เจอเหตุการณ์ที่เครียดและทำให้รู้สึกกังวลอย่างมาก สำหรับ บิวกิ้น พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล ที่โดนคนสะกดรอยตามจนถึงหน้าบ้าน แม้เจ้าตัวจะลงจากรถเพื่อไปเคลียร์กับคู่กรณีที่สะกดรอยตามแล้ว แต่ไม่เป็นผล เลยทำให้ต้องเข้าแจ้งความ ซึ่งตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการสืบหา 

ทั้งนี้ บิวกิ้น ก็ได้บอกว่า อยากให้เคารพความเป็นส่วนตัวหน่อยดีกว่า เพราะรู้สึกเป็นห่วงคนที่บ้าน และไม่โอเคมากๆ กับเรื่องที่เกิดขึ้นแบบนี้ โดย บิวกิ้น ได้เปิดใจให้สัมภาษณ์ในประเด็นนี้ พร้อมกับเล่าเหตุการณ์ที่เจอมาแบบละเอียดยิบ 

"เริ่มจากวันเสาร์ที่ผ่านมาครับ ผมออกจากบ้านจะไปหาเพื่อนแถวพระราม 4 จากหน้าบ้านผมพอขับออกมาก็จะขึ้นทางด่วนได้เลย พอขึ้นปุ๊บก็เริ่มรู้สึกเหมือนมีคนขับตาม แต่เราก็ไม่ได้มั่นใจ เพราะปกติผมขับรถก็จะสังเกตรถรอบๆ อยู่แล้ว เพราะเวลารถขับมาเร็วเราก็จะหลบออก

แต่คันนี้พอเราหลบเข้ามาเขาก็ไม่ยอมแซง เขาขับตามเรา แต่ก็ยังไม่มั่นใจเท่าไร เพราะเช้าๆ รถก็ค่อนข้างติด ผมก็ขับชิดซ้าย เขาก็ตามมา ผมก็เลยขับชิดขวา เขาก็ยังตามมาอีก ผมก็ยังไม่มั่นใจเพราะตอนเช้ารถมันเยอะมาก จนมาถึงเราลงด่วนพระราม 4 พอมาถึงทางขึ้นที่จะเป็นสะพาน ผมก็จะลองเช็กดูว่ายังตามอยู่หรือเปล่า เพราะตามมาตั้งแต่ด่วนหน้าบ้านมาถึงพระราม 4 คือตามขับต่อเราไม่ให้ใครแทรกเลย

...

ผมก็ลองขับไปเลนขวาสุดแล้วก็ปาดกลับมาขึ้นสะพานตรงใกล้ๆ เส้นทึบเลย เขาก็ปาดตามผมมาอีก คือถ้าเกิดเขาขึ้นสะพานก็น่าจะไปเลย แต่ถ้าเขาไม่ขึ้นก็ไม่น่าจะชิดขวาปาดเหมือนผม พอชิดซ้ายผมก็เลยจอดตรงหน้าจามจุรีสแควร์ เขาก็มาจอดต่อท้ายผมแป๊บนึง

ผมก็เปิดไฟฉุกเฉิน เขาจอดแป๊บนึงแล้วก็ขับเบี่ยงออกไป แล้วเลี้ยวเข้าไปในจามจุรีสแควร์ ผมก็เลยไหลรถออกมาช้าๆ แล้วก็พยายามดูข้างหลังว่ามีใครตามหรือเปล่า แล้วเขาก็วนออกมาจากจามจุรีสแควร์พอดี พอดีกับจังหวะไฟเขียวกำลังจะหมด ผมก็รีบพุ่งข้ามแยกไป เขาติดไฟแดง ก็เลยคลาดกันตรงนั้นครับวันแรก

พอวันที่สองเป็นวันจันทร์ที่ผ่านมา ผมไปไลฟ์งานที่โรงแรมบันยันทรี ก็จะมีการประกาศว่าเราทำงานที่ไหนเป็นปกติอยู่แล้ว ก็ทำงานเสร็จปกติไม่มีอะไร ผมก็ทานข้าวที่โรงแรมต่อ จนออกมาประมาณ 4 ทุ่มกว่าๆ พอลงมาก็มีแฟนคลับรอ เราก็โบกมือทักทายขอบคุณปกติ

