ภรรยาเผย เสนาโค้ก ใจสู้รักษาทุกทาง จากไปอย่างสงบหลับต่อหน้าลูกชาย

ข่าว

    ภรรยาเผย เสนาโค้ก ใจสู้รักษาทุกทาง จากไปอย่างสงบหลับต่อหน้าลูกชาย

    ไทยรัฐออนไลน์

    16 ก.ย. 2564 18:57 น.

    การจากไปของ เสนาโค้ก สมชาย เปรมประภาพงษ์ อดีตหนึ่งในพิธีกรรายการดังจาก ยุทธการขยับเหงือก ในยุค 90 ด้วยโรคมะเร็งตับระยะสุดท้าย ในวัย 62 ปี สร้างความเสียใจต่อครอบครัว และเพื่อนฝูงอย่างมาก เพราะ เสนาโค้ก เป็นที่รักของกลุ่มเพื่อนๆ ซึ่งในช่วงที่ป่วย เพื่อนหลายคนต่างทยอยกันมาเยี่ยมไม่ขาด 

    โดยภรรยา และลูกสาว น้องสมายล์ ได้เผยว่า เสนาโค้ก เพิ่งทราบว่าตัวเองป่วยเป็นมะเร็งตับระยะสุดท้าย ซึ่งคุณหมอบอกว่า อาจจะอยู่ได้ไม่เกิน 3 เดือน แต่ตัวคนป่วยนั้นสู้มาก พยายามหาวิธีการรักษาทุกแขนง โดยไม่เกี่ยงว่าจะเสียเงินมากน้อยแค่ไหน จนกระทั่งมาเจอกับการรักษาแบบการแพทย์แผนจีน เลยทำให้อยู่ได้ยาวมาประมาณ 8 เดือน และในวันที่จากไป ได้จากไปอย่างสงบ เหมือนคนนอนหลับไป หลังจากได้คุยกับลูกชายที่อยู่อเมริกา 

    ภรรยา "พี่โค้กจากไปด้วยความสงบนนะคะ ไม่ได้เจ็บปวดอะไร แต่ถามว่าเจ็บปวดมั้ย ตอนที่ระหว่างการรักษา เค้าก็สู้จนถึงที่สุด เราทำกันทุกทางกันได้เท่าที่จะทำได้ เพราะเราอยากยื้อให้ถึงที่สุด หลังจากที่ทราบว่าป่วย คุณหมอฟันธงเลยว่า พี่โค้ก น่าจะอยู่ได้ไม่นาน บอกเราตรงๆ เลย

    แต่ด้วยความที่เค้ากำลังใจดี พี่น้อง เพื่อนฝูงเป็นกำลังใจให้เค้าดีมาก หาหนทางหลายหนทาง มีแพทย์ทางเลือก แพทย์จีน ส่วนแพทย์แผนปัจจุบันเราจบนานแล้ว เพราะคุณหมอฟันธงแล้วว่าอาจจะอยู่ได้ไม่นาน"

    อาการแรกเริ่ม

    ภรรยา "อาการแรกเริ่มคือเท้าบวม ปวดท้อง ปกติของคนเป็นโรคตับ เค้าไม่เคยบ่นเลย พี่โค้กนี้คือยอดนักสู้เลย ทุกทางที่ทำได้ จะถูกหรือแพงพี่ไปหมด แล้วก็มาเจอแพทย์แผนจีน ถือว่าพี่โค้กใช้ชีวิตอยู่นานมาก ได้ประมาณ 8 เดือน จากที่ทราบจากคุณหมอว่าจะอยู่ได้แค่ 3 เดือน ก็ถือว่านานพอสมควร 

