ผี ไฮแจ็ค เผยชีวิตที่เปลี่ยนไปเมื่อป่วย สิ่งที่เรียนรู้ ความหวังที่จะหาย

ข่าว

    ผี ไฮแจ็ค เผยชีวิตที่เปลี่ยนไปเมื่อป่วย สิ่งที่เรียนรู้ ความหวังที่จะหาย

    ไทยรัฐออนไลน์

    12 ส.ค. 2564 09:00 น.

    • ที่มาอาการป่วยที่รักษาจนเกือบหาย แต่สุดท้ายอาการบานปลาย ทนทรมานกว่า 2 ปี
    • ชีวิตที่เปลี่ยนไป นอนหลับยาก อยู่ใกล้แอร์ไม่ได้ ใช้ยาสีฟัน ยาสระผม สบู่ไม่ได้
    • ยังมีความหวังเสมอว่าจะกลับมาเป็นปกติ ถ้าไม่ได้ก็จะอยู่กับมันอย่างมีความสุข

    เชื่อว่าคอเพลงยุค 90 จะรู้จัก ผี พีรพันธุ์ กุมารสิทธิ์ อดีตนักร้องขาแดนซ์ชื่อดังวงไฮแจ็ค (Hi-Jack) ค่ายอาร์เอส เจ้าของเพลง เล่นเจ็บเจ็บ, ไฟตกน้ำ, ขอบอกเอง, ขอเต้น ฯลฯ และเป็นครูสอนเต้นให้กับศิลปินอาร์เอสหลายคน โดยในช่วงที่อาร์เอสจัดคอนเสิร์ตรียูเนียนศิลปินยุค 90 แทบทุกคอนเสิร์ตจะมีชื่อของ ผี ไฮแจ็ค เป็นผู้ออกแบบท่าเต้น (choreographer) ให้กับศิลปิน อีกทั้งเปิดโรงเรียนสอนร้องเพลงและเต้นด้วย

    แต่แล้วก็มีข่าวร้อนทำให้แฟนๆ เป็นห่วง เมื่อวันที่ 2 ส.ค. 2564 ผี ไฮแจ็ค ได้โพสต์ภาพตัวเองพันผ้าแทบทั้งตัว พร้อมทั้งเล่าถึงอาการป่วยที่มีมานานกว่า 2 ปี ต้องเจอกับความเจ็บ ความคัน ทรมาน ต้องเอาผ้าพันตัวเอง ทำแผลเองทุกวัน ศึกษาข้อมูลต่างๆ เพื่อรักษาตัวเอง อีกทั้งยังใช้ธรรมะทำให้จิตใจพ้นจากทุกข์ ท่ามกลางคอมเมนต์ให้กำลังใจจากแฟนๆ เป็นจำนวนมาก

    บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ชวนเขามาพูดคุยเปิดใจถึงชีวิตที่เปลี่ยนไปเมื่อมีอาการป่วย ที่จนถึงตอนนี้ยังไม่สามารถสรุปชื่อโรคได้อย่างแน่ชัด รวมไปถึงสิ่งที่ได้รับเมื่อเกิดเรื่องนี้ขึ้นในชีวิต และความหวังที่จะหายดี กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ รวมถึงสิ่งที่อยากทำเมื่อหายป่วยแล้ว

    ที่มาอาการป่วย

    เมื่อเราขอให้เล่าถึงที่มาของอาการป่วยจนกลายเป็นประเด็นร้อน เขาเริ่มต้นการสนทนาว่า “จุดเริ่มต้นจริงๆ ผีไปทานอาหารทะเล มีกับข้าวหลายอย่าง หนึ่งในนั้นมีปู เมนูก็มีทั้งปูอบวุ้นเส้น กรรเชียงปู กรรเชียงปูผัดผงกะหรี่ ก็สั่งมากินหลายคน ซึ่งตัวผีก็ทานน้อย ก็ไปร้านเดิมอยู่ 2 วัน ก็กินปูไม่เกิน 2-3 ก้อน นอกนั้นก็กินวุ้นเส้น กินปลา วันที่ 2 ก็คล้ายๆ กัน ทีนี้มันไม่ออกอาการอะไรเลย ปกติก็คิดว่าเราทานได้ เพราะที่ทานไม่ได้จริงๆ คือกุ้ง เป็นตั้งแต่เด็กๆ ไม่เคยกินเนื้อกุ้งเลย คือกินแค่ตัวเนื้อน้ำที่มีกุ้งผสมก็เป็นแล้ว พอเป็นจะมีอาการหายใจไม่ออก หลอดลมตีบ ต้องส่ง รพ. อันนี้ไม่แตะแน่ๆ แต่ปูทานได้