พอเราเลี้ยวรถออกจากโรงแรมก็รู้สึกเหมือนโดนตามอีก ก็เห็นว่าเป็นรถสีเดิม รุ่นเดิม ก็เริ่มตงิดๆ ก็ขับจากสาทรวิ่งมาข้ามตากสินตรงกลับบ้าน ระหว่างทางผมก็พยายามเช็กว่าเขาขับตามเราจริงหรือเปล่า เราก็ขับชิดขวาสุดแล้วก็ลองขับเร็วดู เวลาเราแทรกรูไหนเขาก็ตาม พอมาถึงราชพฤกษ์ผมก็ลองชิดซ้ายขับช้าๆ ดู ขับอยู่ 40-60 เขาก็ยังตามอยู่ไม่ยอมแซง ก็เริ่มรู้สึกว่าต้องเป็นคันเดียวกับวันนั้นแน่เลย

ผมก็ขับมาเรื่อยๆ พอจะถึงซอยที่มันต้องเลี้ยวเข้าหน้าบ้าน พอดีถนนหน้าบ้านผมกำลังทำถนนอยู่ เลยต้องไปทะลุอีกซอยนึง พอผมเลี้ยวมาเขาก็ยังตามมาอยู่ ทีนี้ผมก็จอดเลย ตอนแรกคิดว่าจะลงไปคุย แต่พอเขาเปิดไฟเลี้ยวหักหัวตามเข้ามาปุ๊บเหมือนเขาไม่ตาม พอเขาเห็นเราจอดเปิดไฟฉุกเฉิน เขาก็กลับหันหัวออกไป แล้วก็ขับออกไป วันนั้นผมก็คุยกับคุณพ่อว่าช่วง 2-3 วันนี้มีคนขับรถตาม พ่อก็บอกว่าเขาตามจริงๆ หรือเปล่า รู้สึกไปเองหรือเปล่า ก็ไม่เป็นไร รอดูต่อไป

รอบล่าสุดคือวันที่ผมกลับจากเซ็นทรัลเวิลด์ วันนั้นไปงานรอบสื่อหนัง พอขับออกมาจากห้างก็รู้สึกว่าโดนตามอีกแล้ว เพราะพอเราเลี้ยวออกจากห้างก็มีรถคันนี้ สีเดิม รุ่นเดิม ลักษณะแบบเดิมเลยขับตามมาอีกแล้ว ผมก็เลยรู้สึกว่าใช่แน่เลยรอบนี้ ก็ลองพยายามขับเช็กเหมือนเดิม

สมมติผมต้องเลี้ยวซ้าย ผมก็ขับไปเลนขวาแล้วก็จะมาเลี้ยวใกล้ๆ หรือจะต้องขึ้นสะพาน ผมก็จะไปขับเข้าใกล้ๆ แต่เขาก็จะตามเราทุกจังหวะ ขับช้า ขับเร็วก็จะตามเราตลอด ผมก็เลยโทรหาคุณพ่อว่ากำลังโดนตามเลย คันเดิม สีเดิมเลยที่เคยเล่าให้ฟัง ป๊าก็ถามว่าอยากลงไปคุยมั้ย ผมก็บอกว่าได้นะ ป๊าเลยบอกว่าเดี๋ยวป๊าออกไปด้วย เขาไม่อยากให้คุยคนเดียว

แถวบ้านผมจะมีอุโมงค์ที่กลับรถไปฝั่งตรงข้าม มันเป็นถนนเลนเดียว ผมขับเข้าไปแล้วไปจอด จะลงไปคุย ลงไปคุณพ่อ แล้วบอกว่า ขอโทษนะครับ ลดกระจกลงมาคุยกันหน่อยได้มั้ย ก็ไม่ได้ไปเคาะกระจกอะไร ซึ่งเขาก็ตกใจ และผมพยายามจะมองหน้าให้เขาลดกระจกลงมาคุย

แล้วเขาก็พยายามจะขับรถแทรกหนีไป พอดีมีรถข้างหลังตามมา แต่ไม่เป็นไรเพราะเรามีทะเบียนรถ สีรถอะไรหมดแล้ว เดี๋ยวไปลงบันทึกประจำวัน ก็เลยขับหลบให้เขาไป และเขาก็ขับพุ่งหายไปเลย คืนนั้นก็ไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สน.บางพลัด"

...

