- โบ๊ต ธารา ไม่สนคนมองได้เป็นแค่พระเอกละครเย็น
- อิ่มตัวจากการเป็นนักกีฬาว่ายน้ำ ขอเบนเข็มมาเป็นพระเอกละคร
- อย่าเอาช่วงเวลาละครออนแอร์มาตัดสินคุณค่าของนักแสดง
โบ๊ท ธารา ทิพา เป็นอีกหนึ่งพระเอกของช่อง 3 ที่ตอนนี้กำลังมีผลงานละครเรื่องปีศาจแสนกล ออนแอร์เรียกเรตติ้งอยู่ในขณะนี้ ซึ่งในวันนี้เราจะขอพูดคุยกับหนุ่มโบ๊ท หนุ่มหล่อมากความสามารถคนนี้ถึงเส้นทางชีวิตก่อนที่จะเข้าวงการบันเทิง เขาเคยเป็นนักกีฬาว่ายน้ำที่เคยเป็นอันดับที่ 8 ของประเทศไทย
แต่เพราะชีวิตมันมีจุดเปลี่ยน เลยทำให้วันนี้เรามีพระเอกละครที่ชื่อ โบ๊ท ธารา ทิพา มาเป็นอีกหนึ่งดวงดาวประดับวงการบันเทิง ซึ่งในวันนี้เราจะมาพูดคุยถึงเรื่องราวชีวิตและการทำงานในวงการบันเทิงของผู้ชายคนนี้แบบละเอียดยิบ
อิ่มตัวจากการเป็นนักกีฬาว่ายน้ำ
ซึ่งคำถามแรก เราก็ถามหนุ่มโบ๊ทเลยว่า ทำไมถึงไม่เลือกที่จะเป็นนักกีฬาอาชีพ แต่ทำไมถึงเลือกที่จะเป็นนักแสดง ซึ่งงานนี้ โบ๊ท ธารา บอกกับเราว่า
"มันเป็นช่วงที่ผมอิ่มตัวพอดี เป็นช่วง ม.3 ขึ้น ม.4 มันคือการเปลี่ยนอะไรหลายๆ อย่าง ผมเป็นนักกีฬามา 5 ปี หนทางมันค่อนข้างตัน ค่อนข้างอิ่มตัว ด้วยการเป็นนักกีฬาว่ายน้ำในประเทศไทยมันค่อนข้างที่จะประสบความสำเร็จยาก อันนี้ผมขอพูดตรงๆ นะครับ เลยทำให้ผมคิดว่าคงน่าจะต้องพอแล้วแหละ"
โบ๊ท ธารา เล่าให้เราฟังต่อถึงเส้นทางการเป็นนักกีฬาว่ายน้ำอาชีพของประเทศไทยค่อนข้างจะทำได้ยาก และเมื่อประเมินศักยภาพและมองดูรอบๆ ด้านแล้ว ก็ได้คำตอบให้กับตัวเองว่า
"คนที่เป็นนักกีฬาว่ายน้ำถ้าจะสำเร็จจริงๆ ก็จะได้แค่ในช่วงเยาวชน ซึ่งผมก็ประเมินตัวเองได้แล้วว่า คงไปไม่ถึงจุดนั้น เพราะฉะนั้นก็ควรหยุดไว้เท่านี้ดีกว่า ไปเริ่มไปค้นหาตัวเองใหม่ดีกว่า ว่าสนใจในด้านไหน
...
