เปิดตัวตนของ บิวกิ้น กับความมุ่งมั่นที่ไม่เคยคิดจะหยุดพัฒนาตัวเอง

ข่าว

    เปิดตัวตนของ บิวกิ้น กับความมุ่งมั่นที่ไม่เคยคิดจะหยุดพัฒนาตัวเอง

    ไทยรัฐออนไลน์

    22 ก.ย. 2564 09:00 น.

    • บิวกิ้น พุฒิพงศ์ กับการกลับมาในซิงเกิลเดี่ยวล่าสุด  I ไม่ O (IXO)
    • การทำงานที่ดูโตขึ้น และพร้อมก้าวไปข้างหน้าตลอดเวลา 
    • เด็กหนุ่มที่มีแต่ความมุ่งมั่น และเป็นคนจริงจังกับทุกสิ่งที่เข้ามาในชีวิต

    ในที่สุด บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ ก็ได้มีโอกาสพูดคุยสัมภาษณ์หนุ่มหล่อมากความสามารถ บิวกิ้น พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล หลังจากที่รอคอยมานานมาก เพราะหลายคนรู้กันดีว่า บิวกิ้น งานรัดตัวมากขนาดไหน ยิ่งช่วงนี้เพิ่งปล่อยซิงเกิลเดี่ยวล่าสุด I ไม่ O (IXO) ออกมาให้แฟนๆ ได้ติดตามกัน งานเยอะเพิ่มมากขึ้นอีกเท่าตัวเลยจริงๆ 

    เราได้มีโอกาสสัมภาษณ์ บิวกิ้น แบบนิวนอร์มอลผ่านทางโปรแกรม Zoom ต้องบอกเลยว่า เด็กหนุ่มคนนี้มีพลังเหลือล้นมากจริงๆ ซึ่งในระหว่างพูดคุยรู้สึกได้เลยว่า บิวกิ้น มีความตั้งใจในการทำงานทุกชิ้น และทำเต็มที่จริงๆ ไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมใครๆ ก็หลงรักเขา ด้วยความเป็นกันเอง มีความเป็นธรรมชาติ และความจริงใจกับคนรอบข้าง ทำให้ชื่อของ บิวกิ้น พุฒิพงศ์ กลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างได้อย่างรวดเร็ว 

    ในวันที่เรารู้จัก บิวกิ้น ครั้งแรก เรารู้จักจากบทของ หมอเต่า จากซีรีส์ รักฉุดใจนายฉุกเฉิน My Ambulance กับบทนักศึกษาแพทย์สุดขี้เล่น ด้วยบทส่งให้คนดูรักตัวละครหมอเต่ากันทั่วบ้านทั่วเมือง และส่งผลให้หลายคนเริ่มรู้จักกับ บิวกิ้น ตั้งแต่นั้นมา 

    นอกจากการแสดงแล้ว ในบทบาทของนักร้อง บิวกิ้น ก็ทำได้ดีมากเช่นกัน ด้วยน้ำเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ ร้องเพลงช้าก็ดี เพลงเร็วก็น่าฟัง ทำให้เขามีผลงานเพลงออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแต่ละเพลงนั้นฮิตติดชาร์ตอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังได้รับความนิยม ยอดวิวเพลงสูงสุดอีกด้วย 

    เป็นคนเต็มที่กับงานทุกงานให้รู้ไปเลยว่าทำได้หรือไม่ได้

    "ถ้าให้นิยามความเป็นตัวเอง ผมว่าผมเป็นคนจริงจังมั้งครับ ไม่รู้ว่าเขาเรียกว่าจริงจังหรือเปล่า เหมือนว่าเวลาเราทำอะไรไม่สำเร็จมันจะติดอยู่ในใจ ก็จริงจังแหละครับ (ยิ้ม) เป็นคนชอบเอาชนะตัวเองนิดนึง ชอบความท้าทาย ชอบเห็นพัฒนาการของตัวเอง ชอบทำให้สำเร็จ" นี่คือประโยคที่ บิวกิ้น ได้นิยามความเป็นตัวเองให้เราฟัง 

