หลังจากที่ 2 นักแสดงรุ่นใหญ่ ตุ๊ก ดวงตา และ เกม ศานติ โดนทัวร์ลง หลังจากที่ เกม ศานติ ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ฉะรุ่นน้องนักแสดงในกองละคร ถึงพฤติกรรมไม่มีสัมมาคารวะ ไม่ยกมือไหว้ผู้ใหญ่

ซึ่งมีการพูดถึง ตุ๊ก ดวงตา เคยฉะรุ่นน้องไหว้ไม่เป็นว่า “ฉันแก่กว่าพ่อแม่เธอซะอีก” จนทำให้นักแสดงรุ่นน้องคนนั้นถึงกับตาเหลือกไปเลย

ซึ่งหลังจากที่มีข่าวดังกล่าวออกไป ก็มีชาวเน็ตที่ไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ เข้ามาคอมเมนต์ตำหนิ 2 นักแสดงรุ่นใหญ่ว่า เดือดร้อนอะไรที่เขาไม่ไหว้

และล่าสุดได้มีโอกาสเจอ ตุ๊ก ดวงตา และ เกม ศานติ ที่งานบวงสรวงละคร ใต้เงาตะวัน ที่ช่อง 3 หนองแขม จึงได้ขอสัมภาษณ์ทั้งคู่ เพื่อให้ชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าวว่า 

หลังจากที่พี่เกมไปออกรายการพูดว่านักแสดงรุ่นน้องไม่มีสัมมาคารวะ?

ตุ๊ก ดวงตา : “งานเข้าพี่ตุ๊กเลย นั่งอยู่บ้านเฉยๆ ก็โดนด่า เพราะเกมไปออกรายการคุยแซ่บโชว์ เขาสัมภาษณ์เรื่องอะไรก็ไม่รู้ พูดถึงตัวเองเสร็จ แล้วมาพาดพิงถึงเรา”

เกม ศานติ : “เราอาวุโสน้อยกว่าก็ต้องมีที่พึ่งที่อาวุโสมากกว่า จริงๆ เรื่องมันไม่มีอะไรเลย เราแค่พูดถึงวัฒนธรรมของคนไทยเท่านั้นเอง แล้วเราก็ยกตัวอย่างคือเรามันเจนเอ็กซ์ รุ่นนี้จะโดนสอนมาเรื่องการเคารพนบนอบ เราก็เลยยกตัวอย่างว่า พี่ตุ๊กเป็นคนพูดตรงๆ ว่า ฉันอายุมากแล้วนะ ไหว้ฉันซะ”

ตุ๊ก ดวงตา : “ฉันอายุแก่กว่าพ่อแม่เธออีกนะ พ่อแม่เธอไม่สอนเหรอว่าถ้าเจอผู้ใหญ่ให้ไหว้ ก็พูดแค่นี้ พูดจริง แต่ว่าไม่ได้ไปบังคับขู่เข็ญอะไร แต่ว่าพูดไปด้วยความหวังดีเพราะน้องๆ ต่อไปจะต้องเป็นพระเอกนางเอก เป็นคนดังในสังคม

...

ถ้าน้องรู้จักสัมมาคารวะตั้งแต่ตอนนี้ มันจะดูน่ารักแล้วเป็นที่ชื่นชอบของผู้พบเห็นทั่วไป ทั้งหมดทั้งมวลมันมาจากความหวังดีจากเจเนอเรชันที่เราโตกว่าเขาเยอะ แล้วก็รักวัฒนธรรมไทย เราก็เลยสอน สอนไปเด็กบางคนก็รับ

หลังจากนั้นเขาก็ดีวันดีคืน บางคนไม่รับก็ช่างเขา เราก็ไม่ได้ตามไปจิกไปด่าอะไร แต่ไอ้นี่ (ชี้ไปที่เกม) พูดไม่ดี ไปพูดยังไงท่าไหนไม่รู้ คนก็เขียนมาด่าฉันเฉยเลย”

เกม ศานติ : “ไม่ ผมพูดดี บอกว่าอย่างอาวุโสผมอย่างนี้ พาวเวอร์อย่างนี้มันคนละรุ่นเทียบไม่ได้”

