- หัดเล่นดนตรีตั้งแต่เรียนประถม ฝึกร้องเพลงเอง ก่อนเป็นศิลปินในนามโปงลางสะออน
- วันที่เจอดราม่าหลังแยกวงกับ ลาล่า-ลูลู่ ก่อนกลับมาเจอกันอีกครั้งในรอบ 7 ปี
- บทบาทยูทูบเบอร์ อีกหนึ่งการทำงานที่ชื่นชอบ มีผู้ติดตามหลักล้าน
เป็นที่รู้จักของคอเพลงลูกทุ่งมานาน 17 ปีแล้ว สำหรับ อี๊ด สมพงษ์ คุนาประถม หรือ อี๊ด โปงลางสะออน ซึ่งแฟนๆ จะคุ้นเคยกับภาพการแสดงสดบนเวทีคอนเสิร์ตที่นอกจากจะมีเพลงสนุกๆ แล้ว ยังมีมุกตลกๆ ที่สร้างเสียงหัวเราะให้แฟนๆ อยู่เสมอ และปัจจุบันนอกจากการเป็นนักร้องแล้ว เขายังเป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตาจากการเป็นนักแสดงละครและภาพยนตร์ รวมถึงการทำรายการออนไลน์ในยูทูบแชนแนล Eed Ponglang
ในครั้งนี้นอกจากอี๊ดจะพูดคุยกับบันเทิงไทยรัฐออนไลน์ถึงผลงานเพลงล่าสุด “ไมโครเวฟ” ที่ได้ลูกทุ่งสาวรุ่นน้อง ลำไย ไหทองคำ มาร่วมฟีตเจอริ่งแล้ว เรายังชวนเขามาพูดคุยถึงวันวานกว่าจะมาเป็นศิลปิน รวมไปถึงชีวิตในวงการเพลง 17 ปีที่เจอทั้งวันที่ดีและวันที่ดราม่า และการเป็นนักแสดง ยูทูบเบอร์ที่มีแฟนๆ ติดตามนับล้าน
...
โปงลางสะออน
ก่อนที่วงโปงลางสะออนจะเป็นที่รู้จัก อี๊ดบอกว่า ช่วงนั้นก็มีวงที่กาฬสินธุ์ ก็มาทำงานที่กรุงเทพฯ และมาตั้งวงโดยรวมสมาชิกจากน้องๆ หลายคนที่มารวมกันเล่นดนตรีกลางคืนตามร้านอาหาร พอเล่นไปสักพักก็ได้โอกาสไปออกช่วง “ดันดารา” ในรายการตีสิบ ทางช่อง 3 พอเป็นที่รู้จักก็ได้โอกาสมาเป็นศิลปินที่อาร์เอส ออกอัลบั้มและทัวร์คอนเสิร์ตอยู่หลายปี ก่อนจะแยกย้ายกันไป แต่ส่วนตัวก็ยังคงมีวงโปงลางฯ เหมือนเดิม ผ่านมาจะ 20 ปีแล้วยังเล่นโปงลางกันอยู่
ส่วนเรื่องการฝึกร้องเพลง อี๊ดบอกว่า เมื่อก่อนก็ฝึกร้องเพลงตอนที่มาอยู่กรุงเทพฯ แล้ว ซื้อเทปมาฟังและฝึกร้องเพลงด้วยตัวเอง เป็นเพลงลูกทุ่งหมอลำทั่วไป เมื่อถามถึงศิลปินที่ชอบในช่วงนั้น อี๊ดบอกว่า “ยุคนั้นก็ต้องยุคพี่เสก โลโซ นี่แหละครับ ส่วนศิลปินลูกทุ่งพี่ก็ฟังทั่วๆ ไปมากกว่า แล้วนำมาฝึก เพลงใครดังในช่วงนั้นก็จะเอามาฝึกร้องเอง
ส่วนดนตรีก็เรียนนาฏศิลป์มาอยู่แล้ว พี่เล่นดนตรีมาตั้งแต่ชั้นประถม ตอน ป.4 ก็เริ่มหัดดนตรีแล้ว ก็ฝึกที่บ้านด้วย ที่โรงเรียนด้วย เลิกเรียนพี่ก็มาฝึกเล่นที่บ้านบ้าง คุณพ่อคุณแม่ก็ชอบเสียงเพลงอยู่แล้ว ชอบเพลงลูกทุ่ง ก็สะสมประสบการณ์เรื่องดนตรีมาตั้งแต่เด็กแล้วครับ”
