แม้ชีวิตจะดูตลกเฮฮา แต่ชีวิตจริงนั้นรักครอบครัวยิ่งกว่าและให้ความสำคัญมาเป็นอันดับ 1 สำหรับ ตั๊ก บริบูรณ์ จันทร์เรือง ล่าสุดได้มานั่งเล่าเรื่องชีวิตตัวเองกับ แจ๊ส ชวนชื่น และ แจง แจงจิต ในรายการ รสวิวาห์ ทางช่องยูทูบ แจ๊ส สปุ๊กนิค ปาปิยอง กุ๊กกุ๊ก ซึ่ง ตั๊ก เล่าแบบหมดเปลือก แม้กระทั่งเรื่องบนเตียงกับภรรยา ที่กำลังอยู่ในจังหวะกำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม แต่สุดท้ายพังไม่เป็นท่าเพราะลูกสาวตื่นมาเจอ พร้อมกับเล่าความรักของตัวเองที่เคยเจ็บปวดมากที่สุด เพราะความไม่รู้จักพอ

ถามว่าเพราะอะไร ตั๊ก บริบูรณ์ ถึงเลือกที่จะแต่งงาน เจ้าตัวตอบว่า มันถึงวัยด้วย แม้ว่าแต่ก่อนบอกว่าจะไม่แต่งก็ตามที ซึ่ง ตั๊ก ก็บอกว่า เราเองก็มาจากครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ ไม่มีคุณพ่อ เราก็เลยกลัวว่าถ้าเราเองจะไปมีครอบครัว เราเองอาจจะหย่าร้างกันก็ได้ พูดง่ายๆ เลยคือ กลัวการหย่าร้าง อีกอย่างก็กลัวว่าถ้าเลิกกันแล้วจะอายคนอื่นเค้า เลยรอให้มั่นใจก่อนค่อยแต่งดีกว่า 

...

จนมาถึงวันเลือกที่จะแต่งงานก็เพราะว่า เราเองก็มั่นใจแล้วว่าผู้หญิงคนนี้น่าจะมาเป็นแม่ของลูกเราได้ สิ่งที่ทำให้มั่นใจเลยคือตัวเค้าเองไม่เคยมาหึงหวงเรา ไม่เคยตาม ต่อให้เราจะกลับบ้านดึกแค่ไหนก็ไม่เคยโทรตาม ถ้ากลับเช้าก็มีงอนนิดหน่อย แต่ก็ไม่เคยเช็กโทรศัพท์หรือโทรตามเลย 

ถามว่ามีแฟนมาแล้วกี่คน ตั๊ก บอกว่า ถ้าแฟนจริงๆ น่าจะประมาณ 4 คน ส่วนรักครั้งที่เจ็บที่สุด น่าจะมี 2 ครั้งที่เจ็บปวดมาก อยู่ในช่วงตอนเด็กๆ เลย คือเราเองก็ผิด เค้าเป็นผู้หญิงคนแรกที่เรารักมาก แต่เราก็มีไปเผลอใจให้กับอีกคน ซึ่ง 2 คนนี้เราเองก็รัก แต่ตัดสินใจไม่ได้ คนแรกเลยบอกเลิกกับเรา เฟดตัวออกจากไป เราเลยไปอยู่กับคนที่ 2 ซึ่งอยู่ๆ ไป รู้สึกมันไม่ใช่แล้ว ก็กลับไปคิดถึงแฟนคนแรก ซึ่งตอนนั้นเรายังเด็ก ยังไม่รู้ถึงความเจ็บปวด แต่ถ้ารู้ก่อนก็จะไม่ทำ เราควรรักเดียวใจเดียว สุดท้ายก็เลิกทั้ง 2 คน 

