เบลล์ นิภาดา ลูกทุ่งสาววัยรุ่น ลำบากตั้งแต่เด็ก ภูมิใจปลดหนี้ให้พ่อแม่

ข่าว

    เบลล์ นิภาดา ลูกทุ่งสาววัยรุ่น ลำบากตั้งแต่เด็ก ภูมิใจปลดหนี้ให้พ่อแม่

    ไทยรัฐออนไลน์

    30 ก.ย. 2564 09:00 น.

    • วัยเด็กลำบาก พ่อแม่เร่ขายรางน้ำ จะเรียนมัธยม พ่อแม่ต้องไปยืมเงินให้สมัครสอบ
    • ชีวิตพลิกเมื่อตั๊กแตน ชลดา ขอเพลงไปคัฟเวอร์ สุดท้ายเป็นลูกทุ่งดัง ปลดหนี้ให้พ่อแม่
    • ชอบตัวเลข มีสัมผัสที่ 6 เผยเหตุการณ์ขนหัวลุกในช่วงเริ่มเป็นศิลปินฝึกหัด

    เป็นอีกหนึ่งนักร้องสาววัยใสที่กำลังมาแรงในวงการเพลงลูกทุ่งอีกคน สำหรับ เบลล์ นิภาดา ลูกทุ่งสาววัย 18 ปี ซึ่งเป็นศิลปินอายุน้อยที่สุดจากค่ายแกรมมี่ โกลด์ เจ้าของเพลงฮิตร้อยล้านวิว “ให้เคอรี่มาส่งได้บ่”

    ชีวิตในวันวานก่อนจะมาเป็นศิลปินดังก็ผ่านความลำบากมาก่อน เพราะในวัยเด็กฐานะครอบครัวลำบาก ตามพ่อแม่ขายรางน้ำตั้งแต่อายุ 2-3 ขวบ พอเริ่มโตขึ้นก็ยังต้องประหยัดมาก ไม่มีเงินไปสอบเรียนต่อชั้นมัธยม พ่อแม่ต้องไปยืมเงิน กู้เงินจากธนาคาร

    บันเทิงไทยรัฐออนไลน์พูดคุยกับเบลล์ นิภาดา ที่จะมาเผยชีวิตในวัยเด็กที่ลำบาก ก่อนจะได้รับโอกาสดีๆ และกลายเป็นศิลปินลูกทุ่งชื่อดัง รวมไปถึงเรื่องราวบางมุมของเบลล์ที่หลายคนอาจไม่รู้ ชอบพากย์เสียงการ์ตูน สนใจเรื่องตัวเลข รวมไปถึงเรื่องสัมผัสที่ 6 ที่เคยเจอเหตุการณ์ชวนขนลุกเมื่อเริ่มเป็นศิลปินลูกทุ่ง

    ลำบากตั้งแต่เด็ก

    กว่าจะเป็นนักร้องลูกทุ่งวัยรุ่นชื่อดังในทุกวันนี้ จุดเริ่มต้นชีวิตของเบลล์ นิภาดา ไม่ได้สบาย เพราะฐานะที่บ้านลำบาก ซึ่งเบลล์เล่าถึงวัยเด็กของเธอให้ฟังว่า

    “หนูเกิดมาในครอบครัวที่ไม่ได้มีฐานะร่ำรวย ครอบครัวหนูลำบากมาก บ้านหนูอยู่ที่ขอนแก่น ตอนเด็กๆ ประมาณ 2-3 ขวบ พ่อแม่ขายรางน้ำ ก็พาหนูไปด้วย พี่สาวเรียนหนังสือ ก็จะไม่มีเวลาดูแลน้องค่ะ แล้วรถของคุณพ่อหนูเป็นรถสมัยเก่า ไม่มีแอร์ ไม่มีแคปด้วย แม่ต้องเอาหนูวางไว้บนตักค่ะ นั่งข้างหน้าไปด้วยกัน 3 คน

    ก็ไปนอนตามวัด ปั๊มน้ำมัน บางที่ก็ไม่ให้พักก็ต้องขับรถไปเรื่อยๆ จนดึก บางวันก็นอนในรถเลยเพราะไม่มีที่นอนจริงๆ ค่ะ พอเริ่มโตขึ้นก็ดีขึ้นค่ะ แต่ก็ต้องประหยัดมาก หนูสงสารพ่อกับแม่มาก ไม่คิดว่าจะต้องไปหายืมเงินญาติพี่น้อง พ่อแม่ก็ต้องไปกู้ธนาคาร 3 แสนกว่าบาท

