• ทำความรู้จัก แปลน รัฐวิทย์ อาตี๋หน้าหล่อ กับซีรีส์เรื่องล่าสุด จากสูญถึงสิบ
  • 6 ปีในเส้นทางวงการบันเทิงที่ให้คำสอนได้มากมาย
  • เจอเรื่องดราม่าหนักหน่วง จนสอนให้เติบโตบนโลกใบนี้อย่างเข้มแข็ง

กลับมาโลดแล่นอยู่บนหน้าจอทีวีอีกครั้ง สำหรับนักแสดงวัยรุ่นชื่อดังขวัญใจสาวๆ แปลน รัฐวิทย์ กิจวรลักษณ์ แต่รอบนี้ไม่ได้มาเป็นคู่ ขอฉายเดี่ยวเป็นครั้งแรกกับซีรีส์เรื่อง จากสูญถึงสิบ ซีรีส์น้ำดีที่ให้ข้อคิดมากมาย ซึ่งกำลังออกอากาศทางช่อง 33 

แปลน ได้เล่าถึงการทำงานให้เราฟังว่า ซีรีส์เรื่องนี้มีดราม่าหนักเลยทีเดียว สมมติถ่ายทำ 14 วัน ก็ต้องร้องไห้ทุกวัน จนบางครั้งมีติดเอาคาแรกเตอร์ตัวละครกลับบ้านไปด้วย ทำให้เกิดอารมณ์ดิ่งบ้างในบางครั้ง เป็นดราม่าที่หนักที่สุดเท่าที่เคยเล่นมา 

ส่วนการทำงานนอกกองถ่ายนั้น เจ้าตัวบอกว่า สนุกมาก เพราะได้เล่นกับนักแสดงรุ่นใหญ่ที่มีชื่อเสียงมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เต๋า สมชาย, เจสัน ยัง, บอล อัศนัย, ลิฟท์ สุพจน์, โย่ง อาร์มแชร์ และคนอื่นๆ อีกมากมาย 

โดย แปลน ได้เล่าถึงการทำงานในซีรีส์เรื่องนี้ให้ บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ ได้ฟังว่า

...

จากสูญถึงสิบ ซีรีส์น้ำดีแฝงข้อคิด

"สำหรับซีรีส์เรื่อง จากสูญถึงสิบ เป็นโปรเจกต์ของทางค่าย ทีวี ธันเดอร์ ครับ เป็นซีรีส์น้ำดีจริงๆ ครับ แอบแฝงด้วยข้อคิดดีๆ ทุกตอน ถามว่ายากมั้ย พอประมาณครับผม ถ้าสมมติว่าผมถ่ายซีรีส์ 14 วัน ผมต้องร้องไห้ 14 วันเลยครับ แต่ผมสนุกนะครับ ท้าทายดี ได้เล่นกับพี่ๆ นักแสดงที่มีฝีมือทุกคนเลยครับ 

บทของเรื่องนี้ ก็จะเป็นเรื่องของ เท็น ที่เป็นนักฟุตบอลของโรงเรียน ติดเยาวชนทีมชาติ ให้พ่อภูมิใจ แล้วทีนี้เกิดเหตุพลิกผันหลายๆ เรื่อง ทำให้ เท็น ไม่ได้อยู่กับพ่อและแม่ครับผม แล้วต้องไปอยู่ตามบ้านของเพื่อนพ่อ แล้วก็เจอปัญหาของแต่ละปัญหาครับผม และต้องเข้าไปช่วยแก้ปัญหาของแต่ละบ้านด้วยครับ ซึ่งที่ เท็น สามารถช่วยแก้ไขได้ ก็เพราะคำสอนของพ่อครับผม

ซีรีส์เรื่องนี้จะเป็นมีดราม่าหน่อยๆ แทรกด้วยมุกตลกขบขันให้นิดหน่อย เดี๋ยวจะเตรียมเกินไปครับผม เรียกว่าเรื่องนี้จะเป็นการพลิกบทของผมเลยก็ว่าได้ครับ เพราะว่าเรื่องนี้จะเป็นเรื่องแรกที่ดราม่ามากที่สุดที่ผมเคยเล่นครับ แล้วก็เข้าใจในบทบาท และในแต่ละซีนมากกว่าเดิมครับ 

