ล้วงตัวตน ตี๋ ธนพล กับเส้นทางที่ต้องฝ่าฟัน แม้ดูยากแต่จะพยายามทำให้ดี

ข่าว

    ล้วงตัวตน ตี๋ ธนพล กับเส้นทางที่ต้องฝ่าฟัน แม้ดูยากแต่จะพยายามทำให้ดี

    ไทยรัฐออนไลน์

    3 พ.ย. 2564 09:15 น.

    • เปิดใจ ตี๋ ธนพล จารุจิตรานนท์ อดีตนักร้องบอยแบนด์ชื่อดัง ที่ผันมาเป็นนักแสดงเต็มตัว
    • ทำงานในวงการนานนับ 10 ปี แต่เพิ่งจะมีชื่อเสียง
    • ฝากขอโทษแฟนคลับที่ไม่ค่อยมีเวลาให้เหมือนก่อน 

    เคยเป็นอดีตนักร้องบอยแบนด์ชื่อดัง แต่ตอนนี้ได้ผันตัวมาเป็นนักแสดงเต็มตัวแล้ว สำหรับ ตี๋ ธนพล จารุจิตรานนท์ ที่เจ้าตัวได้ตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของตัวเอง มาเซ็นสัญญาเป็นนักแสดงในสังกัดของช่อง 3 และกำลังจะมีผลงานซีรีส์วายกับเรื่อง "คุณหมีปาฏิหาริย์" นวนิยายชื่อดังของปราบต์ รวมไปถึงละคร "บุพเพร้อยร้าย" ที่หนุ่มตี๋รับบทเป็น จิม หนุ่มมาดกวน น้องคนสนิทของพระเอก เต้ย พงศกร ซึ่งมีกำหนดลงจอให้ฟินกันเร็วๆ นี้

    ล่าสุด ตี๋ ได้เปิดใจให้สัมภาษณ์กับ บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ เกี่ยวกับความตั้งใจในการทำงาน จุดเริ่มต้นในการเข้าวงการบันเทิง และจุดเปลี่ยนของชีวิต จากอดีตนักร้องบอยแบนด์ มาเป็นนักแสดงเต็มตัว พร้อมฝากคำขอโทษถึงแฟนคลับ ที่ไม่ได้มีเวลาให้เหมือนเดิมแล้ว

    อยู่ในวงการนานนับ 10 ปี แต่เพิ่งจะมีชื่อเสียง

    "ตอนนั้นเป็นหนุ่มขายน้ำอยู่ในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ครับ แล้วหลังจากนั้นก็ได้เข้ามาแคสต์ซีรีส์เรื่อง เดือนเกี้ยวเดือน ก็เลยทำให้มีงานในวงการมากขึ้น ก็ได้ไปออกอีเว้นท์ ไปโชว์ตัว ไปทำงาน

    แต่จริงๆ แล้วการเริ่มต้นในวงการบันเทิงของ ตี๋ เริ่มมาก่อนได้ไปขายน้ำอีกนะครับ ตี๋เริ่มเดินแบบ ถ่ายแบบ เริ่มตั้งแต่ตอนประกวดที่เชียงใหม่แล้ว ตั้งแต่อายุ 14-15 ก็เริ่มทำตั้งแต่ตอนนั้นแล้วครับ 

    จนเริ่มมาแคสต์โฆษณาก็ช่วงหนึ่ง สุดท้ายแล้วก็คิดว่าจะไม่รุ่งในวงการแล้ว ก็เลยเลิกไป แต่ก็ดันมาสอบติดมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เลยคิดว่าจะเรียนให้จบเป็นของขวัญให้กับคุณพ่อคุณแม่ละกัน ถึงแม้ว่าในวงการบันเทิงเราอาจจะทำไม่ได้แล้วครับ 

    แต่สุดท้ายแล้วเราเรียนได้ ปี 2 ปี 3 ก็ไปขายน้ำที่งานเกษตรแฟร์ แล้วมีคนมาเห็นก็ให้เรามาแคสต์เรื่อง เดือนเกี้ยวเดือน ครับ พอได้เล่นซีรีส์เรื่องนี้ก็มีกระแสขึ้นมา ทำให้เราทำงานได้ครับ มันก็เลยทำให้เรามาอยู่ในจุดทุกวันนี้ได้ครับ"

