เปิดใจ 4MIX บอยแบนด์ LGBTQ ไทย ปลุกกระแส T-POP ในต่างประเทศ

ข่าว

เปิดใจ 4MIX บอยแบนด์ LGBTQ ไทย ปลุกกระแส T-POP ในต่างประเทศ

ไทยรัฐออนไลน์

5 ส.ค. 2564 09:00 น.

  • การรวมตัวครั้งแรกของ 4MIX กับคอนเซปต์บอยแบนด์ LGBTQ วงแรกของไทย
  • เบื้องหลังที่แสนเหนื่อย แถมเจอปัญหาการเลื่อนเดบิวต์ สมาชิกออกจากวง
  • กระแสตอบรับที่ดีทั้งแฟนเพลงชาวไทย ดังไกลในหลายประเทศ

เรียกว่าเป็นน้องใหม่วงการเพลงที่มาแรงทีเดียว สำหรับ 4MIX วงบอยแบนด์ LGBTQ วงแรกของเมืองไทย ค่าย KS GANG ในเครือ Khaosan Entertainment (ข้าวสาร เอ็นเตอร์เทนเมนต์) ที่ประกอบไปด้วย 4 สมาชิก นินจา จารุกิตต์ คำหงษา, แม็กก้า ณัฐภัทร ดีเลิศตระกูล, โฟล์คซอง ชนินทร บุญรอด และ จอร์จ ราเมศวร์ เกียรติสุขอุดม

เพราะหลังจากปล่อยซิงเกิล “คิดผิด” และ “Y U COMEBACK” ก็ได้รับกระแสตอบรับที่ดีทั้งจากแฟนเพลงชาวไทยและต่างประเทศ ทั้งในฝั่งละตินอเมริกา อาทิ บราซิล, สเปน, โปรตุเกส, เม็กซิโก รวมถึงในยุโรปบางประเทศอย่างเยอรมนี อิตาลี โดยเฉพาะชาวบราซิล แห่คอมเมนต์ชื่นชมหนุ่มๆ ทั้ง 4 คนกันอย่างล้นหลาม ทำให้กระแส T-POP กลายเป็นที่รู้จักและพูดถึงมากขึ้น

บันเทิงไทยรัฐออนไลน์พูดคุยกับ 4 หนุ่มถึงที่มาที่ไปของการเป็นบอยแบนด์น้องใหม่ ที่กว่าจะมาถึงวันนี้ได้ ต้องผ่านการฝึกฝนอย่างหนัก และพวกเขามีประสบการณ์การเต้นคัฟเวอร์เพลง K-POP มาก่อน รวมไปถึงความสำเร็จก้าวแรกในฐานะบอยแบนด์น้องใหม่ที่เริ่มเป็นที่รู้จักในต่างแดนด้วย

การรวมตัวครั้งแรก

ก่อนจะเป็นศิลปินบอยแบนด์ LGBTQ ในนาม 4MIX เราถามพวกเขาว่ามารวมตัวกันได้อย่างไร เริ่มที่แม็กก้าเล่าว่า “ตอนแรกมีผม พี่นินจา โฟล์คซอง เป็นทีมเต้นกันมาก่อน แล้วทางผู้ใหญ่ค่ายข้าวสาร เอ็นเตอร์เทนเมนต์ คัดมาจากในคลิปเต้นแล้วถามว่าสนใจเป็นศิลปินมั้ย ผมเลยชวนเพื่อนที่คิดว่าอยากเป็นศิลปินด้วยกันมาออดิชั่น เลยได้มาอยู่ที่นี่ครับ” จากนั้นจอร์จเล่าต่อว่า “ส่วนจอร์จเป็นสมาชิกที่เข้ามาทีหลังครับ เนื่องจากตอนนั้นมีสมาชิกที่ออกไป ก็เลยช่วยกันหาสมาชิกที่เพิ่มเข้ามา ก็เป็นจอร์จที่ได้มาอยู่ด้วยกันในวง 4MIX ครับ”

ส่วนบรรยากาศตอนมาออดิชั่น นินจาเล่าว่า “ตอนแรกผู้ใหญ่ให้ส่งคลิปร้องเต้นเข้ามาก่อน หลังจากดูคลิปเขาก็บอกว่า เฮ้ย ไหนลองเจอตัวจริงหน่อย เขาก็เลยเรียกมาสกรีนเทสต์ พอมาถึงก็ให้ร้องแยกทีละคน แล้วมาเต้นรวมกัน พอถึงวันนั้นผู้ใหญ่ก็ตกลงเลย บอกว่าเอา 3 คนนี้ ส่วนจอร์จมาออดิชั่นตอนท้าย พอลองร้องเต้น เขาก็ตกลงรับเลยครับ”

