คุณแม่สายข่าว “ปุ้ม-บี” แชร์ประสบการณ์รับมือลูกเรียนออนไลน์

ข่าว

    คุณแม่สายข่าว “ปุ้ม-บี” แชร์ประสบการณ์รับมือลูกเรียนออนไลน์

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    26 ก.ย. 2564 07:15 น.

    ชีวิตของ “มนุษย์แม่” ไม่ง่ายอีกต่อไป เพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้โรงเรียนปิดนักเรียนต้องหันมาเรียนทางออนไลน์ เล่นเอาเหล่าคุณแม่หัวหมุน เพราะงานเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว วันนี้เลยมีประสบการณ์ตรงจากผู้ประกาศข่าวสาวอารมณ์ดีแห่ง “ฝนฟ้าอากาศ” ทางช่อง 7HD อย่าง ปุ้ม-เปรมสุดา และ บี-กมลาสน์ มาร่วมแชร์เคล็ดลับพร้อมรับมือกับลูกน้อยเรียนออนไลน์ ควบคู่ไปกับการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

    ปุ้ม-เปรมสุดา
    ปุ้ม-เปรมสุดา

    เริ่มที่ ปุ้ม-เปรมสุดา สันติวัฒนา เผยว่า “สำหรับปุ้มพอเสร็จจากการอ่านข่าว กลับมาบ้านก็ต้องมาเจอกับการเรียนออนไลน์ของลูกๆทั้งสองคน ช่วงแรกๆเหมือนจะไม่กระทบ แต่พอผ่านไปไม่นานก็เริ่มมีเสียงสะท้อนจากครอบครัวอื่นๆว่าการเรียนออนไลน์ทำให้ผู้ปกครองพากันเครียด ตัวลูกเองก็เครียด ซึ่งก็ไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้นกับครอบครัวปุ้มเอง ซึ่งครอบครัวของปุ้มมีลูกสองคน “น้องดีน่า” ยังเป็นเด็กเล็ก คุณครูก็จะเน้นไปที่กิจกรรมต่างๆ เช่น การเล่น การร้อง น้องดีน่าก็จะสนุกไปกับเพื่อนๆหน้าจอ ซึ่งเราไม่ต้องดูแลมาก แต่พอมาดูแลการเรียนออนไลน์ของ “น้องดาต้า” ที่โตขึ้นมาอีกหน่อย คุณครูจะสอนเชิงวิชาการ เราก็ต้องควบคุมเข้มงวด ปกติผู้ปกครองมักจะคาดหวังกับการเรียนของลูก นำไปเปรียบ เทียบกับเด็กคนอื่นๆ ทำให้น้องดาต้ารู้สึกกดดัน จากที่ไม่ค่อยสนุกกับการเรียนออนไลน์อยู่แล้วก็ยิ่งไม่อยากเรียน มีการต่อต้าน จนเครียดทั้งแม่และลูก

    การบ้านหนูค่ะ
    การบ้านหนูค่ะ
    เรียนหรือเล่นลูก
    เรียนหรือเล่นลูก
    เรียนจริงจัง
    เรียนจริงจัง