อี๊ดบอกว่า ในช่วงที่โปงลางสะออนโด่งดังสุดๆ เขาก็เป็นเหมือนศิลปินทั่วไป ได้ทำงานในสิ่งที่ตัวเองชอบ เดินสายออกรายการต่างๆ เป็นความฝันของเรา เป็นสิ่งที่อยากทำมานาน มีความสุขในสิ่งที่ทำ
ดราม่าวันแยกกัน
ในวันที่สมาชิกของวง ทั้ง ลาล่า ขวัญนภา และ ลูลู่ ดวงฤดี หรือ ลาล่า-ลูลู่ อาร์สยาม ขอแยกจากวง เข้าไปเป็นศิลปินดูโอในค่ายอาร์สยาม ท่ามกลางกระแสดราม่าต่างๆ ที่เกิดขึ้น ถามว่ารับมือกับดราม่าต่างๆ ที่เข้ามาอย่างไร อี๊ดบอกว่า “ก็เป็นปกติ มันไม่ใช่ดราม่าหรอก มันเป็นเรื่องวัฏจักร มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วดับไปมากกว่า เราก็อยู่มาได้ ไม่ได้ว่าจะไปเครียด หรือจมปลักกับอะไรนักหนา ที่ผ่านมาเราก็ไม่ได้ไปเครียดกับเรื่องอะไร พี่ก็ทำงานของพี่ไป น้องๆ ก็ทำงานด้วยกันไปแหละครับ เลยไม่ค่อยซีเรียสเท่าไรครับ”
เมื่อถามว่า คนเคยทำงานด้วยกันมา พอวันหนึ่งที่ลาล่าและลูลู่แยกออกไป มีคิดถึงบ้างมั้ย นักร้องดังตอบว่า “ก็ปกติแหละครับ ก็มีแวบๆ บางช่วง แต่ถือว่าเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ ไม่ได้มาเครียด ไม่ได้คิดถึงอะไรตลอดเวลาหรอกครับ พี่ก็หาคนใหม่มาทำงานก็แค่นั้น ไม่มีอะไรต้องซีเรียส ส่วนเรื่องแนวคิด จริงๆ ก็ไม่ต้องไปรับมืออะไรหรอกครับ เป็นไปตามธรรมชาติ อันไหนที่ไม่จริงก็ปล่อยไปปกติ ไม่เห็นจำเป็นจะต้องไปสู้กับอะไร เพราะโลกปัจจุบันก็เป็นเรื่องปกติของมนุษย์ เราก็ทำตามปกตินี่แหละครับ ไม่ต้องไปอะไรมากมาย ถ้าเราไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนนะครับ”
...
ในช่วงหลังๆ ที่ได้มีโอกาสเจอกับ ลาล่า-ลูลู่ อีกครั้ง หลังห่างกันไปนาน 7 ปี และชวนไปออกรายการยูทูบด้วยกัน อี๊ดบอกว่า “ก็โอเคเลยครับ น้องก็ไม่มีอะไร ก็พูดคุยปกติ กินข้าวกันก็เหมือนเดิม ได้พูดคุยตามที่เห็นแหละครับ ก็ไม่ได้รวมตัวกัน 6-7 ปี พอกลับมาเจอกันอีกครั้งก็โอเคนะ คือเราก็เจอเขาอยู่เรื่อยๆ เจอกันตามงาน พูดคุยทักทายปกติ แต่ไม่ได้ร่วมงานอะไร ก็คิดถึงน้องๆ เป็นเรื่องปกติ คือมันไม่เหมือนในละครในหนังนะ เป็นเรื่องธรรมดา เจอกันก็พูดคุยทักทายเป็นไง สบายดีนะ ทำงานอะไรอยู่ เพียงแค่ไม่ได้ไปสังสรรค์เหมือนเมื่อก่อนแค่นั้นเอง”