กับคอนเซปต์ของวง คือ เป็นบอยแบนด์ LGBTQ วงแรกของไทย ถามว่าได้ไอเดียมาจากไหน นินจาบอกว่า “จริงๆ ตอนแรกที่มาด้วยกัน นินจาเป็น LGBTQ อยู่แล้วครับ มันก็เลยมีไอเดียขึ้นมา ทั้งผู้ใหญ่ ตัวพวกผมเองก็ไม่ได้ปิดกั้น เขาก็เลยบอกว่านินจาเปิดตัวไปเลยมั้ย เป็นตัวของตัวเองเลย บวกกับวงเราก็มีแฟชั่นต่างๆ ค่อนข้างเป็น Unisex เสื้อผ้าหน้าผม หรือแม้แต่การแสดงออกก็ไม่จำกัดเพศ ไม่จำกัดว่าต้องเท่ ต้องแมนนะ มีอ่อนหวานบ้าง บวกกับนินจาเป็น LGBTQ มันเลยยิ่งทำให้กลายเป็น LGBTQ แบนด์ครับ ผู้ใหญ่มองเห็นตรงนี้ก็เลยคิดว่าตอนนี้ยังไม่มีนะ ลองแบบนี้ดูมั้ย พอออกมาก็ได้รับกระแสตอบรับที่ดีครับ”

เราถามพวกเขาว่าคิดยังไงกับสมาชิกคนอื่นๆ ในวงเมื่อเจอหน้ากันครั้งแรก โฟล์คซองบอกว่า “ครั้งแรกที่เจอก็จะเจอกับแม็กก้าและพี่นินจาพร้อมกัน ก็รู้สึกว่าทำไมเขาเต้นเก่งจังเลย แม็กก้ามีเสน่ห์มาก ถูกชะตา ส่วนจอร์จก็เพิ่งมาเจอตอนเข้ามาใหม่ พอเจอกันปุ๊บรู้สึกว่าเข้ากันได้ดี เฟรนด์ลี่ น่าจะเข้ากับเรา 3 คนได้ดีครับ”

แม็กก้าเล่าบ้าง “ตอนชวนมาเหมือนผมจะเป็นหัวโจก (หัวเราะ) เหมือนว่าเราเริ่มก่อน ตั้งแต่รวมกลุ่มที่มาออดิชั่นครั้งแรก ผมก็ส่งไปบอกโฟล์คซอง ตอนแรกยังไม่ได้บอกพี่นินจา เพราะปกติพี่นินจาไม่ค่อยร้องเพลง ตอนมาออดิชั่นครั้งแรกอยากได้ 5 คน แต่หาอีกคนไม่เจอ ก็เห็นพี่นินจาไปประกวดรายการนึงพอดี เลยลองชวนพี่นินจามาครับ ตอนที่ผมชวนก็คิดไว้ว่าคนนี้น่าจะร้องเพลงเก่ง คนนี้น่าจะเหมาะกับแร็ป ส่วนตอนเจอจอร์จก็โอเคครับ รู้สึกว่าเข้ากับพวกเราดีครับ”

ด้านนินจาเสริมว่า “ตอนนั้นก็เจอน้องๆ ที่ทีมเต้น อยู่ทีมเต้นด้วยกันมาก่อน พอเจอครั้งแรกเหมือนเด็กน้อยทั่วไป (หัวเราะ) 2 คนนี้ (แม็กก้า, โฟล์คซอง) เป็นรุ่นน้องในวง เต้นเก่ง มีคาแรกเตอร์ พอมาอยู่ด้วยกันก็ดีครับ น้องน่ารัก เชื่อฟัง ด้วยอายุที่ค่อนข้างห่างกันประมาณนึง นินจา 24 แล้ว ส่วนน้องๆ ยัง 17-18 ก็มีปรับตัวบ้างในบางอย่างครับ ส่วนจอร์จตอนแรกเห็นแค่ในโซเชียลก่อน คือเราหาสมาชิกใหม่เพราะคนเก่าออกไป แต่ยังไม่เจอตัวจริง พอวันจริงที่มาเจอกัน ได้เห็นความสามารถ น้องมีคาริสมา หน้าตาดีกว่าในรูป พออยู่รวมกัน 4 คนก็ลงตัวครับ”