และประจวบกับผมได้มีโอกาสเข้ามาทำงานในวงการบันเทิงในช่วงผลัดเปลี่ยนพอดี เลยทำให้มีโอกาสได้ทำงานในวงการตั้งแต่ตอนนั้น จนยาวถึงตอนนี้"
เมื่อถูกถามว่ามีคนห้ามไม่อยากให้ทิ้งความฝัน และยังอยากให้เขาเป็นนักกีฬาว่ายน้ำต่อหรือไม่ งานนี้พระเอกหนุ่มยิ้มและบอกกับเราว่า
"เอาจริงๆ ทุกคนที่อยู่รอบๆ ตัวผมจะเข้าใจว่ามันจะต้องเป็นแบบนี้ ทุกคนจะรู้ตัวเองว่ามีศักยภาพแค่ไหนที่จะไปต่อในกีฬาที่ตัวเองเล่นอยู่ว่าไปได้ไกลแค่ไหน
วันหนึ่งอาจจะเคยชอบกีฬาชนิดนี้มาก แต่มาวันหนึ่งความรู้สึกมันเปลี่ยนไป อาจจะอิ่มตัว ซึ่งในตอนแรกผมไม่เข้าใจคำว่าอิ่มตัวคืออะไร ก็จะรู้ว่าตัวเองควรจะพอหรือว่าไปต่อดี
ผมว่าคนที่เป็นนักกีฬาก็รู้ ผมไม่ได้ให้ทุกคนเลิกพยายามทำในสิ่งที่ตัวเองรักนะ การได้ทำตามความฝันหรือทำในสิ่งที่ตัวเองรักหรือชอบก็ควรจะทำต่อไป แต่ถ้ามีความรู้สึกฝืน ไม่มีความสุข หรือมองไม่เห็นทางที่ไกลกว่านี้ ก็ควรจะหยุดคิดว่าจะไปต่อหรือพอแค่นี้"
ความฝันใหม่ของ โบ๊ท ธารา
เราถาม โบ๊ท ธารา ต่อว่า อันดับการเป็นนักกีฬาว่ายน้ำของโบ๊ทนั้นสูงสุดอยู่อันดับที่เท่าไร งานนี้เราได้รับคำตอบว่า
"จุดสูงสุดของนักกีฬาว่ายน้ำของผม คือติดอันดับ 8 ของประเทศ แต่อย่างที่บอกว่าที่ 1 ของประเทศยังไม่พอเลยสำหรับอาชีพนักกีฬาว่ายน้ำ ด้วยชาติพันธุ์ รูปร่างของคนไทย มันสู้คนอื่นไม่ได้
วิทยาศาสตร์การกีฬา ความจริงจังของกีฬาว่ายน้ำไม่ได้มีอะไรมาซัพพอร์ตมากมาย มันต้องสู้ ต้องรัก ต้องพร้อมจริงๆ ถึงจะไปสุดได้ แต่แค่นี้มันก็ยังไม่พอ มันยังมีองค์ประกอบอื่นๆ อีก
ถ้ารูปร่างของเรามันสู้เขาไม่ได้จริงๆ อันนี้ต้องยอมรับ อย่างผมสูง 183 แต่ก็ยังสู้นักกีฬาประเทศอื่นไม่ได้ เพราะของเขาจะมีรูปร่างที่สูงถึง 195 เซนติเมตร ตรงนี้มันจะมีผลตอนว่ายแข่งขัน หลายๆ อย่างของเรามันเสียเปรียบเขา
ในมุมมองของผมเลยมองว่ามันยากจริงๆ ที่จะประสบความสำเร็จในการยึดเอาการเป็นนักกีฬาว่ายน้ำเป็นอาชีพมาเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวได้ แต่การได้เป็นนักกีฬาก็ทำให้ผมเป็นผมอย่างในทุกวันนี้ เป็นคนที่มีระเบียบวินัย เวลาได้เห็นหรือดูกีฬาว่ายน้ำ ก็จะคิดถึงบรรยากาศเก่าๆ ตอนที่ตัวเองได้เป็นนักกีฬา
เพราะเหตุนี้เลยทำให้ผมตัดสินใจที่จะลองทำในสิ่งอื่นที่ผมชอบ เพราะความฝันของแต่ละคนไม่ได้มีแค่อย่างเดียว มันจะมีอันดับ 1 อันดับ 2 รองลงมา นั่นคือการร้องเพลง และตอนนั้นได้โอกาสก็เลยเข้ามาลองดู เพราะมันก็ไม่เสียหายที่จะลอง ตอนนั้นเลยเข้ามาเผื่อจะได้ประสบการณ์และค่าขนม"
...