ส่วนโอกาสกลับมาร่วมงานอีกครั้ง อี๊ดบอกว่า “ก็มีโอกาสครับ มีหลายคนที่จ้างเราไปร่วมงาน แต่เขาก็ยังมีสัญญาอยู่ ถามว่าถ้ามีโอกาสทำเพลงอีกครั้งจะทำมั้ย ก็ได้หมดครับ รอดูว่าผู้ชมจะต้อนรับหมดหรือเปล่า”
รักในงานแสดง
แม้จะโด่งดังจากการเป็นศิลปินวงโปงลางสะออน แต่พักหลังๆ ก็จะเห็นเจ้าตัวในบทบาทนักแสดทั้งในละครและภาพยนตร์มากมาย ถามว่าทำไมถึงหันมารับงานแสดงด้วย อี๊ดบอกว่า “การทำงานของศิลปินมันก็มีความหลากหลาย เราก็ทำในสิ่งที่เราทำได้ นักร้องพี่ก็ทำอยู่ตลอด การแสดงเราก็ทำ หนังละครเราก็เล่น ยูทูบเราก็ทำ
ถามว่าชอบงานเพลงหรือแสดงมากกว่ากัน พี่ว่าก็คู่กันนะ คือการร้องเพลงก็อยู่บนเวที มันก็คล้ายกับการแสดง แต่พี่มองว่าศาสตร์การแสดงก็ทำตามบทบาท แต่บนเวทีเรามีความเป็นตัวตนของเรามากขึ้นเหมือนกัน พี่ว่าพี่ทำได้หมดแหละ
...
ระหว่างงานแสดงกับร้องเพลง พี่ว่ามันอยู่ในช่วงจังหวะว่าเราขึ้นอยู่ในช่วงไหนมากกว่า ตอนร้องเพลงสมัยที่เราเป็นเด็กๆ วัยรุ่น เราก็สนุก ได้เดินทางออกไปเจอผู้คน การแสดงก็ต้องอยู่ในกองละคร มันก็มีความสุขคนละแบบ เราไม่ได้เลือกว่าอันไหนดีกว่าครับ”
ชีวิตยูทูบเบอร์
อีกหนึ่งผลงานที่แฟนๆ ได้เห็นคือการเป็นยูทูบเบอร์ ซึ่งตอนนี้ยูทูบแชนแนล Eed Ponglang ก็มียอดฟอลโลเวอร์หลักล้านไปแล้ว ซึ่งเจ้าตัวเล่าถึงการทำรายการยูทูบว่า “ก็เป็นอีกช่องทางที่เราสามารถมีพื้นที่ตัวเองในโลกโซเชียล คือเอาไว้เป็นพื้นที่ตัวเองที่เราจะไปทำงานข้างนอก มันก็เป็นปกติสำหรับพี่ ทุกคนควรจะสร้างพื้นที่ของตัวเอง ไม่ใช่แค่เฉพาะดาราพี่ว่านะ ประชาชนก็มีพื้นที่โซเชียลต่างๆ ตอนนี้โซเชียลมันก็ไปไกลแล้ว แต่งานอื่นๆ ก็ยังทำ
พี่ทำยูทูบมานานแล้ว ทำด้วยความชอบส่วนตัว คือยูทูบมันเรียล มันเป็นธรรมชาติของแต่ละคนที่จะสื่อออกมาว่าตัวเองเป็นคนแบบไหน ชอบแบบไหน ตอนแรกๆ ก็ไม่ได้หวังว่าจะมีคนติดตามเยอะขนาดนี้ ก็ทำด้วยความสุข เราเจออะไรมาก็ถ่ายบันทึกเอาไว้ในเมมโมรี่การ์ดแล้วอัปลงในยูทูบไว้ดูในอนาคตก็ได้ พี่ชอบตรงนั้นมากกว่า ทำไปทำมามันเป็นอาชีพได้ ก็เลยทำมันครับ”
ในช่วงแรกของการทำรายการยูทูบ นักร้องลูกทุ่งดังบอกว่าไม่ยาก เพราะทำโดยที่ไม่มีอะไรมากดดันเรื่องยอดวิว ทำด้วยความไม่คาดหวัง แต่พอช่องโตขึ้นก็ต้องทำให้ตรงกับความคาดหวังของผู้ชม “ช่วงแรกๆ มันง่ายๆ หลังๆ มาเราต้องคิดเยอะหน่อยว่าควรทำอะไรออกไปให้แฟนๆ มีความสุข”
...