ตุ๊ก ดวงตา : “มันไม่ใช่เรื่องพาวเวอร์ แต่ว่ามันเป็นเรื่องของคนที่อยู่ในวงการนาน มีประสบการณ์มากกว่า แล้วก็รักวัฒนธรรมไทย ก็อยากจะเสริมให้น้องๆ รุ่นหลังที่อาจจะลืมเรื่องวัฒนธรรมไปแล้วบ้าง ก็เสริมเขาไปว่าถ้าการที่เรามีสัมมาคารวะกับผู้ใหญ่

โอเคอายุอาจจะไม่ได้ต่างกว่ามาก แต่เขาอยู่ในวงการมานานกว่าก็ต้องถือว่าเขาเป็นอาวุโส อย่างเกมเป็นรุ่นน้องก็จริง แต่ถ้าเกมเข้าวงการมาก่อน เราก็ไหว้ มันน่ารักจะตาย ถูกมั้ยการยกมือไหว้คน มันเป็นวัฒนธรรมของบ้านเรา ใครๆ เห็น ใครๆ ก็ชม”

เจอเหตุการณ์แบบนี้บ่อยมั้ย?

ตุ๊ก ดวงตา : “เมื่อก่อนมีช่วงหนึ่งที่เราค่อนข้างดุมาก เป็นช่วงที่เห็นอะไรแบบนี้แล้วขัดหูขัดตาอยากจะแก้ไขเขา ก็อาจจะพูดแบบนี้ไปกับหลายๆ คน มีหลายๆ คนเลยที่โดนสั่งสอนไป

แต่พอระยะหลังมานี่ก็มีความรู้สึกว่า เด็กรุ่นใหม่ไม่เหมือนเด็กรุ่นก่อนๆ นั้นแล้ว เขามีความเป็นตัวของตัวเองเยอะมาก เขาก็อาจจะไม่ได้ชอบวิธีอย่างที่เราสอน หลังๆ นี้ก็จะไม่ยุ่งกับใคร ก็อยู่เฉยๆ ใครดีก็ดีไป ใครไม่ดีก็สงสารเขา ก็แค่นั้นเอง”

เกม ศานติ : “คนนั้นเป็นใครครับ (หันไปถามตุ๊ก)”

ตุ๊ก ดวงตา : “(หัวเราะ) จำกันไม่ได้หรอก เพราะว่าเหตุการณ์มันนานมากแล้ว แล้วก็หลายคนด้วย ไม่ใช่คนเดียว คือเราก็เป็นเหมือนเป็นพี่เป็นป้าเป็นน้าที่อยากจะสั่งสอนในสิ่งที่มันไม่ดี

แล้วเราก็คิดว่ามันเป็นเรื่องที่แก้ไขได้ ยูก็จะควรจะแก้ไขเพื่อตัวยูเอง ไม่ใช่เพื่อตัวเราเลย เราไม่เกี่ยวเลย เขาไปยกมือไหว้ใคร เราก็ไม่ได้สูงขึ้นถูกมั้ย”

ตอนที่เตือนไม่ได้เป็นอารมณ์โกรธใช่มั้ย?

ตุ๊ก ดวงตา : “ไม่โกรธๆ ไม่ได้อารมณ์โกรธ ก็ถามไปอาจจะมีเหน็บหน่อยๆ ว่าแม่แก่กว่าพ่อแม่หนูอีกนะ พ่อแม่หนูไม่สอนเหรอลูกว่าเจอผู้ใหญ่ให้ยกมือไหว้อะไรแบบนี้

มันอาจจะเหน็บๆ เขานิดหน่อย ซึ่งถ้าเขาไม่ชอบ เขาก็อาจจะเอาเราไปพูดในทางไม่ดี ก็ไม่เป็นไร เราก็อยู่ของเราอย่างนี้ ไม่ได้สูงขึ้น ไม่ได้เตี้ยลง”

ที่เตือนไป เขากลับมาขอบคุณเรามั้ย?