ถามว่าหนักมั้ย มันหนักเรื่องการทำการบ้านมากกว่าครับ แล้วการเก็บอารมณ์ในซีน เพราะพอเรากลับบ้านไป เรายังเหมือนติดอยู่ในภวังค์ของตัวละครตัวนั้นอยู่ครับ ก็จะมีนอยด์ๆ พอสมควรครับ 

ในเรื่องนี้ผมจะดูเป็นคนที่นิ่ง และเข้าใจโลก ยกตัวอย่างง่ายๆ ว่าแตกต่างจากบทของ แคน ในเรื่อง บังเอิญรัก 2 คือบทของ แคน จะเป็นตัวละครที่พูดก่อนแล้วค่อยคิด แต่ เท็น จะคิดก่อนแล้วค่อยพูด มองรอบด้านมากขึ้น"

ยกให้ เต๋า สมชาย เหมือนเป็นพ่ออีกคน

"เรื่องนี้ผมได้ร่วมงานกับพี่ๆ นักแสดงรุ่นใหญ่ ตอนแรกเกร็งครับ ไม่รู้ว่าเขาจะเฟรนด์ลี่กับเรารึเปล่า เราจะกล้าคุยกับพี่ๆ เขารึเปล่า แต่พอสุดท้ายพอได้คุยกันจริงๆ พี่ๆ เขาเฟรนด์ลี่และเป็นกันเองมากครับผม เขาจะคอยเล่าเรื่องในอดีตของเขาให้เราฟังบ้าง คอยสอนเราบ้าง เล่าเรื่องลูกๆ ของเขาให้ฟังบ้าง 

อย่างผมกับพี่เต๋า สมชาย เชียร์ทีมฟุตบอลเดียวกันด้วยครับ พี่เจสัน ยัง เขาก็พูดเรื่องรอยสัก เราก็คุยกับเขารู้เรื่องครับ แต่ส่วนใหญ่ก็คุยกันเรื่องฟุตบอลครับ ตอนแรกเกร็งมากครับ ชื่อพี่เขาก็โด่งดังอยู่ แล้วเราก็กลัวทำไม่ถูกใจ แต่พอเจอวันแรกปุ๊บ เขาก็ให้เราเข้าถึงบทบาท เขาเรียกเราลูก เราก็เรียกเขาพ่อ จนมาตอนนี้เขาก็เรียกเราว่าลูกชายอยู่ และเราก็เรียกเขาว่าพ่ออยู่จนเราสนิทสนมกันแล้ว เขาก็เป็นพ่อที่ดีพอสมควร เขาบอกว่ามีอะไรปรึกษาเขาได้ครับผม"

"พอใจครับ พอใจพอสมควรเลย ผมคิดว่าตัวเองทำดีที่สุดแล้วครับผม ก็หวังว่าคนดูจะชื่นชอบแล้วก็หลงรักในตัวละครนะครับ"

"อยากเชิญชวนแฟนคลับทุกๆ คนนะครับผม มาติดตามซีรีส์ จากสูญถึงสิบ นะครับผม รับรองว่าสนุกแน่นอน แล้วก็อยากให้เห็นหลายๆ มุมของตัวละครนี้ แล้วอยากให้ส่งกำลังใจช่วยตัวละครนี้ด้วยครับผม รับรองว่าสนุกแน่นอนครับ สมกับที่ทุกคนตั้งตารอแน่นอนครับ แล้วในเรื่องก็จะมีหลายๆ ข้อคิดที่เอาไปใช้ได้ในชีวิตประจำวันด้วยครับผม"

...