    ตอนนั้นหนูกำลังจะขึ้นชั้น ม.1 ไม่มีเงินมาสอบ พ่อแม่ก็ต้องกู้เงินธนาคารเพื่อให้หนูเรียนมัธยมต่อกับเพื่อนๆ แต่พอหนูได้ทัวร์คอนเสิร์ต หนูก็ได้มีโอกาสปลดหนี้ให้พ่อกับแม่ค่ะ”

    ส่วนความรักในด้านเสียงเพลง เบลล์บอกว่า ชอบฟังเพลงของผ่องศรี วรนุช ตอน 9 ขวบ อ.วิภาดา ให้ฝึกหัดร้องเพลงครั้งแรก คือเพลง “กอดหมอนนอนหนาว” ประกวดในงานศิลปวัฒนธรรมของทางโรงเรียน เมื่อตอนเรียนชั้น ป.3

    ตอนนั้นได้รางวัลชนะเลิศ ได้เงิน 200 บาท รู้สึกดีใจมาก คิดแค่ว่าจะทำยังไงให้พ่อกับแม่ไม่ต้องไปยืมเงินคนอื่น อยากตอบแทนท่านบ้าง ตอนนั้นเอาเงินให้พ่อกับแม่ทั้งหมด แต่ยังไม่คิดว่าจะมีอาชีพนักร้อง

    พอขึ้น ม.1 ก็ประกวดที่โรงเรียนอีก ได้รางวัลที่ 2 ทีนี้ อ.กฤษฏาภรณ์ อ่อนตาแสง อาจารย์ที่สอนดนตรีในโรงเรียน เห็นแววว่าเสียงเบลล์ออกไปทางลูกทุ่งหมอลำ อาจารย์เลยอัดคลิปดีดกีตาร์ แล้วให้เบลล์นั่งข้างๆ ร้องเพลง “น้องมีผัวแล้ว” ศิลปิน ดอกอ้อ ทุ่งทอง

    ตอนนั้นเบลล์ยังไม่มีโทรศัพท์มือถือเหมือนเพื่อนๆ อาจารย์โพสต์ลงเฟซบุ๊กตัวเอง ปรากฏว่าคนเข้ามากดไลค์กดแชร์เยอะมาก รู้สึกตื่นเต้น เลยเป็นแรงบันดาลใจทำคลิปร้องคัฟเวอร์เพลงต่างๆ

    เส้นทางสู่นักร้อง

    เบลล์เล่าถึงชีวิตตอนเรียนมัธยมที่โรงเรียนหนองเรือวิทยาว่า มีความสุขที่ได้เจอเพื่อน เรียนหนังสือ พอเรียน ม.1 เทอม 2 และไปประกวด จนได้เป็นนักร้องหญิงประจำวงโปงลาง “บ้านโปงลางแสนเมือง” ของทางโรงเรียน ประกวดโปงลางมาตั้งแต่ ม.1-3 ชนะบ้างไม่ชนะบ้าง แต่เป็นประสบการณ์ในชีวิต

    ตอนนั้นเริ่มฝึกเล่นกีตาร์ เริ่มมีซิงเกิลของตัวเอง โดยมี อ.ภานุวัฒน์ วิเศษวงษา นักแต่งเพลงฝีมือดีที่รู้จักกับ อ.กฤษาภรณ์ มาช่วยสอนให้คำแนะนำกับเบลล์ โดยมีเพลงแรก “แพ้บ่ได้หัวใจยังมีอ้าย” เพลงที่ 2 “บอกเลิกบ่ออก บอกฮักบ่ได้”

    ส่วนจุดเริ่มต้นการเป็นศิลปินค่ายแกรมมี่ โกลด์ ตอนนั้นมีซิงเกิลตัวเองคือเพลง “ฮู้เปิดล่ะ” ซึ่งแปลว่า “รู้หมดแหละ” แต่งโดย อ.ภานุวัฒน์ ตอนนั้นเขาส่งเพลงมาให้ฟัง ก็ได้ทำเป็นเวอร์ชันฉบับเต็ม

