• ทำความรู้จักกับหนุ่ม กัน ณภัทร ณ ระนอง จากซีรีส์เรื่อง บังเอิญรัก และเรื่องล่าสุด Golden Blood รักมันมหาศาล
  • 3 ปีบนโลกมายา ช่วยปรับความคิดให้ดูโตขึ้น 
  • จากเด็กที่ฝันอยากเป็นคนขายไอติม สู่นักแสดงหนุ่มขวัญใจแฟนๆ 

โด่งดังจากบทบาทของ พี่เทคโน ในซีรีส์เรื่อง บังเอิญรัก (Love by Chance) ทำให้สาวๆ ตกหลุมรักหนุ่ม กัน ณภัทร ณ ระนอง เข้าอย่างจัง ด้วยความขี้เล่น ความน่ารัก และมีรอยยิ้มน่ารักตลอดเวลาที่ได้พูดคุย เมื่อได้รู้จักตัวตนจริงๆ ของหนุ่มคนนี้ ก็อดที่จะหลงรักไม่ได้

ก้าวแรกจากการเป็นนายแบบ

กัน ณภัทร เป็นนักแสดงและนายแบบหนุ่มหล่อ ผู้หลงใหลในเรื่องแฟชั่นอย่างมาก เข้าวงการบันเทิงมาได้ประมาณ 3 ปีกว่า แต่หนุ่มคนนี้ทำงานมาหลากหลาย ทั้งในฐานะนายแบบด้านแฟชั่น นักแสดง และนักร้อง เขาก็ทำมาหมดแล้ว

"ผมทำมาหลายอย่างครับ แต่แค่ระยะเวลาประมาณ 3 ปีกว่าเองครับผม คือเราชอบด้านแฟชั่น เราชอบทางด้านไหนเราจะเอาด้านนั้นให้มันสุด อย่าง กัน ชอบด้านแฟชั่นก็มาทำด้านนี้และได้เป็นพิธีกรด้านแฟชั่น และมีช่วงหนึ่งก็ไปฝึกด้านนักเขียน ทำนิตยสารบ้าง อยากลองทำหลายๆ อย่าง

...

ส่วนเรื่องการแสดงอันนี้เริ่มหลังจากเดินแบบสักประมาณปีนึง มีพี่ที่เขาเป็นออร์แกไนเซอร์จากทางเมืองจีน เขามาเห็นเราว่าเดินแบบอยู่ ก็เอาไปคุยกับทางผู้ใหญ่ และพี่เขาเป็นคนที่ร่วมทุนสร้างซีรีส์เรื่อง บังเอิญรัก ด้วย ผมก็ได้แสดงนำในภาคแรกเลยครับ

ฐานะนักแสดงก็เริ่มจากตรงนั้น และได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์มาเรื่อยๆ ครับ แล้วจากนั้นก็มี บังเอิญรัก ภาค 2 ส่วนเรื่องดนตรี ผมก็ชอบทางด้านดนตรีอยู่แล้ว จากนั้นก็ได้ทำวงประกวดกับเพื่อนๆ มาตอนนี้ก็เป็นนักแสดงเต็มตัวในเรื่อง Golden Bloods รักมันมหาศาล ทางช่อง 3 ครับ"

ตื่นเต้นทุกครั้งเมื่อได้ทำโปรเจกต์ใหม่ๆ

ล่าสุดกับซีรีส์วายเรื่องใหม่ทางช่อง 3 เรื่อง Golden Blood รักมันมหาศาล ที่กำลังออนแอร์ในขณะนี้ กับบทของ สกาย เล่นคู่กับ โบ๊ท ธารา ทิพา สร้างโมเมนต์น่ารักๆ ให้แฟนๆ ได้เห็นกันแล้ว เรียกว่าเคมีของคู่พระนายคู่ใหม่ ถึงใจสุดๆ เพราะอีกคนก็ดูน่าทะนุถนอม ส่วนอีกคนก็ดูเข้มแข็งเหมาะ ช่างเข้ากันดีเหลือเกิน

กัน ณภัทร ได้เปิดใจถึงการมาทำงานชิ้นใหม่ในบ้านหลังใหม่ ให้กับ บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ ได้ฟัง แม้ทุกอย่างจะต้องปรับตัวใหม่หมด แต่บอกเลยว่าไม่เป็นอุปสรรคสำหรับหนุ่มคนนี้ เพราะเขาเข้ากับทุกคนได้ดีมาก อีกทั้งยังบอกว่า ดีใจสุดๆ กับโปรเจกต์ชิ้นใหม่ในครั้งนี้ 