ตุ๊ก ดวงตา : “ขอบคุณ สมมติว่าว่าไป 10 คน 8 คนกลับมาขอบคุณ อีก 2 คนก็ไม่ต้องคบกันไป”

เกม ศานติ : “ต้องฝากเรื่องหนึ่งคือเวลาเราพูดอะไรแบบนี้ อย่างผมเป็นคนไม่ค่อยได้ติดมือถือเสพข่าว เพราะฉะนั้นบางคนอาจจะมีคอมเมนต์มาอย่างพี่ตุ๊กโดนมา เราได้ยินมาว่า ทำไมเขาไม่ไหว้เดือดร้อนหรืออะไร

...

คือไม่ได้เดือดร้อนหรอก แต่ในคอมเมนต์อย่างที่พี่ตุ๊กบอก มันคือวัฒนธรรมของเรา ซึ่งตอนนี้สังเกตทั่วโลก ฝรั่งตั้งแต่มีโควิดเขาไม่จับมือกันแล้ว ฝรั่งไหว้ ซึ่งมันดูน่ารัก”

อย่างที่บอกว่า 2 คนไม่ขอบคุณ ได้ร่วมงานกันอีกมั้ย?

ตุ๊ก ดวงตา : “ร่วมงาน มีเจอกันๆ ไม่ลำบากใจเลย เราแยกแยะได้ อะไรเป็นอะไร โตขนาดนี้แล้ว จะ 70 แล้วเนี่ย”

พอมีคอมเมนต์มาทัวร์ลงเรามากๆ อยู่ดีๆ เจอแบบนี้รู้สึกยังไง?

ตุ๊ก ดวงตา : “ตอนแรกอ่านก็รู้สึก อีเกมนะ อีเกม แต่พอตอนหลังอ่านๆ ไปก็มีความรู้สึก โถ พวกอยู่บ้านว่างๆ นักเลงคีย์บอร์ดคงไม่มีอะไร อยู่ในเหตุการณ์มั้ย ก็ไม่ได้อยู่ ดูรายการมั้ย ก็ไม่ได้ดู

พอเขาเมนต์มาก็เมนต์ต่อๆ กันไป ก็เลยรู้สึกว่าตอนนี้มันคงเป็นวัฒนธรรมแบบนี้แล้ว ไม่สนใจแล้ว เพราะเราไม่ได้ดี หรือไม่ได้เสียไปกับอะไรตรงนี้ แค่อิกนอร์ไป ไม่ได้สนใจ”

ยืนยันแค่หวังดีและอยากแนะนำ?

ตุ๊ก ดวงตา : “ถูกต้อง ทุกอย่างทั้งหมดทั้งมวลมันมาจากความหวังดี”

พี่เกมโดนทัวร์ลงเยอะมั้ย?

เกม ศานติ : “ผมไม่อ่านครับ ผมเป็นคนที่ไม่ได้ติดสื่อ คืออ่านบ้างส่วนเรื่องคอมเมนต์ที่มาว่า ผมจะไม่เอามาใส่ใจ แล้วไม่ได้โต้ตอบอะไรเลย เพราะว่าผมไม่ได้ทำร้ายใคร

เขามาไม่ชอบใจผม เขาทุกข์ใจก็คือเรื่องของเขาที่ไม่ชอบใจผม ไม่เกี่ยวกับผม เพราะฉะนั้นผมก็จบเรื่องนี้ไป ก็ไม่ได้ถือว่าเป็นสาระสำคัญอะไร”

ตุ๊ก ดวงตา : “ขนาดตัวเราเองเล่นโทรศัพท์อยู่ก็มีเด้งขึ้นมาๆ ตอนแรกงง อะไรเนี่ย อยู่เฉยๆ ไม่รู้เรื่อง พออ่านๆ ไปมีชื่อเกม เกมพากูจนอีกแล้ว ก็โทรหาเลย

จริงๆ ก็ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แต่เป็นการพูดไป แต่ว่าข่าวบางฉบับเขาอาจจะเขียนให้มันดูน่าอ่าน ให้มันดูแรงเข้าไว้ แต่พอเข้าไปในเนื้อหาจริงๆ แล้วก็ไม่มีอะไร เราก็ไม่ได้โกรธอะไรเลย เพราะว่ามันเป็นเรื่องจริง เราเคยทำอย่างนั้นจริงๆ”.

...