    ปุ้มต้องไปปรึกษาคุณครูและคุณแม่ผู้ประกาศข่าว 7HD ด้วยกัน เลยได้คำแนะนำที่ดีมากๆคือ แม่อย่างเราต้องเข้าใจพฤติกรรมเด็กๆ ไม่ใช่นั่งคุมลูกให้เรียนอย่างเดียว แต่เราต้องยอมเหนื่อยมากขึ้น สวมวิญญาณคุณครูคอยสอน แนะนำ ทบทวนวิชาให้ลูก สร้างบรรยากาศให้ลูกผ่อนคลาย สนุก ไม่เบื่อ เช่น เปลี่ยนสถานที่เรียนบ้าง ชื่นชมเมื่อลูกตั้งใจเรียนให้ลูกภาคภูมิใจ ให้กำลังใจเวลาลูกเหนื่อย บ่อยครั้งที่ปุ้มสวมบทบาทผู้ประกาศข่าวฝนฟ้าอากาศ มาทำให้ลูกผ่อนคลาย ซึ่งสถานการณ์ดีขึ้น เราไม่ทะเลาะกับลูก ลูกก็ไม่เครียด เรียนสนุก จะว่าไปแล้วการเรียนออนไลน์ มันทำให้ปุ้มกับลูกมีโอกาสดูแลเอาใจใส่กัน ใกล้ชิดกันมากขึ้น ที่สำคัญได้เห็นพัฒนาการของลูก ซึ่งถ้าเป็นช่วงปกติบางวันแทบจะไม่ได้เจอหน้ากัน”

    แม่บีกับน้องภูผา-น้องฟ้าใส
    แม่บีกับน้องภูผา-น้องฟ้าใส
    บี-กมลาสน์
    บี-กมลาสน์

    ส่วน บี-กมลาสน์ เอียดศรีชาย เผยว่า “สิ่งสำคัญที่นำมาใช้รับมือการเรียนออนไลน์ของลูกทั้งสองคนของบีคือความเข้าใจ ลูกชายคนโต “น้องภูผา” กำลังเรียนชั้น ป.1 ส่วน “น้องฟ้าใส” เรียนอยู่ชั้นอนุบาล 3 เราต้องใช้ทั้งไม้อ่อนและไม้แข็งในการดูแลลูกๆเวลาเรียน ออนไลน์ เลือกใช้ให้ถูกตามสถานการณ์ ต้องอดทนในการแก้ปัญหา คอยสังเกตปฏิกิริยาของลูกเวลาเรียน รวมถึงใช้หลักจิตวิทยามาร่วมแก้ปัญหา ด้วย บางเวลาบีก็สวมบทบาทครูจริงๆ เคร่งครัดและเข้มงวด ไม่ใจอ่อนเวลาลูกๆ เริ่มเกเร แต่จะไม่ดุด่าว่ากล่าวหรือใช้อารมณ์ พยายามอธิบายให้ลูกเข้าใจว่าต้องตั้งใจเวลาเรียน เมื่อลูกทำได้ก็ให้รางวัล เช่น ดูแลให้ลูกๆทำการบ้านให้เสร็จในช่วงเช้า และอนุญาตให้เล่นซนได้ในช่วงบ่าย

    ดูแลลูกเรียน
    ดูแลลูกเรียน

    เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมก็เรียกให้มานั่งเรียนต่อ ฝึกให้เด็กๆเป็นคนรักษาเวลา ซึ่งจะได้ผลดีกว่านั่งฝืนเรียนไปแบบไม่หยุดพัก ยิ่งเวลาที่ลูกต้องเรียนวิชาที่ไม่ชอบ แม่อย่างเราก็ต้องคอยให้กำลังใจ คอยชื่นชมเวลาเขาตั้งใจเรียน ให้รู้สึกว่าแม่อยู่ข้างๆลูกเสมอ บางวันต้องพูดซ้ำคำเดิมๆตลอดจนเจ็บคอ มีการหลอกล่อด้วยขนมหรือสิ่งที่เขาชอบบ้าง โดยรวมแม้ว่าคนเป็นแม่จะเหนื่อยมากขึ้น แต่ก็ทำให้เราได้ใกล้ชิดลูกมากขึ้นด้วยเช่นกัน บีขอเป็นกำลังใจให้แม่ๆทุกท่าน ผ่านจุดนี้ไปได้ด้วยกัน ทำเพื่อลูกของเรากันนะคะ”.

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ปุ้ม เปรมสุดาบี กมลาสน์ เอียดศรีชายผู้ประกาศข่าวผู้ประกาศข่าวช่อง 7ช่อง 7ดารา

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 14:38 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์