หลังจากที่ลงบันทึกประจำวันแล้ว มีความคืบหน้าอะไรมั้ย?

"หลังจากที่ผมลงบันทึกประจำวันไว้ ผมก็โทรหาทางบริษัทที่นาดาวเลย วันรุ่งขึ้นทางนาดาวก็ให้ทีมกฎหมายไปดำเนินการให้ ผมก็มาเซ็นมอบอำนาจแล้วให้ทนายไปจัดการให้ ล่าสุดทางพี่ทนายก็ไปแจ้งความไว้ให้ แล้วทางตำรวจก็กำลังสืบเรื่องอยู่ครับ"

ตอนนี้ บิวกิ้น ยังไม่รู้ใช่มั้ยว่าใครทำ?

"ยังครับ"

ถ้าเกิดจับตัวคนทำได้แล้ว เราจะดำเนินการให้ถึงที่สุดมั้ย หรือถ้าเขามาขอโทษเราจะยอมมั้ย?

"ผมว่าอาจจะต้องสืบก่อนว่าเขามาด้วยเจตนาอะไร ถ้าเขามาตามเฉยๆ ก็จะคุยกัน ปรับความเข้าใจกันได้ หรือถ้าเขาประสงค์ไม่ดี มาแอบถ่ายเรา แอบถ่ายครอบครัวเรา เราก็อาจจะมีวิธีจัดการอีกแบบหนึ่ง เพราะการที่เราต้องการจะตามตัวให้เจอ เพื่อที่จะสร้างมาตรฐานให้รู้สึกกลัว ไม่ใช่ว่าทำแล้วก็หายไป ไม่มีใครรู้ว่าเป็นใคร แล้วมาทำแบบนี้มันไม่ถูกต้องครับ อยากจะทำให้เป็นบรรทัดฐานมากกว่า"

บิวกิ้นเองมองว่าเป็นการรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัว หรือคุกคามกันมั้ย?

"ผมว่าจริงๆ ก็รู้สึกประมาณนั้นแหละครับ ผมรู้สึกว่ามันเป็นการรุกล้ำสิทธิความเป็นส่วนตัวเนอะ ผมว่าการขับรถตามกัน หรือการ Stalking ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าในระหว่างที่เขาขับรถตามจะมีการถ่ายวิดีโอมั้ย ถ่ายรูปมั้ย หรือว่าถ่ายเข้ามาในบ้านเรารึเปล่า พอเขาตามถึงหน้าบ้าน เขาอาจจะรู้ว่าบ้านเราอยู่ตรงไหน ผมว่ารอบแรกเขาถ่ายเราออกจากบ้านด้วย ผมก็เลยรู้สึกกังวล เพราะที่บ้านมีอาม่า อากง และญาติๆ อยู่กันเยอะด้วย"

ตอนที่เราลงไปจากรถเพื่อจะไปคุยกับเขา แสดงว่าเราก็เห็นว่าคนในรถมีมากี่คน?

"จริงๆ ฟิล์มมันมืดมาก เราเห็นลางๆ มากๆ เป็นผู้หญิง เราเห็นเขาผมยาว ผมสีทอง ใส่หมวกแก๊ปแล้วก็ใส่แมสก์ มาด้วยกัน 2 คน เพราะนั่งหน้า ส่วนข้างหลังมองไม่เห็นเลยครับ เพราะฟิล์มมันดำมาก เห็นแค่ข้างหน้ามีคนขับกับคนนั่งข้างๆ"

...

ทำไมเราตัดสินใจที่จะลงไปถามเขา เราไม่กลัวเหรอ?