8 ปีกับการเป็นนักแสดง
หลังจากที่หันหลังให้กับการเป็นนักกีฬาว่ายน้ำ ตอนนี้ โบ๊ท ธารา ก็ได้มาทำงานในวงการบันเทิง หลังจากที่มีโอกาสเข้ามา เจ้าตัวก็ไม่รอช้าที่จะคว้าโอกาสนั้นเอาไว้ เริ่มต้นจากการเป็นนายแบบ แล้วเขยิบมาเล่นเอ็มวี และก็ได้เริ่มเข้าสู่การแสดงอย่างเต็มตัว จากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็เป็นเวลา 8 ปีแล้ว ที่โบ๊ทได้เข้ามาทำงานในวงการบันเทิง ซึ่งเจ้าตัวเผยความรู้สึกนี้ด้วยรอยยิ้มว่า
"8 ปีแล้วที่ผมได้ทำงานในวงการบันเทิง มันก็นานอยู่นะครับ (ยิ้ม) แต่เป็นความนานที่เร็วมาก เพราะเวลามันผ่านมาเร็วมาก แต่ผมก็รู้สึกสนุกและแฮปปี้กับการทำงาน
และรู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่ได้รับโอกาสได้เล่นในบทที่หลากหลายไม่ซ้้ำกันเลย ต้องขอบคุณผู้ใหญ่และช่องที่ให้โอกาสผมได้ทำอะไรที่หลากหลายมากๆ"
แต่ถึงจะอยู่มา 8 ปีแล้ว แต่ก็มีแฟนละครหลายคนมองว่าทำไมโบ๊ทถึงยังไม่ได้เขยิบไปเป็นพระเอกละครหลังข่าวเสียที ได้เป็นแต่พระเอกละครเย็น รู้สึกอย่างไรที่หลายคนมองและคิดแบบนี้ งานนี้ โบ๊ท ธารา ตอบเราด้วยน้ำเสียงที่จริงจังว่า
"เอาจริงๆ ผมไม่ได้ซีเรียสกับเรื่องจะได้เป็นพระเอกละครหลังข่าวหรือเปล่า เพราะผมวางตัวเองเอาไว้ว่าจะเป็นศิลปิน และเป็นนักแสดงอาชีพ ผมไม่ติดเลยนะถ้าผมจะไม่ได้เล่นเป็นพระเอกละคร
ผมแค่รู้สึกว่า ผมได้มีส่วนร่วมและได้รับบทที่ท้าทายความสามารถและน่าเล่น แค่นี้ก็ทำให้ผมแฮปปี้ที่จะรับเล่นแล้ว ไม่ว่าจะเป็นบทไหนก็ตาม ผมไม่ยึดติดกับการที่จะต้องได้เล่นแค่บทพระเอกเลย"
...
อย่าตีกรอบการทำงานด้วยคำว่า "พระเอก"
แต่เอาจริงๆ หลายคนพอได้มาเป็นนักแสดง ได้มาเป็นพระเอก เขาก็จะมีความฝัน และตั้งเป้าว่าวันหนึ่งจะต้องได้เป็นพระเอกละครหลังข่าว แต่สำหรับโบ๊ทไม่ได้ฝันแบบนั้นเอาไว้เลยเหรอ
"นักแสดงต้องเล่นได้ทุกบทบาท และไม่จำเป็นจะต้องเล่นแค่บทพระเอกเท่านั้น เพราะบทสำคัญๆ ในบางเรื่อง ก็ไม่ใช่ตัวพระเอกนางเอก ก็เลยทำให้ผมไม่ได้รู้สึกยึดติดกับคำว่าพระเอก
และการที่มีความตั้งใจอยากจะเป็นนักแสดง เล่นได้ทุกบทบาท มันดูเป็นอาชีพหนึ่งที่เราได้ทำมากกว่า เลยทำให้ผมไม่คิดดิ้นรนที่จะไปยืนอยู่ในจุดที่หลายคนมองว่ามันคือความประสบความสำเร็จในหน้าที่การเป็นนักแสดง
นักแสดงในความคิดและความเข้าใจของผมคือคนที่ต้องเล่นได้ทุกบทบาท มันไม่จำเป็นจะต้องเล่นแค่บทพระเอกเท่านั้นที่จะทำให้ประสบความสำเร็จ
ถ้ามัวแต่คิดว่าจะต้องรับเล่นบทนั้นบทนี้เท่านั้น ผมว่ามันจะไม่ค่อยแฮปปี้กับการทำงานเท่าไร มันตีกรอบให้กับตัวเองและความคิดของเราเกินไป
และถ้ายึดกับคำว่าต้องเป็นพระเอกเท่านั้น มันจะทำให้แพชชั่นในการทำงานหมดไป ถ้ายึดกับคำๆ นี้มันจะทำให้ทัศนคติในการทำงานของเราเปลี่ยนไปนะ มันจะไม่ใช่การทำงานที่เรารัก แต่เป็นการทำเพื่อให้ตัวเองได้ไปถึงจุดๆ หนึ่งเท่านั้นมากกว่า
แต่ด้วยความที่ผมชอบในอาชีพของการเป็นนักแสดงและศิลปิน เลยทำให้ผมมองว่าผมทำได้หมด ไม่จำเป็นจะต้องเป็นพระเอกอย่างเดียว"
...