"เรื่องนี้อันดับแรกผมได้รับการติดต่อมาจากทางทีมผู้จัดครับ พี่ก้อง (ปิยะ เศวตพิกุล) พี่คิง (สมจริง ศรีสุภาพ) และพี่ชุ (ชุดาภา จันทเขตต์) ครับ พี่เขากำลังหานักแสดงคาแรกเตอร์นี้ และอาจจะเคยเห็นผลงานของ กัน มาบ้างครับ ประกอบกับคนรอบข้างพี่เขาเห็นเรามาบ้าง ก็เลยลองเรียก กัน มาดู มาแคสต์ ตอนแรกก็ดีใจมากๆ เพราะเป็นงานของช่อง 3 และพี่คิงเขาทำดีมากๆ ตอนเรื่อง นับสิบจะจูบ 

พอได้อ่านบทของ สกาย เราก็มองเห็นภาพเราที่เป็นเขา เหมือนเป็นกระจกสะท้อนตัวเรา คาแรกเตอร์รูปลักษณ์ภายนอกมันค่อนข้างตรงกับเรา ผมว่าทีมผู้จัดฯ เขาทำการบ้านมาค่อนข้างจะดีประมาณหนึ่งในเรื่องของคาแรกเตอร์ครับ 

วันที่พี่ๆ เขาเรียก กัน มาคุย แล้วเอาบทให้เราอ่าน ผมชอบมากๆ ในบทนี้ คืออย่างที่บอก เขาก็มีถามเรานะว่าการเข้าใจตัวละครของเราเป็นยังไง และเขาก็บอกว่า คาแรกเตอร์เรามันสามารถเป็น สกาย ได้ในแบบที่เขาต้องการครับ ก็เลยได้เล่นเรื่องนี้"

...

"แวบแรกที่เจอ ผมค่อนข้างคิดว่ามันใกล้เคียงกับผม ผมชอบตัวละครแบบนี้ ตัวละครที่มีภูมิหลัง มีคาแรกเตอร์แบบนี้ เป็นตัวละครที่เราสนใจอยู่แล้วครับ อยากเล่นตัวละครที่คาแรกเตอร์แบบนี้มานานแล้วครับ แต่ว่าในตอนที่เจอกับตัวสกายครั้งแรก พอเรื่องราวมันออกมาจริงๆ มันเข้มข้นมากเลยนะ มันมี 8 ตอน แล้วเนื้อเรื่องมันไม่ใช่แบบซีรีส์วายปกติ แต่มันเป็นการเดินทางของตัวละคร" 

จากพี่เทคโน สู่บท สกาย

"ตัว สกาย เป็นตัวละครที่มีทุกอย่างอยู่แล้ว แต่ชีวิตเขาต้องเจอการเดินทางมากมาย เจอปัญหา อุปสรรค ซึ่งแต่ละปัญหาที่เขาต้องเจอมันหนักหนามากๆ ผู้ชมจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของตัวละคร สกาย ในทุก EP. ครับ เขาได้เรียนรู้หลายๆ อย่าง เขามีทัศนคติมองคนรอบข้างเปลี่ยนไปในทุกๆ EP. 

อีกอย่างที่ยากคือการเปลี่ยนแปลงอารมณ์ของ สกาย เขาเป็นคนที่ดื้อรั้น เวลาที่เขาต้องการอะไร จะแสดงอารมณ์ในทุกๆ ทาง เพราะเขาไม่จำเป็นต้องแคร์ใคร เพราะฉะนั้นในจุดที่ สกาย ต้องไปเจอเหตุการณ์ในหลายๆ อารมณ์นั้น ตัวผมเองทำการบ้านหนักมาก 

ถามว่าเล่นยากมั้ย กัน มองว่า พอเป็นเรามันเลยง่ายสำหรับตัว สกาย แต่ก็มีบางจุดที่ยากเหมือนกัน เพราะแต่ละตอนมันเข้มข้นมาก ผมทำการบ้านเยอะมากๆ ในแต่ละวันที่เล่น 

บทของ พี่เทคโน ในเรื่อง บังเอิญรัก ก็ทำการบ้านหนักเหมือนกัน ผมตั้งใจกับทุกบทที่ได้รับ เพียงแต่ว่าใน Golden Blood รับบทหลักของเรื่อง เลยทำให้เห็นมิติของตัวละครมากขึ้น แต่ส่วนของผมเองไม่ว่าจะได้เล่นเรื่องไหน บทอะไรผมก็ทำการบ้านหนักเหมือนกันครับ"

...