"จริงๆ ก็มีโทรถามคุณพ่อว่าจะเอายังไงดี อยากลงไปคุย คุณพ่อบอกว่าถ้าจะลงไปเคลียร์เดี๋ยวเขาจะไปด้วย ซึ่งพ่อก็ขับมาหา เพราะเป็นบริเวณแถวบ้าน แล้วเราก็คิดว่าถ้าไม่ลงไปคุยก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้ประจันหน้าอีกตอนไหน แล้วเรามั่นใจด้วยว่าเขาตามมาแน่ๆ"

มันมีเหตุการณ์ที่เราขับหนีเขา หักหลบเขา มันมีจังหวะอันตรายมั้ย?

"จริงๆ ไม่เชิงขับหนี แต่ขับเช็กมากกว่าว่าเขาตามจริงรึเปล่า อย่างช่วงที่ผมขับหนี ผมก็ไม่ได้ขับหนีตลอด อย่างตอนเป็นทางยาว เราก็ลองดูว่าเขาจะตามมามั้ย ซึ่งเขาก็ตามมา ช่วงที่เราชะลอก็ขับ 40-60 แบบทั่วไป เพื่อจะเช็กว่าลักษณะการขับของเขานั้นขับแบบนี้อยู่แล้วหรือตามเรา ซึ่งเราก็จะเปลี่ยนวิธีขับหลายแบบเพื่อเช็กว่าเขาขับตามเรามั้ยมากกว่าครับ"

เป็นไปได้มั้ยว่าเขาอาจจะเป็นแฟนคลับที่คลั่งรักเรามาก เราได้สอบถามแฟนคลับมั้ย?

"จริงๆ ไม่ทราบเลยครับว่าเขาเป็นแฟนคลับรึเปล่า หรือไม่รู้ว่าเขามีเจตนาอะไร เขาคือใคร แล้วก็ไม่ได้ถามแฟนคลับด้วยครับ"

...

ตลอดที่เริ่มเช็กมีคนตามเราสิ่งที่กลัวอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุมั้ย หรือกลัวเรื่องความปลอดภัยของคนใกล้ชิด?

"มันเป็นบริเวณใกล้บ้าน อย่างที่บอกคือบ้านผมคนอยู่เยอะ แล้วก็อีกซอยจะเป็นญาติๆ อยู่ รวมถึงตัวเราเองด้วย พอเขาตามมาถึงที่บ้าน เราก็รู้สึกว่าการที่เขารู้ว่าบ้านเราอยู่ไหน แล้วเขากล้าที่จะมาบริเวณใกล้บ้านเราโดยหลายๆ ครั้ง ผมว่าเรารู้สึกไม่ปลอดภัยแล้ว ก็รู้สึกว่าเราโดนคุกคามความเป็นส่วนตัวอะไรแบบนี้มากกว่าครับ"

ต่อไปมีวิธีอะไรที่ดูแลตัวเองแล้วกระทบกับการใช้ชีวิตของเรามั้ย?

"ก็คงไม่ได้ย้ายบ้านครับ (หัวเราะ) ก็อยู่บ้านเดิม ก็คุยกับพี่ๆ ก็จะมีการติดกล้อง เพราะตอนนี้ไม่มีกล้องด้วยเพราะไม่ได้เห็นว่าเขาตามยังไง ไม่มีกล้องที่เป็นหลักฐาน ก็จะมีกล้องที่เห็นแค่ในเห็นในบ้าน"

เกิดเหตุการณ์แบบนี้ครั้งแรกเลยมั้ย?

"ก็เคยมีครับ เราไปงานก็เหมือนมีคนขับรถตาม แต่ก็ไม่ได้ตามมาตลอดทางถึงที่บ้าน หรือตามเป็นประจำ ลักษณะคันเดิม เหมือนเดิม ก็จะมีตอนเราไปงานก็ขับตามพอเจอทางแยกก็บ๊ายบาย แยกทางกัน แต่การตามแบบสตอล์กเกอร์แบบนี้ไม่เคยเจอเลย หรือเราอาจจะไม่รู้ก็เป็นไปได้"

ความกังวลของเราจะส่งผลกับการทำงานของเรามั้ย?