    แต่ก่อนหน้านั้นจำไม่ได้ว่าปีหรือสองปีพี่ก็ทานปูเหมือนกัน แต่ตอนนั้นมีอาการตาปิด รูปก็มีในโทรศัพท์ พยายามกู้อยู่ แต่ตอนนั้นคิดว่าในโต๊ะที่กินเป็นบุฟเฟต์อาหารทะเล ผีคิดว่ามันอาจมีการเจือปน แต่ไม่เป็นอะไรมาก อาจจะโดนจากน้ำจิ้ม หรือมีการสัมผัสเนื้อกุ้งในจาน ก็ไม่มั่นใจ โทษอะไรไม่ได้ แต่พอมากินปูคราวนี้ก็ไม่ได้ออกอาการในช่วง 2 วันที่กิน แต่วันนั้นสัญญาณเตือนมันมาจากหลังจากกินไปไม่ถึง 20 นาทีก็ออกอาการแล้ว พอถึงบ้านก็ตาปิดเลย

    ทีนี้ 2 วันนั้นที่กินไป พออีกวันหนึ่งนอนแล้วตื่นขึ้นมาปากเจ่อ ปากบวม นิ้วเริ่มมีตุ่มพอง ที่ขาก็เริ่มขึ้น ฝ่าเท้าก็เริ่มมีตุ่มขึ้นเยอะ หน้าขาก็ขึ้น แขนก็เริ่มขึ้น ก็เลยซื้อยามาทาเอง อาทิตย์แรกใช้ยายี่ห้อหนึ่ง ซื้อยาแก้อักเสบ ยาฆ่าเชื้อด้วย พอซื้อยาทานเองก็แพ้ อาทิตย์ที่ 2 ก็เปลี่ยนตัวยา เอาให้เภสัชร้านยาดู แล้วบอกข้อมูลการแพ้ยาปฏิชีวนะว่าแพ้กี่ตัว เขาก็เลือกยามาให้ แล้วซื้อยาแก้ภูมิแพ้มาทานด้วย แต่ก็ยังขึ้นอยู่ดี อาการเริ่มเยอะขึ้น เริ่มรุนแรง คันมากขึ้น นอนไม่ได้มากขึ้น ก็เลยไปหาหมอที่ รพ.

    คุณหมอก็ให้ไปหาที่ รพ.ผิวหนังโดยตรง หมอก็ให้ทานยา 1 อาทิตย์ และให้ทานสเตียรอยด์วันละ 2 เม็ด ตัวยาทาก็เป็นสเตียรอยด์เหมือนกัน ปรากฏว่ายิ่งขึ้นมาอีก ผีเริ่มนอนไม่ได้มากขึ้น สเตียรอยด์ไม่ได้ทำให้ดีขึ้นเลย ยาภูมิแพ้ก็แพ้ ยาปฏิชีวนะผีก็แพ้ พอมาเจอยาหมอทำไมไม่ดีขึ้น อาการหนักขึ้น ผีก็แจ้งคุณหมอไปว่าไม่น่าจะทานได้แล้ว ก็บอกว่าขึ้นที่แขนเยอะเลย

    คือหมอท่านแรกก็ให้ผ้าก๊อซกับน้ำเกลือเอาไว้ซับน้ำเหลือง ก็ใช้วิธีนี้มาตลอด และนัดให้ไปตรวจเรื่องภูมิแพ้ และนัดผีตรวจว่าแพ้สเตียรอยด์หรือเปล่าอีกทีคือเดือน ธ.ค. แต่ก็ยังอยากให้ทานยาอยู่ แต่ร่างกายมันฟ้องว่าผีกินไม่ได้แน่ๆ เพราะยิ่งกินยิ่งขึ้น แต่หมอบอกว่าแผลตรงขาเริ่มดีขึ้นบ้าง แต่คำว่าดีขึ้นบ้าง ที่แขนมันกลับลาม ซึ่งจริงๆ เราใช้ยาทาทุกส่วนแหละ แต่มันให้ผลที่ไม่เหมือนกันในแต่ละแผล ผมก็เลยรู้แล้วว่าแพ้แน่ๆ และทำให้นอนไม่หลับด้วย”

    เมื่ออาการเริ่มบานปลาย

    หลังจากที่อาการป่วยเริ่มหนักขึ้น ผีเล่าต่อว่าก็เริ่มศึกษาด้วยตัวเอง นั่งสมาธิ พยายามกำหนดจิตใจไม่ให้ทุกข์ทรมาน รักษาจิตใจไม่ให้เจ็บป่วยไปมากกว่านี้ และบังเอิญไปเจอคลิป ศ.ดร.นพ วิชัย เอกทักษิณ แห่งบ้านอาศรม ก็รู้สึกว่าใช่แล้ว ซึ่งคุณหมอบอกว่าอาหารพวกเนื้อสัตว์มีปัญหาแน่ๆ ผีเลยตัดสินใจเลิกเนื้อสัตว์ก่อนไปหาคุณหมอ และบอกให้รุ่นน้องเอาอาหารเจมาให้กินเลย หลังจากนั้น 2 วันก็ไปหาคุณหมอ พอไปถึงคุณหมอก็ให้ไปทำเอ็มอาร์ไอ แล้วเขาแจกน้ำส้ม ก็เลยลองชิม ปรากฏว่าอาการคันมาทันที เลยเล่าให้คุณหมอฟัง ซึ่งพอทำเอ็มอาร์ไอ ผลการตรวจภายในปกติดีทุกอย่าง คุณหมอก็ดูเรื่องน้ำเหลืองว่ามีคั่งตรงไหนบ้าง