อย่าเอาช่วงเวลาละครออนแอร์มาตัดสินคุณค่านักแสดง
จากนั้นพระเอกหนุ่มก็บอกเราว่า อยากให้แฟนละครติดตามที่ผลงานมากกว่า อย่าเอาตำแหน่งหรือช่วงเวลาที่ละครได้ออนมาตัดสินหรือวัดคุณค่าของนักแสดงคนๆ นั้น
เพราะคุณค่าของการทำงาน คุณค่าของนักแสดง มันมีรายละเอียดและความตั้งใจของทุกคนอยู่ในละครทุกเรื่อง อย่าเอาช่วงเวลาที่ละครออนแอร์มาตัดสินหรือวัดกัน
และเราก็ถาม โบ๊ท ธารา ตรงๆ ว่า คำพูดเหล่านี้พอได้ยินแล้ว มันบั่นทอนความรู้สึกของโบ๊ทบ้างหรือไม่ ซึ่งเราได้รับคำตอบพร้อมรอบยิ้มจากพระเอกคนนี้ว่า
"สำหรับผมนะ ถ้าคนที่มีความคิดว่าจะต้องเล่นเป็นแค่พระเอกละครหลังข่าวถึงจะประสบความสำเร็จ ถึงจะรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า คนที่คิดแบบนี้มันจะมีความบั่นทอนจิตใจตัวเองอยู่
แต่ถ้าเราวางตัวเองชัดเจน มีแพชชั่นในการทำงานชัดเจน มันก็จะไม่มีอะไรมาบั่นทอนเราได้ แต่ผมก็เข้าใจที่คนจะมีสิทธิ์คิดแบบนี้กับเราได้ ก็ไม่ว่ากัน
เข้าใจว่าเขาคงอยากจะเห็นผมประสบความสำเร็จ ก็ไม่ว่ากัน ดีใจที่เขาหวังดี แต่ถ้าผมไปถึงจุดที่หลายคนเชียร์และอยากให้ผมไปถึงได้ อันนี้ก็ถือเป็นอีกพาร์ทหนึ่ง ผมยินดีที่จะไปถึงขั้นนั้น
แต่ผมก็ไม่ได้ต้องการหรือมีปัญหากับมัน ถ้าหากชีวิตไม่ได้ไปถึงจุดนั้น ถ้ามีโอกาสเข้ามาผมก็ยินดีและพร้อมทำให้เต็มที่ ซึ่งผมตั้งใจทำงานทุกเรื่อง เพื่อให้ละครออกมาดี เพื่อให้คนที่ชมมีความสุขและสนุกกับผลงานของผมอยู่แล้ว"
ความต่อเนื่องของผลงานไม่มากพอ
จากนั้นเราถาม โบ๊ท ธารา ตรงๆ เลยว่าทำงานมาก็นาน เคยมีบางครั้งมั้ยที่รู้สึกท้อในชีวิตระหว่างที่ทำงานในวงการบันเทิง งานนี้พระเอกหนุ่มบอกกับเราว่าไม่เคยคิดท้อ แต่คิดแค่ว่า ผลงานการแสดงมันขาดช่วงไปหน่อย
"ผมไม่เคยท้อกับการทำงานเลยนะ แต่ผมจะมีช่วงที่ละครขาดช่วงไปหน่อย คนจะไม่ค่อยเห็นผมติดๆ กันเท่าไร จะเห็นแค่ช่วงละครออนแอร์แล้วก็หายไป แล้วก็กลับมาอีก จะเป็นแนวความต่อเนื่องของงานละครอาจจะไม่ถี่หรือมากพอ แต่ถ้าเป็นเรื่องความท้ออย่างอื่นไม่มี
เพราะผมเข้าใจว่าทำไมละครมันถึงขาดช่วง เพราะละครที่ผมได้รับ มันไม่ใช่ละครปกติ (หัวเราะ) เป็นละครที่ต้องใช้เวลาในการถ่ายทำค่อนข้างนาน หรือมีรายละเอียดมากพอสมควร เลยต้องใช้เวลา"