    "แต่ถ้าระหว่างการเป็นนักแสดงกับนักร้อง ผมว่ามันคนละแบบ คนละส่วนกันเลย คนละโลกกันเลย คือมันอาจจะมีอะไรที่มันเกี่ยวกันแหละ แต่หมายความว่าสุดท้ายแล้วสิ่งที่เราต้องทำ ต้องเตรียมตัว หรือแม้กระทั่งความสุขที่เราได้รับจากการทำ 2 อย่าง

    ผมว่าทุกๆ อย่างของทั้ง 2 อย่างมันแทนกันไม่ได้ มันคือคนละอย่างกัน คนละศาสตร์กัน ผมว่าสนุกคนละแบบ แล้วเรารู้สึกว่าเราอยากจะพัฒนาตัวเองให้ทำได้ทั้ง 2 อย่าง แล้วก็เป็นนักร้องที่มาร้องเพลง และเป็นนักแสดงที่มาแสดงจริงๆ ครับ"

    "ผมเป็นคนจริงจังนะ หมายถึงในมุมหนึ่งผมเป็นคนที่อยากจะเก่งขึ้นตลอดเวลา อยากจะมีพัฒนาการในตัวเองตลอดเวลา มีเป้าหมาย วางเป้าหมายให้ตัวเองตลอดเวลา ในทุกๆ มุมนะ คือในมุมหนึ่งเราอาจจะเหมือนเราโลภมากนะ อะไรที่เราทำได้ เราทำมันหมด

    เราไม่ได้เลือก เราทำทุกๆ อย่างที่เราทำได้และเราเต็มที่กับมันทั้งหมด เราเอาใจของเรา เอาแพสชั่นของเรามาใส่ในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นงานเพลง หรือการเรียน ผมเป็นคนที่ถ้าได้เลือกจะทำอะไรแล้ว ก็จะทำแบบจริงจังให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลยว่าเราทำได้หรือไม่ได้ และเราจะไม่เสียใจว่า เราไม่ได้ลองทำสิ่งที่เรารักและมีแพสชั่นกับมัน"

    "ถามว่า มองภาพตัวเองในอนาคตยังไง จริงๆ ผมว่าเราก็คงพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ ในด้านศิลปินการทำเพลงก็คงทำเพลงใหม่ๆ หามุมใหม่ๆ ทดลองไปเรื่อยๆ โตไปเรื่อยๆ รวมไปถึงการแสดงด้วย เรายังรู้สึกว่าเรายังประสบการณ์น้อย ในอนาคตเราอยากเป็นคนที่เก่งขึ้น ได้ลองทำอะไรหลายๆ อย่างมากขึ้น ได้ไปขึ้นคอนเสิร์ตร้องเพลงกับคนเก่งๆ ครับ"

    ก้อง ปิยะ เป็นผู้ชักชวนเข้ามาทำงานในวงการบันเทิง

    "ถามว่าตอนเด็กๆ อยากเป็นดารามั้ย พูดจริงๆ เลย จริงๆ ก็มีนะ เหมือนเป็นความท้าทายของเรา จริงๆ สิ่งที่อินสไปร์ผมมันคือซีรีส์ฮอร์โมนส์ วัยว้าวุ่น เพราะรู้สึกว่าเราได้เห็นซีรีส์ที่มันต่างไป หมายถึงว่าวิธีการทำงานหรืออะไรต่างๆ มันค่อนข้างวัยรุ่นและใกล้ตัวเรามากกว่า

    และมันเป็นทางที่เราชอบ มองว่าทีมงานเก่ง นักแสดงเก่ง เลยรู้สึกอยากจะลองมีโอกาสได้ทำดู ผมคิดว่าน่าจะเป็นอะไรที่มันสนุก เรารู้สึกว่าคนที่อยู่ในนั้นเก่ง และเราอยากจะเก่งให้ได้แบบเขา เลยรู้สึกว่ามันเป็นแรงกระตุ้นของเราที่เราอยากจะเข้ามาทำงานในตรงนี้"

    "เป็นเพื่อนปะป๊าคนหนึ่งชื่อว่า พี่ก้อง ปิยะ เขาก็เหมือนถามเราว่าเราชอบที่ไหนอะไรยังไง เป็นคนยังไง มองภาพไว้ยังไง สุดท้ายพอเราคุยกับเขา เขาก็แนะนำว่างั้นไป นาดาว มั้ย เขาก็เลยพาเรามาที่นี่ มาเจอทางพี่บอม หัวหน้าแผนกดูแลศิลปิน มาเจอกับพี่ย้งและพี่ผู้ใหญ่ของที่นี่ พี่ๆ เขาก็ต้อนรับเราและให้โอกาสเราครับ"

