หลังจากที่นักแสดงสาวหน้าใส แพรวา ณิชาภัทร ฉัตรชัยพลรัตน์ เปิดใจผ่านรายการ “Club Friday Show” ทางช่องอมรินทร์ทีวี ถึงสาเหตุที่เลิกรากับนักแสดงหนุ่มรุ่นพี่ หน่อง ธนา ฉัตรบริรักษ์ ว่าเป็นเพราะไลฟ์สไตล์ไม่ตรงกัน ฝ่ายชายยอมรับอดีตของแพรวาไม่ได้ ทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจ พยายามปรับตัวเข้าหากันจนรู้สึกเหมือนข้างในแตกสลาย เหนื่อยและไม่เป็นตัวเอง
อีกทั้งแพรวาก็เป็นโรคซึมเศร้า รู้สึกว่าหากฝืนกว่านี้ก็อาจคิดสั้นทำร้ายตัวเอง พร้อมทั้งบอกว่าหน่องเป็นคนขี้หึง ห้ามแต่งตัวเซ็กซี่ ไม่ชอบให้มีเพื่อนผู้ชาย ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในตัวหน่องอย่างมาก ล่าสุด หน่อง ธนา ให้สัมภาษณ์กับรายการ “ไนน์เอ็นเตอร์เทน” ทางช่อง MCOT HD ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น
ถามเรื่องที่เขาพูดในรายการคลับฟรายเดย์ เขาได้บอกเราก่อนมั้ย?
“ไม่ได้บอกครับ ก็เห็นพร้อมทุกคนนี่แหละครับ”
ตกใจไหมที่เขาเอาเรื่องส่วนตัวมาพูด?
“จริงๆ ก็เป็นสิทธิ์ของเขาที่เขาจะออกมาพูดแหละครับ เห็นแล้วก็รู้สึกว่าดูแล้วมันก็เป็นสารที่ออกมาจากทางฝั่งนั้นฝั่งเดียวครับผม ความจริงมันมีเหตุผลมากกว่านั้น มีเรื่องราวมากกว่านั้นอีกเยอะเลยครับ”
...
อยากชี้แจงอะไรบ้าง เพราะเราก็ถูกถล่มเยอะเหมือนกัน?
“เอ่อ...ผมขอไม่พูดตรงนี้ดีกว่า จริงๆ เรื่องมันก็จบไปแล้วครับ”
เครียดมั้ย?
“ผมก็ได้เห็นคอมเมนต์แหละ ได้ดูหมดทุกด้าน ส่วนด้านไหนที่คอมเมนต์เข้ามาหาประมาณว่าพูดถึงเราไม่ดี แต่เรามองแล้วว่าเออ มันคือเรื่องจริงว่าเราทำไม่ดีของเราจริงๆ เราก็ต้องเก็บเข้ามาแล้วนำมาปรับปรุงเอง ส่วนเรื่องไหนที่ว่าเราเสียๆ หายๆ แต่ด้วยความที่เขาอาจยังไม่รู้ความจริง ตรงนี้ผมได้อ่านนะ แต่ผมก็จะปล่อยผ่านไป จริงๆ ตรงนี้ไม่ได้มีผลอะไรกับผมอยู่แล้ว เพราะว่าเรารู้ความจริงคืออะไร มันก็เป็นสิทธิ์ของเขาที่จะมีความคิดเห็นต่างๆ นานาได้ แต่พอสุดท้ายมันก็ไม่ได้มีผลอะไรกับชีวิตผมอยู่แล้วครับ”
คิดจะฟ้องร้องมั้ยเพราะหลายคอมเมนต์ก็ดุเดือด?
“ไม่มี อย่างที่บอกแหละ อันไหนที่เก็บเข้ามาแล้วมันเป็นเรื่องจริง เราก็เอามาปรับปรุง อันไหนที่ไม่จริงเราก็ปล่อยผ่านไปครับ มันก็ขึ้นอยู่กับวิธีการจัดการของเราเองว่าเฮ้ย ต้องทำยังไงกับมันแค่นั้นเองครับ”
ตอนที่คบกัน 2 ปีทะเลาะกันมั้ย?
“โอ้โห ถ้าถามว่ามีมั้ย ก็ต้องมีบ้างเป็นเรื่องปกติของคนที่เป็นแฟนกัน อาจมีเรื่องไม่เข้าใจกันบ้างนิดๆ หน่อยๆ ครับ แต่วันเว้นวันมั้ยก็ไม่ขนาดนั้น มันก็มีเป็นเรื่องปกติจริงๆ ครับ ถ้าเกิดพี่มีแฟน พี่ก็เป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว คนเราคิดอย่างนึง อีกคนคิดอีกอย่างนึงอย่างนี้”
ถามเรื่องที่เขาเป็นโรคซึมเศร้าและเป็นหนักเหมือนกัน?
“ก็รู้ตั้งแต่ช่วงแรกๆ ที่เขาเริ่มเป็น เขาเองก็มาคุยกับผมนะ มาปรึกษาผมว่าเออ ทำยังไงดี อยากไปหาหมอ ซึ่งผมเองก็ไม่ได้มีความรู้ในการรักษาโรคพวกนี้ด้วย แล้วมันเป็นโรคที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน ผมก็โอเคอยากไปหาหมอเดี๋ยวพาไปนะ”
กับเรื่องที่เกิดขึ้น คนมองว่าหน่องงี่เง่า?
“เอ่อ...ยังไงดี ก็อย่างที่บอกไปแหละว่าสารมันออกมาจากทางนั้นฝั่งเดียว ความจริงทั้งหมดมันมีเหตุผลมากกว่านั้น มีเรื่องราวมากกว่านั้นอีกเยอะ แต่ว่าขอไม่พูดดีกว่า เรื่องมันก็จบไปแล้วด้วยครับ”
เหนื่อยไหมกับความรัก 2 ปีที่ผ่านมา?
“จริงๆ ผมก็เต็มที่กับตรงนี้แล้ว แต่มันก็อยู่ที่ผลสุดท้ายว่าคนสองคนอาจไม่ได้เข้าใจกัน มันก็คืออยู่ที่ผลที่ออกมาแหละ สุดท้ายก็รู้ว่าเราทั้งคู่เต็มที่แล้ว”
...
เข็ดกับความรักมั้ย?
“มันก็เป็นสิ่งที่เราได้มาเรียนรู้แหละ ได้มาเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ด้วย ไม่ได้เข็ดอะไร เราพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดอยู่แล้วด้วยครับ”
ตอนนี้เปิดใจมั้ย?
“ก็ไม่ได้ไปขวนขวายหาครับ”
รักครั้งใหม่ของหน่องต้องเป็นยังไง?
“มันก็ต้องดูเป็นคนๆ ไปแหละ ต้องไปศึกษากัน คือด้วยความที่ทุกคนเกิดมาคนละสังคมอยู่แล้ว การที่ไปเจอคนใหม่ๆ มันก็ต้องมีการศึกษาอยู่แล้ว ไม่ว่าเรื่องของนิสัย การปรับตัวต่างๆ สุดท้ายก็ต้องปรับให้เข้ากันครับ ก็ไม่ได้รีบร้อน ไม่ได้ขวนขวายหา แต่ก็ไม่ได้ปิดครับ”.