เราถาม โบ๊ท ธารา ต่อทันทีว่า ที่ผลงานละครไม่ต่อเนื่องและขาดช่วง เป็นเพราะนักแสดงของช่องเยอะมากไปรึเปล่า เลยทำให้ต้องกระจายงานละครให้ทั่วถึงกัน ซึ่งเจ้าตัวตอบคำถามที่เราสงสัยว่า
"ผมว่าไม่น่าจะใช่ เพราะละครของช่องเราก็เยอะ นักแสดงไม่พอด้วยนะครับในช่วงที่ผ่านมา เพราะจะมีการนำเอาละครเก่ามารีรัน เพราะมันไม่มีละครในสต๊อกแล้ว ไม่น่าจะเกี่ยวกับเรื่องที่นักแสดงเยอะ เพราะตำแหน่งหรือบทที่จะมอบให้นักแสดงในช่องก็เยอะมากๆ เหมือนกัน น่าจะกระจายทั่วถึง"
ไม่หลงระเริงไปกับชื่อเสียง
และมีสิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับ โบ๊ท ธารา เป็นอีกหนึ่งนักแสดงที่มีความประพฤติดี ไม่มีข่าวฉาวใดๆ ออกมาเลย ซึ่งเราได้ถามหนุ่มโบ๊ทแบบตรงๆ ว่า
เข้ามาทำงานในวงการตั้งแต่อายุยังน้อยแต่กลับไม่หลงไปกับชื่อเสียงและเงินทองที่เข้ามา ประคับประคองตัวเองได้เป็นอย่างดี ไม่มีข่าวฉาวให้ใครได้ซุบซิบหรือพูดถึงเลย งานนี้ทำเอาพระเอกหนุ่มถึงกับหัวเราะ ก่อนจะบอกกับเราแบบตรงๆ ว่า
"ผมโชคดีที่เข้ามาตอนที่อายุน้อยและไม่ได้ดัง และมีผู้ใหญ่ที่คอยดูแลและสอนผมดีมากๆ คอยสอนให้ผมไม่ลืมตัว บอกว่าสิ่งพวกนี้มันมาเร็ว มาสุด แต่ถ้ามันไปมันก็ไปเร็วไปเยอะ และไปสุดเหมือนกัน ไม่มีอะไรจีรังยั่งยืน มีแต่ตัวเราเท่านั้นที่จะอยู่กับตัวเราตลอดไป (หัวเราะ)"
ผลงานละครเรื่องล่าสุด
ต้องบอกว่าละครเย็นของช่อง 3 อย่างเรื่อง ปีศาจแสนกล ที่ตอนนี้กำลังทำเรตติ้งได้เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นผลงานละครเรื่องล่าสุดที่ โบ๊ท ธารา แสดงนำ แม้ละครเรื่องนี้จะเป็นละครรีเมกแต่งานนี้พระเอกหนุ่มการันตีความสนุก จะมาสร้างความสุขคลายเครียดให้แฟนๆ ในช่วงที่มีสถานการณ์ตึงเครียดแบบนี้ได้อย่างแน่นอนว่า
"ตอนแรกที่รู้ว่าจะได้มาเล่นละครเรื่องปีศาจแสนกล ดีใจมากครับที่ได้มาเล่นละครเรื่องนี้ ถึงจะเป็นละครรีเมกที่เคยสร้างมาแล้ว เคยดูและชอบมากๆ พอจะได้มาเล่นก็ตื่นเต้นดีใจ
แล้วพอได้เล่นก็ทำให้คิดถึงตอนเด็กๆ ว่าสมัยที่เคยดูสนุกและมีความสุขกับละครเรื่องนี้มากแค่ไหน และในวันนี้ผมจะได้มาเล่นและถ่ายทอดความสนุกให้กับคนได้ดูอีกครั้งหนึ่ง
ส่วนเรื่องความกดดันไม่มีเลยครับ ด้วยบริบทและตัวบท ยุคสมัยมันต่าง คาแรกเตอร์ของผมกับพี่ฟิล์ม รัฐภูมิ ก็ต่างกัน มันก็เล่นออกมาต่างกัน ตอนเล่นผมก็เล่นเต็มที่ บทมันสนุกก็เลยไม่เครียด