    “พอปล่อยไปก็มีพี่ตั๊กแตน ชลดา ซึ่งเป็นศิลปินที่หนูชื่นชอบ มาขอซาวนด์เพลงจากอาจารย์ไปร้องคัฟเวอร์ หนูไม่คิดไม่ฝันเลยว่าศิลปินที่เราฟังเพลงพี่เขาทุกวันจะมาขอซาวนด์เพลงเราไปร้องคัฟเวอร์ ตอนนั้นดีใจมากๆ ทำอะไรไม่ถูกเลยค่ะ

    ผู้ใหญ่ในค่ายก็ไปตามหาว่าต้นฉบับเพลงนี้ที่พี่ตั๊กแตนคัฟเวอร์เป็นใคร เขาเห็นแววหนู ก็เลยโทรเรียกให้มาสกรีนเทสต์ที่ตึกแกรมมี่

    ก็ต้องขอบคุณโอกาสดีๆ จากพี่โจ (เหมือนเพชร อำมะระ โปรดิวเซอร์ค่ายแกรมมี่ โกลด์) ด้วยนะคะ เป็นผู้ที่ให้โอกาสหนูตั้งแต่วันนั้นเลยค่ะ เหมือนพี่ตั๊กแตนเป็นคนที่ทำให้เรามาอยู่ในค่ายนี้ด้วย ขอบคุณมากๆ ดีใจมาก ไม่คิดไม่ฝันเลย ตอนนั้นที่หนูออกซิงเกิลนี้อายุ 14-15 ปี ยังอยู่ ม.ต้นอยู่เลยค่ะ”

    เมื่อถามถึงวันแรกที่ได้มาเป็นศิลปินฝึกหัดค่ายแกรมมี่ โกลด์ ในวัย 14-15 ปี เบลล์บอกว่ากดดันมาก เพราะเป็นคนไม่กล้าแสดงออกเลย ไม่กล้าคุยกับใคร เป็นคนขี้อาย พี่โจให้เป็นศิลปินฝึกหัด 1 ปี พี่โจให้โจทย์มาแต่งเพลง ฝึกเล่นกีตาร์ ก็ฝึกอยู่ประมาณ 1 ปี ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างมาก เริ่มมีความกล้าแสดงออกมากขึ้น

    เรื่องแต่งเพลง ตอนนั้นยังไม่มีประสบการณ์เรื่องอะไรเลย ยังเรียนหนังสือ แล้วต้องมาแต่งเพลง จะแต่งเพลงยังไงประมาณไหน “หนูก็เลยไปปรึกษา อ.ภานุวัฒน์ นี่แหละค่ะ ว่าทางผู้ใหญ่ให้โจทย์ว่าให้แต่งเพลง อาจารย์ช่วยแนะนำได้มั้ย อาจารย์ก็แนะนำมา อีกส่วนนึงก็ไปถามเพื่อนว่าใครพอที่จะมีประสบการณ์ความรักอะไรมั้ย เราจะได้แต่งเพลง ก็อาศัยเพื่อนๆ เอา และได้คำแนะนำดีๆ จาก อ.ภานุวัฒน์ นี่แหละค่ะ”

    ให้เคอรี่มาส่งได้บ่

    เมื่อเบลล์เริ่มออกซิงเกิลกับค่ายแกรมมี่ โกลด์ โดยมีเพลงแรก “ถอยใจ” และเพลงที่ 2 “เซียงไว้” มียอดวิว 3-4 แสน แต่พอปล่อยซิงเกิลเพลงที่ 3 “ให้เคอรี่มาส่งได้บ่” กลายเป็นเพลงดังร้อยล้านวิวภายในเวลาไม่นาน

    ซึ่งเบลล์บอกว่าช่วงนั้นขึ้นชั้น ม.4 เทอมแรก เพลงนี้เป็นเพลงเร็วเพลงแรกในชีวิตที่ติดชาร์ต 1 ในมาแรงของยูทูบ วันแรกยอดวิว 1 ล้านวิว รู้สึกดีใจมาก เป็นเพลงที่พลิกชีวิตเลย พอออกเพลงนี้มาก็เริ่มมีงานคอนเสิร์ต ทำให้แบ่งเวลาเรียนยากขึ้น กลางคืนต้องร้องเพลงเลิกเที่ยงคืน บางวันมีงานที่ร้องในผับก็จะดึกหน่อย เลิกตี 1-2 มันยากสำหรับเด็กอายุ 16 ปี จึงตัดสินใจบอกพ่อกับแม่ว่าจะดรอปเรียน