    ซีรีส์เรื่องแรกถึงจะเป็นนักแสดงสมทบ แต่ทำอย่างเต็มที่

    "ตอนที่ได้เล่นซีรีส์เรื่องแรก รักฉุดใจนายฉุกเฉิน My Ambulance รับบท หมอเต่า ผมตื่นเต้นมาก เพราะว่าเราไม่เคยเล่นละครใหญ่ ไม่เคยเล่นงานใหญ่มาก่อนเลย มันเป็นงานใหญ่ครั้งแรกของเรา ในพาร์ทของการแสดง เราตื่นเต้น

    ถึงจะเป็นนักแสดงสมทบ แต่ก็เป็นตัวละครหลักในเรื่อง และเป็นเรื่องแรกของเรา มันเป็นอีกเหมือนก้าวหนึ่งการของทำอาชีพของเรา แล้วก็ดีใจที่คนเชื่อมั่นในตัวเรา แล้วเห็นศักยภาพในตัวเรา ผมก็ตั้งใจทำมันอย่างเต็มที่ครับ"

    "ถามว่างานแสดงเรื่องแรกให้คะแนนตัวเองเท่าไร ผมให้ประมาณ 7 ในมุมที่ว่า ถ้าถามว่าเราเต็มที่มั้ย เราเต็มที่แหละ แต่ในวันนั้นด้วยบทและความสามารถที่เรามี เราอาจจะทำเต็มที่ในวันนั้น แค่นั้น แต่หมายความว่าพอวันหนึ่งที่เราเก่งขึ้น เรามองย้อนไป เรารู้สึกว่าถ้ามันย้อนกลับไปได้ เราอยากทำมันให้ดีขึ้น แต่ว่าในอีกมุมหนึ่ง ถ้าเราไม่ได้ไปทำในตอนนั้น เราคงไม่ได้เรียนรู้ครับ"

    ซิงเกิลเดี่ยวล่าสุด I ไม่ O (IXO) 

    "สำหรับเพลงล่าสุด I ไม่ O (IXO) คือเป็นเพลงที่ไม่เกี่ยวกับซีรีส์ แต่มันเป็นเพลงที่เผยความเป็นศิลปินเต็มตัว หลังจากเพลงล่าสุดคือ กอดในใจ ตั้งแต่เราได้ไปเก็บประสบการณ์ เราได้ไปทำหลายๆ เพลงมา เพลงนี้เป็นตัวตนของเรา 100% ไม่ได้มีกรอบอะไรมาครอบไว้ จะเอาความเป็นตัวตนของเราไปอยู่ในเพลง

    เพราะผมเป็นคนชอบฟังเพลงโซล หรือซิตี้ป๊อป พอวันที่เราจะทำเพลงที่เป็นของเรา เราอยากจะเอารสนิยมของเรา ลงไปอยู่ในเพลงนี้ด้วย ซึ่งเพลงนี้เล่าถึงคนคนนึงไปหึงหวงอีกคนนึง แต่จริงๆ เราไม่ได้เป็นอะไรกัน ไอไม่โอเคที่ยูไปยุ่งกับคนอื่น เหมือนเราเป็นติ่งเขา
     
    ที่เลือกทำเพลงแนวโซลป๊อปหรือมีกลิ่นซิตี้ป๊อปออกมา เพราะเป็นคนชอบการเดินดนตรีแบบหรูหรา แบบคลาสสิก เป็นเครื่องดนตรีสด มีเครื่องสาย ผมว่าฟังแล้วรู้สึกว่ามีความเป็นมนุษย์ ก็เลยเป็นสารตั้งต้น มันคือป๊อปที่ดึงธาตุทุกอย่างมาอยู่ในเพลงนี้


    ถ้าถามว่าต่างจากเพลงอื่นยังไง ผมว่าค่อนข้างต่างนะ เพราะเพลงนี้เราได้ลงมาทำเอง เรียนรู้งาน ตัดสินใจเกือบทั้งหมด อีกอย่างเป็นเพลงเร็ว ผมไม่เคยทำเพลงแนวนี้มาก่อน และมีท่าเต้น ยากเหมือนกัน ต้องใช้เวลาฝึกเหมือนกันค่อนข้างเยอะ