    “ทีนี้มันก็ฟ้องว่าผีมีปัญหาที่ข้อเท้าแน่ๆ อาการต่างๆ ที่มันมา ท่านก็เล่าให้ฟังว่าเวลาเราแพ้อะไร แล้วถ้าเรามีแผลอะไรเล็กๆ น้อยๆ เวลามันเล่นงานเรา มันจะมาทันที แล้วถ้าเราเคยแพ้มันอยู่แล้ว เวลาเจออาหารแสลงแล้วเราไปกินมัน มันอาจจะมีโอกาสเล่นงานเราเมื่อไรไม่รู้ ต้องระวัง อันนี้ผีขอเตือนกับทุกคนด้วย ถ้ารู้ว่าแพ้อะไร แสลงอะไร พยายามลดละเลิกได้จะยิ่งดี เพราะเราไม่รู้เลยว่าวันหนึ่งมันจะเล่นงานเราเมื่อไร

    ผีรักษาต่อกับคุณหมอวิชัย รักษาได้ 10 วันแผลที่แขนและขาหาย เหลือแค่นิดเดียว บังเอิญคุณหมอไปอบรมสัมมนาที่อาร์เจนตินา ซึ่งในเรื่องความรู้ด้านน้ำเหลืองมีไม่กี่คนในโลกที่รู้ ผีเลยกลับมารักษาตัวเองที่บ้านโดยใช้วิธีคุณหมอ แล้วช่วงนั้นเป็นเทศกาลกินเจ อยากไปกินก๋วยเตี๋ยวเจมาก ร้านนี้กินทุกปีอยู่แล้ว ก็สั่งลูกชิ้นทอดเจ เต้าหู้ทอด มีทั้งเผ็ด พริกไทย ของทอดทั้งนั้น

    พอกินไปอีกวันมาเลยครับ เป็นจุดแดงๆ ที่แขน จากจุดเดียวข้างเดียวเป็น 2 จุด 3 จุด ผีก็เอาผ้าก๊อซมาวาง น้ำเหลืองออก ก็รู้แล้วว่ามาแน่ ฤทธิ์ของมันคือการรวมตัวเป็นกลุ่มใหญ่กลายเป็นแผลและขยายตัวจากข้างขวามาข้างซ้ายด้วย สิ่งที่แปลกคือเมื่อเราเป็นข้างขวาจะเป็นข้างซ้ายด้วย และเป็นในตำแหน่งที่ใกล้เคียงกันมาก หลังจากนั้นก็บานปลายเลย พอคุณหมอกลับมาผีก็กลับไปรักษาใหม่ ปรากฏว่าตอนที่ใช้แผ่นที่รองแปะแผลอีกทีก่อนแปะผ้าก๊อซเพื่อไม่ให้ผ้าก๊อซติด ปรากฏแพ้แผ่นอันนี้อีก ทั้งที่ 2-3 อาทิตย์แรกไม่แพ้ ก็ไม่ทราบว่าทำไม

    ตอนนั้นยังไม่ได้ปรับอาหารการกิน ผีเลิกแค่เนื้อสัตว์ ยังไม่มีความรู้เรื่องอาหาร แต่พอเริ่มศึกษา ผีพอรู้ว่าอะไรควรกินไม่ควรกิน อาหารอันไหนร้อนเย็น ก็เริ่มมาปรับใช้ พออาทิตย์สุดท้ายที่ไปหาหมอ กำลังทรัพย์เริ่มไม่ไหว รักษาต่อไม่ไหว ผีเลยเอาผ้าก๊อซตัดครึ่งหนึ่งมาแปะแทน และเอาผ้าก๊อซที่เป็นแผ่นจริงๆ มาซับอีกที เวลาน้ำเหลืองไหลก็แกะด้านบนออก ส่วนด้านในก็ล้างเอา เอามันออกตอนอาบน้ำ หลังจากนั้นผีก็รักษาตัวเองมาตลอด เรียนรู้มาตลอด อาการผีก็ย่ำแย่ นอนไม่ได้ ถูกกระชากด้วยความคัน พูดตรงๆ ว่าสาหัส 8-9 เดือนที่ไม่ได้นอน อาการก็บวกขึ้น พอคนเราไม่ได้นอน ร่างกายก็พัง”

    เรียนรู้ด้วยตัวเอง

    จากนั้นผีเล่าว่าจากนั้นก็หาวิธีในการทำให้หายคันด้วยการพันผ้า พันเบาๆ แล้วยังคัน ก็พันให้หนักขึ้นก็หายคัน ก็ดีขึ้น เริ่มพันรอบ 2-3 ก็ไม่คัน ใช้อยู่สักพักใหญ่ๆ ปรากฏว่าเริ่มกลับมาคัน ตอนนั้นไม่รู้ว่าอากาศมีผลด้วย เพราะตัวเองอยู่ในห้องสี่เหลี่ยม ก็เริ่มสังเกตตัวเองในแต่ละฤดูว่าเป็นยังไง เช่น อยู่ในห้องแต่ฝนตกทำไมรู้ เพราะอุณหภูมิร่างกายมันบอก มันเหมือนธาตุดินน้ำลมไฟของเราสัมพันธ์กับธรรมชาติ พลังจากธรรมชาติที่เข้าหาตัวเรามันมีผล ถ้าเราไม่สังเกตหรือไม่ปฏิบัติ หรือถ้าไม่มีอาการของโรคนี้ก็อาจจะไม่เข้าใจมันเลย