    คือแพทย์แผนปัจจุบันค่อนข้างที่เค้าจะปิดแฟ้มการรักษาไปแล้ว เลยไปทำการรักษาด้วยแพทย์แผนจีน มีค่ารักษาที่สูงมาก ซึ่งอาการในตอนนั้นประเมินว่า พี่โค้กมีทั้งดีขึ้น ทรุดบ้าง ทรงตัวบ้าง เป็นแบบนี้มาเรื่อยๆ ส่วนค่ารักษาเดือนนึงเหยียบแสน แต่ก็มีพี่น้องที่เคารพช่วยเหลือบ้าง

    ที่พี่โค้กไม่ค่อยบอกใครในวงการบันเทิง ก็เพราะว่าจริงๆ แล้ว พี่โค้กค่อนข้างสนิทกับทางกลุ่มสถาปัตย์ ทำงานกับทางสถาปนิก จริงๆ ตอนแรกจะไม่บอกเพื่อนๆ เพราะเกรงใจ

    แต่หลังๆ รู้สึกว่าถ้าเราไม่บอกจะไม่ได้ร่ำลาเพื่อน จะไม่มีความสนุกหลังจากที่เราไปแล้ว เค้าก็เลยรู้สึกว่า ฉันคุยกับเพื่อนดีกว่า เพราะเค้าเป็นคนสนุกสนาน อารมณ์ดี เลยบอกเพื่อนๆ ให้รับรู้เป็นอุทาหรณ์ว่าโรคนี้มันเป็นแบบนี้"

    "ส่วนการสั่งเสีย ไม่ได้สั่งเสียอะไรเลยเพราะเค้าคิดว่าเค้าต้องหาย เค้าเป็นคนต้องสู้ เรื่องที่ห่วงเค้าห่วงพี่ แต่ลูกสาวเค้าก็ไม่มีปัญหา ส่วนลูกชายอยู่อเมริกา เค้ากลัวว่าพี่จะทำใจไม่ได้ เราก็บอกเค้าทุกอย่างว่าไม่ต้องห่วง เราสู้อยู่แล้ว เราเลือดนักสู้เหมือนกัน"

    หลับไปเลย

    ภรรยา "ตอนที่คุยกับพี่ก็ยังรับรู้ได้ ยังรู้สึกได้ แต่พอคุยกับลูกชายก็มีน้ำตาไหล พอได้คุยกับลูกชายจบก็หลับไปเลย คุยกับลูกชายเป็นคนสุดท้ายผ่านทาง Zoom ค่ะ

    ลูกชายตอนนี้น้องอายุ 19 เรียนอยู่อเมริกา กำลังศึกษาต่อค่ะ น้องเค้าเสียใจมาก เพราะติดคุณพ่อ ญาติๆ ที่อยู่ที่นั่นก็บอกว่าเค้าเสียใจมาก จริงๆ ทางญาติจะให้มา แต่ด้วยสถานการณ์โควิดน่าจะมาไม่ทัน แล้วคุณพ่อเค้าเคยบอกไว้ว่า ถ้าจะเป็นอะไร ลูกไม่ต้องกังวลนะ เดินหน้าต่อไปเลย ไม่ต้องห่วงพ่อเลย คนอยู่ก็ต้องอยู่ต่อไป คนจะไปมันก็เป็นเรื่องของธรรมชาติ"

    "ส่วนลางสังหรณ์มีอยู่เรื่องนึง ปกติพี่ก็ใช้ชีวิตกันเหมือนเพื่อนนะคะ ซึ่งช่วงนั้นเพื่อนๆ มาเยี่ยมกันเยอะมาก และด้วยสถานการณ์โควิดพี่ก็ต้องจัดคิวให้เพื่อนเข้ามาเยี่ยม เค้าก็บอกเพื่อนว่า เค้าขอบคุณภรรยาที่ดูแลเค้าเป็นอย่างดี ดูแลเค้ามาตลอด ทำหน้าที่เต็มที่ที่ทำได้ เค้าขอบคุณจริงๆ คือปกติพี่โค้กเป็นคนปากแข็ง เค้าไม่ค่อยจะพูด เราก็ปลื้มสุดๆ เลย เพราะว่าไม่เคยได้ยิน คำนี้เค้าบอกกับเพื่อนเค้า ไม่เคยจะบอกอะไรกับเรา"