    ผมก็มีส่วนร่วมตั้งแต่ตั้งต้นเลย พี่ๆ นาดาวเขาอยากให้เราเป็นผู้กำกับของเพลงเราเอง เราก็มีโอกาสเลือกโปรดิวเซอร์ที่อยากทำงานด้วย เลือกคอนเทนต์เอง เลือกคนทำงาน ลงทุกดีเทลในงาน พี่เบล สุพล ที่มาเป็นโปรดิวเซอร์ให้ ก็เปิดโอกาสให้เราได้เรียนรู้เหมือนเป็นเด็กฝึกงานด้วย

    ได้ พี่บี อีทีซี มาเป็นคนแต่งทำนอง คนที่เขียนเนื้อเพลงคือพี่ปิง พี่หนึ่งมาช่วยร้องคอรัสให้ เพลงนี้ยังส่งไปมิกซ์ที่ญี่ปุ่นเพราะสตูดิโอนี้พี่ๆ วงอีทีซีเคยใช้ และการส่งเพลงไปที่ญี่ปุ่น เพราะเพลงที่มันเป็นโซลซิตี้ป๊อป เพราะที่ญี่ปุ่นเขาขึ้นชื่อในแนวเพลงสไตล์นี้อยู่แล้ว"

    อยากออกจากคอมฟอร์ตโซนของตัวเอง

    "ในเอ็มวีเพลงนี้มีสเตปการเต้นด้วย ใช้เวลาฝึกนานอยู่เหมือนกันครับ โชคดีที่ก่อนได้มีโอกาสมาทำเพลงนี้ ได้เรียนเต้นไปแล้วครั้งหนึ่ง เริ่มได้ประมาณเดือนนึง แต่ว่ายังไม่ค่อยเป็นรูปเป็นร่างเท่าไร แล้วพอยังไม่ทันไรก็ได้มาทำเพลงนี้ ก็ต้องมาเรียนเต้นอีกเกือบเดือนเหมือนกันครับ ก็อาจจะได้แค่นั้น เพราะความสามารถผมต่ำมาก บวกกับความยากนี้อาจจะต้องใช้เวลาเรียนรู้นาน แต่ว่าก็เดี๋ยวจะพัฒนาไปเรื่อยๆ แล้วกันครับ"

    "จริงๆ ผมว่าตั้งแต่สารตั้งต้นก่อนที่เราจะทำ พี่ๆ ในนาดาวมิวสิคเขาก็เห็นมุมการเป็นศิลปินของเราในมุมนี้มั้ง มุมที่ว่าอยากจะพาผมออกจากคอมฟอร์ตโซน พาไปเจอมุมอื่นๆ ซึ่งการทำเพลงเร็วมันเป็นเพลงสนุกแหละ

    ผมว่าเท่าที่คุย เขาก็แฮปปี้นะ การที่วันนี้เราออกมาลองทำสิ่งใหม่ มาค้นหาสิ่งใหม่ เหมือนเราสร้างมุมใหม่ๆ ของการเป็นศิลปินของเราครับ ผมแฮปปี้และพี่ย้งเขาก็รักผมมาก ผมเชื่อว่าเขารักผมมาก เพราะเขาชอบแสดงออกแบบนั้นผ่านการหลายๆ อย่างละกัน (ยิ้ม)"

    "ถามว่า คาดหวังยังไงกับการกลับมาครั้งนี้ ผมว่า...อย่างที่บอก จริงๆ มันคือสิ่งใหม่สำหรับเราแหละ มันคือการกลับมาเป็นตัวเราเวอร์ชันที่เราเติบโต มีประสบการณ์มากขึ้น เราอยากให้คนเชื่อเราและยอมรับในสิ่งที่เราทำ

    สำหรับผมนะเราไม่เคยทำสิ่งนี้กับแฟนเพลงของเรา ในวันหนึ่งที่เราสร้างความเป็นตัวเองออกไป เราไม่แน่ใจว่าเราโอเคมั้ย แต่พอปล่อยไปแล้วเราได้รับฟีดแบ็กที่ดี เราก็แฮปปี้ คนเปิดรับเราในการที่เราทำเพลงแบบนี้ออกไป คนแฮปปี้กับมุมนี้ของเรา ความเป็นรสนิยม ความเป็นตัวตนของเราครับ แล้วเดี๋ยวจะมีเพลงให้ติดตามใหม่ๆ อีกหลายอย่าง ก็คิดว่ามันยังมีที่ให้เราได้ค้นหาอีกเยอะครับ"