    นอกจากนี้ผีบอกว่าเขาฝึกสมาธิเพื่อให้จิตใจสงบ ไม่เครียด เพราะความเครียดจะทำให้โรคนี้กำเริบ ส่วนวิธีการทำให้นอนหลับได้ ผีบอกว่าเขาใช้ผ้าเช็ดตัวคลุมไว้ทำให้อบอุ่นขึ้น พออบอุ่นขึ้นทำให้นอนหลับได้นานขึ้น จากนอนได้ 1-2 ชม. ก็กลายเป็น 3-4 ชม. ก็ยังดี ผีส่งภาพและข้อมูลให้คุณหมอดู หมอบอกเมื่อฤดูฝนปีที่แล้วว่าดูแลตัวเองคนเดียวแบบนี้มันยากมากเลยนะ ผมบอกว่ายากแต่ก็ต้องทำ หมอบอกว่าถ้ามีเวลาก็มาหาหมอนะ แต่พอมีโควิดมาก็ไม่กล้าออกไปแล้ว อีกทั้งเรียนรู้เรื่องสมดุลร่างกาย อาหารของตัวเองทำกินเองหมดทุกอย่าง ต้องระวังหมด ใครกินเนื้อสัตว์จะแยกช้อนแยกจานไว้หมด ไม่กินเพราะกลัวมีเอฟเฟกต์กับร่างกายอีก

    ถามว่าใช้ชีวิตลำบากขึ้นยังไงบ้าง นักเต้นหนุ่มบอกว่า ต้องอยู่กับมันให้ได้ ต้องดูแลตัวเองให้ได้ ต้องหาความรู้ทุกวิถีทาง ลองผิดลองถูก ทดลองกินอาหารจนรู้ว่าอันไหนกินได้หรือไม่ได้ อาการมันก็จะฟ้องเอง อาหารที่กินต้องเป็นธรรมชาติ ใช้ความร้อนต่ำ ทำผักให้สุก ใส่ถั่วหรือใส่อะไรที่เป็นประโยชน์กับร่างกาย โรยเกลือและทานกับข้าว ตอนแรกไม่กล้าทานแม้กระทั่งนมถั่วเหลือง

    จากนั้นผีเล่าอีกว่าช่วงที่วิกฤติ ไม่ได้รักษาต่อเพราะว่าเงินที่เหลือจะเอามาดูแลตัวเองเรื่องอาหาร มีคนช่วยมาบ้าง บางคนพอรู้ก็ช่วยมาบ้าง ก็พออยู่ได้ มีเอาของทรัพย์สินไปจำนำ ลงทุนทำขนมจีน ตอนนั้นสภาพจิตใจไม่ได้ย่ำแย่ เพียงแต่ต้องมีสมาธิ ไม่ได้เครียดอะไรมาก พยายามมีสติ เวลาคันก็ใช้จิตคุมตลอด ก็ต้องดูแลตัวเองแบบนี้ นอนเตียงไม่ได้ เพราะมีพันธนาการที่แขนขา อีกอย่างที่เตียงก็มีแอร์เป่าตรงๆ ทำให้นอนไม่ได้

    “ที่ที่นั่งในรูปจะอยู่ในมุมห้องมุมหนึ่ง ซึ่งห้องผีกว้าง แอร์จะอยู่ไกลมาก ผีจะรับแอร์จากการที่ความเย็นมันแผ่มาเฉยๆ ไม่ได้ลงตรงๆ ผีเดินผ่านแอร์มันจะวูบทันที วูบทั้งตัว เวลาผีไปหาคุณหมอ ผีต้องนั่งห่างๆ นั่งสุดห้องของคุณหมอเลย ให้ห่างแอร์ที่สุด เพราะฉะนั้นการนอนจะต้องทำให้แขน ขา หน้า อบอุ่น จะทำให้อาการคันมันทุเลาลง แต่มันไม่ได้หายคัน มันจะมากหรือน้อยก็แล้วแต่ช่วงจังหวะของมัน ถ้านอนเมื่อไร ความเย็นที่รับจากอากาศ ปลายเท้า มือ มันจะสร้างและสะสมความเย็นในร่างกาย ความเย็นทำให้เรานอนหลับ แต่ถ้ามากเกินไปสำหรับโรคของผี มันก็ออกฤทธิ์เป็นอาการคันอย่างรุนแรง เลยนอนเตียงนี้

