กอล์ฟ พิชญะ เปิดใจทุกเรื่อง โตแล้วเข้าใจทุกอย่าง รับเคยทะเลาะกับ ไมค์

ข่าว

    กอล์ฟ พิชญะ เปิดใจทุกเรื่อง โตแล้วเข้าใจทุกอย่าง รับเคยทะเลาะกับ ไมค์

    ไทยรัฐออนไลน์

    6 ก.ค. 2564 09:00 น.

    • กอล์ฟ พิชญะ จากซุปตาร์โด่งดังผันตัวเป็นยูทูบเบอร์ ชีวิตแบบนี้ช่างมีความสุข 
    • จริงหรือไม่? ศิลปินดูโอ้พี่น้อง แตกคอกันเพราะถูกโดนเปรียบเทียบ
    • ผ่านความรักมาหลายรูปแบบ มุมมองชีวิตก็เปลี่ยนไป

    ถ้าย้อนกลับเมื่อปี 2545 วัยรุ่นสาวๆ ในยุคนั้นคงไม่มีใครไม่รู้จัก กอล์ฟ-ไมค์ ศิลปินฝึกหัดพี่น้องหน้าตาดีที่เริ่มจากการเป็นเด็กฝึกในโครงการ จี-จูเนียร์ รุ่น 1 ก่อนจะฉายแววและได้กลายเป็นนักร้องดูโอ้ที่ชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดในยุคนั้น

    จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ก็เป็นเวลา 19 ปีแล้ว ที่ กอล์ฟ พิชญะ และ ไมค์ พิรัชต์ ยังทำงานอยู่ในวงการบันเทิงแม้จะไม่ได้จับไมค์เป็นนักร้องเหมือนตอนที่พวกเขาเริ่มต้นมา แต่ในวันนี้เขาทั้ง 2 คนยังมีความสุขมาก ที่ได้เลือกทำในสิ่งที่ชอบและสบายใจที่จะทำ

    และวันนี้เราได้มีโอกาสสัมภาษณ์ กอล์ฟ พิชญะ นิธิไพศาลกุล ถึงเรื่องราวชีวิตที่ผ่านมาของผู้ชายคนนี้ ตั้งแต่ตอนเริ่มเป็นนักร้องวัยรุ่นที่โด่งดังจนถึงตอนนี้ที่กอล์ฟขอเลือกเส้นทางอาชีพให้ตัวเองและเรียกตัวเองว่า ยูทูบเบอร์

    เรามีหลายคำถามที่อยากจะถาม กอล์ฟ พิชญะ มากมาย ทั้งเรื่องชีวิตในปัจจุบัน ความรัก และเรื่องชีวิตในอดีตของเขาและน้องชาย ไมค์ พิรัชต์ นิธิไพศาลกุล ซึ่งในวันนี้เราจะถามกอล์ฟทุกเรื่องที่อยากจะถาม โดยเฉพาะเรื่องราวสมัยที่เป็นนักร้อง

    ความดังที่ได้มาซึ่งต้องแลกกับบางอย่าง

    เราถาม กอล์ฟ พิชญะ ถึงความรู้สึกเมื่อตอนที่เขาเป็นนักร้องที่โด่งดังมากๆ และยังได้โกอินเตอร์อีก ความรู้สึกตอนนั้นเป็นอย่างไร มันเหนื่อย สนุก มากไหมกับชีวิตในตอนนั้น งานนี้กอล์ฟเล่าให้เราถึงความรู้สึกในช่วงเวลานั้นที่เขาเองจำได้ไม่มีวันลืมว่า

    "ชีวิตตอนนั้นมีความเกร็งเยอะมากครับ ซึ่งต้องบอกว่าตอนนั้นเริ่มเป็นวัยรุ่น แล้วใช้ชีวิตยากมาก ไปไหนก็มีแต่คนรู้จัก มีแต่ข่าว แล้วเมื่อก่อนเราก็ยังเด็ก แฟนคลับก็อยากให้โฟกัสเรื่องงาน ไม่อยากให้มีความรัก หรือแม้แต่ผู้ใหญ่ในค่ายก็ยังไม่อยากให้มีความรัก

    แต่กอล์ฟเป็นคนมีความเป็นตัวเองสูง เลยทำให้มีความเกร็งๆ ในการใช้ชีวิต และสมัยก่อนมันไม่เหมือนสมัยนี้ ที่จะทำอะไรบางอย่างแล้วมันจะมีผลกระทบเยอะกว่าสมัยนี้มาก เช่น การวางตัว หรือข้อห้ามเยอะมาก เลยทำให้ตอนนั้นกอล์ฟเกร็งไปหมดเลย