    "ช่วง ปี 1 ตี๋ มาเรียน ปี 1 ที่ ม.กรุงเทพ แล้วก็ไปแคสต์งานที่ทาวน์อินทาวน์ตลอด จนได้ตัว 2 ตัว 3 แต่สุดท้ายรู้สึกว่ามันไม่เวิร์กครับ เหมือนทำไปหลายปีมากๆ แล้ว มันไม่ได้เลี้ยงตัวเราได้ ก็เลยว่าจะกลับไปเรียนที่เชียงใหม่

    แต่สุดท้ายสอบติด ม.เกษตรศาสตร์ แล้วดันติด ทำให้การมากรุงเทพฯไม่เสียเปล่าแล้ว เพราะเราคิดว่าจะมาทำงาน หาเงินได้เยอะๆ ครับ สุดท้ายไม่มีก็ไม่เป็นไร เราก็มาตั้งใจเรียนให้พ่อแม่แทน สุดท้ายชีวิตก็พลิกผันขึ้นลงเรื่อยๆ แล้วก็มาได้เล่นซีรีส์นี้ล่ะครับ"

    ยอมรับอยากเข้าวงการบันเทิงเพราะเงิน

    "ที่อยากเข้ามาทำงานในวงการบันเทิง ตอนแรกที่อยากทำเพราะว่าอยากได้เงินครับ คือเหมือนแบบว่ามันเป็นสิ่งที่คนอายุเท่านี้ที่จะทำแล้วได้เงินเลย ถ้าเราจะไปรอเรียนจบแล้วสมัครงานได้ มันก็คงจะช้าไปครับ อะไรที่ได้ทำแล้วได้เงินเลย ตี๋ก็ทำ แล้วมันสามารถต่อยอดได้ครับ ตี๋ก็เลยลองดูกับมันสักตั้งหนึ่ง ก็นั่นล่ะครับสุดท้ายเป็นจนถึงทุกวันนี้ 

    แล้วความคิดที่มันเป็นเด็กก็ได้โตขึ้น พอตี๋ได้ทำงานทุกวัน ประสบการณ์ตี๋ก็เพิ่มขึ้นๆ ตอนนี้ก็เลยมีความคิดที่เปลี่ยนไปว่า จริงๆ แล้วเราไม่ได้อยากทำเพราะเงินอีกแล้ว เงินมันเป็นสิ่งขับเคลื่อนให้เรามีชีวิตรอดอยู่ได้ 

    แต่ใจจริงที่มาทำงานในวงการนี้ คือเราต้องทำอาชีพของนักแสดงหรือว่าการเล่นเป็นตัวละครนั้นๆ ให้ดี ให้สมกับที่ผู้ใหญ่ให้โอกาสเรามาครับ ตอนนี้ก็เป็นอาชีพที่เราจริงจังแล้วนะ เราไม่ได้มาเล่นๆ หรือว่าอยากได้กระแสแค่ 2-3 ปี กอบโกยแล้วก็จากไป อันนี้ไม่ใช่

    ก็รู้สึกว่าเราเคารพกับอาชีพนักแสดง และอยากทำต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าเราจะเลิกไปเองครับ แต่สุดท้ายแล้วทุกๆ อย่างที่เราทำออกไป เราจริงใจกับมัน แล้วก็เต็มที่กับมัน เราไม่เคยแบบทำครึ่งๆ กลางๆ เราก็แบบว่าตั้งใจทำจริงๆ สิ่งที่เราทำไป อยากจะให้ผู้ชมและคนอื่นได้เห็นว่าเราตั้งใจกับอาชีพนี้จริงๆ ครับ"

    ถ้าถามว่า เราแจ้งเกิดจากซีรีส์วาย กลัวคนติดภาพเราตรงนี้มั้ย ไม่ได้ห่วงตรงนี้เลยครับ พอเราคิดว่าเราเป็นนักแสดงจริงๆ แล้ว ไม่ว่าจะบทไหนก็ต้องฝ่าฟันไปให้ได้ และต้องเล่นให้ได้ งานไหนที่เรารับมาแล้ว เราก็ต้องทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด ไม่ว่ามันจะเป็นยังไงครับ"