    จริงๆ เก้าอี้ที่ผีนอนเอนได้ แต่เวลาจะนอนแรกๆ ผีไม่ได้ใช้ comfort 100 แต่ตอนหลังใช้เพราะว่าพยายามให้ตัวเองพักผ่อน ไม่ลุกเดินให้ร่างกายตื่น พยายามขยับตัวน้อยที่สุด ไม่งั้นเดี๋ยวนอนไม่หลับ เพราะที่ขากับแขนเป็นจุดที่หายยากที่สุด คือจุดที่เราเคลื่อนไหวมากที่สุด ถ้าความร้อนในตัวสูงขึ้น สมดุลยังไม่ดี โอกาสที่ผื่นขึ้นหรือแผลขึ้นใหม่เกิดขึ้นได้เสมอ ในแต่ละแผลกว่ามันจะหาย บางทีบางแผลเป็นปี บางแผลหลายเดือน”

    ชีวิตที่เปลี่ยนไป

    เมื่อถามว่าสรุปแล้วป่วยเป็นโรคอะไร เขาบอกว่ายังไม่ได้สรุปอะไรแน่ชัด การวินิจฉัยของท่านบอกว่าผีเป็นโรคภูมิแพ้ผิวหนังชนิดหนึ่ง แต่โรคทางวิทยาศาสตร์ไม่รู้ เพราะไม่ได้ตรวจวินิจฉัยเหมือนคุณเมฆ (วินัย ไกรบุตร) ผีจะใช้การรักษาด้วยวิชาการจากคุณหมอคือรักษาสมดุลจากธรรมชาติล้วนๆ ถามว่าคล้ายกับอาการของคุณเมฆหรือเปล่า มันมีหลายระดับขั้น ซึ่งของเขาอาจจะหายาก อาจจะสูงกว่าของผี แต่ของผีอยู่ในระดับไหนอันนี้ไม่แน่ใจ แต่เมื่อเป็นแล้วถ้ากินยาได้ก็บรรเทาอาการได้ แต่ของผีทานยาไม่ได้เลย ทุกอย่างต้องธรรมชาติล้วนๆ

    ผีบอกว่าจากอาการป่วยที่เกิดขึ้นทำให้ชีวิตเปลี่ยน ออกไปไหนไม่ได้เพราะเกิดอาการเวียนหัวทันที เคยออกไปทำธุระครั้งหนึ่ง นั่งรถแล้วเวียนหัวเลย เพราะร่างกายเคยอยู่แต่ในห้องสี่เหลี่ยม พอสภาวะการย้ายที่อยู่เปลี่ยน การรับอากาศภายนอกเปลี่ยน ผีมีห้องนอน 1 ห้อง ห้องนั่งเล่น 1 ห้อง เปิดแอร์ในห้องนอน แล้วให้ความเย็นไหลมาเอง แล้วนั่งอยู่ห่างประตู ห้องที่อยู่ใกล้หน้าต่าง เปิดระเบียงได้ กลางคืนสามารถอยู่ได้สบายไม่ต้องเปิดแอร์ เปิดแค่พัดลมและหน้าต่างก็อยู่ได้สบายๆ ถ้าข้างนอกเย็นก็จะเปิดน้อยๆ ทุกวันนี้ผียังใช้ยาสีฟันไม่ได้ ใช้ยาสระผม สบู่ไม่ได้ แต่ไม่ซีเรียส กลิ่นตัวไม่มีด้วยซ้ำ เพราะร่างกายเป็นด่าง ไม่ได้เป็นกรด

    กับคำถามว่าตั้งแต่รักษาตัวมา 2 ปี หมดเงินค่ารักษาไปเท่าไร ผีบอกว่า “จากที่ซื้อยามาทานเอง และคุณหมอผิวหนัง ก็แค่อาทิตย์เดียว ไม่ถึงหมื่นหรอกครับ แต่การไปรักษากับคุณหมอวิชัยรวมๆ แล้วเป็นหลักแสน ผีรักษา 3 รอบก็แสนกว่าบาทที่เป็นค่ายาและค่ารักษา ซึ่งคุณหมอไม่ได้คิดแพงนะครับ จากการดูแลของคุณหมอทั้งหมด มีอาหารให้กินด้วย และมีคนดูแล วันหนึ่งผีไปรักษาตั้งแต่ 11 โมง กว่าจะเสร็จก็ 2 ทุ่ม จะเป็นแบบนี้ทุกวัน คอร์สหนึ่ง 5 วัน ใช้เวลา 3 สัปดาห์ เว้นเสาร์อาทิตย์

    แต่ด้วยสภาวะโควิด ธุรกิจที่ผีเคยทำทุกอย่างมันหยุดหมด และตัวเองก็ป่วยด้วย ก็ไม่สามารถออกมาทำอะไรได้ ลงทุนทำขนมจีนก็หมด เพราะฉะนั้นการรักษาตัวเองไม่มีอะไรมากครับ ซื้ออาหารกินอย่างเดียว และซื้ออุปกรณ์พวกวาสลีน ผ้าก๊อซ ก็ใช้เยอะเพราะต้องทาทั้งตัว ถุงมือก็ DIY หน้ากากกันหนาวกันลมก็ทดลองจนรู้ว่าใช้ได้จริง ตอนนี้ก็พัฒนาเป็นซื้อไหมพรม และมีคนซื้อให้เป็นส่วนใหญ่ เพื่อนก็ช่วยหาให้”