เจอ โบ๊ท ธารา ครั้งแรกรู้สึกเหมือนสนิทมานาน

"เป็นครั้งแรกครับผม แต่ว่าชื่อ พี่โบ๊ท ธารา ก็เคยได้ยินมาบ้างครับ เราทำความรู้จักกันเร็วมากเลยครับ คือพี่โบ๊ทมีนิสัยเหมือนกัน เขาเป็นคนที่กวน ขี้เล่น เฟรนด์ลี่มากๆ เพราะฉะนั้นในส่วนกำแพงของนักแสดงมันทลายลงเร็วมากครับ แต่สำหรับเรา กำแพงตัวนี้มันไม่มี มันทำให้เปิดใจให้กันเร็วมากขึ้น มีปัญหาเราก็ปรึกษากันมากขึ้น

อย่างเรื่องทั่วไป เรื่องเล่นๆ ที่เราไว้คุยกับเพื่อนหรือคนสนิท เราก็สามารถเอามาคุยกับพี่โบ๊ทได้เร็วมาก ซึ่งพี่โบ๊ทเขาเป็นคนที่เปิดใจกับผมเรื่องพวกนี้เร็วมากเหมือนกัน เลยทำให้ทุกๆ อย่างมันไปได้ดี มันสนุกมากๆ ทั้งหน้ากล้องและหลังกล้องครับ"

"จริงๆ ไม่มีความเกร็งครับ มีแต่ความตื่นเต้นมากกว่า ในฐานะนักแสดงถ้ามันเกร็ง มันจะทำให้เป็นนักแสดงต่อไปได้ยากครับ แต่ว่าในส่วนของความตื่นเต้น ความตั้งใจ พอรู้ว่าเราเป็นคู่หลัก และเป็นงานของช่อง 3 เราใช้เวลากับบทนี้หนักมาก ปรับความเข้าใจกับเขาทำการบ้านกับเขาในทุกๆ วันครับ"

...

3 ปีบนโลกมายา ช่วยปรับความคิดให้ดูโตขึ้น

"ผมว่ามันเป็นเรื่องของโอกาสที่ได้รับครับ คือมันเริ่มจากการที่เราทำงานไป เรียนไป แล้วเราก็ต้องหัดเรียนรู้ทั้ง 2 อย่างไปพร้อมกัน แล้วพอเราเรียนจบออกมา ก็ตั้งใจว่านี่คือพาร์ตที่เราจะทำในต่อไป เราได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่าง เลยทำให้ผมรู้สึกว่ามันเป็นช่วงเก็บเกี่ยวประสบการณ์ อะไรที่ทำได้ ถ้ามีโอกาสทำผมจะคว้าไว้และทำให้ดีที่สุด 

ถ้ามองกลับไปเราอาจจะคิดว่าเราทำได้ดีกว่านี้ แต่ผมเชื่อว่า ณ ตอนนั้นผมทำได้ดีที่สุดแล้ว มันจะผลักดันให้มันออกมาดีขึ้นต่อไปในอนาคตเรื่อยๆ ครับ"

"ผมว่างานในวงการบันเทิงผมชอบหมดเลย ไม่รู้นะ แต่ผมชอบทุกอย่างเลย ทุกอย่างมันมีข้อดีข้อเสียต่างกันครับ แต่คือเราสนุกกับงานที่ทำครับ แล้วพอเราตั้งใจ เราเห็นผลงานออกมา มันทำให้เราได้เรียนรู้มันครับ จริงๆ ผมก็อยากมาทางงานแสดงเป็นหลักนะครับ ส่วนงานอย่างอื่นทั้งถ่ายแบบ เล่นดนตรีก็ยังทำอยู่ด้วยครับ"