    ขี้เล่นมาก จนใครที่สนิทก็ไม่อยากรู้จักอีกเลย

    "ตัวตนจริงๆ คิดว่าน่าจะเป็นคน 2 บุคลิกครับ (หัวเราะ) ถ้าคนที่ไม่รู้จัก ก็จะคิดว่า ตี๋ เป็นคนเงียบๆ เรียบร้อยครับ แต่พอถ้ารู้จักแล้ว สนิทแล้วก็จะไม่อยากรู้จักอีกเลย (หัวเราะ) เพราะว่าเป็นคนขี้แกล้ง ชอบแกล้งคนอื่น ชอบหยอกล้อ อารมณ์ดี พูดมาก เป็นคนเข้ากับคนอื่นได้ง่ายครับ จนเพื่อนบอกว่าไม่อยากจะรู้จักแล้ว อยากกลับไปวันแรกเป็นตี๋คนดีคนเดิมที่เคยรู้จักได้มั้ย (ยิ้ม)"

    "ตอนนี้ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าเป็นเสาหลักให้กับครอบครัวได้มั้ย แต่สุดท้ายแล้วเราต้องดูแลครอบครัว คือไม่รู้ว่าวันนี้อาจจะใช่หรือไม่ใช่ เราก็ตอบไม่ได้ แต่สุดท้ายแล้วเราต้องยืนด้วยตัวเอง เราเป็นลูกชายคนแรกของบ้าน ต้องดูแลพี่ๆ น้องๆ อยู่แล้ว"

    "ในวันที่ผมเข้ามาทำงานในวงการบันเทิง วันที่ได้เล่น เดือนเกี้ยวเดือน ครั้งแรกพ่อแม่เขาก็ถามนะว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร มันโอเคมั้ย เนื้อเรื่องเป็นยังไง เราก็ไม่กล้าบอกนะว่าเป็นสายวาย เพราะว่ากลัวเขาจะไม่ให้เล่น เขาก็กังวลนะว่ากลัวคนจะติดภาพรึเปล่า

    เราก็บอกว่าไม่เป็นไร ถ้ามันเป็นงาน เราก็ทำได้หมด ไม่ซีเรียส สุดท้ายแล้วถ้าเราจริงใจกับงานเราทุกอย่าง ผลตอบรับมันก็ดีจริงๆ อย่างที่เราคาดหวังไว้ครับว่าคนชื่นชอบและชื่นชม ในบทบาทที่เราได้รับครับ อย่างเรื่องแรกอาจจะเป็นบทบาทเด็กวัยรุ่นหน่อย แต่มาตอนนี้ก็ได้รับบทที่โตขึ้นๆ ครับ

    พ่อกับแม่เขาก็โอเคครับ ลูกทำงานแล้วดูแลตัวเองได้ แล้วก็สามารถช่วยเหลือครอบครัวได้ในระดับหนึ่งครับ เขาเห็นว่าเราทำได้และไว้ใจได้ในระดับหนึ่งครับ

    ตี๋ มีพี่น้อง 3 คนครับ ตี๋เป็นลูกชายคนกลาง มีพี่สาว และน้องชายคนเล็กครับ ถามว่าพ่อกับแม่ดุมั้ย ตอนเด็กๆ พ่อดุครับ แม่ก็จะเป็นคนใจดีคอยปกป้อง ตอนนี้มากลับกลายเป็นว่าสลับกัน พ่อจะเป็นสายธรรมะ ไม่ค่อยเข้ามายุ่งแล้ว แต่กลับกันคือแม่เข้ามายุ่งแทน (หัวเราะ) เขาก็เป็นห่วงแหละ"

    หัวใจว่าง ยังไม่มีใครจับจอง

    "ก็มีบ้างนะครับ แต่ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีปัญหานะครับ เพราะ ตี๋ โฟกัสเรื่องงานเป็นหลัก 95% เลยครับ เค้าจะไม่ค่อยเป็นห่วงเรื่องนี้เท่าไร แต่จะห่วงว่าให้มีแฟนได้แล้วนะ พอตอนที่มีแฟนก็จะบอกว่า ไม่ต้องมีหรอก แต่พอไม่มีปุ๊บก็ถามว่า เมื่อไหร่จะมี สลับกันอีก แต่ตอนมีแฟนแม่เค้าก็นิดนึงนะ (หัวเราะ)