    เมื่อเราถามว่า จะมีโอกาสรวมเพลงทำเป็นอัลบั้มเต็มออกมามั้ย บิวกิ้น บอกว่า "จริงๆ ทางพี่ๆ ผู้ใหญ่ในบริษัทก็มีมองไว้เหมือนกันครับผม มีโอกาสที่จะเป็นไปได้ว่า จริงๆ ตัวเราเองก็อยากจะทำอัลบั้มเต็มออกมาด้วยเหมือนกัน จริงๆ เมื่อก่อนเราฟังเพลงใคร เขาก็จะออกมาเป็นอัลบั้มกัน

    แต่ว่าในยุคหลังมีเป็นซิงเกิลแทน เรารู้สึกว่า คนที่จะทำเป็นอัลบั้มได้ เราจะเรียกว่ายังไงดี ต้องอยู่ในวงการเพลงมาในระยะเวลาหนึ่ง แล้วก็อาจจะมีไอเทมชัดเจน แล้วเราก็รู้สึกว่า การทำอัลบั้มมันเป็นอีกสเตปหนึ่งของการเป็นศิลปินของเรา ก็มีโอกาสมีคุยกับพี่ๆ ไว้เหมือนกันครับ ถ้าได้ทำก็ฝากพี่ๆ ติดตามด้วยนะครับ"

    เด็กที่เดินไปขอคุณแม่เรียนร้องเพลง

    "ผมเรียนร้องเพลงตั้งแต่ตอนเด็กๆ เลย ตอนเด็กๆ คือช่วงซัมเมอร์หม่าม้าก็จะส่งไปเรียนเยอะแยะเลย เรียนเต้น เรียนเทควันโด เรียนไวโอลิน เรียนตีปิงปอง ตีแบด เรียนคอม เรียนภาษาอังกฤษ แต่การร้องเพลงเป็นสิ่งที่เราชอบที่สุด พอเวลาผ่านไปเราขอหม่าม้ากลับมาเรียนครับ แล้วน่าจะค้นพบว่าเราชอบร้องเพลงก็ตอนที่เราขอกลับมาเรียนแหละ ว่าเราคิดถึงมันจริงๆ และเรามีความสุขที่จะได้ทำจริงๆ ตอนที่เรามองย้อนกลับไปครับ"

    "ผมชอบเพลงช้าครับ จริงๆ ตั้งแต่เราเริ่มร้องเพลงครั้งแรก เราเริ่มเพลงช้ามาก่อน และถนัดกับเพลงช้ามา เรียนรู้กับเพลงช้ามา ก็ชอบเพลงช้ามากกว่า แต่เพลงเร็วจริงๆ เราก็มีมุมสนุกสนานของเรา ก็อาจจะมีความเป็นไปได้ที่จะสื่อสารอารมณ์เพลงหรือเรื่องราวที่สนุกสนานได้ ผ่านความเป็นตัวเรา แต่ว่าอาจจะต้องเรียนรู้เพิ่มเติมในเรื่องของการตกผลึก แต่อาจจะไม่ได้ขนาดนั้น แต่ก็พร้อมและอยากจะพัฒนา เรียนรู้ตัวเองให้รอบด้านมากขึ้นครับ"

    งานทุกชิ้นที่ทำ ตั้งใจทำอย่างเต็มที่

    "ถามว่า ระหว่างงานแสดงกับการร้องเพลง แบ่งการทำงานของตัวเองยังไง ผมว่างานแสดงมันเหมือนเราเข้าไปเป็นตัวละคร ในเรื่องของการทำจะทำงานแสดงงานหนึ่ง ผมว่ามันยากกว่านะ งานชิ้นหนึ่งมันประกอบไปด้วยหลายส่วนมากกว่า

    มีทีมงานที่หลากหลาย ในฐานะนักแสดง เราลงไปแสดงเป็นบทคนที่ผู้กำกับเขาเขียนบทมา มีพล็อตเนื้อเรื่องมา มีรายละเอียดของงานต่างๆ ที่เขาสนใจเราและเราก็สนใจเขา สุดท้ายมันก็ถึงจะคลิกกันและไปด้วยกันได้ มันเจองานที่ใช่ยากกว่า แต่ถ้าเจอแล้วมันจะทำให้เราเทใจไปทั้งหมดและทำเต็มที่กับมัน