    และจากสถานการณ์ชีวิตที่เปลี่ยนไป ทำให้ผีเลือกที่จะหารายได้ด้วยการนำของมาขายผ่านทางไลฟ์สดเฟซบุ๊ก นักเต้นหนุ่มบอกว่าพออาการเริ่มดีขึ้น คนที่มาดูแลทุกวันก็บอกให้เขามาวันเว้นวันได้แล้ว ก็เลยคิดว่าอยู่แบบนี้ไม่ได้แล้ว คงต้องทำอะไรสักอย่าง ก็คิดแต่เรื่องขายก๋วยเตี๋ยว ส้มตำ แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้เพราะเราไม่มีทุน สถานที่เราก็ไม่มี ผีก็เลยเอาของไปจำนำเพื่อลงทุน สุดท้ายเขาก็แคนเซิลไม่ให้ลงทุน

    ก็พยายามคิดมาตลอดว่าจะสู้ยังไง เลยนึกถึงตอนดูคอนเสิร์ตตัวเองแล้วมันให้ความสุขเราได้ เคยเป็นนักเต้น เคยทำคลิปสอนคน เลยคิดว่าทำมาสคอตของเราออกมาดีกว่า เพราะเรายังพอมีแฟนคลับที่คอยติดตาม เลยให้น้องที่มาช่วยเหลือดูแลผีติดต่อว่าอยากขายของและให้ช่วยออกแบบโลโก้ให้ โดยเป็นการพรีออเดอร์ ไม่สั่งของมาสต๊อก แค่ทำเดโมออกมา แล้วลองไลฟ์ขายของ วันที่ขายของวันแรกๆ ยังไม่แข็งแรงเท่านี้ แต่มันเริ่มรู้สึกสบายใจขึ้น แต่ก็ยังขายไม่เป็น เคยเป็นนักเต้นแต่วันนี้กลายเป็นนักขาย ทุกคนก็เป็นห่วง ก็ตอบคำถามเยอะและให้คำแนะนำกับกำลังใจ ก็อยากให้ทุกคนสนุก ไม่เครียด แม้ว่าอาการตัวเองจะเป็นยังไง ก็ไม่ได้บอกว่าผ่านอะไรมาบ้าง

    สิ่งที่ได้รับในวันที่ป่วย

    เมื่อถามว่าพอเกิดเรื่องนี้ขึ้นมาในชีวิต สิ่งที่ได้รับจากตรงนี้คืออะไร ผีบอกว่า “โห...ผีได้ความรู้มากมายถึงความมหัศจรรย์ในร่างกายคนเราที่แท้จริง มันมีมหาศาลเลย เราสามารถรับรู้สิ่งที่มองไม่เห็น เช่น ภาวะความร้อนเย็น ภาวะลม อากาศชื้น แห้ง อุณหภูมิ ทุกวันนี้ผมต้องสังเกตอุณหภูมิว่าพรุ่งนี้จะเป็นยังไง เดี๋ยวนี้ผีเริ่มคันน้อยลงมากแล้ว

    เมื่อเสาร์ที่ 31 ก.ค. ผีไลฟ์แล้วบอกทุกคนว่าอีกวันจะโพสต์เล่าว่าที่ผ่านมาผีเป็นยังไง ผีพยายามคิดและเล่าเรื่องว่าผีใช้อะไรบ้าง ฉันรู้จักเธอ (โรค) แล้วนะ อัตราเร่งของการหายของผมดีขึ้นเยอะ จากแผลที่เคยปิดยากก็ปิดง่ายลง การเร่งแผล ทนเจ็บหน่อยแต่มันได้ผล แทนที่จะหาย 6 เดือน ก็เหลือ 3 เดือน การพันแขนขา นิ้ว ผีต้องทำคนเดียว ซึ่งใช้เวลานานมาก พอพันขาก็มาเล่นงานที่นิ้วเพราะออกแรงกด ผีก็ใช้วิธีจุ่มน้ำแข็งแล้วปล่อย มันก็ค่อยๆ ยุบหรือแห้ง หรือใช้เจลเย็นไล่น้ำเหลืองออกจากตรงนั้น

    ผีเรียนรู้ว่าอาหารการกิน การปรับสมดุลร่างกาย มีผลกระทบต่อเรามากๆ ซึ่งคุณหมอเขียว แพทย์วิถีธรรม อธิบายได้ดีมากว่า เมื่อร่างกายเราเสียสมดุล ร้อนเกิน อวัยวะทุกส่วนของเราทำงานไม่มีประสิทธิภาพ อวัยวะบางส่วนถูกหยุดลง เพราะถ้าทำงานหนักกว่านี้มันจะมีผล ร่างกายพยายามขับพิษที่มีอยู่ออกมาทางไหนได้บ้าง ออกทั้งภายในและภายนอก ทางรูทวารทั้งหมด

