ช่วงหลังๆ ดูผอมลง ออร่าความสวยพุ่งจริงๆ สำหรับพิธีกรอารมณ์ดี เจนนี่ ปาหนัน จนหลายคนสงสัยว่าไปทำอะไรมาบ้างถึงดูสวยขึ้นกว่าเดิม ล่าสุดเจนนี่มาทำหน้าที่พิธีกรในงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “โออิชิ กรีนที ฮันนี่เลมอน น้ำตาล 0%” กับทริปเปิดรับพลังธรรมชาติเพื่อสุขภาพที่ดีกลางไร่ชาฉุยฟง จ.เชียงราย นักข่าวเลยได้โอกาสถามถึงเรื่องนี้

ซึ่งเจนนี่บอกว่าที่ผอมลง ดูสุขภาพดีขึ้น เป็นเพราะกรดไหลย้อนเป็นเหตุ ต้องหันมาดูแลตัวเองหนักมากในเรื่องอาหารการกิน จนทำให้น้ำหนักลงไปถึง 13 กก. แต่ถึงแม้จะสวยขึ้นแบบนี้ เจ้าตัวก็คอนเฟิร์มว่าสถานะหัวใจยังโสดสนิทนะจ๊ะ ใครเข้ามาพูดคุยกันตรงๆ จะพิจารณาเป็นพิเศษจ้า

ออร่าความสวยพุ่งเลย?
“(ยิ้ม) ก็ปฏิเสธไม่ได้ พยายามจะถ่อมตัวนะ ก็ต้องบอกว่ารู้ตัวอยู่ค่ะ (หัวเราะ) ถามว่าเขินมั้ยคนชมสวยขึ้น มันรู้สึกดี สิ่งที่เราทำมาทั้งหมด ผลลัพธ์ออกมาแล้วรู้สึกว่าเสียงปรบมือคือกำลังใจให้ต่อสู้อย่าได้ถอยหนึ”

ที่ผ่านมาดูแลตัวเองหนักมั้ย?
“หนักมาก เพราะว่ากะเทยถึงวัยแล้ว โรคภัยมันถามหา กรดไหลย้อน มันเริ่มจากการที่โรคนี้มันห้ามกินของเยอะมาก ถ้าพูดนี่คือทั้งวันเลย แต่ว่าหลักๆ ก็คือห้ามของมัน ของทอด ของเปรี้ยว ของเผ็ด ของรสจัด แล้วเราก็ไม่กินเค็มด้วย หวานเราก็ลด ก็เลยกลายเป็นว่าพอคุมปุ๊บมันก็ลง น้ำหนักลง 13 กก. ก็จากกรดไหลย้อนนี่แหละ พอ 4-5 เดือนมันลงก็ stable ตลอดเลย เพราะเรากินเหมือนเดิม ก็กลายเป็นว่ากินจืด คิดถึงแกงใต้มาก”

...

13 กก. ที่ลงเพราะอะไร?
“ก็คุมอาหาร มื้อเย็นเราก็กินปลาเพราะจะได้ย่อยง่าย ย่อยเร็ว ก่อนหน้านี้เครียดกว่านี้อีก เราต้องเคี้ยวข้าวคำนึง 40 ครั้ง เพื่อให้มันละเอียดที่สุด ให้มันย่อยง่ายที่สุด เวลากินห้ามคุยด้วย ไม่งั้นลมมันเข้าท้อง”

อะไรที่ทำให้เราต้องปฏิวัติชีวิตขนาดนี้?
“กรดไหลย้อน เพราะเป็นโรคที่มันไม่หายสักที เหมือนโรคนี้ยาจะช่วยได้แค่นิดนึง มันต้องปรับ ต้องคุมอาหาร กลายเป็นน้ำหนักก็ลง”

จริงๆ ตั้งใจว่าจะผอมมั้ย?
“คืออยากผอม แต่ว่าไม่เคยคิดว่าเราต้องทำแบบนี้เพื่อให้ผอม น้ำหนักลง แล้วมันก็ลงไป 13 กก. เขาบอกว่าออกกำลังกายก็ช่วย เราก็เลยออกกำลังกาย”

พอทำแบบนี้อาการกรดไหลย้อนดีขึ้นมั้ย?
“หนูยังรู้สึกมันเหมือนเดิมนะ แต่เรายังคงทำต่อไปเพราะว่าความสวยมันออกน่ะแม่ (ยิ้ม) โรคไม่ไป แต่ว่าหุ่นดี”

แล้วผิวที่ดูไบรท์ขึ้นมาจากไหน?
“ทาน้ำมันมะพร้าวไปผิวจะดี เลเซอร์รอยจะหาย เราก็ไปหมด คลินิกก็เข้า ก็วัยนี้แล้วเนอะ 35 ก็ครึ่งชีวิตแล้วมั้ย ก็เลยขอตัวช่วยหน่อย”