    “ตอนนั้นพ่อกับแม่ไม่เห็นด้วย เพราะพ่อแม่เคร่งในเรื่องการเรียนมาก ถามว่าจะออกทำไม ทำไมไม่ตั้งใจเรียนหนังสือ หนูก็คิดว่าหนูมีโอกาสตรงนี้แล้ว มันเป็นโอกาสที่หารายได้ให้ครอบครัวเราได้ก็รีบคว้าไว้ หนูคิดแค่นี้ว่าจะทำยังไงให้พ่อกับแม่มีรายได้ หนูเลยตัดสินใจดรอปเรียนตอน ม.4 เลยค่ะ และมาเรียน กศน.”

    เมื่อถามว่าในวันแรกที่ได้ร้องเพลงนี้ คิดว่าเพลงนี้จะกลายเป็นเพลงร้อยล้านวิวหรือเปล่า เบลล์บอกว่า “หนูไม่คิดว่าจะถึง 1 ล้านวิวด้วยซ้ำค่ะ มันเป็นเพลงเร็วเพลงแรกที่หนูได้มีโอกาสร้องในชีวิต ปกติหนูร้องเพลงช้าๆ เศร้าๆ คือหนูเป็นคนขี้อาย ไม่กล้าร้องเพลงเร็ว ไม่กล้าเต้น ก็คิดว่ามันจะดังเหรอคะอาจารย์ หนูฟังไกด์เพลงครั้งแรกก็เพราะดีนะ แต่หนูไม่มั่นใจในตอนนั้น แต่อาจารย์บอกว่ามันเป็นเพลงน่ารักสดใส เข้ากับวัย ลองดู

    พอปล่อยได้ 1 วันแล้วทะลุ 1 ล้านวิว ติดชาร์ต 1 ในมาแรง มันยิ่งทำให้หนูมีแรงบันดาลใจเพิ่มมากขึ้นมากๆ ไม่คิดเลยว่าทุกคนจะชื่นชอบขนาดนั้น มีเด็กๆ เต้นเยอะมากใน TikTok ดีใจมากค่ะ ส่วนเรื่องที่มีคนเอาเพลงนี้ไปเปิดที่ผับประเทศจีน โอ้โห...อันนี้ดูอยู่ใน TikTok อยู่ค่ะ ดีใจมากค่ะ ขอบคุณพี่น้องทั่วโลกที่ฟังเพลง “ให้เคอรี่มาส่งได้บ่” ไม่คิดว่าพี่น้องเพื่อนบ้านของเราจะเอาไปเล่นไปร้องกันเยอะ เป็นเพลงแรกในชีวิตที่ยอดวิว 1 ล้านวิวค่ะ จากเป็นเด็กบ้านๆ ที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย แล้วมีเพลงทะลุร้อยล้านวิว ดีใจและภูมิใจมากค่ะ”

    เบลล์เผยว่า ช่วงที่เพลงดังมากๆ มีงานสูงสุดวันละ 4-5 งาน ตอนนั้นต้องวิ่งงานทั้งวัน ตั้งแต่ช่วงบ่ายจนถึงตี 1-2 อะไรที่ไม่เคยเห็นก็ได้เห็น เป็นประสบการณ์ชีวิตล้วนๆ รู้สึกภูมิใจที่ได้แบ่งเบาภาระของพ่อแม่ หารายได้เพิ่มให้ครอบครัว ปลดหนี้ ต่อเติมบ้านด้วย ดีใจที่เห็นพ่อแม่มีความสุข มีรอยยิ้ม

    อีหล่าเบลล์

    อีกหนึ่งก้าวสำคัญของเบลล์ในวงการเพลงลูกทุ่ง คือการออกอัลบั้มชุดแรกในชีวิต “อีหล่าเบลล์” ซึ่งเบลล์เล่าให้ฟังถึงที่มาที่ไปว่า