ด้านสมาชิกที่มาทีหลังอย่างจอร์จบอกว่า “ตอนแรกจอร์จไม่รู้จักใครเลยครับ เคยเห็นผ่านๆ บ้าง พอวันที่มาเทรนด้วยกันแล้วเจอทุกคน รู้สึกว่าเข้ากันได้ดีครับ ทุกคนมีความตลก ถ้าไม่เชื่อดูใน Tik Tok ครับ ก็รู้สึกดีที่ได้ทำงานร่วมกันครับ มีความสุขดีครับ”

เบื้องหลังที่แสนเหนื่อย

แต่กว่าที่จะได้เป็นศิลปินบอยแบนด์ออกซิงเกิลอย่างที่ทุกคนเห็น แน่นอนว่าไม่ง่าย มีความหนักความเหนื่อยที่อยู่ในนั้น นินจาบอกว่า “มันก็ยากครับ แต่ว่าสิ่งที่ทำให้เรารวมกันได้เพราะเรามาด้วยกันตั้งแต่แรก ก่อนหน้านี้เราอยู่ทีมเต้นด้วยกันมาเป็นปี เวลาร้องเต้นมันค่อนข้างที่จะคลิกกันได้ง่าย จอร์จเพิ่งเข้ามาใหม่ แต่ว่าก็เป็นคนที่เปิดรับ ก่อนที่จอร์จมา เราดูแล้วว่าคนไหนเหมาะสมที่จะเข้ามา เราฝึกมา 2 ปี ซ้อมร้องซ้อมเต้น บวกกับสถานการณ์โควิด สถานการณ์ที่สมาชิกออกไป กว่าจะถึงวันนี้ก็หนักมากครับ (หัวเราะ) ทั้งเต้นทั้งร้องด้วย”

ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นก่อนออกซิงเกิล นินจาบอกว่ามีตั้งแต่แรก ตั้งแต่ปัญหาการเลื่อนเดบิวต์ เพราะก่อนจะปล่อยเพลงก็ถูกเลื่อนมาประมาณ 3 รอบ รอบแรกเลื่อนเพราะโควิด ส่วนปัญหาใหญ่คือตอนแรกสมาชิกเป็นอีกคนหนึ่งซึ่งไม่ใช่จอร์จ แต่สุดท้ายเหมือนไปด้วยกันไม่ได้ มีปัญหากันแล้วเขาออกไป ซึ่งตอนที่คนนั้นออก กำลังจะปล่อยเพลงแล้ว มีช่วงเวลาที่จะเดบิวต์แล้ว แต่ทุกอย่างก็ต้องเลื่อนออกไปและหาสมาชิกใหม่เข้ามา ซึ่งก็คือจอร์จ ก็ต้องปรับจูนให้เข้ากัน

ตอนทำเพลงไม่มีปัญหาอะไรมาก ที่เป็นปัญหามากๆ คือเรื่องเวลา เพราะตอนจะปล่อยเพลง “Y U COMEBACK ” เรามีเพลง “คิดผิด” ที่ปล่อยออกไปก่อน ซึ่งในตอนโปรโมตเพลงคิดผิด เราก็ต้องซ้อมเพลง Y U COMEBACK ไปด้วย ต้องแบ่งเวลาดีๆ เหมือนเดือนสุดท้ายก่อนถ่ายเอ็มวี เราได้พักประมาณ 2 วัน นอกนั้นต้องซ้อมเต้นตั้งแต่สว่างจนมืด ทำงาน

พอถามว่ารู้สึกยังไงที่ช่วงแรกผลงานถูกเลื่อน แถมต้องเปลี่ยนสมาชิก โฟล์คซองบอกว่า “รู้สึกเฟลๆ นะครับ มีปัญหาโน่นนี่เข้ามาหลายอย่าง ทั้งเรื่องโควิด เรื่องการซ้อม” นินจาเสริมว่า “อย่างเรื่องโควิด พอทุกอย่างเริ่มจะคลี่คลาย สมาชิกก็ออกไปอีก เหมือนต้องเริ่มต้นใหม่ครับ เพราะคนเดิมเรามาด้วยกันตั้งแต่มาออดิชั่น อยู่ทีมเต้นมาด้วยกันเป็นปี สุดท้ายก็มาออก ก็เลยเฟล เรารู้ว่าเรายังไปต่อได้นะ ทำได้เลย แต่ผู้ใหญ่บอกว่าต้องเมเนจ งั้นขอเลื่อนไปอีกหน่อยนะ เพื่อให้คนใหม่เข้ามา ก็เลยค่อนข้างเสียดายตรงนั้น”