ส่วนกระแสตอบรับรายการ “สะแตกแดกตับ” ที่ดีมากๆ จนตอนนี้มียอดฟอลโลเวอร์หลักล้าน อี๊ดบอกว่า “ก็ต้องขอบคุณเอฟซีที่ให้โอกาสพี่ได้ทำงาน และพี่ก็ดีใจ เพราะหนึ่งมันเป็นการสร้างงานให้กับทีมงาน เป็นการสร้างอนาคตตัวเองด้วยนะพี่ว่า การที่เรามียูทูบมีสื่อโซเชียลในพื้นที่ของตัวเอง พี่ก็คิดว่าอนาคตสามารถทำอะไรได้หลายอย่าง เพราะนอกจากยูทูบ เราก็ได้จากสปอนเซอร์สินค้าที่เรารีวิว มันก็เป็นอีกความชอบนึงที่เราทำแล้วเรามีความสุขครับ”
แม้จะมีดราม่าเข้ามาบ้างในระหว่างการทำรายการ แต่อี๊ดบอกว่าเป็นเรื่องปกติ ก่อนจะขยายความว่า “มันก็มีบางอย่างบางเรื่องถ้าเราทำแล้วทำให้คนอื่นเดือดร้อนก็เครียดเป็นธรรมดา เพราะมันเป็นเรื่องไม่ดี ก็เก็บเป็นประสบการณ์ แต่ถ้าเป็นเรื่องที่ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน เป็นความบันเทิงก็โอเคครับ จริงๆ มันเป็นเสน่ห์ของยูทูบนะครับ มันเป็นชีวิตเรียลๆ จริงๆ ไม่ได้มีข้อห้ามเยอะเหมือนโทรทัศน์ แต่ตอนนี้ก็เริ่มมีเยอะแยะแล้วแหละ พี่มองว่ามันก็เป็นของคู่กันแหละ เป็นประสบการณ์ของคนทำยูทูบ จะได้รู้ว่าอันไหนควรทำไม่ควรทำครับ”
อี๊ดบอกว่า ทุกคลิปรายการที่ทำออกมาก็ประทับใจทุกอัน ไม่ได้ประทับใจเฉพาะคลิปที่คนดูเยอะ “อย่างช่วงแรกๆ ที่ค้นหาตัวตนก็เป็นผลงานของเราที่ประทับใจหมด สิ่งที่ประทับใจคือเมื่อก่อนเราอาจจะรอให้รายการเรียกไปออกรายการโทรทัศน์ แต่ทุกวันนี้เราก็สามารถเชิญพี่ๆ น้องๆ มาออกรายการของเรา มานั่งพูดคุย กลายเป็นเราเป็นคนทำรายการเอง”
ร่วมงานค่ายใหม่
ในช่วงที่หมดสัญญากับอาร์เอส อี๊ดก็ย้ายไปอยู่ค่ายยุ้งข้าวเรคคอร์ด ในเครือเวิร์คพอยท์ฯ ช่วงหนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจมาเป็นอิสระ ซึ่งแฟนๆ จะเห็นการทำงานทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลังของอี๊ด มีทั้งงานละคร หนัง ทำเพลงเอง เล่นคอนเสิร์ต รวมทั้งทำรายการยูทูบ แต่ล่าสุดอี๊ดตัดสินใจร่วมงานกับค่ายเพลงข้าวสารซาวด์ ในเครือข้าวสาร เอ็นเตอร์เทนเมนต์
ซึ่งเขาให้เหตุผลถึงการร่วมงานครั้งนี้ว่า “ก็เป็นครั้งแรกครับที่มาร่วมงาน ที่ตัดสินใจมาร่วมงานเพราะพี่มองว่าทางผู้บริหาร ผู้ใหญ่ให้โอกาสเราได้พูดคุยเรื่องงานต่างๆ ผมว่าบริษัทเขาน่ารักดี ถือว่าเป็นพี่เป็นน้อง มีศิลปินหลายคนที่อยู่ค่ายนี้ด้วยกัน พี่มองว่ามุมมองไอเดียเขาก็โอเค พอได้พูดคุยก็รู้สึกว่าเขาไม่ปิดกั้นงานที่เราจะทำ ก็โอเคแฟร์ๆ ทั้งสองฝ่ายครับ พี่มองว่าเป็นสิ่งที่ดีที่ทำให้เราอยากผลิตงานออกมา สำคัญคือการทำงาน เขาให้โอกาสเราได้ร่วมพูดคุยว่าจะไปในทิศทางไหนครับ ก็ตอบตกลงว่าจะมาร่วมงานที่นี่ได้ 5-6 เดือนแล้วครับ
