่สามารถทำอะไรเธอได้เลย

...

ซึ่งเราเริ่มบทสนทนากันด้วยคำถามที่ทำเอา บี น้ำทิพย์ ถึงกับต้องนั่งนึกและนับตัวเลขในใจก่อนจะตอบคำถามนี้ที่ถามว่า อยู่ในวงการมากี่ปีแล้วของเราด้วยรอยยิ้ม

"บีเข้าวงการบันเทิงมาตั้งแต่อายุ 14 ปีค่ะ ตอนนี้บีก็อายุ 39 ปีแล้วอะ (หัวเราะ) แต่บีก็ไม่เบื่อที่จะทำงานนะ ถ้ามีงานที่ชอบหรือถูกใจก็ทำค่ะ เพราะทุกวันนี้บีก็ทำอย่างนี้อยู่ ไม่ใช่ว่ามีงานอะไรเข้ามาก็รับหมด บีจะทำอะไรที่อยากจะทำ ทำอะไรก็ได้ที่รู้สึกสบายใจก็จะทำ 

ยังไม่เคยรู้สึกเบื่อหรืออิ่มกับวงการบันเทิงนะคะ เพราะถ้ามีอะไรที่รู้สึกไม่อยากทำ บีก็ไม่ทำ และจะมีบางช่วงที่ดูเหมือนบีเงียบๆ หายๆ ไป แต่ก็มีงานเข้ามาเรื่อยๆ แต่บีรู้สึกยังไม่พร้อมก็เลยไม่ทำดีกว่า 

แม้สมัยเด็กๆ จะรับหมด ทำงานเหมือนร้อนเงิน (หัวเราะ) ใครให้ทำอะไรก็ทำหมด แต่พอถึงจุดหนึ่งเราเหมือนโตแล้ว ก็เลยดูก่อนเวลาที่มีงานเข้ามาว่าทำได้ และเหมาะสมกับเราก็ค่อยทำค่ะ" 

เราถาม บี น้ำทิพย์ ต่อทันทีว่า แล้วใช้เกณฑ์อะไรในการเลือกรับงานการแสดง เพราะบีก็เล่นมาเกือบจะครบทุกบทบาทแล้ว ซึ่งเจ้าตัวเล่าให้ฟังต่อว่า 

"บีมีเกณฑ์ในการเลือกรับเล่นละครจากการดูบทค่ะ ว่าน่าเล่นแค่ไหน หรือบางทีผู้ใหญ่เห็นว่าเรื่องนี้เหมาะกับบี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องอ่านบทค่ะว่ามันเหมาะกับเรารึเปล่า

และเราก็ต้องทำการบ้านเพิ่มเติมว่าจะต้องเล่นอย่างไรให้มันดูแตกต่างจากที่เคยเล่นๆ มา ต้องทำการบ้านขึ้น อ่านแค่บทไม่พอ เราต้องนำเสนอด้วยว่าจะเล่นแบบไหนดี 

เอาจริงๆ บีเล่นได้หมดทุกบทแหละค่ะ เป็นบทอะไรก็ได้ที่มีความสำคัญในเรื่อง และมีอะไรให้เล่น มาแล้วมีอะไร จะเป็นบทร้ายหรือดีก็ได้เพราะบีเล่นได้หมดอยู่แล้ว แต่อยากเล่นกับนักแสดงเก่งๆ อีกหลายคนที่บียังไม่ได้เล่นด้วยเลย 

สำหรับบีถ้ายิ่งอยู่นาน ก็จะยิ่งเลือกมากขึ้นว่าอยากเล่นแนวไหน ถ้าอ่านบทแล้วรู้สึกไม่อิน ไม่เข้าใจว่ายังไง จะเล่นยังไง เล่นไปแล้วก็จะไม่ชอบผลงานตัวเอง ถ้าเราอ่านแล้วอินและรู้สึกว่าน่าเล่นมาก มันจะเป็นอีกฟีลหนึ่งมากกว่า 

และเอาจริงๆ บีไม่เคยคิดหรอกว่าวันหนึ่งตัวเองจะมาอยู่ในจุดที่เป็นนักแสดงที่หลายๆ คนเรียกว่าตัวแม่ของวงการเลย บีแค่ทำงานที่ได้รับมาอย่างเต็มที่มากกว่า ส่วนคนจะมองว่าเป็นนักแสดงรุ่นไหน แล้วแต่คนจะมองแต่เราแค่ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดก็พอ"