กับการออกเพลงในช่วงโควิดระบาด ทำให้โอกาสที่จะมีรายได้จากอีเวนต์ต่างๆ หรือคอนเสิร์ตเรียกว่าแทบเป็นไปไม่ได้ นินจาบอกว่ารู้สึกเสียดาย เพราะอย่างที่บอกว่าเราซ้อมเต้นซ้อมร้องกันหนักมาก พอซ้อมเต้นก็อยากโชว์เพอร์ฟอร์แมนซ์บนเวที อยากเต้นให้ทุกคนดู แต่ที่เราซ้อมมาก็แทบไม่ได้โชว์ที่ไหนเลย ปล่อยเพลงไปแล้วนอนฟังที่ห้อง มีแค่มาที่ค่ายและทำคอนเทนต์ออนไลน์ ไม่ได้ออกไปเจอฟีดแบ็กนอกเหนือจากในโซเชียลว่าเป็นยังไง เสียดายมากๆ ได้แต่หวังว่าทุกอย่างจะดีขึ้นเร็วๆ นี้ ตอนนี้ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะทุกคนก็โดนหมดเลย

“ต้องบอกว่าที่พวกเราฝึกมาไม่ได้ฝึกแค่ตอนมีโควิด เรามีความฝันตั้งแต่เด็กๆ บวกกับการฝึกที่เราฝึกมาตั้งแต่ก่อนมีโควิดขึ้นมาอีก เราไม่คิดว่าที่เราฝึกวันนั้น ในวันที่ที่เราจะได้ออกเพลงจะมาเจอโรคอะไรแบบนี้ พอเรานึกย้อนไปก็เสียดายว่าทำไมต้องมาเป็นช่วงที่เราปล่อยเพลงด้วย ฉันฝึกมาก่อนที่หล่อน (โควิด) จะมาอีกนะ (หัวเราะ) เสียดายมากๆ เลยครับ”

ความฝันตั้งแต่เด็ก

เมื่อถามว่าการเป็นศิลปินเป็นความฝันตั้งแต่เด็กรึเปล่า โฟล์คซองเล่าว่า “มีโฟล์คกับแม็กก้าที่มีความฝันเหมือนกัน ตอนเด็กมีความฝัน 2 อย่าง คืออยากเป็นนักฟุตบอลกับศิลปินครับ แต่ว่าตอนเด็กเคยเป็นนักฟุตบอลมาก่อน ไม่ได้มีโอกาสเป็นศิลปิน แต่พอได้เป็นนักฟุตบอลมาเรื่อยๆ พอได้เริ่มร้องเพลง เล่นดนตรี ก็มีความสนใจที่จะเป็นศิลปิน เลยตัดสินใจมาทางนี้ครับ”

แม็กก้าเสริมว่า “ผมเพิ่งมาชอบการเต้นตั้งแต่ได้มาร้องเพลง เจอเพื่อนก็ดูแบบเกาหลีมีออร่า เท่ดี ก็เลยลองเต้นดูครับ” โฟล์คซองพูดต่อ “อย่างโฟล์คก็ชอบเต้นตอนมัธยม 3” แมกก้าบอก “เหมือนกัน” จอร์จพูดบ้าง “เรื่องการเต้น ผมก็มาชอบตอน ม.2 ก่อนจะเริ่มเข้า ม.3 เหมือนช่วงนั้นมันเป็นช่วงเราว่าง พอได้ลองมาเต้นแล้วก็กลายเป็นว่าติดและชอบมากๆ ครับ” นินจาบอกว่า “ของนินอยากเป็นนักร้อง คือความฝันตั้งแต่เด็ก ชอบร้องชอบเต้นมาตั้งแต่เด็กจนถึงทุกวันนี้ครับ”

กับคำถามว่าก่อนจะเป็นบอยแบนด์ กับตอนที่ความฝันเป็นจริง ได้ทำเพลงแล้ว มุมมองที่มีต่อวงการบันเทิงเปลี่ยนไปไหม แม็กก้าบอกว่า “สำหรับผม ตอนมองผ่านทีวีตอนเด็กๆ รู้สึกว่าทำไมเขาดูสนุก รู้สึกว่าดีจัง ดูสบาย แต่พอมาทำงานจริงๆ รู้สึกว่าเหนื่อยมากๆ กว่าจะไปถึงจุดสูงสุดผมว่ามันไม่ง่ายเลยครับ ต้องพยายามมากๆ”