"จริงๆ ผมว่าไม่ได้ขนาดนั้นเลย เพราะว่าสำหรับของผมคิดว่าสำหรับเคสนี้ทางบริษัทก็ช่วยดำเนินการอย่างเต็มที่อยู่แล้ว เราเจอตัวเราก็อาจจะต้องพูดคุยกันมันอะไรยังไง แต่ว่าเขาอาจจะไม่ได้มีความประสงค์ไม่ดีหรืออะไรแบบนี้ก็ได้ โดยส่วนตัวผมไม่ได้กระทบอะไรขนาดนั้นกับที่ผ่านมาผมก็ขับรถปกติ คนเดียว ไปไหนมาไหนคนเดียวเป็นปกติ"

ต้องหาคนมาดูแลมั้ย?

"(ยิ้ม) ผมชอบขับรถคนเดียวครับ"

ถึงจะเจอสถานการณ์แบบนี้ก็ยังรู้สึกว่าไปไหนมาไหนคนเดียวมันยังปลอดภัยอยู่?

"จริงๆ ก็มีกังวลนิดนึง แต่ว่าเราก็รู้สึกว่าไม่น่าจะขนาดนั้น คือชีวิตผมเวลาเราไปไหนทุกคนก็จะรู้ว่าเราไปไหน สมมติว่ามีนัดงานตอนเช้า พี่ผู้จัดการหรือพี่ที่บริษัทก็จะรู้ว่าเราไปไหน ถ้าเราไปไม่ถึงผมคิดว่าก็น่าจะรู้แล้วก็มาช่วยผมได้ทันการอะไรแบบนี้ หรือกลับบ้านป๊าผมก็จะคอยโทรตามอยู่แล้ว ทำไมยังไม่กลับบ้าน มีคนดูชีวิตเราอยู่แล้วว่ามันมีอะไรแปลกๆ มั้ย ก็มีทุกคนมาช่วยอยู่แล้ว"

ในแง่การติดตามคดี เราเจอสีรถ ทะเบียน หรืออะไรที่ติดตามตัวได้มั้ย?

"รถแล้วก็สีจำได้มันเหมือนกันทั้ง 3 ครั้ง ส่วนทะเบียนวันที่ผมลงไปคุยกับทนาย เลขทะเบียนรายละเอียดอะไรพวกนี้ก็คือทางบริษัทเขาก็ให้ทนายส่งไปให้ตำรวจแล้ว เขาก็ดำเนินการต่อ คือเบื้องต้นมันเป็นรถเช่าก็อาจจะต้องสืบว่าคนเช่าเป็นใครอะไรแบบนี้ครับ"

แปลว่ามีโอกาสที่จะเป็นคนต่างชาติ?

"ก็เป็นไปได้หมด"

พอมีข่าวออกไปแล้วถ้าเป็นคนที่ติดตามเรา เขาก็น่าจะรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น?

"จริงๆ ก็มีแฟนคลับทักเข้ามาให้กำลังใจเยอะ ทางดีเอ็ม หรือทางโอเพ่นแชตแล้วก็คนอื่นๆ พี่ๆ ในวงการเข้ามาให้กำลังใจเยอะ แล้วก็พี่ๆ ในบริษัท คนรอบตัว"

แต่ไม่มีคนที่แสดงเจตนารมณ์ขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น?

"ยังไม่มีครับ ยังไม่เห็น แต่ก็ดูอยู่เรื่อยๆ"

ครอบครัวว่ายังไงบ้างกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น?

"ที่บ้านก็ค่อนข้างเป็นห่วง เขาก็ถามเรา แต่หลักๆ เขาจะเป็นห่วงในเรื่องของคดีความมากกว่าว่าจะยังไงต่อ ตอนนี้เรื่องเป็นยังไงแล้ว จะเอาเรื่องเขาไหม อย่าไปเอาเรื่องเขาเลย ก็เถียงกันในบ้านตามสไตล์คนจีน (ยิ้ม)"

เราก็เป็นห่วงความปลอดภัย เรื่องสิทธิบุคคลของคนในบ้านมากพอสมควรจากที่เราเขียนในโพสต์?