เรียกว่าเรื่องความสวยก็สู้?
“ก็ในตลาดคู่แข่งมันเยอะอะเนอะ โลกรู้แล้วว่าเราตลก เราก็เลยต้องทำให้โลกรู้บ้างว่าเราก็สวยได้ (ยิ้ม)”

แล้วมันคุ้มมั้ย?
“ยอดไลค์สนั่น (ยิ้ม) เดี๋ยวนี้ก็เหนื่อยน้อยลง ไม่ต้องอะไรเยอะมาก เก็บที่มันปลิ้นบ้าง”

ทำยังไงไม่ให้โยโย่กลับไปอ้วนเหมือนเดิม?
“เรายังคงคุมอาหารอยู่เหมือนเดิม แต่ไม่ได้คุมแบบไม่กินของหวาน เราก็กินอย่างอื่นมากขึ้น กินอะไรที่มันดีๆ ผักก็กินผักต้ม ของหวานก็ยังต้องกิน เราโตมากับทองหยิบทองหยอด”

เคยถามชีวิตตัวเองมั้ย เพราะก่อนหน้านี้ไม่มีระเบียบในชีวิตเลย?
“หืม...จริง มันจู่ๆ ก็ถึงวัยที่แบบ...พอมันเป็นโรคภัยก็เป็นสิ่งที่เราต้องทำเพื่อตัวเอง ก็เลยกลายเป็นว่าเราเลยบังคับตัวเองได้ ไม่ถึงขั้นว่า โอ๊ย ทำไมฉันต้องอด”

มันมาจากจุดเริ่มต้นที่ล้มหมอนนอนเสื่อเลยมั้ย หรือเรากลัวก่อนถึงเริ่มทำ?
“จริงๆ มันเริ่มเกิดอาการก่อน มันรู้สึกกวนใจ ทำไมไม่หายสักที ก็เลยไปหาหมอ แล้วเราก็กลัวตายไว แฟนก็ยังไม่มี ผู้ชายก็ยังไม่กิน ไม่มี”

ได้ข่าวว่าสายฝอก็เข้านะ?
“ข่าวจากไหนเนี่ยแม่ ไม่มีแฟนๆ แต่มีความสุข ถามว่าความสุขของเราคืออะไรในวันนี้ งานที่เราทำออกมาได้ดี เงินที่ไหลเข้ามา (หัวเราะ)”

มีคน DM เยอะมั้ยเวลาลงรูปปังๆ?
“ไม่มี แปลกใจทำไมไม่มี DM ก็ไม่รู้ เราก็เข้าใจเบี้ยบ้ายรายทางตามคนที่เจอตามอะไรโน่นนี่”

ลึกๆ อยากมีมั้ย?
“โอ้โห ไม่ต้องลึก ตรงนี้ (ชี้ที่คอหอย) มันตื้นมาก อยากจะมีแล้ว (เน้นเสียง)”

พอไม่มีก็ยิ่งสวยยิ่งปัง งานก็ยิ่งมา หรือจริงๆ ต้องไม่มี ถ้ามีความรักแล้วงานจะไม่ดี?
“เหรอ ยอม เพราะว่าเราทำงานเยอะแล้ว เรารู้สึกว่ามันเกินกว่าที่เราคาดหวังไว้ โอกาสที่เราได้มาต่างๆ หนูทำเยอะแล้ว สิ่งเดียวในชีวิตที่เรายังไม่เคยมีก็คือความรัก ขอมีดูหน่อย ถ้ามีแล้วงานลดลงก็ค่อยเลิกกับมันแล้วกลับมาทำงานใหม่”

...

เคยไปดูดวงเรื่องความรักว่ามันจะสวนทางกันมั้ย?
“ทุกวันเลย ในไอจีเราเปิดดูทุกวันเลย ดวงรายวันน่ะ ถามว่าพอเช็กดวงแล้วรู้สึกว่าเราเหมาะกับการมีความรัก หรือจะมีเมื่อไรยังไง เขาก็บอกว่าให้สู้ต่อไป ก็ยังเต็มใจที่จะตามค้นหา”

เขามีให้แก้กรรมมั้ย?
“เขาก็มีให้ไปอาบน้ำมนต์ ก็เดี๋ยวหาคิวไป ทำทุกอย่าง (แต่เชื่อใช่มั้ย?) เชื่อ 100%”

เรื่องมูเตลูเราก็เชื่อทุกอย่าง?
“ทุกอย่างเลย ไม่ใช่แค่เรื่องความรักนะ เรื่องงานเรื่องสุขภาพเราก็มูหมด”