การมาร่วมงานครั้งนี้ก็เป็นการกลับมาทำเพลงในรอบ 2 ปี พอได้มาร่วมงานกับข้าวสารฯ จริงๆ ก็รู้สึกว่าคุยกันถูกคอ การทำงานมีความอบอุ่น เพราะได้พูดคุยว่าจะออกมายังไง ทุกคนเป็นพี่น้องกัน บ้านนี้เป็นบ้านที่อบอุ่น พี่เพิ่งมาร่วมงานเพลงแรก ได้เจอศิลปินที่คุ้นเคย อย่างฟลุค ไอน้ำ ซึ่งตอนที่อยู่ที่เก่ายังไม่เคยร่วมงานกัน หรืออย่างน้องพั้นช์ วรกาญจน์ วงพาวเวอร์แพท ก็มีหลายคนอยู่ที่นี่ ถ้ามีโอกาสดีๆ ก็คงได้พูดคุยกัน ตอนนี้ก็ทำงานข้างนอกมากกว่า แต่ก็มีงานเลี้ยงบริษัทครั้งนึง ก็มีโอกาสได้พูดคุยได้เจอ มันก็เป็นความอบอุ่นครับ”
ไมโครเวฟ
อี๊ดเล่าถึงผลงานเพลงใหม่ล่าสุด “ไมโครเวฟ” ซึ่งเป็นการร่วมงานครั้งแรกกับค่ายเพลงข้าวสารซาวด์ ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า “โปรเจกต์ล่าสุด “ไมโครเวฟ” พี่อี๊ดได้ทำกับข้าวสารซาวด์ เป็นโปรเจกต์พิเศษที่ทำร่วมกัน เราได้ร่วมประชุมกัน ทางทีมงานก็เห็นว่าแนวดนตรี เนื้อร้อง คนที่จะมาฟีตเจอริ่ง อยากให้มันดูพิเศษๆ หน่อย เลยกลายเป็นคอนเซปต์นี้ขึ้นมา เพราะมีแฟนๆ ที่เห็นพี่อี๊ดร้องเพลง “เสี่ยงตาน้อย” และเว้นว่างมานาน 2 ปี เลยเป็นโปรเจกต์เพลงนี้ เราก็มองหานักร้องยุคนี้มาฟีต ก็เป็นน้องลำไย ไหทองคำ ที่เลือกน้องลำไยเพราะเคยร่วมงานกันอยู่แล้ว เรารู้สึกว่าน้องลำไยเป็นคนที่เก่ง เขาเป็นซุปเปอร์สตาร์อีกคนนึงที่เราอยากทำงานร่วมด้วย
เพลงนี้พูดถึงความอบอุ่นของผู้ชายคนนึงที่จะมอบให้ผู้หญิงคนนึง เป็นผู้ชายที่ชอบมองผู้หญิงวับๆ แวมๆ หน่อย แล้วบอกว่าถ้าน้องได้พี่เป็นแฟน น้องจะปลอดภัย พร้อมที่จะดูแลผู้หญิงคนนั้น เพลงนี้ก็จะมีสไตล์แร็ปเข้ามาด้วย เป็นดนตรีสมัยใหม่เข้ามาผสมผสาน การแต่งตัว การดีไซน์ท่าเต้นมีความทันสมัยขึ้น มีแดนเซอร์ มีความหลากหลายมากขึ้นในความเป็นตัวตนของพี่อี๊ด ซึ่งเราอยากหางานใหม่ๆ มาทำในยุคโซเชียลให้แฟนๆ ได้เสพได้ลองดูครับ ซึ่งคำว่า “ไมโครเวฟ” ก็มีส่วนมาจากคำที่ฮิตกันในโซเชียล คือเราให้การบ้านกับทีมงานเราว่าถ้าเป็นผู้ชายอบอุ่น ปกป้องผู้หญิง จะนึกถึงอะไร เขาก็นึกถึงไมโครเวฟ