"ใช่ เรารู้สึกว่าพอเราเป็นบุคคลสาธารณะแบบนี้ คนในครอบครัวก็เราก็จะเหมือนได้รับผลกระทบไปด้วย เวลาเราไปไหนมาไหน โดยเฉพาะเวลามีคนตามเราถึงบ้านเรา ก็ไม่อยากทำให้คนอื่น หรือคนในครอบครัวเดือดร้อน หรือโดนแบบนี้ไปด้วย"

คนที่บ้านกลัวไหม พอมีเหตุการณ์นี้ขึ้น?

"พอวันนั้นมีข่าวตอนเย็น อาม่าก็ไปวิ่งในหมู่บ้านปกติเลยครับ (ยิ้ม)"

ได้คุยพีพีบ้างมั้ย เขาให้กำลังใจอะไรเราบ้าง?

"ก็ยังไม่ได้คุยเลยครับ แต่เขาก็เป็นห่วงอยู่แล้วครับ เขาคงคิดว่าเรากำลังยุ่งๆ อยู่ด้วย เพราะเขาก็ทราบเรื่องอยู่แล้ว ก่อนมีประกาศออกไป แต่ถ้ามาถามแบบอินดีเทล เขาก็ยังไม่ถาม เขาคงคิดว่าผมกำลังยุ่งๆ อยู่ ทั้งเรื่องจัดการคดีความ และเรื่องมีคนเข้ามาถามเยอะ เขาก็ใกล้ตัว อย่างวันนี้ก็เจอกัน ก็คุยกันตลอดอยู่แล้ว"

เป็นห่วงมั้ยว่าวันนึง พีพีจะเจอแบบเรา?

"ผมว่าเขาขับตามพีพีไม่ทันหรอกครับ (หัวเราะ) อันนี้แซวครับ ผมว่าพีพีถ้ามีคนตามเขาก็น่าจะรู้นะ เพราะเขาเป็นคนช่างสังเกต เขาเป็นคนสังเกตอยู่แล้วว่ามันมีอะไรผิดวิสัยไป แถวบ้าน หรือรอบตัวเขา เขาก็น่าจะรู้ เขาอาจรู้ก่อนผมอีกนะ จริงๆ ผมอาจโดนตามมานานแล้วก็ได้ แต่เราเพิ่งมีเซนส์ขึ้นมา"

อยากบอกอะไรกับคนที่ทำแบบนี้ หรือคิดเริ่มทำแบบนี้บ้างมั้ย?

"จริงๆ ถึงเราเป็นบุคคลสาธารณะ ผมรู้สึกว่าเราก็เป็นคนเหมือนกัน อยากให้ลองเอาใจเขามาใส่ใจเรา สมมติเราโดนคนรุกล้ำความเป็นส่วนตัว มันอาจไม่โอเคสำหรับทุกคน ถ้าเขาเป็นคนที่ชื่นชอบเรา เราก็ขอบคุณมากๆ ที่ติดตาม แต่เราไปเจอกันได้ตามงานที่บริษัทจัดการไว้ให้

งานที่เราไปไหนมาไหน เป็นงานสื่อ แต่ว่าในสิทธิส่วนตัว หรือการตามในทุกรายละเอียด ที่จริงๆ แล้วทุกคนอาจไม่ได้อยากให้ใครมาตาม หรือไม่อนุญาตให้ใครมาขับตาม ผมคิดว่าก็ขอเหลือพื้นที่ให้ทุกคนได้มีเวลาส่วนตัวของตัวเองบ้าง"

แฟนคลับที่เป็นห่วงก็มีเยอะมาก และตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อยากบอกอะไรกับพวกเขา?

"จริงๆ อยากขอบคุณมากกว่าที่เป็นห่วงกัน เขารักและเป็นห่วงเรา เราไม่รู้ว่าคนที่ตามเป็นใคร แต่ถาถามแฟนคลับผม น่ารักทุกคนเป็นส่วนใหญ่ เขาดูแลเราอยู่แล้ว ไม่ว่าเราจะเจอเรื่องที่ไม่ดี เขาก็จะคอยช่วยเรา เป็นห่วงเราอยู่แล้ว หรือเจอเรื่องดีๆ เขาก็จะซัพพอร์ตเรา แฟนคลับเขาพิเศษสำหรับผมอยู่แล้วในทุกช่วง ไม่ใช่แค่ช่วงที่เรามีปัญหา"

ตอนนี้คดีความอยู่ที่ สน.บางพลัด แล้วตัว บิวกิ้น ได้เข้าแจ้งความไว้วันที่เท่าไร?