ล่าสุดไปล้างเท้าพ่อแม่?
“จริงๆ มันเกิดจากการมูนี่แหละ เขาบอกว่ามันจะทำให้ชีวิตเราดีขึ้น ส่งเสริม เราก็เลยเริ่มทำ ช่วงแรกที่ทำก็เขิน อุ๊ย ไม่เคยมานั่งขอโทษนะคุณพ่อคุณแม่ที่หนูเคยล่วงเกิน เราไม่รู้หรอกว่ามันเกิดเป็นอะไร ไม่ได้ทำปุ๊บแล้วเงินล้านมันลอยมาเลย แต่พอทำแล้วมันสบายใจมาก รู้สึกดีมาก เลยกลายเป็นว่าเราทำมาทุกปี ก็ทำประมาณ 4-5 ปีแล้ว”

...

แต่ 4-5 ปีที่ผ่านมาก็ปังขึ้นเรื่อยๆ เลยนะ?
“ก็ถ้าใช่ก็ขอบคุณมาก (ยกมือไหว้) งั้นทุกคนก็ลองทำดูนะ”

พ่อเราอวยพรยังไงบ้าง?
“ครั้งแรกๆ ก็ให้เขาอวยพร ส่งเสริมอะไรเราก็ให้พูดเต็มที่ แต่หลังๆ เหมือนก่อนไหว้ก็บอกว่าเออ แฟนนะ (ยิ้ม) เนื้อคู่ๆ อย่าลืมพูดๆ เขาก็พูดมาตามที่เราบรีฟไว้ทุกอย่าง”

แสดงว่าเขาก็อยากให้เรามีคนดูแล?
“เขาก็อยากเพราะว่าถ้าเรามีความสุข มันก็ส่งให้เขาด้วย พอเราแฮปปี้ เขาขออะไร เราก็ให้เลยทันที (ยิ้ม)”

พ่อห่วงอะไรเรามั้ย?
“ไม่ห่วงเลย โชคดีที่เขาไม่ได้ห่วงและปล่อยให้เราอิสระเต็มที่”

เขาอาจจะห่วงว่าอายุเริ่มมากแล้วใครจะดูแล?
“อ๋อ เขาก็ห่วงเราเรื่องปาร์ตี้ สังสรรค์ เพราะเราก็สุดเหมือนกัน กินแต่ละครั้งก็ถึงเช้า”

น้องชายก็เป็นคนดูแลเรา?
“ใช่ ล่าสุดไปเมาแล้วไม่รู้ไปพูดตอนไหนว่าจะให้น้องชาย 15,000 บาท ตื่นเช้ามาก็ทวงเลยว่า 15,000 ที่พูดเมื่อคืนอย่าลืมโอนนะ จำไม่ได้ เมา (ยิ้ม)”

ถ้ามีคนเข้ามาเราจะพิจารณา?
“เราจะเป็นคนที่ค่อนข้างคัดเลือกคนในตัวเองได้อยู่ ใครเข้ามาแล้วเหมือนหวังผลประโยชน์เราก็รู้ ถ้าเราอยากให้ก็ให้เอง ใครมาถึงปุ๊บแล้วขอก็ไม่ (ส่ายหน้า) ถามว่ามีมาบ่อยมั้ยใครที่เข้ามาคุย ไม่มี”

แต่เราก็สวยแซ่บนะ?
“หรือเราแซ่บไป โอเคปิดให้มิด (เอามือมาจับผ้าปิดที่ไหล่) แต่งตัวให้เรียบร้อย (หัวเราะ)”

เราไม่มีเวลาเพราะทำงานเยอะ?
“ไม่ต้องคิดเองเออเอง มาถาม มาจีบ มาได้เลย”

...

คนก็กลัวไปว่าเราอาจจะมีคนจีบเยอะ?
“บอกตรงนี้เลยว่าไม่มี”

เหงามั้ย?
“มันก็เหงาแหละ บ้านใหม่ก็ 2 ชั้น เดินคนเดียวแล้วเหงาจังเลย (ยิ้ม) มาๆ อยู่ด้วยกัน”

คนคนนั้นต้องมีคุณสมบัติยังไง?
“เป็นคนน่ารักอย่างเดียวก็พอแล้ว เรารู้สึกว่าแค่ความน่ารักมันทำให้เราแบบเหนื่อยๆ มา เจออะไรที่มันน่ารักแล้วก็... (ยิ้ม) ถามว่าพร้อมเปย์มั้ย หรือเขาต้องเปย์เรา อืม...ไม่อยากใช้เงินน่ะ มันก็เลยยังไม่มีทุกวันนี้ ถามว่าติดต่อช่องทางไหนดี มาได้หมด แต่ถ้ามาบอกตรงๆ ตัวต่อตัวจะพิจารณาเป็นพิเศษ”.