ไม่ได้หวังให้ใครมาชื่นชอบ

เพราะอยู่ในวงการมานานถึง 25 ปี ก็ต้องผ่านมาตั้งแต่สมัยที่โด่งดังมากๆ และก็มีบางช่วงที่บียอมรับว่าตัวเองเงียบๆ ไป เราถามบีตรงๆ ว่า รู้สึกอย่างไรที่วันหนึ่งเคยมีชื่อเสียง ทำงานทุกวัน แต่วันหนึ่งเงียบหายไป ซึ่งเราได้ตำตอบจากปากของ บี น้ำทิพย์ ว่า 

"การทำงานในวงการบันเทิงมันมีขึ้นมีลงอยู่แล้ว วันนี้ดัง วันหน้าคนอาจจะจำไม่ได้เลย คนไม่สนใจแล้วก็มี ซึ่งบีมองว่าเป็นเรื่องวัฏจักรของวงการบันเทิงมากๆ เลย และก็ไม่ได้คาดหวังให้คนมาชื่นชอบเราตลอดเวลา

...

เพราะบีเป็นคนง่ายๆ และมองว่านักแสดงเป็นแค่อาชีพหนึ่งเท่านั้นเอง เป็นอาชีพที่บีชอบ ไม่ได้ต้องการให้ใครมากรี๊ดกร๊าด บีเป็นคนแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว เป็นคนชิลๆ วันแรกเป็นยังไงวันนี้ก็เป็นอย่างนั้นค่ะ

บีไม่ได้ซีเรียสว่าใครจะมากรี๊ดบีนะ แต่ละงานที่ออกมาเกิดจากสิ่งที่บีชอบ อย่างตอนที่เป็นเมนเทอร์บีก็ไม่รู้ว่าจะมีคนชอบบีในแบบนั้น บีไม่ได้คาดหวัง แค่ทำตามหน้าที่ของตัวเองเท่านั้น

และบีก็เป็นคนที่ไม่ได้เอาใจแฟนคลับ ใครจะชอบก็ชอบ ไม่ชอบก็ไม่เป็นไร ไม่ใช่ว่าบีไม่แคร์ใครนะคะ แต่อยากให้เขารักในแบบที่บีเป็นแบบนี้ (ยิ้ม)"

ตัวตนที่แท้จริงของ บี น้ำทิพย์ 

พอฟังคำตอบของสาวบีแล้ว หลายคนอาจจะสงสัย เพราะภาพของ บี น้ำทิพย์ ที่หลายคนคิดและมองว่า เธอเป็นผู้หญิงดุๆ วีน เหวี่ยง อย่างแน่นอน แต่ตัวตนที่แท้จริงของบีเป็นอย่างไร เจ้าตัวหัวเราะก่อนจะบอกเราว่า 

"บีเป็นคนไม่ดุเลย ไม่ขี้เหวี่ยง แต่เป็นคนนิ่งจริงๆ เพราะบีขี้เกียจพูดเยอะค่ะ (หัวเราะ) เป็นคนชิลๆ แต่พอมาอยู่ในวงการบันเทิง บีก็ไม่ได้ปรับตัวเยอะนะ แต่ก็ดูตามชิ้นงาน

...

ถ้าไปรายการที่เขาอยากให้แอ็กทีฟเยอะๆ บีก็จะทำ แต่บีแทบจะไม่ไปเกมโชว์ หรือทอล์กโชว์ถ้าไม่เป็นการโปรโมตงาน เพราะบีใช้ชีวิตสันโดษมากๆ งานอีเวนต์ก็ออกน้อยมากจริงๆ

แต่ถ้าเป็นการเล่นละคร ก็เต็มที่ เพราะรับมาแล้วก็ทำให้ดีที่สุด นัดกี่โมงก็ไป เลิกกี่โมงก็ไม่บ่นเพราะต้องทำงานให้เสร็จ (ยิ้ม)

คือบีเป็นคนสบายๆ ค่อนข้างสบายมากเลยดีกว่า (ยิ้ม) อยู่ง่ายๆ ออกจากบ้านบางทีไม่แต่งหน้าเลย หัวฟูๆ ยุ่งๆ ตัวจริงผมฟู สระผมไม่หวี รวบๆ ผม ใส่เสื้อตัวใหญ่ๆ กางเกงตัวใหญ่ๆ ออกมาข้างนอกเลย