สุดปังดังไกลข้ามแดน

แม้จะไม่สามารถออกงานอีเวนต์หรือเล่นคอนเสิร์ตได้เนื่องจากโควิดระบาด แต่กระแสตอบรับทั้งเพลง “คิดผิด” และ “Y U COMEBACK” ในโลกโซเชียล ถือว่าดีมากสำหรับวงน้องใหม่ เมื่อถามว่ารู้สึกอย่างไร จอร์จบอกว่า “ตอนแรกก็รู้สึกตกใจ ตื้นตัน คือมันเกินความคาดหมายของเรา เรารู้สึกว่าเราปล่อยเพลงไปจะมีคนฟังมั้ย เพราะเราไม่ได้ไปเดินสายโปรโมต ทำได้แค่โปรโมตออนไลน์ รู้สึกขอบคุณแฟนๆ ไม่ใช่แค่ชาวไทยครับ มีแฟนๆ ชาวต่างชาติด้วยที่ให้การสนับสนุนพวกเราด้วยครับ”

นินจาเสริมว่า “ช็อกมากครับ เพราะช่องดังๆ ในละตินอเมริกาก็ทำรีแอ็กชันคลิปของเราเยอะมาก หลังจากนั้นก็กระจายไปเรื่อยๆ ครับ มีแฟนๆ ต่างชาติคัฟเวอร์เพลงไทยเยอะมาก เพราะเขาต้องลิปซิงก์คำภาษาไทย ประทับใจทุกคนมาก เก่งมากๆ สามารถคัฟเวอร์เพลงเรา ขอบคุณมากจริงๆ ครับ”

เมื่อถามว่าในแง่การโปรโมต ทำยังไงให้เพลงไปดังไกลในหลายประเทศ ทั้งในฝั่งละตินอเมริกา อาทิ บราซิล, สเปน, โปรตุเกส, เม็กซิโก รวมถึงในยุโรปบางประเทศอย่างเยอรมนี อิตาลี นินจาบอกว่า “จริงๆ แล้วน่าจะเป็นเพราะคาแรกเตอร์เราค่อนข้างชัดมาก ฉีกแนวจาก T-Pop ที่เคยมีมา ทั้งในคาแรกเตอร์ส่วนตัว การแต่งหน้าแต่งตัว แฟชั่น บวกกับความเป็น LGBTQ ทำให้แฟนต่างชาติเห็น มันไม่เคยมีอะไรแบบนี้

พอเขาเห็นก็อยากจะรู้ว่าทำไมถึงเป็น Unisex ได้ขนาดนี้ คาแรกเตอร์ทุกคนขนาดนี้ แฟนๆ ที่เป็น LGBTQ เขาก็ชื่นชม เขาชอบที่กล้าเปิดเผยตัวตนจริงๆ บวกกับแนวเพลงที่พวกเราคิดแนวออกมา เป้าหมายของพวกเราคือพยายามตีตลาดให้ทั่วโลกอยู่แล้ว ไม่ใช่แค่ในไทย เราเลยพยายามหาจุดกึ่งกลางที่มันยังมีความรู้สึกว่าเป็น T-Pop อยู่ ต้องมีความอินเตอร์เข้ามาด้วย เพลงมีท่อนฮุคติดหู ท่อนแร็ปต่างๆ ต้องเมเนจให้ดีครับ”

โฟล์คซองเสริมว่า “คิดว่า Tik Tok ส่วนนึงด้วยครับ ทำให้คนฝั่งโน้นได้เห็นครับ” นินจาพูดต่อ “พวกโซเชียลมีเดียต่างๆ ก่อนที่เราจะปล่อยเพลง เราปูทุกอย่างมาหมด มีทั้ง Documentary ซีรีส์ ให้ทุกคนได้เห็นว่า 4MIX ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันที่ปล่อยเพลง Y U COMEBACK เป็นยังไง แฟนคลับก็ได้ไปตามดู เหมือนเดบิวต์พร้อมพวกเรามาตั้งแต่แรก อย่าง Tik Tok เป็นแอปที่ทั่วโลกเล่นกัน ก็พยายามเล่นแล้วตีกระแสให้ได้ พอเพลงเราออกก็แปะตามตรงนั้นตรงนี้ แฟนคลับก็เพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ”