ส่วนชีวิตหลังแต่งงานเป็นยังไง ตั๊ก บอกว่า ชีวิตหลังแต่งงานมันเป็นเรื่องที่ซับซ้อน เดี๋ยวมันก็ดี เดี๋ยวมันก็ไม่ดี แรกๆ ตอนที่ยังไม่แต่งงาน ทุกอย่างมันจะสวยหรูไปหมดเลย แต่พอมีลูก ความรักก็เริ่มเปลี่ยนไป ซึ่งตัว เอลซี่ เอง ก็ได้มาขอว่า ในชีวิตนี้ขอมีลูกได้มั้ย แล้วจะไม่ขออย่างอื่นเลย เราเองก็กลัว ถ้าเกิดจะมีลูกก็กลัวที่จะหย่าร้างกับเมีย ซึ่งเราก็เดาชีวิตคู่ไม่ออกว่าจะไปในทางไหน และมองว่ามันยากมาก เดาไม่ออกจริงๆ 

โดยส่วนตัวชีวิตคู่ของตัวเองนั้นจะงอนกันบ่อย ทะเลาะกันบ่อย เรื่องที่ทะเลาะกันบ่อยที่สุดก็คือเรื่องไม่เป็นเรื่อง เป็นเรื่องหยุมหยิม จุกจิกมาก เพราะ เอลซี่ เป็นคนเป๊ะมาก ในเรื่องของความสะอาดนี่เป๊ะมาก ก่อนจะเข้าบ้านต้องถอดเสื้อผ้าแยกเสื้อแยกกางเกงลงตะกร้า แล้วจะฉี่กระเด็นโดนฝาชักโครกไม่ได้นะ ต้องเช็ดก่อนออกมาให้สะอาด ซึ่งเค้าจะเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่ก่อนแต่งงานแล้ว แล้วช่วงพักหลังเราอยู่บ้านบ่อย ตอนโควิดไม่ได้ออกไปทำงาน ต้องอยู่บ้านเจอกันทุกวันเลยมาเห็นจริงๆ 

ตั๊กบอกว่า ตอนหลังๆ มาแยกห้องนอนกัน 3 เดือน นอนฟูกราคา 300 บาท ยังรู้สึกสบายใจกว่า ซึ่ง เอลซี่ ก็จะเรียกขึ้นไปนอน แต่เราไม่ขึ้นไปเพราะเดี๋ยวเค้าจะตาแข็งใส่ ไล่ให้ไปอาบน้ำทั้งๆ ที่เราเพิ่งจะอาบน้ำมา เลยทำให้ตัดสินใจแยกห้องกันนอน 

นอกจากนี้ ตั๊ก ยังได้เล่าถึงเรื่องบนเตียงให้ฟังว่า ถ้าเราแตะตรงหน้าขาก็จะรู้แล้วนะ แล้วเราจะใช้นิ้วสัมผัสแขนลูบไล้ ก็ต้องรู้แล้ว ช่วง 3-4 ทุ่ม เราก็เริ่มแล้วเพราะลูกหลับแล้ว แต่เค้าจะปัดมือออก ครั้งแรกก็ไม่เป็นไร ซึ่งเราก็คือเสือที่พร้อมจะล่าเหยื่อ จากนั้นก็เปลี่ยนไปที่เนินอกแทนแต่เค้าก็ปัดมือแรงขึ้น เราก็รออีกแล้วจากนั้นก็ไปจุ๊บเค้า ซึ่งเค้าก็หันมาตวาดใส่ว่าจะทำอะไร นี่มัน 4 ทุ่มกว่าแล้วนะ ซึ่งคืนแรกก็ไม่เป็นไร ต่อมาคืนถัดไปเรื่อยๆ ก็เป็นแบบนี้อีก

...

จนกระทั่งมีคืนหนึ่งเค้ายอมเราแล้ว เราก็กระหน่ำเลย กระทั่งเค้านึกขึ้นได้ว่ามีประจำเดือน เป็นประจำเดือนทุกวัน สงสัยตอนนี้เลือดออกหมดตัวแล้ว จนเราหัวเสียเพราะอารมณ์กำลังขึ้น เลยเดินลงมาห้องข้างล่างแล้วจัดการตัวเอง ซึ่งเป็นแบบนี้บ่อยครั้ง จนกระทั่งวันหนึ่งหลังจากที่ไม่ได้แล้วก็เลยลงมาห้องข้างล่างเพื่อจัดการตัวเอง เปิดคลิปเลย แต่ลืมปิดประตู เค้าลงมาเห็นพอดีเลยเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมา 