    คือตอนนี้เหมือนเค้าเรียกว่าเป็นวัยที่กำลังสร้างเนื้อสร้างตัวเนอะ เราก็อยากมั่นคงกับงานของเราก่อน ก่อนที่จะไปโฟกัสเรื่องแฟน เพราะว่าเราตั้งใจทำตรงนี้มากๆ เลย เพราะว่ามันเป็นโอกาสช่วงเดียวของเราแล้วแหละ ถ้าเราหลุดไปก็หมดแล้ว เพราะฉะนั้นเราต้องทำตอนนี้ให้ดีและมั่นคง ดูแลเลี้ยงชีพเราไปได้จนปลายทางครับ"

    เซ็นสัญญาเป็นนักแสดงช่อง 3 แล้ว

    "ใช่ครับ ตอนนี้ซีรีส์เรื่อง คุณหมีปาฏิหาริย์ ใกล้จะถ่ายทำเสร็จแล้วครับ ประมาณเดือนธันวาคมน่าจะถ่ายทำเสร็จเรียบร้อยทุกอย่างครับ ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนนะครับ"

    "ถ้าเมื่อก่อนตอนที่เด็กๆ คิดว่าอยากจะไปให้ไกลๆ เพื่อที่ว่าจะได้หาเงินเยอะๆ แต่ว่าตอนนี้ไม่ได้คิดแบบนั้นเลย ไม่ได้คิดว่าจะอยู่จุดไหน จุดที่ดังหรือว่าไม่ดัง แต่อยู่ได้ด้วยว่าเราจะต้องทำผลงานที่เราได้รับมอบหมายมาให้ดีที่สุด

    เวลาที่ผู้ใหญ่ช่องเขามอบบทบาทนี้ให้เรา เราก็อยากจะทำบทบาทนี้ให้เต็มที่ โดยที่ไม่ได้คิดว่าจะมีชื่อเสียงหรือไม่ ตรงนี้ตี๋คิดว่าจะเป็นกำไรของเรา แต่ว่าจะมีชื่อเสียงหรือไม่มี มันไม่ได้เป็นประเด็นสำคัญของเราอีกต่อไปแล้ว

    ประเด็นสำคัญของเราคือเราอยากเป็นนักแสดงที่ดี อยากให้คนอื่นได้เห็นว่า สิ่งที่เราตั้งใจทำผลงานให้คนได้เห็นได้ชื่นชอบ คิดว่าเราเป็นนักแสดงคนๆ นั้นจริงๆ เล่นได้สมบทบาทมากจริงๆ คิดแบบนั้นมากกว่า"

    ฝากขอโทษแฟนคลับ ที่ไม่ค่อยมีเวลาให้เหมือนก่อน

    "ก็หวั่นๆ นะครับว่าช่วงที่เราเงียบไป แฟนคลับเขาจะลืมเรา เพราะว่าเรามาจากนักแสดงซีรีส์วาย และนักแสดงซีรีส์วายจะมาคู่กันกับแฟนคลับที่เขาคอยสนับสนุนรักเรา เราก็ต้องดูแลเขาอย่างต่อเนื่อง บางที่เราเป็นเปลี่ยนสายแล้ว เราไปเป็นนักแสดงที่ทำงานกับช่องใหญ่ ซึ่งบางทีเราไม่มีเวลามาพูดคุยกันเหมือนเมื่อก่อนครับ พอเราโตขึ้น ความรับผิดชอบเราน่าจะโตขึ้น เราโฟกัสกับงานมากขึ้น

    การที่เราทำการบ้าน เราใช้เวลากับพวกนี้จนหมดแล้วครับ จนเราไม่ค่อยได้อยู่กับแฟนคลับมากเท่าที่ควร ก็อาจจะมีหายไปบ้างช่วงหนึ่งครับ ผมก็เป็นห่วงเขาแล้วก็รู้สึกอยากจะพูดคุยกับเขา ไม่ให้เขาเหงาเหมือนเดิม แต่ว่าในเมื่อตอนนี้สายงานมันปรับเปลี่ยน มันยังไม่ได้คงที่ หรือเป็นช่วงที่อยู่ตัวแล้ว เราก็ต้องเอางานของเราให้รอดก่อน

    แล้วพอวันหนึ่งตอนที่ผลงานเราเริ่มออนแอร์แล้ว เราพอจะมีเวลาที่ได้พูดคุยกับเขาแล้ว ตี๋ว่าช่วงนั้นเป็นช่วงเวลาที่ดีที่ได้กลับมาพูดคุยกันเหมือนเดิม ช่วงนี้ตี๋ก็อาจจะเก็บตัวไปก่อนครับ แต่ก็ยังมีโพสต์รูปให้หายคิดถึงบ้างครับ แต่ก็ไม่ได้หายไปซะทีเดียว