ถึงตรงนี้แม็กก้าเสริมว่า “ที่สำคัญผมคิดว่ามีชาวต่างชาติรีแอ็กชันและคัฟเวอร์ มันก็เลยส่งต่อๆ กัน พอคนเห็นกันมาก็ทำต่อกันมาเรื่อยๆ” ส่วนคลิปที่ประทับใจ นินจาบอกว่า “จริงๆ เราตกใจทุกคลิป ขอบคุณทุกคลิป ตอนแรกๆ เราก็ตกใจเพราะมีช่องดังๆ ด้วย ไม่สามารถบอกได้เลยว่าชอบอันไหนมากกว่ากัน ต้องขอบคุณทุกช่องจริงๆ ยิ่งคนต่างชาติคือตัดชุดและไปถ่าย โปรดักชั่นดีมาก บางช่องคือคนฟอลโลว์หลายแสนมากแล้วทำรีแอ็กชัน”

แม็กก้าพูดต่อว่าตอนแรกรู้สึกงง แต่พอผ่านไปก็รู้สึกดีใจ และเป็นเป้าหมายของเราตั้งแต่แรกแล้ว นินจาเสริมว่าตอนแรกเห็นแค่คลิป 2 คลิปก็งงแล้ว แต่สักพักมาจนดูไม่หมด เยอะมาก ดีใจเพราะอย่างที่บอกว่าเป้าหมายเราคืออยากให้มันไประดับโลกแบบ worldwide ให้ได้ แต่มันมาตั้งแต่เพลงแรก ซึ่งตอนปล่อยเพลงวันแรก ปล่อยประมาณเย็นๆ ยังปกติอยู่ ยอดวิว 2-3 หมื่น แต่พอหลับไปและตื่นมาก็เริ่มมาเรื่อยๆ ทั้งยอดฟอลโลว์ คลิปรีแอ็กชัน ทุกอย่างมาไวจนช็อกไปเลย

ถามว่าเมื่อประสบความสำเร็จ ทำให้การทำเพลงต่อๆ ไปมีความกดดันหรือไม่ นินจาบอกว่า “ทุกวันนี้ก็คิดว่ายังไงต่อดีเนี่ย กดดันมากๆ ครับ แต่จะพยายามทำทุกอย่างให้มันอัปเลเวลขึ้น ทำทุกอย่างให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เรื่องกระแสเราไม่สามารถไปควบคุมมันได้ คิดว่าตอนนี้เราจะทำต่อไปให้ดีที่สุดที่เราทำได้ก็พอแล้ว ฉะนั้นก็อยู่ที่แฟนๆ ว่าจะเมตตา หรือชอบเพลงของพวกเรามากแค่ไหน”

กระแสทั้งบวกและลบ

การเปิดตัว 4MIX ในฐานะบอยแบนด์ LGBTQ วงแรกของไทย แน่นอนคือความแปลกใหม่ เมื่อถามถึงกระแสตอบรับ นินจาบอกว่า “กระแสพูดถึงค่อนข้างดีครับ ตอนแรกต้องบอกว่าอย่างนินเป็น LGBTQ นินก็กังวลว่าตอนปล่อยเพลงออกไป สังคมจะมีฟีดแบ็กกลับมายังไง คนดูวงเราจะบอกว่ายังไง บอยแบนด์อะไรทำไมมี LGBTQ ก็กลัวอยู่ว่ากระแสจะมายังไง

แต่พอออกไปกระแสค่อนข้างดีมาก น้อยมากที่จะพูดลบถึง LGBTQ แทบจะไม่มีเลย ทำให้ดีใจว่าสังคมเปิดกว้างมาก บวกกับว่าเราไม่ได้เปิดความเป็น LGBTQ แค่แบบว่าฉันเป็น LGBTQ นะ แต่เราทั้งซ้อมร้องซ้อมเต้น เราพยายามปิดทุกช่องโหว่เรื่องความสามารถ เพื่อให้คนเห็นถึงความสามารถจริงๆ ไม่สามารถเอาเรื่องเพศมาว่าเราได้ ไม่ว่าเราจะเป็นเพศไหน เราก็มีความสามารถ มีคุณภาพในเพลงที่ออกไปครับ”