เคยเป็น 1 ในบอยแบนด์แต่ก็ไปไม่รอด

นอกจากเราคุยกันเรื่องงานแสดงแล้ว แปลน ก็ได้เล่าถึงการเข้ามาทำงานในวงการบันเทิงให้เราฟังว่า

"ช่วงนั้นเป็นช่วงเฟรชชี่ของการเข้าเรียน ปี 1 ครับผม แล้วมีพี่คีรินทักข้อความมาบอกว่าอยากให้ลองมาแคสต์มาคุยกันดู แล้วตอนนั้นมันมีข่าวเรื่องโมเดลลิ่งหลอกเด็ก ผมเลยกลัว ก็เลยชวนเพื่อนไปด้วย ยกโขยงกันไปที่ RCA เลย ไปรอผมที่หน้าตึกเลย ในระหว่างที่เรารอกัน ผมก็นั่งเล่น นั่งพื้น แล้วเค้าอยากได้คนที่เป็นตัวของตัวเอง เลยให้ผมพาแม่มาตกลงเซ็นสัญญาเลยครับผม 

ตอนแรกเขาจะทำโปรเจกต์บอยแบนด์ชื่อวงว่า ป๊อปคอร์น แต่ไปๆ มาๆ ไม่รอด ก็เลยทำเป็นซีรีส์แทนครับ ชื่อเรื่องว่า รักออกเดิน Make It Right the Series ครับ ตอนแรกที่จะให้ผมมาทำเป็นวงบอยแบนด์ คือผมร้องเพลงไม่ได้เลย แค่ขึ้นอินโทรมาก็ผิดคีย์แล้ว" 

ซีรีส์ บังเอิญรัก ทำชีวิตเปลี่ยน

"จากนั้นมาก็ได้เล่นเรื่อง บังเอิญรัก ครับ เรื่องนี้ทำชีวิตผมเปลี่ยนไปเลยครับ ทำให้มีชื่อเสียงโด่งดังเลย ขอบคุณทุกคนมากครับที่ให้การสนับสนุนผม ผู้ใหญ่หลายๆ คนก็เอ็นดูและป้อนงานให้ รู้สึกเป็นเกียรติมากครับ ที่ได้ร่วมงานกับทุกคน"

...

"น่าจะเปลี่ยนตรงที่การใช้ชีวิตของเราก็ต้องระมัดระวังมากขึ้น เราก็เป็นแบบอย่างให้กับเยาวชน ทำแต่สิ่งดีๆ ไม่ทำชื่อเสีย และไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนครับผม ส่วนเรื่องการใช้ชีวิต ผมว่าผมยังเหมือนเดิม ยังแต่งตัวชิลๆ เหมือนเดิม ไม่ได้ติดหรู และทำอะไรก็คิดเยอะมากขึ้นครับ"

ชีวิตเหมือนเด็กทั่วไปที่ไม่มีความฝัน

"ตอนเด็กๆ ไม่เคยคิดเลยว่าจะทำงานอะไรครับ ผมก็เหมือนเด็กหลายคนในยุคนี้เลยครับ ที่ไม่รู้ว่าจะทำอะไร ไม่รู้ว่าจะเรียนสายไหน ไม่มีความฝัน ใช้ชีวิตไปวันๆ เรียน เล่น เตะบอลกับเพื่อน ตอนนั้นก็มีความสุขแบบเด็กๆ ไม่ได้คิดอะไรเยอะ"

"ในวันที่พี่คีรินเขาทักผมมา อยากชวนเข้าวงการบันเทิง ก็รู้สึกงงๆ มากกว่า คือก่อนหน้านี้จะมีคนทักผมมา 2-3 คน แต่ว่าผมไม่ได้สนใจ เพราะเราคิดว่าเราอาจจะไปทางเชฟทำอาหาร พอพี่คีรินทักมา ก็ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน อยากลองไปทำดู แล้วก็บังเอิญได้เล่นเลยครับ ผมโชคดีด้วยแหละครับ"

ครอบครัวพร้อมซัพพอร์ตเต็มที่

"ผมว่าครอบครัวผมซัพพอร์ตทุกทางที่ผมเลือกที่จะเดินอยู่แล้ว พ่อกับแม่เขาก็ซัพพอร์ตในทุกๆ ทางที่ผมเดิน ถามว่าพ่อแม่เขาภูมิใจในตัวลูกชายมากแค่ไหน อันนี้ผมไม่ทราบเลย แต่ผมว่าเขาน่าจะภูมิใจครับ บ้านเราไม่ค่อยมีโมเมนต์หวานๆ ซึ่งกันและกันว่าเขาภูมิใจในตัวเรานะ แต่เขาคอยจะกระตุ้นเรา บอกเราว่าตรงนี้ยังขาดตกบกพร่องอยู่นะ ประมาณนั้นครับ"

...