ในพาร์ตมิวสิกวิดีโอ เราไปถ่ายกันในทุ่งนา สีสันแสบสดใส แดนเซอร์เยอะมาก 20-30 คน เราจ้างคนทำท่าเต้นมาซ้อมกัน เชิญหมอปลา ป้ารัตนา มาร่วมเป็นพระเอกนางเอก เชิญเน็ตไอดอลอีกหลายคนมาร่วมแสดง ถือเป็นมิวสิกวิดีโอที่พิเศษอีกเพลงนึงก็ว่าได้ครับ ถามว่าทำไมถึงเลือกหมอปลากับป้ารัตนา ผมว่าป้ารัตนาเป็นตัวแทนความสดใส เป็นรอยยิ้ม ความสนุกสนานยุคนี้ และหมอปลาเป็นคนนึงที่ดูแลป้ารัตนา
ผมมองว่าคู่นี้เป็นคู่ที่มีความสนุกสนานเหมือนเพลงนี้ เหมือนเป็นผู้ชายคนนึงที่ดูแลป้ารัตนาได้ คอยปกป้องผู้หญิงคนนี้ ก็เข้ากับเนื้อเพลงด้วย ยุคนี้ก็ต้องยกให้เขาสองคนครับ คืออันนี้ก็เป็นไอเดียของคนคิดเอ็มวีที่อยากดึงให้คนเข้ามาดูด้วย ได้ฟังเพลงเราไปด้วย ก็ไม่ซีเรียสหากจะมีกระแสอะไรตามมา คนดราม่าได้หมดทุกเรื่อง แต่เราไม่ได้ไปทำร้ายใครก็ไม่ซีเรียส”
ส่วนบรรยากาศการถ่ายทำร้อนมากครับ ไปถ่ายที่ศูนย์วิจัยข้าวที่ จ.ปทุมธานี ก็ได้ภาพที่เข้ากับเรา เข้ากับสีสันของชุด ทุ่งนายังมีความเป็นตัวเราอยู่ ในเอ็มวีจะเน้นเรื่องการเต้น เรื่องสีสัน ความสนุกสนานมากกว่า ไม่ได้เน้นเป็นเรื่องราว เราจะเน้นความสดใสของเสื้อผ้า คนที่มาร่วมเล่นเอ็มวีด้วยครับ ได้เห็นมุมทุ่งนาทุ่งหญ้า บรรยากาศสนุกสนานครับ แล้วกำลังเป็นไวรัลใน TikTok หลายคนก็อยากเห็นว่าป้ารัตนาเล่นเอ็มวียังไง”
ฟีดแบ็กที่ได้กลับมา นักร้องหนุ่มบอกว่า “หลายคนก็สงสัยว่าอ้าว พี่อี๊ดทำแบบนี้มันจะเข้ากับตัวเองเหรอ แต่มันเป็นสิ่งที่เราตั้งใจไว้อยู่แล้วว่าเราอยากให้อะไรใหม่ๆ ให้แฟนคลับของเราได้เห็นอีกหลายมุมครับ ซึ่งจริงๆ ตัวตนของเราก็ยังเป็นคนเดิมน่ะแหละ แนวเดิม แต่ว่าเราแค่หาอะไรให้แฟนๆ ผ่อนคลายในยุคนี้ที่มันหนักๆ เครียดหลายอย่าง อยากหาอะไรให้แฟนๆ รู้สึกว่าไม่จำเจ แต่เราก็ยังเป็นตัวตนของเราอยู่ในแนวเพลงครับ”
ลูกทุ่งหนุ่มบอกว่าภูมิใจที่ได้ทำ เราเป็นศิลปินมีผลงานออกมา ถ้าแฟนๆ ได้ชมก็มีความสุขแล้ว เรามีความสุขที่ได้ทำงานร่วมกับค่ายข้าวสารซาวด์ ได้ผลิตงานชิ้นนึงขึ้นมา ได้ร่วมงานกับน้องลำไย ได้ทำเอ็มวีสวยๆ มาให้คนได้มีความสุข อันนี้คือความคาดหวัง แต่ถามว่าคาดหวังว่าจะได้กี่ล้านวิว อันนั้นถือเป็นเรื่องที่ตามมา เรื่องยอดวิวถือเป็นเรื่องที่รองลงมามากกว่า ส่วนใครจะชอบไม่ชอบเป็นสิทธิ์ของทุกคน เป็นสิทธิ์ของผู้ชมที่จะเลือกเสพแบบไหน