พอละครออนแอร์กระแสตอบรับดีทุกคนชอบมาก เพราะตัวละครจะเล่นเป็นการ์ตูนๆ หน่อย แอ็กติ้งเล่นใหญ่กันมาก บันเทิงมาก และเนื้อเรื่องก็สนุกขึ้นเรื่อยๆ เลยทำให้มีแฟนๆ รอชมละครเยอะพอสมควร
และผมก็รู้สึกดีเพราะละครมาช่วงที่มีสถานการณ์ตึงเครียด อย่างน้อยละครของเราก็ทำให้แฟนๆ ได้หัวเราะคลายเครียดไปได้บ้าง"
จากนั้นพระเอกหนุ่มก็สารภาพกับเราว่า ก่อนหน้านี้ไม่เคยเล่นละครแนวคอมเมดี้เลย และนี้เป็นละครเรื่องแรกที่ได้เล่น รู้สึกดีใจมากๆ เพราะอยากเล่นแนวนี้มานานแล้ว เลยทำให้แฮปปี้มาก
หนุ่มโบ๊ทก็ยอมรับแบบไม่อายว่าละครคอมเมดี้นั้นก็มีความยากเหมือนกัน แต่เป็นความยากในช่วงแรก เพราะต้องตีความของบท และแอ็กติ้งที่เล่นไม่เหมือนละครทั่วไป ถือเป็นการเรียนรู้การทำงานแบบใหม่ ได้พัฒนาตัวเองเพิ่มขึ้นไปอีก
และเมื่อถูกถามถึงเรื่องเรตติ้งละครที่เรตติ้งดีมากตั้งแต่เปิดเรื่องมาก งานนี้ทำเอาหนุ่มโบ๊ทยิ้มกว้าง แล้วบอกกับเราว่า
"เรื่องเรตติ้งถือว่าเริ่มต้นมาได้โอเคเลย แต่นี่เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น แต่หลังจากนี้จะค่อยๆ พีคขึ้นเรื่อยๆ ต้องติดตามนะครับ ไม่อยากให้พลาดเลย อยากให้แฟนๆ ติดตามปีศาจแสนกลในเวอร์ชัน 2021 นี้นะครับ มันสนุกและสามารถมอบความสุขให้ทุกคนในช่วงนี้ได้ไม่มากก็น้อย"
ช่วงนี้ช่อง 3 ทำเรตติ้งละครเย็นได้ดีมาก มีความกดดันหรือกังวลมั้ยกับเรื่องเรตติ้งว่าละครเราจะทำได้เหมือนเรื่องก่อนหน้านี้ที่เขาทำไว้หรือเปล่า ซึ่งเจ้าตัวเผยว่า
"อย่างที่บอก ผมเป็นคนชิล เป็นคนทำงาน ไม่ค่อยได้คาดหวังอย่างอื่นมากมาย แค่ได้ทำงานที่ชอบ ทุ่มเทเต็มที่ ได้แฮปปี้กับการทำงาน แค่นี้ก็ปลดล็อกแล้ว ที่เหลือคือกำไร เลยทำให้ไม่มีความกดดันหรือว่าความเครียดกับตัวเอง"
และนอกจากนี้ พระเอกหนุ่ม โบ๊ท ธารา ยังได้ขอฝากผลงานเพลง ที่ตอนนี้เจ้าตัวกำลังทำอยู่ โดยหนุ่มโบ๊ทแอบอ้อนแฟนๆ ของตัวเองว่า
"ตอนนี้ผมกำลังทำเพลง ทำเป็นซิงเกิลของตัวเองอยู่ จะพยายามปล่อยให้ได้ภายในปีนี้ ก็ฝากเป็นกำลังใจให้ผมและติดตามผลงานชิ้นนี้ของผมด้วย ผมตั้งใจทำมากๆ และมีส่วนร่วมในการทำเพลงนี้มากๆ เพราะเป็นสิ่งที่ผมอยากจะทำ เป็นเพลงช้าๆ ซึ้งๆ แนวอกหักๆ ภายในปีนี้แฟนๆ ได้ฟังแน่นอน สัญญา".
ผู้เขียน : จันทร์เจ้าขา
กราฟิก : Varanya Phae-araya