จากเด็กที่ฝันอยากขายไอติม

"ตอนเด็กๆ ผมอยากเป็นคนขายไอติม คือผมชอบกินไอติมมากครับ แล้วคุณพ่อคุณแม่แกจะให้เรียนพิเศษหนักมาก เพราะเขาค่อนข้างจะเคร่งเรื่องวิชาการ ทุกวันศุกร์แกจะให้รางวัลผมโดยการพาไปกินไอติม เลยคิดว่าอยากเป็นคนขายไอติมจะได้ตักไอติมกินได้ทั้งวัน 

พอโตขึ้นก็อยากจะเป็นเจ้าของร้านไอติม (หัวเราะ) แต่ทุกอย่างมันเบนเข็มตอนที่ผมเรียนนิเทศ จุฬาฯ ครับ มันทำให้เราได้เรียนรู้งานในวงการบันเทิงมากยิ่งขึ้น คือที่ผ่านมาเราทำตามที่พ่อแม่เขาอยากให้เป็นมาโดยตลอด และเขาก็หวังว่ามันจะดีกับเรา พอเรามาเลือกทางนี้เราก็ทำให้เขาเห็นว่าเราทำได้นะ มันเป็นสายอาชีพหนึ่งที่เขาสามารถพึ่งพาได้ และเขาก็ดีใจกับสิ่งที่เราเป็นอยู่

แต่แรกๆ พ่อกับแม่เขาก็มีความกลัวอยู่บ้าง กลัวว่าผมจะไม่สามารถโฟกัสได้ กลัวว่าผมจะเป๋ไปรึเปล่า เพราะเขาคิดว่าสายอาชีพอื่นอาจจะมั่นคงกว่า ผมก็ใช้เวลาเรียนนี่แหละครับพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าเราทำควบคู่กันไปได้ทั้งสองอย่าง ทั้งทำงานและเรียนได้ และงานมันก็สร้างรายได้ให้เรายืนด้วยตัวเองได้ 

หลังจากนั้นมาเขาก็ไฟเขียว ทุกอย่างเราทำได้ตามที่เขาหวัง เราเรียนจบจุฬาฯ อย่างที่เขาวางไว้เขาก็โอเคครับ และเราก็หาเงินเองได้ เขาก็โอเคกับสิ่งที่เราเป็นและก็สนับสนุนเรามาตลอด ตอนนี้พ่อกับแม่เขาก็สนับสนุนเราเต็มที่ครับ"

ครอบครัวเปิดกว้างเรื่องเพศ
ทำให้กล้าเล่นซีรีส์วาย

"สิ่งหนึ่งที่ผมประทับใจพ่อแม่ของผมก็คือ ผมเล่นซีรีส์ก็จริงแต่ผมเล่นซีรีส์วาย คือในปัจจุบันอย่างรุ่นผม หรือคนที่โตหรือเด็กกว่าผมหน่อยนึง ผมมั่นใจคนในยุคนี้เข้าใจหมดแล้วแหละเรื่องความเท่าเทียมกันของเรื่องเพศ 

แต่ว่าในส่วนของพ่อแม่ ตอนแรกก็จะมีแบบ เอ๊ะ เขาจะเข้าใจรึเปล่า แต่พอดีแม่ผมเป็นสาววายรุ่นแรกเลยครับ ก่อนที่จะมีซีรีส์วาย เขาเป็นติ่งศิลปินคู่หนึ่ง มันทำให้แม่มีความสุขมากในตอนนี้ พอมารุ่นเรา เราเล่นซีรีส์วาย แม่ก็มีความสุขกับสิ่งที่เราเป็น มันเลยทำให้เรากล้าเล่น กล้าเข้าใจในตัวละครของซีรีส์วาย ตอนนี้แม่ก็เชียร์เราเต็มที่เลยครับ แต่คงไม่หนักเหมือนเมื่อก่อน เพราะเขาก็อายุมากแล้ว (ยิ้ม)"