    “เป็นอัลบั้มแรกในชีวิตของเบลล์เลยนะคะ ดีใจและตื่นเต้นมากที่ได้มีอัลบั้มเป็นครั้งแรกในชีวิต ขอบคุณผู้ใหญ่ในค่ายด้วยนะคะที่ให้โอกาสเบลล์มาตลอด ขอบคุณเสียงเรียกร้องจากแฟนคลับทุกคนนะคะที่อยากเห็นเบลล์มีอัลบั้มของตัวเอง ในอัลบั้มนี้ผู้ใหญ่อยากให้มีความเป็นผู้ใหญ่ขึ้น เป็นสาวขึ้น เปลี่ยนลุคเปลี่ยนสไตล์การแต่งตัวทั้งหมดเลยค่ะ

    สำหรับชื่ออัลบั้ม คำว่าอีหล่าเป็นภาษาถิ่นอีสาน แปลว่าน้องสาว เป็นน้องเล็กของแกรมมี่โกลด์ เป็นคนที่อายุน้อยที่สุดในค่ายค่ะ ก็เลยได้ชื่อว่าอีหล่าเบลล์เป็นชื่ออัลบั้ม แต่ละเพลงผู้ใหญ่ในค่ายกับอาจารย์ก็ปรึกษากันค่ะว่าอยากได้เพลงประมาณไหน อกหักหรือโสดๆ เหงาๆ สนุกสนาน ก็มีครบเครื่องใน 5 เพลงนี้เลยค่ะ”

    จากนั้นเบลล์พูดถึงความรู้สึกที่ได้ร่วมงานกับต่าย อรทัย และ แอน อรดี 2 ศิลปินดัง โดยบอกว่า “ดีใจอีกขั้นคือได้ร้องเพลงกับศิลปินที่หนูชื่นชอบ คือพี่ต่าย อรทัย และพี่แอน อรดี อย่างเพลง “กล่องของขวัญ” ที่หนูร้องคู่กับพี่ต่าย พี่ต่ายให้คำแนะนำดีมากๆ ตอนแรกหนูก็กดดัน ตื่นเต้นด้วย

    คือเจอกันครั้งแรก หนูเป็นคนไม่ค่อยพูด พี่ต่ายก็มาคุยด้วย เป็นคนเฟรนด์ลี่ น่ารัก เข้าถึงง่ายด้วยค่ะ วันที่อัดเสียง พี่ต่ายก็ให้คำแนะนำในการเอื้อนเสียงท่อนต่างๆ ด้วยค่ะ ผลตอบรับก็ดีมากๆ เลยค่ะ ขอบคุณเอฟซีพี่ต่ายด้วยนะคะที่เมตตาและเอ็นดูเบลล์ ขอบคุณทุกคนที่ชื่นชอบผลงาน

    ส่วนการร่วมงานกับพี่แอน พี่แอนเป็นศิลปินไอดอลของหนูเลย คือชื่นชอบในการร้องหมอลำของพี่แอนมากๆ ปกติหนูก็จะชอบฟังเพลงหมอลำอยู่แล้ว และชื่นชอบพี่แอนด้วย อาจารย์ก็เห็นว่าหนูชื่นชอบพี่แอนก็เลยติดต่อให้มาร่วมฟีเจอริ่งเพลง “โอ้ยกะละวาคิดฮอด” ในอัลบั้มของเบลล์ด้วย เพลงนี้ยังไม่ปล่อยเอ็มวีค่ะ

    พี่แอนก็เป็นกันเองค่ะ น่ารักมาก ให้คำแนะนำหนูในการร้องเอื้อนหมอลำค่ะ จะบอกว่าทุกครั้งที่เจอพี่ๆ ก็ยังเกร็ง ยังตื่นเต้นทุกครั้ง มันไม่ชินจริงๆ เป็นศิลปินที่เราชื่นชอบ พูดอะไรไม่ถูก”

    กับการปรับเปลี่ยนลุคให้ดูโตขึ้น เบลล์ยอมรับว่ากดดัน ตื่นเต้น ได้มีโอกาสไปเรียนเต้นบ้าง เพราะมีเพลงที่ร้องกับพี่แอน เรื่องการแสดงสำคัญมาก ปกติแต่ละซิงเกิลที่ไม่ได้อยู่ในอัลบั้มจะเป็นยืนซิงก์ร้องปกติ

    แต่ทั้ง 5 เพลงนี้ได้เล่นเอ็มวีเอง มีบทร้องไห้ด้วย เป็นอะไรที่ท้าทายขึ้นมาอีกระดับ ตื่นเต้น มีความกดดันมาก แต่ตั้งใจทำออกมาให้ดีที่สุด เพื่อให้ทุกคนได้ชมกัน ส่วนผลตอบรับดีมาก เพลงไหนที่ทะลุ 1 ล้านวิวก็ดีใจมากๆ ขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันปั่นวิวด้วย