    ฝากขอโทษแฟนคลับด้วยครับ เราอาจจะไม่ได้มีเวลาให้เหมือนก่อน แต่ความรักที่ตี๋มีแฟนคลับยังเหมือนเมื่อก่อนครับ มีแต่จะเพิ่มครับ 

    แต่ด้วยความที่เราเป็นเด็กใหม่ของช่องที่ต้องขยันมากขึ้น จะต้องเร่งฝีมือ เพื่อให้เท่ามาตรฐานที่ช่องโอเค ต้องใช้วลาตรงนี้มากๆ ก็อยากให้แฟนคลับเข้าใจในส่วนนี้ด้วยครับ"

    ขอบคุณทุกคนที่ซัพพอร์ตมาตลอด

    "ฝากขอบคุณแฟนๆ ทุกคนนะครับ ที่ดูแลกันตั้งแต่ตี๋ขายน้ำ หรือบางคนก็ติดตามกันมานานกว่านั้น ตั้งแต่ยังเป็นตัวประกอบ มาวันนี้เขาก็ดูแลไม่ห่างเลย แม้กระทั่งแฟนคลับต่างชาติ แม่จีนเอง ที่ตี๋ได้ไปทัวร์กับเพื่อนๆ เขายังติดตามเราอยู่ ก็อยากขอบคุณมากนะครับ ที่ติดตามตี๋จนทุกวันนี้ อยากฝากให้ติดตามเราต่อไปเรื่อยๆ อยากให้เขาได้เห็นพัฒนาการเติบโตของเราที่จะมั่นคงและแข็งแรงขึ้น ถึงแม้ว่าเราอาจจะไม่ได้โดดเด่น เปรี้ยงปร้างเหมือนคนอื่นเขา แต่ความมั่นคงเป็นสิ่งสำคัญ อยากจะให้แฟนคลับเข้าใจว่า เราค่อยๆ เติบโตมันดีกว่าครับ อยากจะขอบคุณที่ติดตามและรักตี๋มานานขนาดนี้

    และฝากติดตามผลงานของตี๋ที่กำลังจะมีในเร็วๆ นี้คือ ภาพยนตร์เรื่อง ส้มป่อย ที่กำลังจะฉายแล้ว ส่วนงานละครก็จะมีเรื่อง คุณหมีปาฏิหาริย์ ที่จะออนแอร์ในปีหน้าแน่นอน และเรื่อง บุพเพร้อยร้าย ทางช่อง 3 ฝากติดตามด้วยนะครับ"

    พร้อมบอกเล่าถึงการเป็นพระเอกในภาพยนตร์เรื่องแรก "ส้มป่อย" กับบทของ แซ้ป ผู้ชายสุดกวน ซึ่ง ตี๋ บอกว่า บทนี้ตรงข้ามกับตัวจริงมาก เพราะต้องเล่นเป็นแว้นบอย และเจ้าพ่อร่างทรงอีกด้วย

    ภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิต

    "เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของตี๋เลยครับ ตื่นเต้นมากๆ เรื่องนี้ใช้ภาษาเหนือด้วยครับ แต่ทุกคนจะคิดว่าตี๋เป็นคนเหนือ ใช้ภาษาเหนือ เล่นหนังเหนือต้องง่ายแน่ๆ แต่บอกเลยยากมากครับ เพราะว่าตี๋เองเป็นคนที่ใช้ภาษาเหนือได้ไม่คล่อง

    จากการที่เราอยู่โรงเรียนจะพูดไทยตลอด หรือเวลาใครถามเรา เราก็จะตอบเป็นภาษาไทย หรือถ้าพูดภาษาเหนือก็จะไทยคำเหนือคำ มันก็เลยทำให้การเล่นหนังของเรายากมาก เพราะเราต้องใช้ภาษาเหนือ 100% ไม่มีคำสแลงเลย"

    "แล้วในเรื่องต้องพูดภาษาเหนือคล่อง แล้วสำเนียงต้องลงไปทางใต้ๆ ของภาคเหนือนิดๆ เหนือทางแพร่หรือลำพูนครับ ถามว่ายากมั้ย ยากเหมือนกันครับ (ยิ้ม) แต่ก็ฝึกให้มันคล่องปาก และพูดให้มันก็ชิน ก็ทำได้"