สายแฟชั่นตัวยงทั้งพี่ทั้งน้อง

"กันมีพี่ชายคนนึงครับ ทุกวันนี้ผมอยู่กับพี่ชายสองคน พี่ชายกันก็ทำงานในด้านวงการแฟชั่นครับ ชอบในสิ่งเดียวกับผมมาก เราชื่นชอบด้านแฟชั่นมาตั้งแต่เด็กแล้วครับ ผมกับพี่ชายพยายามหลายๆ อย่างเพื่อให้ไปถึงจุดนั้น ไม่ว่าจะเป็นเมื่อก่อนเราไม่มีเงินใช่มั้ย เราอยากได้รองเท้า เราก็หาเงินเพื่อมาซื้อรองเท้าคู่นั้น และพยายามศึกษามันมาตั้งแต่นั้น เริ่มเข้าใจเรื่องราวของมัน เรื่องแฟชั่นเป็นสิ่งที่เรารักมาตั้งแต่เด็กๆ เลยทำให้ตัดออกไปไม่ได้จริงๆ"

"ตัวตนจริงๆ ของผม จริงๆ จะมี 2 โหมดครับ โหมดปกติกับโหมดทำงาน โหมดปกติจะเป็นคนร่าเริง เฮฮา สร้างสีสันให้กับเพื่อนๆ เป็นคนที่ทำให้เพื่อนหัวเราะ เฟรนด์ลี่กับทุกคน พยายามทำให้คนอื่นสบายใจเวลาอยู่ด้วย เป็นคนที่ไม่มีกำแพงเลย ทำให้คนรอบข้างที่อยู่ด้วยมีความสุขครับผม

แต่ว่าในโหมดของการทำงาน นิสัยนี้มันเป็นมาตั้งแต่เริ่มทำงานเลยครับ อย่างที่บอกเราต้องทำให้พ่อกับแม่เห็นด้วยว่าเราตั้งใจจริงๆ บวกกับเรื่องเรียนนิเทศจุฬาฯ ที่มันค่อนข้างเข้มข้นมากๆ เลยทำให้เรามีอีกโหมดที่พร้อมสำหรับทำงานและจริงจัง ก็จะเป็นอีกลุคหนึ่งไปเลยในส่วนตัวเอง แต่ส่วนคนรอบข้างผมจะไม่ไปก้าวก่ายมาก อยากให้ทุกคนมีความสุขเวลาที่อยู่กับผมอยู่ครับ"

แฟนคลับน่ารัก ซัพพอร์ตเหนียวแน่น

"แฟนคลับของผมดีใจมากๆ พอรู้ว่าผมจะได้มาร่วมงานกับช่อง 3 ต้องบอกไว้ก่อนว่าผมโชคดีอย่างหนึ่งที่แฟนคลับของผมแกน่ารักมากๆ ในตอนแรกๆ ผมยอมรับนะว่าในวงการบันเทิง คนที่มีชื่อเสียงเยอะกว่าเรามีเยอะมากๆ ครับผม

แต่ว่าแฟนคลับ กัน แกเหนียวแน่น แกยังซัพพอร์ตทุกงานของกัน ที่ผ่านมาไม่ว่า กัน จะอยู่ในบทบาทไหนก็ตาม แกก็ให้กำลังใจและให้แรงสนับสนุนมาโดยตลอด จนกระทั่งเรื่องนี้ สำหรับพวกเขาและสำหรับตัวผมด้วย มันเป็นโปรเจกต์ใหญ่มากๆ และมันเป็นโปรเจกต์ที่น่ายินดีมากๆ เป็นโปรเจกต์ที่เขาอยากเห็นที่สุดแล้วกับการที่ได้มาเล่นซีรีส์วายของทางช่อง 3 ครับผม เป็นอะไรที่เติบโตมากๆ และเขาพร้อมให้กำลังใจมาจนทุกวันนี้ครับผม

คนที่ติดตามกันตั้งแต่วันแรก เขาก็ยังติดตาม กัน มาจนถึงวันนี้ ผมต้องขอขอบคุณทุกคนมากจริงๆ ครับ และเชื่อว่าจะมีแฟนคลับที่มาเห็นผลงานของเรามากยิ่งขึ้นครับ ก็อยากจะบอกเขาในอนาคตว่าเราจะยังเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ นะ เราจะยังรักแฟนคลับ และก็ร่าเริง อยากจะสร้างรอยยิ้มให้กับทุกคนต่อไปเรื่อยๆ ครับ ยังเป็น กัน ณภัทร คนเดิมไม่เปลี่ยนครับ (ยิ้ม)".

ผู้เขียน : โอ้ว...ซาร่า

ช่างภาพ : ชุติมน เมืองสุวรรณ

กราฟิก : Jutaphun Sooksamphun