กับกระแสบางส่วนที่ยังคงพูดลบ ปิดกั้นตรงนี้ นินจาบอกว่า “เห็นครับ มันก็จะมีบางคอมเมนต์เล็กๆ น้อยๆ ก็รู้สึกว่าเราต้องโฟกัสคอมเมนต์ดีๆ ถ้าคอมเมนต์ที่เข้ามาว่าหรือไม่เปิดรับ เราก็ต้องดูความหมายที่เขาส่งมาว่าทำไมเขาถึงยังไม่เปิดรับหรือปิดตรงนี้เพราะอะไร ถ้าอันไหนเราปรับได้หรือมันดีต่อตัวเรา เราก็พยายามรับฟังและปรับปรุง แต่อันไหนที่เป็นความคิดส่วนตัว หรือเขาพยายามบั่นทอนเรา เราก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากทำตัวเองให้ดี ทำให้ผลงานออกมาดีมีคุณภาพครับ ก็หวังว่าสักวันนึงคนที่เขาคิดแบบนั้นเขาจะคิดใหม่และเข้าใจครับ”

เมื่อถามว่าอยากบอกอะไรกับคนที่อาจยังไม่ได้เปิดใจกับ LGBTQ ให้เต็มร้อย หรือยังมีอคติอยู่ นินจาตอบว่า “อยากให้ทุกคนดูที่ผลงาน ดูที่ตัวคนมากกว่า อยากให้ทุกวันนี้ล้มเลิกไปเลยกับคำว่าเพศต่างๆ อยากให้มองทุกคนเป็นมนุษย์ด้วยกันทั้งหมดครับ 4MIX เป็นศิลปิน ก็ให้ดูที่การร้อง การเต้น เพลง คาแรกเตอร์ ให้ดูเป็นคนไปมากกว่า

บางคนอาจบอกว่าชอบเขาร้องเขาเต้น แต่เขาเป็น LGBTQ ไม่ชอบเลย อยากให้ลบตรงนี้ออกไป อยากให้ทุกคนลองเปิดใจจริงๆ ว่าเรามาทำตรงนี้ พรีเซนต์ความเป็นตัวตนของเรา คือเรื่องจริงในสังคมมีคนหลากหลาย เราไม่สามารถไปกำหนดได้ว่าคนนี้ต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ แต่ทุกคนที่เกิดมาบนโลกนี้ ทุกคนมีคาแรกเตอร์ของตัวเอง อยู่ที่ว่าจะพรีเซนต์ออกมายังไง ให้ดูที่ผลงานอย่างที่บอกไปครับ”

นินจาบอกว่าดีใจที่เป็นส่วนนึงที่ทำให้คนเห็นอะไรแปลกใหม่ รู้สึกยินดีหากใครเห็นแล้วอยากทำตามเรามา แล้วเราก็จะส่งเสริม รอดูผลงานของทุกคน “อย่างตัวนินที่ออกมาตั้งแต่แรก นินรู้สึกว่าถ้าทำตรงนี้ผ่านไปและสำเร็จ คนอื่นๆ ที่เป็น LGBTQ หรือตามความฝันตัวเองมา จะได้มั่นใจที่จะทำ ตอนนี้ก็จะมีแฟนๆ ที่เข้ามาหาพวกเราแล้วรู้สึกมีกำลังใจมากขึ้น ตอนแรกเขาบอกว่าเขาเกิดมาเป็นแบบนี้แล้วจะทำยังไงต่อไป สังคมจะยอมรับมั้ย พอเขาเห็น 4MIX ประสบความสำเร็จ เขาก็มีกำลังใจ บางคนเป็นซึมเศร้า เขาบอกว่าก็ดีขึ้น ก็ดีใจที่ได้เป็นส่วนนึง หวังว่าทุกคนจะภูมิใจในความเป็นตัวเอง และทำออกมาให้ดีครับ”

ก้าวต่อไปของ 4MIX

ก้าวแรกที่เริ่มประสบความสำเร็จแล้ว และก้าวต่อไปของ 4MIX ที่พวกเขาคาดหวังจะเป็นยังไงบ้าง จอร์จรีบพูดทันที “จริงๆ เราก็ยังไม่ได้ประสบความสำเร็จขนาดนั้น เอาเป็นว่าคือก้าวแรกที่จะเดินขึ้นบันไดขั้นต่อไป ผลงานต่อไปเราก็อยากทำผลงานของเราให้ดีขึ้นเรื่อยๆ จะทำสุดความสามารถ จะไม่ทำให้ทุกคนผิดหวังแน่นอนครับ”แม็กก้าเสริมว่า “คาดว่ามันจะดีขึ้นเรื่อยๆ ครับ”