    "การทำงานในกองสนุกครับ ก็แบบดีตรงที่ว่าเราได้ไปเจอสถานที่สวยๆ ทั้งนั้นเลย บางทีเราเป็นคนเหนือเองเรายังไม่เคยไปในสถานที่นี้เลย มีแบบ Unseen 3-4 ที่สวยมากจริงๆ อยากให้ทุกคนไปติดตามในหนังว่าจะมีที่ไหนบ้างครับ"

    "เรื่องนี้ผมรับบท แซ้ป ครับ เป็นคนที่คาแรกเตอร์กวนๆ บอกเลยว่าเห็นแล้วอยากตีมาก แค่อ้าปากก็อยากตีมากจริงๆ เป็นคนที่พูดจาโผงผาง แต่ว่ารักเพื่อนมากๆ

    แล้วบางทีคนอื่นอาจจะคิดว่า แซ้ป เป็นชื่อตัวละครใช่มั้ย แต่คำว่า แซ้ป มีความหมายทางภาคเหนือจริงๆ ก็คือภาคเหนือที่เรียก แซ้ปๆ เนี่ย จะเป็นวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งที่แต่งตัวกวนๆ หรือว่าคล้ายๆ เด็กแว้น เลยเป็นชื่อเรียกของทางภาคเหนือจริงๆ"

    "ถามว่าเหมือน ตี๋ มั้ย ก็มีเหมือนบ้างไม่เหมือนบ้าง ที่เหมือน ตี๋ อาจจะเป็นความกวนๆ ขี้เล่น ขี้แกล้ง แต่ที่ไม่เหมือนก็คือความพูดจาโผงผาง ใส่ยับ โนสนโนแคร์ พูดจาในสิ่งที่ตัวเองคิดไปเลย"

    "ถามว่ายากมั้ย ยากนะครับ ปกติ ตี๋ จะได้รับบทเป็นนักเรียน เป็นวัยรุ่นอายุ 20 ต้นๆ แต่บทที่ได้รับเป็น แซ้ป จะต้องเล่นเป็นร่างทรงด้วย เรียกว่าพลิกคาแรกเตอร์ตัวเราเลย จากที่พูดจาเรียบร้อย ก็จะมาพูดจาโผงผาง เกรี้ยวกราด"

    "มีไปเรียนแอ็กติ้งเพิ่มครับ ทางทีมงานก็ส่งไปเวิร์กช็อปเพิ่ม ไปละลายพฤติกรรมกันด้วยกับพี่น้ำตาล เพราะตี๋เองก็เป็นนักแสดงใหม่ที่ยังไม่คุ้นชิน เขาก็ส่งมาละลายพฤติกรรม มาบรีฟเรื่องคาแรกเตอร์เราว่าเราอยากได้คาแรกเตอร์ประมาณนี้ แล้วก็มาเข้ากับพี่น้ำตาลด้วยครับ เราจะได้รีแลกซ์ ออกกองได้สบายๆ"

    "กับพี่น้ำตาล ครั้งแรกที่เจอกันก็เขินมาก ไม่เคยเข้าคู่กับผู้หญิงเพราะเรามาจากสายวาย และเป็นเรื่องแรกที่ได้คู่กับผู้หญิงครับ พี่น้ำตาลเขาก็บอกว่า ไม่ต้องเกร็งพี่นะ จับตัวได้เลย แล้วอยากเล่นอะไรก็ลองเล่นมาเลย ไม่ต้องเกร็ง ก็ทำให้เราผ่อนคลายมากขึ้น พี่น้ำตาลน่ารักมากจริงๆ"

    "ในเรื่องผมกับพี่น้ำตาล (น้ำตาล พิจักขณา) เล่นเป็นคนอายุเท่ากันครับ เป็นเพื่อนกัน แล้วคือบทของ ส้มป่อย ที่พี่น้ำตาลเล่นจะเป็นหผู้หญิงที่ก๋ากั่น แสบๆ เอนเนอร์จี้เยอะมาก แล้วเราคือ แซ้ป ก็ต้องข่มเอนเนอร์จี้พวกนี้ให้ได้ เราต้องเหนือกว่า จะได้ควบคุมคนนี้ได้"