สุดท้ายแล้วก็เลยมานั่งคุยกัน และถามไปตรงๆ เลยว่ายังรักกันอยู่มั้ย เพราะชีวิตคู่เราทำไมต้องแบบนี้ก็เลยถามไปตรงๆ เลย เค้าก็บอกว่าไม่มีอารมณ์ เราก็โอเค ไม่เป็นอะไร ก็รอจังหวะ ชีวิตก็เหมือนลุ้นข้อสอบ และล่าสุดก็เอาอีกแล้ว ซึ่งครั้งนี้เค้าก็เหมือนยอม เราก็จัดการทุกอย่างเพื่อให้เค้าประทับใจ เพราะนานๆ ทีจะเป็นอย่างนี้ เลยจัดชุดใหญ่ พอกำลังได้ที่ก็หันไปเจอตางู จ้องเขม็งมาทางเรา ลูกจ้องเราอยู่ หมดกัน 

พอตื่นเช้าขึ้นมา เราก็ลงมากินข้าวกัน ลูกก็ถามเลย ปะป๊าเห็นนะ เราก็บอกว่า ไม่ใช่แล้วลูก ลูกฝันไป ส่วนเมียก็มาช่วยแก้ข่าวบอกว่า ไม่ใช่นะลูก ลูกฝันไปนะลูก ลูกก็บอก อ๋อใช่ บีลีฟฝัน แต่เอ๊ะ มันเหมือนจริงนะหม่ามี๊ อย่างนี้แหละชีวิตคู่

...

ซึ่งตั๊กก็เข้าใจ เพราะชีวิตเมียเค้ารักลูกมาก เค้าจะอยู่กับลูกทั้งวันทั้งคืน มีครั้งหนึ่งเคยเกือบจะเลิกกัน เพราะมันสะสมมาเรื่อยๆ จากปัญหาเล็กๆ กลายเป็นก้อนใหญ่ จนระเบิดออกมา แต่เราเองก็อาจจะผิด ใจร้อน วู่วาม ซึ่งปกติเวลาเราทะเลาะกัน ถ้าเราใจร้อน เมียใจเบาลง แต่มาครั้งนี้เค้ากลับร้อนตามเรา ซึ่งเราเองก็ช็อก ไม่เคยเห็นเค้าในมุมนี้ ตอนนั้นเลิกเลย ซึ่งมีลูกแล้วด้วย เรียกทนายมาเซ็น แบ่งกันรับผิดชอบ แบ่งกันเรียบร้อย แล้วเมียก็พาลูกกลับมาเลย์

...

สุดท้ายเราออกไปทำงานแล้วกลับมาบ้านก็รู้สึกเหงา เพราะแต่ก่อนเคยมีเมียมีลูก ทนแบบนี้ประมาณ 2 อาทิตย์ แม้เราจะออกไปข้างนอก ไปเจอผู้คนแต่มันไม่สุด ชีวิตที่สุดจริงๆ คือการมีลูก มีครอบครัว แล้วที่เคยบอกว่ากลัวการมีลูก มีครอบครัว ถ้าหย่าร้างเราจะผิด เพราะเราเจ็บมาก่อน เราไม่เคยมีพ่อมีแต่แม่ แม้เราอาจจะไม่รวยมาก แต่เรามีพ่อแม่ลูกอยู่กันครบ ชีวิตมันดีโดยที่มีคนเหล่านี้มาเติมเต็ม ก็เลยกลับมาคุยกันใหม่ ปรับความเข้าใจกัน สิ่งที่จะอยู่กันคือรักกัน อะไรยอมได้ก็ยอม ครับ อย่างเดียว ซึ่งมันก็ได้ผล ชีวิตคู่ดีขึ้น และตั๊กบอกว่า ถ้าเกิดรักกันจริง เราก็ต้องให้อภัย ยอมกันและกัน.