เพื่อนๆ จะชอบว่าบีเป็นดารายังไงไม่แต่งหน้า แต่งตัวสวยๆ ออกจากบ้านบ้าง บางทีเวลาไปเดินคนอาจจะจำบีไม่ได้เลยด้วยซ้ำ เพราะเราแต่งตัวง่ายจริงๆ (หัวเราะ)"

ก้าวแรกในวงการบันเทิง

เราถามย้อนวันวานของสาวบี ว่าก่อนจะมาเป็นนักร้อง นักแสดง บี น้ำทิพย์ เคยเป็นนางแบบที่มีชื่อเสียงมาก่อน ซึ่งบีก็เล่าถึงจุดเริ่มต้นและช่วงเวลาที่ได้เดินแบบให้เราฟังด้วยรอยยิ้มที่มีความสุขให้ฟังว่า 

"ตอนที่บีได้เป็นนางแบบเพราะมีสไตลิสต์ชื่อดังเจอบีที่ห้างบางลำพู แล้วติดต่อบีไปแคสติ้งถ่ายแบบ บีเลยได้ถ่ายแบบเป็นงานแรก หลังจากนั้นก็ได้งานมาเรื่อยๆ ค่ะ 

...

ตอนที่เป็นนางแบบบีสนุกมาก บีได้เจอคนเยอะ เจอคนหลากหลาย และการเดินแบบมันเหมือนการแข่งขันที่สนุก พวกเราจะมีฟิลลิ่งในการเดิน 

สมัยนี้เราจะเป็นนางแบบเดินกันแบบนิ่งๆ ใช่มั้ย แต่สมัยบีมันจะมีแอ็กติ้งเข้ามาด้วย เดินแบบเซ็กซี่ จิกกัน ชี้หน้ากัน ด่ากัน (หัวเราะ)

เวลาที่เดินแบบข้างหลังจะมีมอนิเตอร์ เราก็จะไปดูว่าคนนี้เขาเดินแบบนี้ ไม่ได้ ไม่ยอม จะต้องเดินแบบนี้ ก็คิดๆ ภาพไว้ว่าจะเดินออกไปยังไง เราจะคิดกันตลอดเวลา ก็จะทำให้เวลาเดินมันสนุก เดินเสร็จก็จะฟินมาก เอนเนอร์จี้มันล้นมากจริงๆ (ยิ้ม) 

และช่วงที่บีเป็นนางแบบมันรุ่งเรืองสุดๆ ของประเทศไทยนะ ของที่อื่นเขาก็ยังรุ่งเรืองอยู่ (หัวเราะ) สมัยนั้นวิ่งงานเยอะมาก ถ้าเป็นงาน แอลแฟชั่นวีก บีเดินทุกโชว์เลยค่ะ

ตั้งแต่โชว์แรกจนโชว์สุดท้าย ยังไม่รวมงานอีเวนต์นะ บางวันก็ 3-4 จ๊อบ ทำงานทุกวัน เป็นยุครุ่งเรืองของอีเวนต์และแฟชั่นโชว์เลยค่ะ นางแบบมาแรงมาก ก็คิดถึงบรรยากาศเก่าๆ และดีใจที่ตัวเองเคยผ่านงานนั้นมา มันทำให้เราเป็น บี น้ำทิพย์ อย่างในทุกวันนี้ค่ะ (ยิ้ม)"

ชิมลางนักร้อง 

หลังจากได้เป็นนางแบบ เพราะดูมีแววในการร้องเพลง บี น้ำทิพย์ จึงถูกชักชวนให้มาเป็นนักร้อง และมีอัลบั้มเป็นของตัวเองถึง 3 อัลบั้ม แถมยังมีเพลงฮิตที่ยังถูกขอให้เปิดจนถึงปัจจุบัน เราจึงถามสาวบีว่าทุกวันนี้ยังมีคนจำได้และอยากฟังบีร้องเพลงอีกครั้งหรือเปล่า ซึ่งเจ้าตัวก็เล่าให้เราฟังว่า

"เชื่อมั้ย ทุกวันนี้ก็ยังมีคนอยากให้บีร้องเพลงให้ฟังนะ มีคนมาจ้างงานให้บีไปร้องเพลงให้ฟังในงานสัมมนา แต่เขาให้บีร้องเยอะเกิน ร้องเป็นชั่วโมง

