เป็นอีกหนึ่งความสำเร็จในชีวิตนักร้องลูกทุ่งสาวแซ่บ ใบเตย สุธีวัน กุญชร หรือ ใบเตย อาร์สยาม ที่ล่าสุดเพิ่งเรียนจบปริญญาตรีศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาดนตรี มหาวิทยาลัยสยาม โดยเพิ่งเข้าพิธีประสาทปริญญาบัตร ณ ห้องประชุมใหญ่ชั้น 7 ศูนย์การค้าไอคอนสยาม โดยในงานนี้มีคุณสามีอย่างดีเจหนุ่ม แมน พัฒนพล กุญชร มาร่วมแสดงความยินดี ซึ่งหลังจากเสร็จสิ้นการสัมภาษณ์ ดีเจแมนก็ได้นำพวงมาลัยเงินจำนวน 20,000 บาท มาให้ใบเตยเป็นของขวัญด้วย
ถามถึงความรู้สึก?
“ไม่คิดว่าเราจะดีใจขนาดนี้นะ คำว่าไม่แก่เกินเรียนมีอยู่จริง กับความสำเร็จครั้งนี้เราพยายาม และสู้มาไม่แพ้กับเรื่องอื่นๆ ในชีวิต เราทำงานด้วยเรียนด้วย รู้สึกว่าตัวเราโคตรสู้เลย ในการมาสอบแต่ละครั้ง หรือการมาเข้าเรียนแต่ละครั้งกับเพื่อนๆ เตยเป็นเอกการขับร้อง เราเน้นปฏิบัติเป็นหลัก การมาสอบแต่ละครั้งมันต้องฝึกฝน ที่ตัดสินใจมารับปริญญาในวันนี้ เพราะว่าเราอยากมีความรู้สึกในโมเมนต์นี้ ครั้งหนึ่งในชีวิตนี้อยากรู้ว่าความรู้สึกในการรับปริญญาเป็นอย่างไร”
...
ปริญญาใบนี้อยากให้พ่อแม่?
“ใช่ค่ะ ตั้งใจให้พ่อกับแม่ ตอนนี้เราทำหน้าที่แม่ของลูกทำหน้าที่ภรรยาแล้ว และอีกหน้าที่ที่ทำสำเร็จคือ หน้าที่ที่ดีของลูกต่อพ่อแม่ ได้รับปริญญา เพราะว่าคุณพ่อคุณแม่จบปริญญากันทั้งคู่ เขาก็อยากเห็นลูกสาวคนนี้ได้ปริญญาสักใบ”
สามีให้ของขวัญอะไรบ้าง?
“ไม่น่าจะให้นะ เพราะว่าเดี๋ยวเดือนหน้าก็วันเกิดอีก ช่วงนี้ให้ติดกันมากแล้ว คิดว่าสามีให้ช่อดอกไม้ก็โอเคค่ะ”
ตอนนี้มีงานอะไรบ้าง?
“มีละคร แล้วก็จะมีซิงเกิลเพลงที่กำลังทยอยออกมา ปีนี้แน่นมาก (สัญญาอยู่อีกเยอะไหม?) อันนี้เดี๋ยวบอกอีก ไม่กี่เดือนข้างหน้า คืออีกไม่กี่เดือนน่าจะสรุปได้”
มีเปอร์เซ็นต์ที่จะไม่ต่อสัญญาไหม?
“ค่อนข้างสูง เพราะด้วยวัยวุฒิ คุณวุฒิ ตอนนี้แต่งงานแล้ว มีลูกแล้ว รับปริญญาแล้ว คิดว่าน่าจะหมดสัญญาได้แล้วนะ (หัวเราะ) ด้วยทุกๆอย่าง ประมาณนี้ลงตัวแล้ว กับตัวค่ายเราก็รู้สึกว่าเราแฮปปี้ในปริมาณนี้ เราก็อยากออกมาเลี้ยงลูกอย่างเต็มที่ แล้วเตยกำลังจะมีธุรกิจโรงพยาบาลศัลยกรรม มีร้านทำเล็บที่ทองหล่อ เดี๋ยวกำลังจะมีธุรกิจใหม่ๆ อีกในชีวิต”
ทางค่ายมียื้อไหม เพราะว่าเราก็เบอร์ต้นๆ ของอาร์เอส?
“ถึงยังให้คำตอบตอนนี้ไม่ได้ เอาจริงๆ ยังมีบิ๊กโปรเจกต์ที่ยังค้างกันอยู่ ก็คงเป็นการคุยกันหลังจากนี้ เรื่องสัญญากับทางอาร์เอสของเตย ที่ผ่านมาเป็นนักร้อง แต่ไม่กี่ปีมานี้ก็มีสัญญาเรื่องการเป็นนักแสดง แต่ตอนนี้สัญญาก็ใกล้หมดแล้ว สมมติว่าตัดสินใจว่าไม่ต่อสัญญาก็คงไม่ได้มีสัญญาค้างกันสักอย่าง เอาจริงๆ ถ้าตัดสินใจไม่ต่อสัญญา แต่ก็คงรับงานกันอยู่ คำว่าอาร์สยาม มันคงอยู่ต่อๆ ไป ชื่อเรามันใช่กับค่ายอยู่แล้ว ความจริงไม่ได้อยากไปอยู่กับที่อื่น เพียงเรารู้สึกว่าเรามีครอบครัวแล้ว ช่วงเวลาอายุของเรา ควรได้ออกมาทำในสิ่งที่เราอยากทำ”
งานเพลงที่กำลังจะออกยังเป็นในนามอาร์สยามไหม?
“ยังชื่อเดิม นามสกุลเดิมอยู่ค่ะ ถึงออกไปก็อยากจะขอใช้ชื่อนี้ตลอดไป (หัวเราะ) ได้ไหมคะ”.
...