    "ฉากที่ชอบมากที่สุด น่าจะเป็นฉากเจ้าเข้าทรงครับ เพราะเราคิดว่าตัวเองทำไม่ได้ แต่พอทำออกมาแล้ว เราก็ทำได้หนิ เป็นซีนที่ภูมิใจมากครับ มีทั้งถ่มน้ำลายด้วย เราไม่เคยทำแบบนี้แล้วเราต้องมาทำใช่มั้ย แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดีครับ (ยิ้ม)"

    รับกดดัน แต่พยายามทำการบ้านให้หนักขึ้น

    "หนังเรื่องแรก ผมรู้สึกกังวลมากเลยครับ เพราะว่าถ้าให้เล่นเป็นคนเหนือเราเล่นได้นะ สบายมาก แต่ให้เล่นเป็นพ่อหมอ อันนี้คือกังวลมากเพราะกลัวว่าจะเล่นไม่ได้ จะออกมาแบบไหน ไม่รู้ว่าคาแรกเตอร์การพูดจาของพ่อหมอจะเป็นยังไง ก็ไปฝึก 2-3 คาแรกเตอร์ของร่างทรงมา แล้วให้ผู้กำกับดูว่าชอบแบบไหน"

    "กดดันนะ เพราะว่าเราเป็นนักแสดงใหม่ แล้วก็ได้มาเข้าฉากกับนักแสดงมืออาชีพ เขา 3-2-1 เขาก็ได้แล้วอ่ะ แล้วเราไม่มีไม่ได้อ่ะ เราก็ต้องทำได้ดิ (ยิ้ม) เราก็เลยไปทำการบ้านให้หนักขึ้น ท่องบทเป็น 10 รอบเลย เพราะว่าเวลาเราจำบทได้ เราจะไปเล่นอะไรก็ได้ ฉะนั้นเราต้องขยันมากกว่าคนอื่น เพื่อจะให้เขาทำงานง่ายด้วย จะได้ไม่ต้องมารอเราคนเดียว แต่สุดท้ายก็ผ่านมาได้ครับ (ยิ้ม)"

    "ผมไม่กล้าให้คะแนนตัวเองเลย (หัวเราะ) เอาให้กลางๆ ละกันครับ 5 เต็ม 10 เพราะเราก็ไม่รู้ว่าคนดูจะชอบมั้ย เพราะเราเองก็ยังไม่ได้ดูหนังเต็มๆ ว่าเป็นยังไง ก็จะได้ไปดูพร้อมแฟนคลับเลย ตื่นเต้นเหมือนกันว่าซีนไหนเราจะเล่นแข็ง ซีนไหนเราจะเล่นได้ดี (ยิ้ม) แต่ก็อยากให้ออกมาให้ดี"

    "อยากจะฝากแฟนๆ ทุกคนครับ ไม่ว่าจะเป็นแฟนคลับของตี๋เอง แฟนคลับพี่น้ำตาล หรือว่าคอหนัง อยากจะฝากให้ทุกคนมาติดตามภาพยนตร์รักคอมเมดี้ที่ใช้ภาษาเหนือนะครับ ถึงแม้ว่าจะใช้ภาษาเหนือ แต่บอกเลยว่าทุกคนเข้าใจง่ายแน่นอน และมีซัพไตเติลอยู่แล้วครับ

    อยากจะเชิญชวนมาดูหนังรักคอมเมดี้ ที่ดูได้ง่ายๆ แต่แฝงไปด้วยความคิด ดูเหมือนจะเป็นหนังรักสนุก ใสๆ แฮปปี้ไม่มีอะไรแต่แฝงไปด้วยข้อคิดครับ ทั้งวัฒนธรรมทางเหนือเอง ความเชื่อความคิดที่ทางเหนือเขาคิดแบบนั้น แต่สุดท้ายหนังจะสื่อออกมาว่า การที่รู้ใจตัวเองจริงๆ เป็นยังไง".

    ผู้เขียน : โอ้ว...ซาร่า

    กราฟิก : Sathit Chuephanngam 

     

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      ตี๋ ธนพลตี๋ ธนพล จารุจิตรานนท์Special Contentspecial contentตี๋ SBFiveส้มป่อยข่าวบันเทิงดารา

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันพุธที่ 8 ธันวาคม 2564 เวลา 05:02 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์