ทำเอาคนดูรายการแฉ เทปที่ ปิงปอง ธงชัย ไปออกรายการคู่กับ แตงโม นิดา หัวเราะน้ำตาเล็ดไปกับความน่ารักของปิงปองในขณะที่เจ้าตัวเม้าท์เพื่อนสาวแตงโมออกสื่อให้ฟังอย่างสนุกสนาน โดยเฉพาะเรื่องความแซ่บของเพื่อนคนนี้ 

ซึ่งปิงปองเริ่มต้นเล่าว่าสนิทกับแตงโมกันมานานแล้ว ตั้งแต่สมัยที่ปิงปองยังเป็นแม่ค้า ยังไม่ได้เข้าวงการ เมื่อก่อนแตงโมมาที่ร้านกับแฟนเก่า พอเลิกกับแฟนคนนั้นก็มาที่ร้านของปิงปองประจำ มานั่งคุยนั่นนี่ให้ฟัง 

ปิงปองเผาต่อว่า แตงโมก็ชอบมาเล่า เลยรู้ว่าคนนี้ไม่เบา ได้รู้ความคาสโนวี่ ด้วยความที่ปิงปองอยากรู้ก็ถามว่าเป็นดารา เรื่องที่ดารากับดาราได้กันในกองมีมั้ย ซึ่งแตงโมก็เล่าให้ฟังว่าเคยโดนผ้าเช็ดตัวมัดมือ สุดยอดแห่งความเสียว

ทำเอาแตงโมถึงกับรีบบอก เป็นเรื่องในหนังที่เอามาเล่าให้ฟัง ปิงปองเลยรีบพูดว่า ที่แตงโมเอาปิงปองมาด้วย เอามาเล่าเพราะกลัวตัวเองพูดเองจะโดนตบ 

จากนั้น ปิงปองเล่าให้ฟังต่อว่า แตงโมเคยคบกับพระเอกในกองแล้วก็กินกัน เล่าให้ปิงปองฟังว่า เคยไปเยี่ยมผู้ชายที่โรงพยาบาล ผู้ชายรถล้ม แตงโมก็รีบพูดขึ้นมาทันทีว่า เพื่อนคนนี้ และชี้ไปที่มดดำ 

...

ปิงปองเล่าต่อ พอรถล้ม ผู้ชายก็เรียกให้ไปหา ไปหาผู้ชายมีผักชี กุยช่ายติดฟันทุกครั้งเลย แล้วพระเอกเรียกจะเรียกแตงโมไปหาตอนเย็น แล้วตอนเช้าเรียกนางเอกอีกคนนึงมา ตอนกลางวันเป็นนางเอกอีกคน 

งานนี้ แตงโม นิดา เลยขอเล่าเองว่า เช้า 1 คน บ่าย 1 คน ดึก 1 คน โดยที่ 3 คนนี้ไม่รู้เลย โดนหลอกทั้ง 3 คนเลย แล้วเรื่องก็แตก 

จากนั้น มดดำ คชาภา ถามต่อว่า แล้วพระเอกที่คบๆ อยู่แล้วเลิกกันเพราะผู้ชายชอบเล่นกีฬาคือใคร ทำเอาแตงโมพูดขึ้นว่า ทำไมต้องมานั้งไล่พูดเรื่องผู้ชายเนี่ย เอาเป็นว่าเขามีครอบครัวไปแล้ว 

ส่วนเรื่องที่ว่าไปถ่ายละครเรื่องไหนได้แฟนกลับไปทุกที แตงโมก็ต้องอธิบายว่า เมื่อก่อนของจริงก็มีการคุยกันบ้าง เมื่อก่อน สมัยโมเล่นละครเขาจะมีข่าวคู่ขวัญ และมันก็มีส่วนไม่จริงเยอะมาก 

จากนั้น มดดำ คชาภา ถาม แตงโม นิดา ต่อเรื่องหนี้ที่ เอ ศุภชัย ยกให้แตงโมเมื่อช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา เป็นเพราะนำเงินจำนวนนี้ไปรักษาพ่อ ซึ่งแตงโมเล่าให้ฟังว่า 

โมกับพี่เอสนิทกันตั้งแต่เข้าวงการ พี่เอรักโมกับคุณพ่อมาก เวลาเรามีอะไรต้องการขอความช่วยเหลือ ก็จะบอกผู้ใหญ่ที่เขาไม่เดือดร้อน เราจะไม่เอ่ยปากขอยืมกับดาราศิลปิน หรือคนที่อายุใกล้ๆ เรา

เพราะเราก็ไม่รู้ว่าเขาจะเดือดร้อนเมื่อไหร่ และลำบากใจที่จะทวงเรา ใครที่พอมีเหลือจะกินแล้วจริงๆ เราถึงจะเอ่ยปาก และจะบอกเขาว่า พี่อย่าเพิ่งทวงหนูนะคะ ไว้วันหนึ่งหนูมีเมื่อไหร่หนูให้แน่ 

ตอนนั้นพ่อป่วยเป็นมะเร็ง แล้วค่าใช้จ่ายเยอะมาก จนต้องเอาพ่อกลับมาไว้ที่บ้านเพราะเงินไม่มีเงินแล้ว ตอนนั้นค่าโรงพยาบาลจะแตะล้านแล้ว

และโมอยากอยู่ใกล้กับพ่อ พ่อไม่อยากอยู่โรงพยาบาลเลย อยากเสียชีวิตที่บ้าน และช่วงนั้นไม่มีงานเลย สภาพจิตใจด้วย สมาธิไม่อยู่กับการทำงาน มันวุ่นวายสับสนมาก 

และมันก็ผ่านมาเกือบปีแล้ว วันนั้นเป็นวันเกิดพี่เอ พี่เอคอยช่วยเหลือโมมาหลายครั้งแล้ว นี่ไม่ใช่ครั้งแรก ในวันที่ไป โมถือกล่องไป 1 ใบ พี่เอดีใจมาก เพราะวันนั้นเราจะไปเที่ยวกับเพื่อนก็ได้เพราะมันเป็นวันคริสต์มาส

แต่พอเราไป พี่เอดีใจ ก็เลยบอกว่ายกหนี้ให้หมดเลย พี่เอช่วยโม 5 แสนบาท แต่พี่เอบอกว่า 4 แสน แต่เพราะเป็นคนกันเอง โมเลยลดให้ค่ะ (หัวเราะ) 

กว่าชีวิตจะผ่านวิกฤติมาถึงวันนี้ได้ โมต้องใช้คำว่าขอบคุณ ทุกอย่างที่มันถาโถมเข้ามาไม่ว่าจะหนักแค่ไหน พอมานั่งคุยกับตัวเองก็รู้สึกว่าทำไมตัวเองตายยากจัง

ก็ขอบคุณทุกอย่างที่ทำให้เราเป็นเรา มีความที่เปลี่ยนไป ในเรื่องร้ายมีเรื่องดีซ่อนอยู่ กับในทุกๆ เรื่องและในทุกๆ คน ฟ้าหลังฝนรุ้งเราสวยงามมากจริงๆ เราไม่เคยมีความสุขเท่านี้มาก่อนในชีวิต ทั้งๆ ที่ชีวิตเราน่าจะทรุดไปแล้ว 

...