บีก็จะแบบเอาไงดี เพราะไม่ได้ร้องนานแล้ว ได้เงินเยอะด้วยนะ แต่ก็ต้องตัดใจเพราะไม่รู้จะร้องเพลงอะไรให้เขาฟัง (หัวเราะ) เพราะบีห่างหายไปนานแล้ว ร้อง 1 ชั่วโมง อย่างต่ำก็ 7-8 เพลง

ซึ่งบีไม่ได้เก่งขนาดนั้น หยุดก่อนดีกว่า แม้จะเงินดีแต่ถ้าเราทำได้ไม่ดีก็หยุดก่อนดีกว่า (ยิ้ม) บีไม่เก่งด้วย ไม่ใช่สายเอนเตอร์เทนคนด้วย เลยขอผ่านไปก่อนดีกว่า แต่บีดีใจนะคะที่คนนึกถึง อยากให้บีไปร้องเพลงให้ฟัง

และถ้าถามว่า บีชอบอะไรมากที่สุด ก็คงเป็นนักแสดงค่ะ ยังอยากเล่นละครกับคนที่เก่งๆ อยู่ เพราะคิดว่าถ้าเราเล่นกับคนที่เก่งๆ มันก็จะทำให้เราพัฒนาตัวเองด้วย เราก็จะได้เรียนรู้ต่อไปเรื่อยๆ (ยิ้ม)"

ไม่ใช่คนหิวกระแส 

เพราะอยู่มานาน ชื่อเสียงและฝีมือของ บี น้ำทิพย์ จึงถูกจัดให้เป็นตัวแม่ของวงการบันเทิงอีกคน งานนี้เราเลยถามนักแสดงสาวตรงๆ ว่ามีเคล็ดลับอะไรที่ทำให้ยืนอยู่ตรงนี้ได้ งานนี้เจ้าตัวหัวเราะก่อนบอกเคล็ดลับนี้ให้ฟังว่า

"บีก็ไม่ได้ทำอะไรให้มันพิเศษนะคะ ก็ทำตัวปกติค่ะ ใช้ชีวิตปกติ สบายใจตรงไหนก็อยู่ตรงนั้น ไม่ได้พยายามที่จะต้องเป็นกระแสตลอดเวลา เวลาทำงานก็ต้องจริงจัง ทำหน้าที่ของเราตรงนั้นให้ดี

เรื่องงานก็คือเรื่องงาน เรื่องส่วนตัวคือเรื่องส่วนตัว พอเราทำงานเต็มที่ ตั้งใจทำงาน ก็จะมีคนเรียกใช้งานเราเรื่อยๆ ค่ะ (ยิ้ม)

ส่วนใหญ่เวลาทำงาน เขาให้ทำอะไรบีก็ทำเต็มที่ ไม่เป็นคนเรื่องเยอะ ถ้าเกิดมีข่าวว่าเป็นคนเรื่องเยอะ ไม่ใช่บีแน่นอน เพราะบีเป็นคนที่แต่งหน้ากับใครก็ได้ ทำผมกับใครก็ได้ แต่งหน้ารวมก็ได้ ไม่ได้ซีเรียส 

แต่พออยู่มาจนทำให้หลายๆ คนเกร็งเราโดยที่เราไม่ได้ทำอะไร (หัวเราะ) แต่บีก็ทำตัวเฉยๆ ก็ไม่เคยคิดจะทำตัวแบบ ฉันคือ บี น้ำทิพย์ นะ ทุกคนต้องสนใจฉัน อันนั้นไม่ใช่นะคะ ก็ทำตัวปกติ สวัสดีทักทายทุกคนพร้อมแนะนำตัว พี่บี น้ำทิพย์ นะคะ (หัวเราะ) เป็นฟีลนี้มากกว่า"

ยืนหนึ่งเรื่องความแซ่บ

และถ้าพูดถึงเรื่องความสวยแซ่บ เธอคนนี้ก็ไม่เป็นสองรองใครอีกเช่นกัน ถ้าได้ติดตามสาวบีทุกคนจะได้เห็นความแซ่บซี้ดของเธอคนนี้อยู่บ่อยๆ หุ่นเป๊ะเว่อร์ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า ซึ่งบีหัวเราะและตอบแบบถ่อมตัวว่าตัวเองไม่ได้แซ่บยืนหนึ่งขนาดนั้นพร้อมกับบอกถึงขั้นตอนการดูแลตัวเองของเธอเผื่อใครจะเอาไปทำตามว่า