    มุมที่หลายคนอาจไม่รู้

    นอกจากการร้องเพลงแล้ว เบลล์ นิภาดา ยังมีความสนใจหลายอย่าง ตั้งแต่การพากย์เสียงการ์ตูน กิจกรรมยามว่างเพื่อผ่อนคลาย ซึ่งเบลล์บอกว่าลองหัดพากย์เล่นๆ ลงใน TikTok ก็พอทำได้ แล้วมีคนคอมเมนต์ว่าเหมือนจัง คือแค่ทำเล่นๆ ที่คนชื่นชอบสุดน่าจะเป็นหนังจีน เป็นบทพูดแบบเดาๆ เฉยๆ ส่วนเหตุผลที่ชอบพากย์เสียง นักร้องสาวบอกว่า “อยากลองทำดูค่ะ คือหนูชอบพี่ที่เขาชอบพากย์เสียงหนังจีน หนูไปฟังเบื้องหลังในยูทูบ หนูก็เลยอยากลองทำดู คนชอบใน TikTok”

    อีกเรื่องที่หลายคนอาจไม่รู้ เบลล์ยังชอบเรื่องตัวเลข ชอบดูริว จิตสัมผัส ชอบดูรายการคนอวดผี เลขอวดกรรม The Ghost Radio ทั้งที่กลัวผี แต่ก็ชอบฟัง ถามว่าอะไรคือเสน่ห์ที่ดึงดูด เบลล์บอกว่า

    “หนูชอบค่ะ เขาว่ากันว่าถ้าเราใฝ่ไปทางด้านไหน มันจะซึมซับได้เร็วค่ะ คือหนูเป็นคนที่นับถือพญานาค บูชาพญานาคไว้ที่บ้าน หลังจากที่หนูบูชามา หนูไม่รู้ว่าเป็นจิตใต้สำนึกรึเปล่า หนูชอบสวดมนต์ ชอบอะไรเกี่ยวกับพระ หนูก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเขาเรียกว่าอะไร

    ถามว่านับถือพญานาคแล้วเจอเหตุการณ์แปลกๆ บ้างมั้ย วันแรกที่เอามาตั้งหน้าบ้านก็ฝันเห็นงูตัวใหญ่สีเขียว แล้วมีเพื่อนข้างบ้านฝันเห็นเบลล์สร้างบ้านใหม่ มีเพชรพลอย เครื่องประดับ มันก็เลยทำให้หนูเชื่อ แต่ก็ 50 : 50 ค่ะ ไม่อยากจะเชื่องมงายมาก ซึ่งพญานาคชาวอีสานนับถือกันอยู่แล้วค่ะ”

    เมื่อถามว่าเคยคิดจะศึกษาเรื่องตัวเลขมั้ย เบลล์บอกว่า “เคยค่ะ ชอบในด้านนี้ แต่หนูไม่ได้งมงายนะคะ หนูซื้อไพ่ยิปซีไปไว้ที่บ้าน หนูอยากรู้เฉยๆ ว่ามันเป็นยังไง แต่ไม่ได้ฝักใฝ่ในทางนั้นเลย ก็ซื้อพวกหนังสือตำรามาอ่านเอง แต่ไม่ได้คิดจะเรียนจริงจัง จริงๆ พ่อหนูเองก็เป็นคนสะสมพระเครื่อง ชอบอะไรด้านนี้เหมือนกันค่ะ แม่บอกว่าพ่อกับลูกเหมือนกันมากเลยค่ะ (หัวเราะ) คุณพ่อชอบเลี้ยงกุมารทอง”

    และเรื่องที่ชวนขนลุก คือเรื่องสัมผัสที่ 6 ซึ่งนักร้องสาวเคยเจอเหตุการณ์แปลกๆ ในช่วงเริ่มเป็นศิลปินฝึกหัดค่ายแกรมมี่ โกลด์ โดยบอกว่า “มีบ้างค่ะ ถ้าแรงจริงๆ หนูถึงจะเห็น สมมติไปที่พัก ถ้าโรงแรมไหนที่มี หนูก็จะรู้สึกเลยค่ะ ส่วนมากหนูไม่ค่อยเจอเอง พี่ที่ดูแลหนูจะเป็นคนเจอค่ะ แต่ที่เคยเจอจังๆ ก็นานแล้ว ตั้งแต่ตอนเป็นศิลปินฝึกหัดค่ะ มันเป็นเรื่องที่หนูจำไม่เคยลืม