"พ่อแม่ดุมั้ย อันนี้แม่นี่เป็นผู้นำของบ้านเลยครับ แม่คือนัมเบอร์วัน ผู้นำจริงๆ เลยครับ ส่วนพ่อนี่จะเป็นช้างเท้าหลังของบ้านครับ จะกลัวแม่เขามากกว่า แม่เขาจะเป็นคนสั่งสอน แล้วเราชอบเถียงด้วยไง เป็นมวยถูกคู่กัน

ผมมีพี่สาว 1 คนครับ ผมเป็นน้องชายคนเล็ก แต่พ่อกับแม่เขาไม่ค่อยตามใจนะ เขาจะเลี้ยงลูกแบบให้อะไรให้เหมือนกัน เท่าเทียมกัน" 

"ปีนี้ผมอายุ 24 แล้วครับ ผมก็คงเดินตามเส้นทางในวงการบันเทิงนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะไม่มีโอกาสครับผม แล้วก็ยังทำอะไรอย่างอื่นได้ เช่น มีสตรีมเกม เปิดแบรนด์เสื้ออยู่ เป็นธุรกิจส่วนตัวครับ"

ชอบทำให้ตัวเองมีความสุข ก่อนจะส่งมอบให้คนอื่น

"ถ้ามอง แคน ใน บังเอิญรัก 2 เป็นยังไง แปลน รัฐวิทย์ จะตรงข้ามทุกอย่าง ผมจะเป็นคนไม่ค่อยพูด ถ้าไม่จำเป็นเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะเงียบ เป็นคนอะไรก็ได้ครับผม และจะพยายามมองโลกในแง่ดีให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะให้ตัวเองมีความสุขก่อน แล้วเราค่อยส่งความสุขให้คนอื่นได้ครับ 

แต่ผมว่า การมองโลกในแง่ดีกับมองโลกสวยมันไม่เหมือนกัน ถ้ามองโลกสวย จะโดนคนทำร้ายได้ แต่มองโลกในแง่ดี ถ้าบางอย่างที่เราควรเซฟเราก็ควรเซฟเพื่อที่จะไม่ไปจุดนั้น พยายามทำอะไรก็ได้ให้ตัวเองมีความสุข ผมว่าความสุขเล็กๆ น้อยๆ ในแต่ละวันมันก็เพียงพอแล้วครับ 

ถ้าสมมติเราทำงานเหนื่อยๆ ทำงานไม่ดีเลย เฟลทุกอย่างมากไป บางทีความสุขของเราคือเจอหน้าพ่อหน้าแม่ ถือเป็นความสุขในชีวิตแล้วครับ เมื่อก่อนคนจะโทรมาปรึกษาชีวิตกับผมบ่อยมั้งครับ สุดท้ายแล้วรู้ว่าที่สุดแล้วปัญหาทุกปัญหา จบได้ต่อเมื่อทุกคนปลง ก็เหมือนเราเรียนรู้ปัญหาของหลายๆ คนมา"

"ถ้าเวลาผมเจอเรื่องผิดหวังมา ส่วนใหญ่ผมจะปล่อยตามอารมณ์เลยครับ ให้มันจบลงวันนี้ พรุ่งนี้เราตื่นมา ก็จะเริ่มต้นวันใหม่ในสิ่งดีๆ เลยครับ"

ดราม่าสอนชีวิตให้แข็งแกร่งมากขึ้น

"ถ้าเจอเรื่องดราม่าเนี่ย เมื่อก่อนผมเจอมาเยอะมากเลยครับ ก็คือเมื่อก่อนยังไม่รู้วิธีรับมือ รับทุกอย่างที่เป็นดราม่า เก็บเอามาคิด แล้วทำให้ตัวเองแย่ ดิ่งลงไป แต่พอโตมาปุ๊บ เรารู้ว่าอะไรที่เราสามารถรับได้ แล้วเรารับได้แค่ไหน เรามีภูมิคุ้มกันอะไรกับเรื่องที่เกิดขึ้น ผมว่าประสบการณ์จะสอนการใช้ชีวิตให้เราเองครับ 