    "เรื่องงานจริงๆ พี่โค้กเค้าไม่มีงานมาประมาณ 1-2 ปีแล้ว ถ้าในสถานการณ์ปกติ พี่โค้ก เค้าจะทำบริษัทจัดงานอีเวนต์ ตอนนี้ก็หยุดไปเลย ด้วยสถานการณ์โควิดด้วย ต่อไปเราก็ยังไม่รู้เลยว่าจะทำยังไง เพราะพี่โค้กเค้าทำหลายอย่างมาก"

    ลูกสาว น้องสมายล์ บอกว่า "ทำใจมาสักพักแล้วตั้งแต่ทราบว่าคุณพ่อป่วย พาคุณพ่อไปรักษาตั้งแต่เริ่มป่วยโรคนี้ เห็นทุกอย่างที่ค่อยๆ เปลี่ยนแปลง เราก็อยู่กับคุณพ่อตลอด ก็ให้กำลังใจ อะไรที่ไม่เคยได้ทำ ได้ใกล้ชิด ก็ไม่เสียใจเพราะเราก็อยู่ใกล้คุณพ่อมาตลอด แต่ก็ยังมีหลายอย่างที่อยากทำกับคุณพ่อ แต่มันก็เป็นไปตามธรรมชาติ บอกพ่อไม่ต้องห่วงแม่ ไม่ต้องห่วงน้อง ทุกคนโตแล้ว แต่พ่อเค้าจะห่วงแม่

    เราก็มีแพลนไว้ว่า เดี๋ยวเราจะไปอเมริกาไปหาน้องกัน เพราะน้องได้สัญชาติอเมริกันแล้ว เราก็แพลนว่า เราจะไปขับรถเล่นที่นั่นกัน 4 คน เพราะตั้งแต่โควิดมา เราก็ไม่ได้ไปไหนด้วยกันเลย คิดกันว่าเดี๋ยวไปส่งน้องเราจะไปเที่ยวด้วยกัน

    เราไม่ได้บอกลากันค่ะ เพราะพ่อเค้าสู้ เค้ามีความหวังในทุกวัน ว่าเค้าจะดีขึ้นและหาย ก็จะไม่ได้บอกลาอะไร ต่อไปก็จะรับหน้าที่คุณแม่ค่ะ ดูแลกันไป มีกัน 3 คน 

    ภูมิใจในตัวคุณพ่อมากๆ ตั้งแต่เด็ก (เสียงสั่น) เราก็ไม่เคยอยู่ในตอนที่เค้ามีชื่อเสียง แต่เรารับรู้ตอนที่มีข่าวออกไปและมีแฟนคลับจำเค้าได้ เค้าเคยให้เสียงหัวเราะกับผู้ชม มีคนรักเค้า เราก็ภูมิใจ แต่ช่วงหลังๆ เค้าไม่ได้อยู่หน้าจอแล้ว เค้าก็ทำงานแบบมีหน้ามีตา เราก็อยากเดินตามรอยเค้า ดีใจมากที่ได้เกิดเป็นลูกปะป๊า เสนาโค้กค่ะ"

    ภรรยา "ขอบคุณมากค่ะ สำหรับกำลังใจ คนรักเค้าเยอะมาก เพื่อนฝูงรักเค้าเยอะ เราภูมิใจมากค่ะ".

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    เสนาโค้กเสนาโค้ก สมชาย เสียชีวิตเสนาโค้ก เสียชีวิตเสนาโค้ก ครอบครัวงานศพเสนาโค้กเสนาโค้ก สมชาย เปรมประภาพงษ์ข่าวบันเทิงดารา

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอาทิตย์ที่ 17 ตุลาคม 2564 เวลา 15:55 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์