"ไม่ได้แซ่บนะคะ (ยิ้ม) ช่วงนี้ถ้าเห็นใส่ชุดว่ายน้ำคือไปทะเลค่ะ บีชอบเที่ยวทะเลมาก เพราะบีชอบดำน้ำ เข้าสายดำน้ำแล้วออกไม่ได้ พอไปทะเลก็จะไปดำน้ำ เลยเห็นใส่ชุดบิกินีบ่อยๆ 

ในส่วนการดูแลตัวเอง บีก็จะมีช่วงอ้วนๆ ผอมๆ ก็จะควบคุมอาหารมากกว่า ออกกำลังกายบ้าง วิ่งบ้างไม่หักโหม พอเราโตก็ลดน้ำหนักยากนะ ไม่เหมือนตอนเด็กๆ อดข้าววันหนึ่งก็ผอมแล้ว ตอนนี้ก็เลยควบคุมอาหาร ไม่ทานดึก และต้องมีวินัย

คนส่วนใหญ่จะออกแต่กำลังกาย แต่เรื่องอาหารคือส่วนสำคัญค่ะ เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ บีจะทานเที่ยง จนถึง 2 ทุ่ม ทานแป้งแต่ทานน้อย ทานโปรตีนปกติ แต่ต้องใช้เวลาหน่อยนะคะ 

ถึงจะไม่ได้ทำงานในวงการก็ต้องดูแลตัวเอง เพราะบีรู้สึกว่าอยากดูดีตลอด ต่อให้ไม่ได้ทำงานในวงการบันเทิงแล้ว ไม่ว่าจะทำอาชีพอะไรก็อยากทำให้ตัวเองดูดี"

ผลงานละครเรื่องล่าสุด 

และตอนนี้ นางเอกตัวแม่ของวงการ บี น้ำทิพย์ กำลังมีผลงานละครเรื่อง รักสุดท้ายยัยจอมเหวี่ยง ประกบคู่กับ เน๋ง ศรัณย์ เรื่องราวของสาวใหญ่จอมวีนเหวี่ยงที่จะมารักกับหนุ่มรุ่นน้อง ซึ่งบีออกตัวเลยว่าเป็นการเล่นบทแบบนี้ของเธอเป็นครั้งแรก ซึ่งทำให้เจ้าตัวถึงกับไมเกรนขึ้นตอนที่ถ่ายทำ ซึ่งสาวบีเล่าให้เราฟังว่า 

"สำหรับละครเรื่องนี้ บีรับบทวีนเหวี่ยงมาก ตอนแรกที่อ่านบทก็คิดว่ามันคงไม่ยากหรอก แต่พอเล่นจริงๆ คาแรกเตอร์ที่พี่ปุ๊ย ผู้กำกับ เวลาปรี๊ด เหวี่ยงไม่ได้เหวี่ยงปกติ เป็นผู้หญิงที่อกหักเรื่องความรักมา พออกหักก็เลยมาโฟกัสที่เรื่องงาน เป็นหัวหน้าที่เวลาลูกน้องทำอะไรผิดพลาดเรื่องงานก็จะด่าลั่นห้อง 

ตอนที่เล่นก็คิดว่าคงจะเหวี่ยงประมาณนี้ แต่พี่ปุ๊ยบอกว่าขอมากๆ กว่านี้ เคยเห็น พี่บอย ถกลเกียรติ เหวี่ยงมั้ย หรือพี่ปุ๊ยเหวี่ยง บีก็อ๋อ โอเคเข้าใจเอาแบบนี้นะ (ยิ้ม) เล่นแล้วเหนื่อยมากค่ะ ไม่ได้หลายเทคนะ แต่เพราะมันต้องวีนเหวี่ยง บีต้องหาที่หลับ เพราะไมเกรนขึ้น ปวดหัว เพราะใช้พลังเยอะ 

เป็นละครที่บีต้องใช้เอนเนอร์จี้เยอะ ต้องมีสมาธิอยู่กับบทและนักแสดงที่เล่นด้วยกัน เพราะแต่ละคนก็จะมีของของเขา แต่ละคนมืออาชีพค่ะ เก่งกันทุกคน มีเล่นนอกบทบ้างก็มี บีเลยต้องพยายามมีสมาธิเพื่อไม่ให้ตัวเองหลุดค่ะ (ยิ้ม) 