    แต่ในส่วนของงานเพลงมันเหมือนเราเป็นผู้กำกับตัวเอง เราวางแพลนให้ตัวเอง เราเลือกทำงานให้ตัวเอง เอาตัวเองมานำมากกว่า พูดง่ายๆ เลยงานแสดง เราเอาตัวเองลงไปทลายโจทย์ แต่ถ้าเราเป็นศิลปิน เราเป็นคนสร้างโจทย์และเราทลายมันเอง เราเป็นคนกำหนดมันเองว่าสุดท้ายแล้วเราจะทำยังไง เราจะไปทางไหน"

    ภูมิใจในตัวเองสุดๆ ที่สู้มาจนถึงวันนี้

    "ไม่เคยคิดนะจริงๆ ไม่ว่าเราจะทำงานไหนก็ตาม จนกระทั่งงานนี้หรืองานในอนาคตด้วย เรารู้สึกว่าเราเต็มที่กับมัน คือคงไม่ได้พูดเราว่าไม่ได้อยากให้มันออกมาดี หรือเราไม่อยากให้มันประสบความสำเร็จ เราคงอยากให้ประสบความสำเร็จแหละ

    แต่เราอาจจะไม่ได้มองว่ามันต้องประสบความสำเร็จแค่ไหน หรือไปไกลแค่ไหน แต่เรารู้สึกว่า เราอยากให้มันประสบความสำเร็จตามสิ่งที่เราใส่มันลงไป สิ่งที่เราให้กับงานนั้นๆ ลงไป เราเต็มที่กับมันและเราอยากจะให้มันออกมาดีที่สุด ผมเชื่อว่าถ้าเราเต็มที่กับมัน ผลลัพธ์ก็จะเต็มที่กับเราเหมือนกัน"

    "ผมภูมิใจในตัวเองมากนะ เอาจริงๆ แต่ส่วนหนึ่งเราภูมิใจในตัวเองที่เราสู้มาจนถึงวันนี้ แต่อีกส่วนหนึ่งเราดีใจที่มีคนเห็นคุณค่าเราขนาดนี้ คนที่เห็นคุณค่าเราตั้งแต่วันที่เรายังไม่ได้มีอะไรขนาดนี้ มีคนเห็นคุณค่าว่าเราจะมีโอกาส มีประสิทธิภาพ มีศักยภาพที่เราจะเป็น บิวกิ้น อย่างในทุกวันนี้ได้

    กับอีกมุมเราภูมิใจในตัวเองที่เราสู้มาจนถึงทุกวันนี้ได้ และเราก็เต็มที่กับมัน และวันนี้ผลลัพธ์มันเต็มที่กับเรา เราขอบคุณตัวเองและขอบคุณทุกคนที่ซัพพอร์ตเราในระหว่างทาง ในโอกาสและเชื่อในตัวเรามาตลอดครับ"

    คำว่า ประสบความสำเร็จ มันไม่มีที่สิ้นสุด

    "ผมว่าคำว่าประสบความสำเร็จมันไม่มีที่สิ้นสุด สุดท้ายประสบความสำเร็จหรือไม่ประสบความสำเร็จมันขึ้นอยู่กับตัวเรา ว่าเรารู้สึกประสบความสำเร็จหรือยัง วันหนึ่งเราอาจคิดว่าเราประสบความสำเร็จแล้ว แต่เราอาจมีเป้าหมายต่อไปอีกก็ได้

    ผมเลยรู้สึกว่าจริงๆ แล้ว คำว่า ประสบความสำเร็จ มันเซ้นซิทีฟมาก ในวันนี้ถ้าพูดในเป้าหมายของวันก่อนๆ ผมรู้สึกว่าเราก็ประสบความสำเร็จนะ แล้วก็เดินตามทางเป้าหมายที่เราวางไว้ตลอด และเราเป็นตัวเองในแบบที่เรามองไว้มาโดยตลอด

    แต่ถ้าถามว่าวันนี้เราประสบความสำเร็จมั้ย ก็พูดตรงๆ ว่า เรายังมีเป้าหมายที่เราอยากจะไปต่อ อยากจะพัฒนาตัวเองต่อ ผมว่ามนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่พัฒนาตนเองและเติบโตไปได้เรื่อยๆ เก่งไปได้เรื่อยๆ