จากนั้นนินจาบอกว่า “ต้องบอกว่าเป้าหมายของเราคืออยากไประดับโลกให้ได้ เป็นวงที่สามารถไปในระดับ worldwide พรีเซนต์ความเป็น T-Pop เป้าหมายถัดไปคือจริงๆ เราอยากนำเสนอเพลงทุกแนว มีอะไรใหม่ๆ เข้ามา อาจจะเป็นเพลงช้า เพลงอกหัก เอาแนวดนตรีนี้เข้ามาใส่ เอาความเป็นไทยเข้ามาใส่ เราพยายามจะทำให้แตกต่างไป ก็อยากให้ลองติดตามด้วยนะครับ รับรองว่าเต็มที่แน่นอน 4MIX ก็ยังเป็น 4MIX แต่จะมีอะไรแตกต่างในทุกผลงานครับ”

เมื่อมองย้อนกลับไปวันวานที่ต้องฝึกฝนอย่างหนัก ก่อนจะกลายเป็นศิลปินที่มีแฟนเพลงทั้งคนไทยและต่างชาติ นินจาบอกว่า “รู้สึกดีใจ หายเหนื่อย ที่ผ่านมาเราพยายามอย่างหนักมากๆ กว่าจะมาถึงวันนี้คือใส่แรงเต็มที่ ตรงนี้คือที่สุดของชีวิตแล้ว แทบไม่สนใจอย่างอื่นเลย ถามว่ามันเปลี่ยนไปมากมั้ย ยังไม่เปลี่ยนไปมาก ด้วยความที่สถานการณ์โควิดเข้ามา จะบอกว่าประสบความสำเร็จแล้วก็พูดได้ไม่เต็มปาก มันยังอยู่แค่ในโซเชียล มีคนรู้จักในโซเชียลมากขึ้น แต่ยังไม่ได้เจอฟีดแบ็กบนเวทีว่าแฟนคลับมาดูมั้ย มาดูเยอะแค่ไหน แต่ถามว่าก้าวข้ามตรงที่เคยอยู่มามั้ยก็ก้าวมาอีกขั้นนึงแล้วครับ ก็อยากลองดูว่าก้าวต่อไปจะเป็นยังไง แต่ตอนนี้ก็รู้สึกภูมิใจดีใจแล้วครับ”

ในสิ่งที่อยากปรับปรุงหรือพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิม โฟล์คซองบอกว่า “คิดว่าน่าจะเป็นทุกๆ ทางเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นความสามารถ บุคลิก คาริสมา” นินจาเสริม “การร้อง การเต้น โปรดักชั่นเอ็มวี ก็อยากทำให้ยิ่งใหญ่ขึ้นไปเรื่อยๆ ครับ ตอนนี้ค่อยๆ พัฒนาต่อไปครับ” ก่อนจะพูดต่อว่า “ถ้าหมดโควิดแล้ว สิ่งแรกคืออยากเจอแฟนๆ ไปโชว์ออนสเตจ เจอแฟนๆ ทั้งในเมืองไทย ถ้ามีโอกาส โควิดหายไปทั้งโลกแล้ว แน่นอนว่าเราต้องไปเจอแฟนๆ ต่างชาติ เพราะเขาก็รอคอยพวกเราครับ”

ปิดท้าย 4 หนุ่มฝากผลงานเพลงทั้ง “คิดผิด” และ “Y U COMEBACK” รวมถึงเพลงใหม่ๆ ที่จะตามมา สามารถติดตามได้ทาง Youtube : KS GANG รวมถึง Facebook : KS GANG หากใครอยากติดตาม 4MIX แบบเอ็กซ์คลูซีฟ ติดตามได้ทุกช่องทางโซเชียลทั้ง Youtube : 4MIX OFFICIAL รวมถึง Facebook : 4MIXofficial

ผู้เขียน : Penguin บินได้
ภาพ : Khaosan Entertainment
กราฟิก : Sathit Chuephanngam

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

4MIXspecial content4Mix ผลงาน4Mix เพลงนินจา จารุกิตต์ คำหงษาแม็กก้า ณัฐภัทร ดีเลิศตระกูลโฟล์คซอง ชนินทร บุญรอดจอร์จ ราเมศวร์ เกียรติสุขอุดมข่าวบันเทิงนักร้อง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
Sonp logo
inet logo
วันจันทร์ที่ 20 กันยายน 2564 เวลา 10:53 น.
ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์