หลายคนคาใจ ตั้งข้อสังเกตหนักๆ กับหนังเรื่อง ร่างทรง The Medium หลังจากที่คณะกรรมการทั้ง 9 ท่าน จากสมาพันธ์ สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ ได้พิจารณาให้เป็นตัวแทนหนังไทย ส่งไปชิงออสการ์ Oscars ครั้งที่ 94 ในสาขาภาพยนตร์ ต่างประเทศยอดเยี่ยม เบสต์ อินเตอร์เนชั่นแนล ฟีเจอร์ ฟิล์ม Best International Feature Film
บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ จะพาไปคุยกับ นคร วีระประวัติ ประธานการพิจารณาภาพยนตร์ไทย จากสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ กับกรณีที่ตัดสินให้หนังร่างทรง ไปชิงออสการ์
จุดเด่นของหนังร่างทรงอยู่ตรงไหน? "ผมคิดว่า ฝรั่งน่าจะชอบหนังเทรนด์นี้ ที่มีแนวเรื่องแปลก เกี่ยวกับความเชื่อของคนไทย ร่างทรงเป็นหนังที่เรียกได้หลายแบบ ไม่ใช่หนังสารคดีตลอด ยังมีดราม่า มีสยองขวัญ ตื่นเต้นทริลเลอร์อยู่ด้วย เรียกได้หลายอย่าง ใครที่ไปดูแล้วอาจจะชอบ! ไม่ชอบ! ก็แล้วแต่คนจะคิดกันไป
"หนังไปฉายหลายประเทศแล้ว ก็มีกระแสดี คนให้ความสนใจเยอะ ทางเราก็พยายามเลือกหนัง ที่เราคิดว่าดีที่สุด แต่ก็ไม่รู้ว่าหนังจากประเทศอื่นๆ อีกหลายสิบประเทศ ก็อาจจะเจ๋งกว่าหนังของเราก็ได้
...
หลักเกณฑ์ในการเลือกหนังไทย ส่งไปชิงออสการ์? "ผมพูดมาตลอดว่า แนวทางการส่งภาพยนตร์ไทย ไปประกวดที่ออสการ์ คือเป็นหนังที่พูดภาษาท้องถิ่น สะท้อนวัฒนธรรมชีวิตในท้องถิ่นนั้น สำคัญที่สุดคือ ถ่ายทอดเรื่องราวบนฟิล์มอย่างมีศิลปะ หนังเรื่องร่างทรงเป็นหนังไทยแท้ ผู้กำกับคนไทย (โต้ง บรรจง ปิสัญธนะกูล) เป็นหนังที่พูดภาษาอีสาน เป็นลิขสิทธิ์ของทางไทย
"ถึงแม้ว่าจะร่วมทุนกับทางเกาหลี ก่อนจะเลือกไปส่งออสการ์ ผมก็ให้เลขาไปตกลงก่อนกับเกาหลี ว่าทางเกาหลีโอเคมั้ย ที่เราจะส่งร่างทรง เป็นตัวแทนหนังไทยไปออสการ์ ทางเกาหลีก็โอเคมาแล้ว
"กรรมการที่พิจารณาสาขาภาพยนตร์ ต่างประเทศยอดเยี่ยม Best International Feature Film มีทั้งเป็นผู้อำนวยการสร้างหนัง ผู้กำกับของฮอลลีวูด ฯลฯ จะเป็นกรรมการชุด ที่ไม่เกี่ยวกับการพิจารณาหนังในหมวดอื่นๆ"
สรุปหนังร่างทรง ร่วมทุนกับเกาหลีกี่%? "ผมไม่รู้ ไม่ได้ถามถึงด้วย ต้องไปถามกับทางค่าย GDH ว่าร่วมลงทุนกับทางเกาหลีกี่ %"
ปีนี้มีหนังจากประเทศต่างๆ ที่ประเทศจะเข้าชิงในสาขา เบสต์ อินเตอร์เนชั่นแนล ฟีเจอร์ ฟิล์ม Best International Feature Film? "แต่ละปี จะมีหนังไปชิงรางวัลออสการ์ อย่างต่ำ 45-50 เรื่อง ทางออสการ์ให้เราส่งหนังไป ให้พิจารณาก่อน 31 ตุลาคม เป็นหนังที่ฉาย ในช่วงรอบปฏิทิน 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม
"ผมไปทำเรื่อง ขอให้ทางออสการ์ เชิญหนังไทยไปส่งเข้าประกวดหน่อย เขาก็เลยส่งเชิญมา ให้หนังไทยได้ไปชิงออสการ์ได้ ไทยเราส่งหนังไปตั้งแต่ 2527 ส่งเรื่อง น้ำพุ ที่มี ยุทธนา มุกดาสนิท เป็นผู้กำกับ
"ตั้งแต่ส่งหนังไทยไปประกวดที่ออสการ์ ก็ไม่เคยมีหนังไทยเรื่องไหนได้รางวัลเลย ไม่เคยได้แม้แต่เข้าชิงสักเรื่องเดียว เราก็ว่าหนังไทยเราดี แต่ดีของเรา ก็สู้หนังของคนอื่นจากประเทศอื่นๆ ไม่ได้"
จะทำอย่างไรให้หนังร่างทรง เป็นที่สนใจของคณะกรรมการออสการ์ เพราะถ้ามีกระแสมาก กรรมการก็สนใจ น่าจะให้คะแนนได้ง่ายขึ้นมั้ย? "มันมีวิธีการของมันอยู่ เช่น ไปฉายตามโรงหนังที่ลอสแองเจลิส สัก 7 วัน ทางเราต้องลงทุน เอาไปฉายที่โรงหนังเล็กๆ ก่อนก็ได้"
ทางรัฐบาล หรือรัฐมนตรรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้มีส่วนช่วยผลักดันสนับสนุน หนังเรื่องร่างทรง เพื่อให้โดนตากรรมการออสการ์ หรือไม่อย่างไร? "ผมเคยนำเสนอ พูดไปหลายครั้งแล้ว ถามๆ มาตลอด จนขี้เกียจจะพูดอีกแล้ว เคยถามไป ก็บอกว่าไม่มีงบ จริงๆ ทางรัฐบาลควรส่งเสริม สนับสนุนหนังไทยด้วย"
"มันมีวิธีของมัน ที่จะทำให้หนังมีกระแสได้ ให้เป็นที่สนใจของกรรมการออสการ์ ให้เป็นที่สนใจแตกตื่นของคนดูหนัง ที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งทุกอย่างต้องใช้เงิน เราลงทุนหน่อย เช่น ทำอีเวนต์ให้มีกระแส เชื่อสื่อมาดูหนัง หรือให้มีข่าวไปลงที่ เดอะฮอลลีวูด รีพอร์ตเตอร์ The Hollywood Reporter, วาไรตี้ Variety ฯลฯ (เว็บ-นิตยสารเกี่ยวกับหนัง)"
"อยากให้คนที่มีพลัง มาช่วยกันตรงนี้ ทำให้หนังร่างทรงได้เป็นอุบัติการณ์ ให้คนได้รู้ว่า เอ๊ะ ทำไมมีความเชื่อแบบนี้ ให้มีดราม่านิดหน่อย ให้เป็นกระแส ให้อยู่ในความสนใจของคณะกรรมการออสการ์ อย่างหนังของเจ้ย (อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล) เรื่อง ลุงบุญมีระลึกชาติ (Uncle Boonmee Who Can Recall His Past Lives) นี้ขนาดได้รางวัลปาล์มทอง ที่เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ เมืองคานส์ ครั้งที่ 64 ที่ฝรั่งเศส คณะกรรมการออสการ์ ยังไม่สนใจ เพราะมันไม่มีกระแสที่ออสการ์
...
"กระทรวงวัฒนธรรม ที่ดูแลโดยตรงกับเรื่องหนังไทย จัดงบพิเศษมาหน่อย ผลประโยชน์ที่ได้ มันไม่ได้หนังเฉพาะหนังเรื่องนี้เท่านั้น แต่มันได้กับหนังไทยเรื่องต่อๆ ไปด้วย หนังเป็นอีกซอฟต์พาวเวอร์ Soft Power ของจริง".