"วันเปิดหนัง One for the Road วันสุดท้าย..ก่อนบายเธอ เป็นวันพุธที่ 9 ก.พ. และวันพฤหัสฯที่ 10 ก.พ. ก็ได้เซ็นมอบอำนาจให้ทีมทนายความดำเนินการแจ้งความเลย ก็คือเมื่อ 2 วันที่แล้ว สำหรับวันลงบันทึกประจำวันที่เรามีหลักฐานว่าเขาตามจริงๆ ก็คือคืนวันพุธ 9 ก.พ. ผมลงบันทึกประจำวันเกือบเที่ยงคืน และอีกวันก็ลงแจ้งความเลยครับ"

จากที่สังเกต เขาน่าจะตามเราเป็นอาทิตย์แล้ว?

"ที่รู้สึกตัววันแรกคือวันเสาร์ที่ 5 ก.พ.ครับ แต่ก่อนหน้านั้นไม่รู้ครับ และระหว่างวันเสาร์มาถึงจันทร์ก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ที่เรารู้สึกตัวว่าเหมือนโดนขับตาม แล้วเราพยายามขับเช็ก จะมีวันเสาร์ วันจันทร์ และวันพุธ"

ถามถึง MV ของพีพีหน่อย ได้ดูแล้วเป็นยังไงบ้าง?

"ดูแล้วครับ ก็ดีครับ (ยิ้ม) สำหรับผมว่าเหมือนเขาได้ลงไปเล่นอะไรหลายอย่างในเอ็มวี ได้ใส่ไอเดีย ความเป็นตัวเขา ทั้งเพลงและเอ็มวีด้วย เขาก็ภูมิใจกับงานของเขามากๆ และมีความสุขกับงานของเขามากๆ เห็นแล้วก็ยินดี และดีใจไปกับเขาด้วยครับ"

เห็นตอนแรกแล้วตกใจมั้ย?

"ตกใจครับ ตกใจมาก (หัวเราะ) แต่ไม่แปลกใจ เขาน่าจะชอบส่วนนึง ผมว่ามันหลายๆ ทางทั้งเขาด้วย และเป็นเอ็มวีที่พี่บอสกำกับด้วย มันก็ผสมโรงไปกันใหญ่ แต่เขาก็น่าสนุกกัน เราก็คิดว่าเขามีความสุขกันก็ดีแล้วครับ"

เหมือนเราคาดเดาไม่ออกว่าพีพีจะมาแนวนี้?

"ใช่ครับ จริงๆ คาดเดาเป็นอีกแบบนึงเลยครับ คิดว่าจะมีเต้นๆ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเต้นแบบนี้ (ยิ้ม) ผมก็มีซ้อมเต้นทำชาเลนจ์กับเขาด้วย"

พีพีบอกว่าไม่ให้เราดูก่อน ให้รู้พร้อมทุกคน?

"ใช่ครับ เพลงด้วย เพลงก็ไม่ได้ฟังครับ ผมไม่รู้อะไรเลย คือเวลาเราไปที่กองถ่าย เขาไปเจอใคร ก็จะวิ่งเอาเอ็มวีไปให้ดู แต่เขาไม่ไห้ผมดู ผมก็ไม่ได้ดูอยู่คนเดียว เขาอยากให้ดูพร้อมกับทุกคน เดี๋ยวไม่เซอร์ไพรส์ครับ"

เห็นที่พีพีแสดงบทบาทกับอาเล็กแล้วเป็นยังไง?

"รู้สึกว่าเขาก็คงแฮปปี้ครับ (หัวเราะ) เขาคงมีความสุข ผมถึงได้บอกว่าเอ็มวีนี้เป็นเอ็มวีสนองความต้องการของเขาในหลายๆ อย่างครับ".