    วันนั้นหนูจะเข้าไปเปลี่ยนชุด ถ่ายงานอะไรสักอย่างนี่แหละ หนูก็เข้าไปห้องๆ นึง ตอนนั้นยังเป็นห้องที่พนักงานนั่งทำงาน ทีนี้หนูก็รู้สึกแล้วล่ะว่ามันเป็นอากาศแปลกๆ แต่หนูไม่ได้คิดอะไรนะคะ หนูรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าไป แต่พอหนูจะหยิบเสื้อขึ้นมา หนูก้มลงไป มันเป็นใต้โต๊ะทำงานของพี่เขา หนูก็เห็นเป็นเด็กผู้ชาย 2 คนแวบๆ แป๊บเดียว หนูก็คิดในใจว่าใคร แต่ไม่ได้ทัก หนูก็เลยออกไปแล้วพูดให้พี่เขาฟังว่ามีใครมีอะไรมั้ยคะ

    นับจากนั้นเป็นต้นมา หนูก็เริ่มเห็นอะไรแบบนี้ หนูก็ไม่อยากจะเชื่อตัวเองเหมือนกัน หนูไม่แน่ใจว่าหนูหลอนรึเปล่า แต่วันนั้นหนูเห็นจริงๆ เป็นเรื่องที่หนูจำไม่ลืมเลยค่ะ ทุกครั้งที่ต้องเจอเรื่องแบบนี้ก็ตกใจทุกครั้ง คือหนูเป็นคนกลัวผีมากเลยนะคะ ถ้าเลือกได้ไม่อยากเจอดีกว่า (หัวเราะ)”

    ความฝันของนักร้องขี้อาย

    เบลล์ยอมรับว่าจากเคยเป็นคนขี้อายมากๆ พอเข้ามาในวงการเพลง ทำให้กล้าแสดงออก ทุกวันนี้ยังรู้สึกว่าตัวเองขี้อายบ้างบางครั้ง ยังรู้สึกเกร็งๆ มันเปลี่ยนยากสำหรับคนที่เป็นมาตั้งแต่เด็กๆ เวลาถูกสัมภาษณ์ก็ยังตื่นเต้นทุกครั้ง บางทีไม่ค่อยมีความมั่นใจในตัวเอง แม้ในเวลานี้สถานการณ์โควิดจะส่งผลกระทบกับอาชีพศิลปิน แต่เบลล์ยังยืนยันว่าอนาคตจะอยู่ในวงการไปเรื่อยๆ พร้อมทั้งบอกว่าวงการนี้ให้อะไรกับเธอเยอะมาก

    “ถามว่าวงการนี้ให้อะไรบ้าง โอ้โห...ต้องบอกว่าเยอะมากค่ะ จากที่แต่ก่อนหนูเป็นคนไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยกล้าแสดงออกเลย พอหนูได้เข้าวงการนี้ หนูรู้สึกว่ากล้าที่จะทำอะไรมากขึ้นค่ะ มีความอดทน ขยันมากขึ้น มีเอฟซีทุกคนที่เป็นแรงบันดาลใจของหนูเลย ทุกคนทำเพื่อหนูมาก เข้ามาฟังเพลง ชื่นชอบในผลงานของเรา รวมถึงการเข้าสังคม การพูดคุยเข้าพี่ๆ ศิลปิน

    มันเป็นประสบการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตมากๆ ที่เข้ามาอยู่ค่ายแกรมมี่ โกลด์ ได้อยู่ในวงการศิลปินค่ะ ในอนาคตคิดว่าน่าจะทำหน้าที่ศิลปิน ทำงานอาชีพนักร้องให้ดีที่สุด ทำให้ดีกว่าเดิม กำลังสั่งสมประสบการณ์ ก็ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างมากค่ะ”

    ในส่วนการเรียน เบลล์บอกว่าปีนี้จะเรียนจบ ม.6 ของ กศน. แล้ว ส่วนแพลนเรื่องเรียนในอนาคต เบลล์บอกว่า