"ผมอยู่ในวงการบันเทิงมาน่าจะ 5-6 ปีครับ วงการนี้สอนผมหลายเรื่องเลยครับ สอนการทำงาน สอนโลกแห่งความจริงว่า โลกนี้มันไม่ได้สวยงาม แต่ว่าอยู่เราเลือกที่จะมองแล้ว ว่าเป็นมุมไหน เราอยากทำต่อมั้ย แล้วก็สอนเรื่องการบริหารเวลาตัวเอง การพูดคุยกับคนอื่น การพูดคุยกับผู้ใหญ่ และชีวิตการทำงานครับ การให้กำลังใจคนอื่น การทำให้คนอื่นมีความสุข การทำให้คนที่รักเรา เขามีความสุขครับ"

"เอาจริงๆ ผมจะเป็นคนที่ไม่ค่อยตอบอินบ็อกซ์ หรือไดเรคข้อความครับ เพราะรู้สึกว่า พอตอบคนหนึ่งแล้ว อีกหลายๆ คนจะมีคำถามว่า ทำไมไม่ตอบเขา เลยเลือกจะตอบในที่สาธารณะไปเลย ซึ่งแฟนคลับผมจะรู้ครับ

อย่างในทวิตเตอร์ผมก็จะเสิร์ชชื่อตัวเอง ถ้าใครมีปัญหาอะไร หรือว่าชีวิตช่วงนี้กำลังดราม่า ผมก็จะไปให้กำลังใจ เพราะรู้สึกว่าคำพูดเล็กๆ ของเรา มันเติมเต็มให้กับคนที่กำลังรู้สึกแย่ๆ อยู่ได้ครับ"

อยากให้คนอื่นมีความสุข มักจะเก็บเรื่องแย่ๆ ไว้กับตัว

"คือผมเคยมีช่วงที่ไม่เหลือแฟนคลับเลย ตอนที่เล่นซีรีส์เรื่อง รักออกเดิน เพราะผมดูแลไม่ทั่วถึง คุยกับคนนี้ แต่ไม่คุยเล่นกับคนนี้ สุดท้ายแล้วเรื่องนี้เลยมาสอนเราในอนาคตครับ มันทำให้ผมคิดได้ว่า เราควรมีความเท่าเทียมกัน

เหตุการณ์นี้เลยสอนผม ทำให้ตอนนี้ผมไม่ได้ตอบใครเลยในอินบ็อกซ์ ถ้าจะคุยกัน ผมจะคุยในที่สาธารณะไปเลยครับ

แต่ผมไม่เคยบอกเรื่องนี้กับใครนะ ส่วนใหญ่เรื่องแย่ๆ ผมก็ไม่อยากให้มารับรู้ เพราะผมก็ไม่รู้ว่าคนอื่นเจออะไรที่แย่มารึเปล่า เดี๋ยวมันจะไปเป็นเรื่องแย่ๆ ในชีวิตเขาด้วย ผมเลยเลือกที่จะเก็บเรื่องแย่ๆ ไว้กับตัวเองครับ"

ขอบคุณทุกคนที่ซัพพอร์ตทุกช่วงเวลา

"ผมขอขอบคุณแฟนคลับของผมทุกคนนะครับ ก็จะพยายามพัฒนาตัวเองให้ดีที่สุด จะไม่ให้ใครมามองว่า เมนของคุณไม่ดี ขอบคุณที่ซัพพอร์ตในทุกๆ เส้นทางที่ผมเลือกเดินครับ จะไม่ทำให้ใครผิดหวังแน่นอนครับ แล้วจะยืนยันคำเดิมว่าผมจะเป็นพลังบวกในแต่ละวันให้ทุกๆ คนครับ

แล้วก็ฝากติดตามผลงานของผมด้วยนะครับกับซีรีส์เรื่อง จากสูญถึงสิบ ของค่ายทีวีธันเดอร์นะครับผม ส่วนงานอื่นๆ ผมว่าแฟนๆ ของผมหลายคนก็เริ่มรู้แล้วครับ".

ผู้เขียน : โอ้ว...ซาร่า

กราฟิก : Varanya Phae-araya