    เรื่องภาวะจิตใจ การปฏิบัติธรรม ทำสมาธิ การใช้จิตดูแลกายขันธ์ เราแยกกายกับใจให้ออก กายเราทรมาน แต่จิตใจเราต้องควบคุม ไม่ทรมาน ดูกายดูความทรมานของมันว่าฤทธิ์เดชเป็นยังไงบ้าง เวลามันเล่นงานเรา เราต้องจับสมาธิทันทีและดูมันว่าเป็นยังไง ผีได้อะไรเยอะมาก เราไม่เคยรู้เลยว่าความทรมานจากร่างกาย จากขันธ์ 5 มันเป็นยังไง แต่พอเราปฏิบัติและได้มาใช้จริงๆ มันทำให้ผีเข้าใจและศึกษาธรรมะมากขึ้น การฝึกฝนและปฏิบัติทุกวัน ทำให้ผีเข้าใจและเรียนรู้และพิจารณามันได้ว่ามันเป็นธรรมชาติแบบนี้

    การเปลี่ยนสภาพแผลจากแผลน้ำเหลืองเป็นแผลปกติมันไม่ง่าย ผีต้องขัดให้มันกลายเป็นแผลให้ได้ มันต้องเจอหลายสิ่งในการทำแบบนั้น แต่ผีอดทนได้ เพราะตัวผีเองสามารถทำได้โดยมีสติ แต่แผลที่เกิดจากเล็บหายเร็วกว่าแผลที่เกิดจากน้ำเหลือง ทั้งที่เกิดจุดเดียวกัน การขัดเล็บมันขูด พอเล็บขูด หนังเปิด เนื้อเปิดเป็นร่องเป็นเส้น แต่แผลตรงนั้นจะเป็นสะเก็ดที่ดีกว่า

    ถ้าแผลน้ำเหลืองเปลี่ยนเป็นแผลที่เป็นเลือด การขัดให้เลือดออก บางทีเลือดมันรักษาตัวเอง อุดตันไม่ให้น้ำเหลืองมันไหลและซ่อมแซมตัวเองได้ สังเกตสะเก็ดด้วยว่าจริงหรือเทียม สะเก็ดเทียมของผีหมายถึงน้ำเหลืองที่มาเป็นฟิล์มดันออกมาเป็นชั้นหนาๆ แต่ถ้าเป็นสะเก็ดจริงๆ จะเป็นสะเก็ดแบนๆ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะทำได้ทุกแผล นานๆ ทำได้ที อาทิตย์นึงทำครั้งนึงครับ”

    ความหวังที่จะหายเป็นปกติ

    เราถามว่าหลังจากรักษาตัวมา 2 ปีแล้ว มีความหวังที่จะหายป่วยและกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติมากน้อยแค่ไหน ผี ไฮแจ็ค ตอบว่า “ผีไม่รู้ว่ามีใครรักษาหายจากโรคภูมิแพ้ได้มั้ย โรคที่ผีเป็นไม่รู้ว่าเป็นแบบไหน แต่ผีมีความมุ่งมั่น มีความเชื่อเสมอจากการที่ผีรักษาตัวเอง การที่ผีดีขึ้น ผีรู้จักภายในกายตัวเอง จากจิตเรา สังเกตได้ว่าเราเริ่มมีพลังมากขึ้น แผลเริ่มหายดีขึ้น อาการที่เป็นเริ่มทุเลาลง แต่บางวันมันก็เล่นงานเราเหมือนกัน ก็ต้องยอมรับความจริง แต่มันอยู่กับผีวัน 2 วันก็หาย

    ผีมีความหวังเสมอว่าถ้าภายในเริ่มดี มันส่งผลให้เห็นว่าแผลจากภายนอกก็ขึ้นน้อยลง แผลที่เป็นอยู่เริ่มแปรสภาพ มีอัตราเร่งที่ดีขึ้นในการหาย เพราะฉะนั้นมีความหวังแน่นอน ผีถึงโพสต์ว่าฉันรู้วิธีแล้วว่าจะเอาชนะเธอยังไง ถ้าแผลหายทั้งหมด ปลดพันธนาการจากการพันแผลได้ แต่ผีต้องค่อยๆ เลิกนะ ไม่สามารถเลิกได้ทีเดียว เดี๋ยวทุกอย่างมันจะมาคั่ง ค่อยเป็นค่อยไป ต้องเริ่มเดินเหมือนเด็กหัดใหม่ ทุกอย่างต้องมีความสมดุล ให้พลังของร่างกายค่อยๆ ฟื้นฟูตัวเอง แต่ใช้เวลาอีกนานแค่ไหนไม่รู้ ผีต้องกลับมาให้ได้ แต่ถ้าไม่ได้จริงๆ ผีก็ต้องอยู่กับมันอย่างมีความสุขครับ”