    “อยากเรียนด้านร้องเพลง เป็นความฝันอีกอย่างนึงของหนู คืออยากเรียนด้านวอยซ์ จะได้เสริมทักษะ เสริมประสบการณ์ เสริมบุคลิกภาพของตัวเองในการร้องเพลง แต่ยังไม่ได้มองไว้ว่าที่ไหน ส่วนมหาวิทยาลัยก็อยากเรียนค่ะ เพราะเป็นคนชอบการเรียนอยู่แล้วค่ะ แต่ด้วยโอกาสและหน้าที่ตรงนี้เลยดรอปไปก่อน คือถ้ามีโอกาสก็อยากส่งเสริมให้ตัวเองขึ้นไปอีกค่ะ แต่ช่วงนี้ยังเป็นช่วงโควิดอยู่ ก็เลยยังไม่ได้คิด พักไว้ก่อนค่ะ ถ้าสถานการณ์กลับมาปกติก็จะเริ่มวางแพลนค่ะ”

    เมื่อถามถึงผลกระทบในช่วงโควิด เบลล์เผยว่า หลังจากที่มีงานคอนเสิร์ตเรื่อยๆ อย่างน้อยยังมีรายได้เข้ามาบ้าง แต่พอมีโควิดเข้ามา งานถูกยกเลิกหมดเลย รายได้ไม่มีเลย ยากมากๆ กว่าจะปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ได้

    ช่วงโควิดระบาดหนักก็ไม่ออกจากบ้าน ออกกำลังกาย หัดแต่งเพลง เล่นกีตาร์ หัดเล่นพิณด้วย ไลฟ์สดพูดคุยกับแฟนคลับ ร้องคัฟเวอร์เพลงต่างๆ ถามว่ารายได้ที่หายไป เอาอะไรมาทดแทน เบลล์บอกว่า “ไลฟ์ใน TikTok ค่ะ ใน TikTok จะมีคนส่งของขวัญมาให้และแลกเป็นเหรียญได้ เล็กๆ น้อยๆ แต่ดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลยค่ะ”

    ส่วนความฝันต่อไปที่จะทำเพื่อครอบครัวหลังปลดหนี้ให้ครอบครัวเรียบร้อยแล้ว เบลล์บอกว่า “อยากทำบ้านสวนค่ะ ทำบ้านติดทุ่งนาเลย ชอบบรรยากาศ อยากได้สักหลัง ครั้งหนึ่งในชีวิตของหนูค่ะ คือตอนนี้ยังอยู่บ้านเดิม แต่อยากทำบ้านให้ที่บ้านอีกหลังค่ะ ก็น่าจะสำเร็จได้ถ้าหมดโควิดค่ะ (หัวเราะ) ถ้าสถานการณ์โควิดยังยืดเยื้อ ก็น่าจะเอาของมาขายแล้วล่ะค่ะ คิดอยู่ว่าจะหาอะไรมาขายดี”

    ปิดท้ายการสนทนา เบลล์ฝากขอบคุณแฟนๆ ที่ติดตามผลงานมาตลอด “ขอขอบคุณแฟนคลับที่น่ารักทุกคนมากๆ เลยนะคะที่ติดตามผลงานของเบลล์ ไม่ว่าจะเป็นเพลงซิงเกิลหรือคัฟเวอร์ต่างๆ ดีใจมากๆ ที่ทุกคนชื่นชอบในผลงานของเบลล์นะคะ เบลล์ตั้งใจทำออกมาเต็มที่ที่สุด เพื่อทุกคนจะได้รับชมรับฟังไปด้วยกัน ก็จะทำออกมาเรื่อยๆ แน่นอน เบลล์ขอฝากผลงาน “อีหล่าเบลล์” ด้วยนะคะ สามารถติดตามได้ที่ยูทูบแชนแนล Grammy Gold Official และ เบลล์ นิภาดา OFFICIAL ค่ะ”.

    ผู้เขียน : Penguin บินได้
    ภาพ : Grammy Gold Official
    กราฟิก : Varanya Phae-araya

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      เบลล์ นิภาดาspecial contentเบลล์ นิภาดา ขันเงินเบลล์ นิภาดา ประวัติเบลล์ นิภาดา เพลงเบลล์ นิภาดา ผลงานข่าวบันเทิงนักร้อง

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันอาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม 2564 เวลา 23:32 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์