    คำว่าประสบความสำเร็จมันไปได้เรื่อยๆ จนกว่าเราจะรู้สึกว่าเราไม่ไปต่อแล้ว แต่วันนี้ผมยังอยากจะไปต่อ ยังสนุกที่จะได้เห็นพัฒนาการของตัวเอง และยังสนุกที่จะได้ทำอะไรต่างๆ เพื่อที่จะทำให้ตัวเองเก่งขึ้น"

    ความมีจริยธรรมในตัวเอง เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้มาถึงจุดนี้

    เมื่อเราถามต่อว่า การเป็นคนดัง อาจจะมีกระแสดราม่าเข้ามาบ้าง บิวกิ้นรับมือกับมันยังไง เขาบอกกับเราว่า "ผมว่าจริงๆ แล้วทุกๆ อย่างเราจะดังหรือไม่ดัง ผมว่าเรื่องทุกอย่างมันอยู่บนพื้นฐานความจริงมั้ง การเป็นคนดัง บางคนอาจจะบอกว่า ยิ่งดังยิ่งต้องไม่เป็นตัวเอง ยิ่งต้องทำตัวให้ถูกใจคนอื่น ผมว่าไม่นะ ผมว่าการที่เราดังแล้วเรามีกระแสดราม่า มันก็คือตัวเราแหละที่นำพาตัวเราไปสู่สิ่งนั้น

    เอาจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม จะดังหรือไม่ดัง เราก็ต้องมีจริยธรรม ทำตัวเป็นตัวเอง เราก็ต้องทำในสิ่งที่ถูกต้องอยู่แล้ว แต่การที่เรามีกระแสดราม่า ผมว่าสุดท้ายแล้วเราไม่ได้มีวิธีการรับมืออะไรกับมันหรอก เราแค่พูดความจริงกับมัน ถ้าเราผิดเราก็ยอมรับผิด แต่ผมเชื่อว่าจริงๆ แล้วเราแค่ทำตัวให้ถูกต้อง และทำตัวให้เคารพสิทธิ์ของคนอื่น และเป็นตัวเองในแบบของเรา โดยที่ไม่ได้เบียดเบียนใคร ผมว่าแค่นี้มันก็พอแล้ว"

    เป็นคนที่มีหลากหลายมุมในชีวิต

    "ผมเองอย่างที่บอก เป็นคนที่มีหลายๆ มุมของชีวิต ทำอะไรหลายๆ อย่าง งานแสดงถ้าใครยังไม่ได้ดู แปลรักฉันด้วยใจเธอ ก็อยากจะฝากไปดูกัน แล้วจริงๆ ในอนาคตยังมีงานอะไรอีก ก็คิดว่าน่าจะติดตามทางโซเชียลมีเดียของ นาดาวบางกอก และตัวผมเอง

    ในด้านงานเพลงผมเพิ่งปล่อยเพลงใหม่ชื่อว่า I ไม่ O (IXO) ฝากทุกคนไปดูไปฟังได้นะครับ ทางยูทูบแชนแนลของ นาดาวมิวสิค อีกทั้งผมเพิ่งเปิดธุรกิจอาหารเสริมใหม่ด้วย เป็นอีกหนึ่งอย่างที่ผมตั้งใจและลงมือทำด้วยตัวเอง

    เราสร้างทุกอย่างด้วยความตั้งใจและมอบให้แบบเต็ม 100 จริงๆ ฝากทุกๆ แง่มุมของชีวิตของผมแล้วกัน ไม่อยากจะนิยามว่าตัวเองเป็นอะไร ผมเชื่อว่าทุกๆ คนไม่เหมือนกัน แต่สำหรับผมอาจจะเป็นเท่าที่เห็น ผมคือ บิวกิ้น ครับ".

    ผู้เขียน : โอ้ว...ซาร่า

    กราฟิก : Varanya Phae-araya

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    บิวกิ้นบิวกิ้น พุฒิพงศ์Special Contentspecial contentบิวกิ้น พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุลI ไม่ O (IXO)บิวกิ้น เพลงพีพี บิวกิ้นข่าวบันเทิงนักร้อง

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 13:28 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์