ถามว่าทำไมบียอมรับเล่นเรื่องนี้ หลังจากที่อ่านบทแล้วบีคิดว่ามันตรงคาแรกเตอร์ ในเรื่องบีเป็นสาวทำงาน สาวใหญ่แล้วได้เจอเด็กหนุ่มเอ๊าะๆ ที่มาชอบ

ถามว่าเหมือนเรื่องก่อนๆ ที่เคยเล่นมั้ย แล้วคนจะติดภาพหรือเปล่า บีไม่กลัวนะ ด้วยบทมันแตกต่างกัน เรื่องก่อนที่มีเด็กมาชอบ มันเป็นแนวดราม่า แต่เรื่องนี้เป็นโรแมนติกคอเมดี้ 

กับหมอเน๋ง น้องเป็นคนตั้งใจ เราไม่เคยร่วมงานกันมาก่อนเลย เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่ได้เล่นด้วยกัน ตอนเจอกันแรกๆ น้องเกร็งๆ บีอยู่ แต่เราได้ไปเวิร์กช็อปกันก่อน ก็เลยเกิดความคุ้นเคย บีก็พยายามเข้าหาเขาก่อน พยายามชวนคุย มีอะไรก็แนะนำน้อง 

ยอมรับว่าเขาเกร็งบีมาก เขาพูดว่าถ้าไม่เจอพี่บีก็คงไม่เกร็งเท่านี้ เวลาเล่นก็จะผิดไม่ได้ กลัวบีจะเสียเวลา ถ้าซีนไหนถ่ายหลายเทคหน่อย เขาก็จะมายกมือไหว้ขอโทษบี (หัวเราะ) น่ารักดีค่ะ 

ถามว่าเวลามีคนมาเกร็งบี แล้วบีเกร็งบ้างมั้ย ด้วยความที่เราเคยเป็นเด็กมาก่อน เคยเล่นกับรุ่นพี่มาก่อน ก็จะรู้ว่าเขาเป็นอย่างไร บีก็ไม่อยากให้เขาเครียด เกร็ง หรือกดดัน ก็จะพยายามคุยเล่นเพื่อให้เขาไม่เครียด หรือกดดันเวลาที่ต้องเข้าฉากกับบี 

แล้วในเรื่องนี้มีฉากเลิฟซีน ฉากกุ๊กกิ๊กเยอะเหมือนกัน ตอนที่อ่านบทไม่คิดว่าจะเยอะขนาดนี้ มีฉากจูบกันด้วยแต่อยากให้รอดูเอาเองนะคะ ฉากเลิฟซีนในเรื่องเรายังไม่รักกันเลยค่ะ (หัวเราะ) เวลาเข้าฉากหมอเน๋งก็จะขอโทษบีตลอด ไหว้ตลอด 

และเรื่องนี้บีจูบจริงด้วย ซึ่งปกติจะไม่ค่อยเล่นจริง ตอนแรกก็คิดว่าไม่ถึงขั้นต้องจูบจริงหรอก แต่พอมาดูบท ถ้าไม่เห็นภาพตรงนั้นชัดๆ มันจะไม่อิน

ถ้าใช้มุมกล้องหลอกเอามันจะดูไม่ใช่ทันทีสำหรับเรื่องนี้นะคะ แต่เป็นแค่จูบแบบโดนปากเฉยๆ ค่ะ แต่ก็ถ่ายหลายเทคค่ะ เพราะจังหวะไม่ได้ มุมกล้องไม่ได้ แต่เรา 2 คนตั้งใจทำเต็มที่นะคะ (หัวเราะ)

ยังไงก็ฝากละครเรื่องนี้ด้วยนะคะ เรื่องนี้เป็นละครผ่อนคลาย และเป็นเรื่องราวดูใกล้ตัวคนทั่วไป เป็นเรื่องราวในออฟฟิศ ความรักของหลายๆ คน การเม้าท์มอยกันสนุกสนานมากๆ ดูแล้วก็จะได้ยิ้ม หัวเราะ ไปกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น คนจะรักบีหรือจะเกลียดบีอันนี้ไม่รู้ (หัวเราะ) แต่คนน่าจะรักเน๋ง ยังไงก็ฝากด้วยนะคะ"

ผู้เขียน : จันทร์เจ้าขา

กราฟิก : Jutaphun Sooksamphun