17 ปีวงการเพลง
ในฐานะศิลปินที่อยู่วงการเพลงมานานกว่า 17 ปี ถามว่า มองวงการเพลงบ้านเราเป็นยังไงบ้าง อี๊ดบอกว่า “เพลงก็อยู่ตามกระแส ช่วงนี้อินดี้มา เดี๋ยวเพลงลูกทุ่งเก่าๆ มา มีขึ้นมีลงเป็นวัฏจักร พี่มองว่าอย่าไปยึดติดกับอะไรมากมายครับ ก็ทำงานของเรา ดูแลครอบครัวของเรา โลกโซเชียลที่มีดราม่าเยอะๆ ก็อย่าไปเสพเยอะ มองผ่านได้ อย่างเรื่องเพลงมันก็มีบางเพลงขึ้นมาดังเร็วไปเร็ว มันก็มีได้ทุกๆ วัน วันนึงมีเพลงใหม่ๆ ขึ้นมาให้เราเลือกฟังมากมาย
พี่ว่าวงการเพลงไทยบ้านเราพัฒนาขึ้นเยอะนะ วัยรุ่นสมัยใหม่ทำเพลงโดยใช้เครื่องมือ ไม่ต้องไปลงทุนหลายๆ บาทเหมือนเมื่อก่อน ใครอยากมีผลงานเพลงก็สามารถทำในคอมพิวเตอร์ตัวเอง ทำในโน้ตบุ๊กตัวเดียว ไม่ต้องซื้ออุปกรณ์แพงๆ พี่ว่าคนไทยเก่งขึ้น ไม่ใช่แค่เฉพาะคนไทยหรอก วงการเพลงทั่วโลกด้วย เพราะทุกอย่างทันสมัยขึ้น เกิดแนวเพลงใหม่ๆ ขึ้นมาเยอะ
อย่างเรื่องลิขสิทธิ์คนไทยก็มีความชัดเจนมากขึ้น วัยรุ่นไทยก็เก่งขึ้น นักทำเพลงใหม่ๆ ก็เยอะ ถือว่าดีครับช่วงนี้เรื่องการทำเพลงเอง เราก็มีช่องทางของเราเองอยู่แล้ว เราก็สามารถโปรโมตในช่องทางตัวเองได้ แต่การที่จะไปพบสื่อไปฝากข่าว ถ้าเป็นบริษัทก็ยังคงต้องทำเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ แต่ทุกวันนี้โลกโซเชียลมันเร็ว พี่มองว่าถ้าเพลงมันดี ยังไงคนก็เสพอยู่แล้วครับ”
เมื่อให้นิยามความเป็น อี๊ด โปงลางสะออน ตลอดการเป็นศิลปินกว่า 17 ปี เขาบอกว่า “เป็นหนุ่มอีสานที่เข้ามากรุงเทพฯ ตามความฝัน โดยที่เราใช้ดนตรีลูกทุ่งอีสานมานำเสนอเป็นวาไรตี้ ไม่ได้ปิดกั้นตัวเอง เรามีความสนุก นำเสนอความเป็นอีสานของเราครับ เป็นทั้งนักร้อง นักแสดง ยูทูบเบอร์ ได้ทำในสิ่งที่เราชอบ เราอยากทำอะไรก็ทำครับ อนาคตก็ยังดูแลครอบครัว ทำงานที่ตัวเองรัก พัฒนาไปตามยุคตามสมัย”
ปิดท้ายอี๊ดฝากถึงแฟนๆ ว่า “ขอบคุณที่แฟนๆ ยังติดตามอี๊ดและวงโปงลางสะออนนะครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานกันมาเรื่อยๆ ผมก็จะพยายามหาผลงานใหม่ๆ ให้แฟนคลับได้ติดตามชม ต้องขอบคุณที่ติดตามกันมาตลอดนะครับ ก็ฝากผลงานเพลง “ไมโครเวฟ” มีภาพยนตร์ ละคร ให้แฟนๆ ได้หายคิดถึงนะครับ”.
ผู้เขียน : Penguin บินได้
ภาพ : Khaosan Entertainment
กราฟิก : Chonticha Pinijrob