    ส่วนสิ่งที่อยากจะทำเมื่อหายป่วยและกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ นักร้องนักเต้นหนุ่มตอบด้วยเสียงสดใสว่า “คิดไว้หลายอย่างครับ แต่สิ่งหนึ่งที่อยากทำต่อแน่นอนคือ ผีทำโครงการ Dance with Guru ที่สอนเต้นในยูทูบ มีน้องๆ หลายคนมาช่วยตอนที่ผีป่วยและมีโควิด แต่พอมีช่องทางโซเชียลมากขึ้น น้องๆ รู้ว่าผีอยากทำ แต่อยากหาคนทำต่อ น้องๆ ก็เริ่มคุยกันและบอกว่าเขาเริ่มมีไอเดีย เดี๋ยวจะคุยกับพี่อีกที ผีก็ดีใจ สิ่งที่อยากทำต่อได้ทำแน่

    สิ่งต่อไปที่อยากทำคือโรงเรียนสอนเต้น มันเคยได้รับความสำเร็จ ผีเคยมีลูกศิษย์ที่โด่งดังไปถึงเกาหลี ผีสร้างศิลปิน สอนศิลปินมาหลายคน สิ่งที่ผีอยากทำก็คือผีอยากพัฒนาวงการอาชีพที่ผีถนัดและสร้างให้มีทุกวันนี้ อยากจะทำมันใหม่ แต่การจะทำต้องใช้ทุนใช้เงิน แต่ผีต้องทำให้ได้ ผีต้องกลับมาเปิดโรงเรียนให้ได้ และผีจะสร้างคนให้เก่งเหมือนยุคนึงที่ผีเคยสร้าง

    เรื่องการสอนเต้นศิลปิน ผีมีผู้ช่วยอยู่แล้ว มีโชว์เองบางครั้งถ้าน้องๆ มีปัญหา แต่ผีสามารถดูคอนเซปต์ให้และแก้ไขให้น้องๆ ได้ ผีเป็นโครโนกราฟคอนเสิร์ตรียูเนียนทุกคอนเสิร์ต ผีจะควบคุม แนะนำและสอนให้เขาคิดให้เป็น ทุกคนรู้เลยว่ากว่าที่ผีจะสำเร็จมันยากมากขนาดไหน ถูกผีแก้งานเยอะมาก แต่ทุกคนก็สู้ จนผลงานเป็นที่ประจักษ์และยอมรับ รุ่นผีอยู่ในระดับไดเร็กเตอร์ เป็นผู้กำกับได้แล้ว

    หนังเต้นผีมีเรื่องที่อยากทำเหมือนกัน ถ้าผีหายดีและมีเวลา ผีจะเขียนและปรึกษาพี่ๆ ผู้กำกับ ถ้าเขาสนใจ ผีอยากกำกับ ผีเคยกำกับหนัง “รองต๊ะแล่บแปร๊บ” มาก่อน นั่นคือสิ่งที่สร้างชื่อเสียงให้ผี ทำให้ผีเป็นไฮแจ็คเหมือนกัน สิ่งที่ผีจะทำต่อไปมีอีกเยอะครับ ถ้ามีคอนเสิร์ตรียูเนียนของอาร์เอส อยากให้ผีทำให้ ผีก็ทำได้เหมือนเดิมครับ ถึงแม้จะป่วย ผีก็ทำได้ครับ ผีมีสมรรถภาพพอ ผีดูวิดีโอ คอยสังเกตบนกล้อง ก็รู้แล้วว่าน้องคิดผิดหรือคิดถูก และสามารถอธิบายได้ครับ”

    ปิดท้ายการสนทนา ผี ไฮแจ็ค ขอบคุณทุกกำลังใจที่หลั่งไหลเข้ามามากมาย ไม่เคยคิดว่าการโพสต์ภาพและอธิบายเล่าเรื่องจะทำให้ทุกคนตกใจ แต่จริงๆ รูปที่โพสต์เป็นภาพที่ซอฟต์ที่สุดแล้วจาก 2 ปีที่ผ่านมา อยากให้ทุกคนโฟกัสที่โพสต์ไปว่าเอาชนะมันได้ยังไง ผ่านอะไรมาบ้าง ภาพเป็นส่วนประกอบของการเล่าเรื่อง มันไม่สำคัญเท่ากับความจริงที่ผ่านมาที่พยายามเล่าว่าเจออะไร ก่อนจะบอกว่าอยากให้กำลังใจทุกคน และขอบคุณที่ให้กำลังใจ มันเป็นแรงกระตุ้นที่ทำให้ในใจมันต้องวิ่ง ต้องระมัดระวังและดูแลตัวเองอย่างดีที่สุด ขอบคุณทุกการสนับสนุน ขอทุกคนอย่าเจ็บไข้ได้ป่วย และขอให้มีสิ่งดีๆ.

    ผู้เขียน : Penguin บินได้
    ภาพ : นสพ.ไทยรัฐ, เฟซบุ๊ก Pee Hijack, อินสตาแกรม @ipe_hijack, อินเทอร์เน็ต
    กราฟิก : Sathit Chuephanngam

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ผี ไฮแจ็คผี พีรพันธุ์ กุมารสิทธิ์ผี ไฮแจ็ค ป่วยผี ไฮแจ็ค อาการป่วยนักร้องป่วยข่าวบันเทิงนักร้อง

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพฤหัสที่ 21 ตุลาคม 2564 เวลา 07:34 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์