    ตอนนั้นกอล์ฟรู้ว่าในความที่เป็นศิลปินดังต้องถูกจับจ้อง แต่กอล์ฟก็คิดว่าตัวเองเป็นวัยรุ่นคนหนึ่ง ก็ยังอยากใช้ชีวิตเหมือนเด็กธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ได้อยากขาดตรงนั้น ยังอยากมีชีวิตวัยรุ่นเหมือนคนอื่นๆ

    แต่บางทีก็ทำไม่ได้ และยังมีคนมาคอยตัดสินให้อีกว่าควรทำหรือไม่ควรทำ เลยทำให้ยิ่งกอล์ฟเกร็ง แต่ก็เหมือนที่มีคนพูดมาว่า ได้มาก็ต้องแลกกับอะไรบางอย่าง"

    เพราะความโด่งดังมันเข้ามาหากอล์ฟและไมค์อย่างรวดเร็วมากตอนนั้น 2 พี่น้องรับมือกับมันอย่างไรกับชื่อเสียงที่มาไว กอล์ฟเล่าให้ฟังต่อว่า

    "โชคดีที่กอล์ฟเอ็นจอยกับสิ่งที่ทำให้ตอนนั้น เลยทำให้ไปโฟกัสที่ตรงนั้น แต่ตอนนั้นก็ยากอยู่นะกับการรับมือกับสิ่งต่างๆ ในตอนนั้น แต่ก็ผ่านมันมาได้

    และความรู้สึกตอนนี้ของกอล์ฟคือโล่งมากขึ้น จะทำอะไรก็ได้ อาจจะด้วยยุคสมัยที่ทำอะไรได้มากขึ้น โดยที่คนไม่มาว่า ว่าสิ่งที่กอล์ฟทำมันเป็นสิ่งที่ผิด

    ตอนนั้นชีวิตต้องอยู่ในกฎและกรอบมาก แล้วกอล์ฟเป็นคนชอบหลุดกรอบด้วยไง (หัวเราะ) ซึ่งเวลาหลุดกรอบก็จะมีคนที่คอยสอน แต่จริงๆ การหลุดกรอบของกอล์ฟมันอาจจะไม่เท่ากับของคนอื่น

    แต่เราถูกวางภาพมาให้คนจำว่าเราเป็นแบบนี้นะ ถ้าไปทำอย่างนั้น มันอาจจะไม่ถูกใจใครหลายๆ คน ดูผิดมากกว่าคนที่ไม่ได้มีกรอบหรือถูกวางภาพมาแบบนั้น"

    ข่าวฉาวทำชีวิตแย่

    แม้ในยุคนั้นกอล์ฟจะบอกว่าพยายามไม่เป็นข่าวแต่กอล์ฟก็มีข่าวเยอะเหมือนกัน ตอนนั้นผ่านมันมาอย่างไร งานนี้กอล์ฟยอมรับว่าในช่วงเวลานั้นข่าวทำให้แย่ไปสักพักหนึ่ง

    "มันก็มีข่าวที่ทำให้ชีวิตแย่ไปสักพักหนึ่งในตอนนั้น และตอนนี้ที่กอล์ฟกลับมา กอล์ฟรู้สึกว่าชีวิตมันดีมากๆ ทำงานได้ปกติและกว่าเดิม ทำงานบนความสนุกทำในสิ่งที่เราชอบหาเลี้ยงตัวเอง ไปไหนก็ได้

    แต่ตอนที่มันแย่ๆ สมัยนั้น ก็จะบอกตัวเองว่า แย่ของเราอาจจะไม่แย่เท่าคนอื่นก็ได้ มันอาจจะมีคนอื่นที่แย่กว่านี้ที่เราอยู่ แล้วก็กลับไปทำในสิ่งที่ถูกตำหนิให้มันดีขึ้น พัฒนา ใช้ศักยภาพที่มีให้คนเห็นและคนจ้าง

    ทำให้ตัวเองมีงานด้วยทักษะของตัวเอง ทำให้คนยอมรับในตัวกอล์ฟจริงๆ ก็สู้มาเรื่อยจนทำให้กอล์ฟกลับมาทำงานในวงการอีกครั้งอย่างมีความสุข ทำงานโดยที่ไม่เครียด"

    จากนักร้องซุปตาร์ ถึงช่วงเวลาขาลง

    แต่หลายคนมักจะรับไม่ได้จากที่เคยโด่งดังเป็นที่หนึ่งในวงการ แต่แล้ววันหนึ่ง ก็ค่อยๆ เงียบไปจากวงการบันเทิง ถามจริงๆ ในตอนนั้น รู้สึกนอยส์หรือดาวน์กับสิ่งที่เกิดขึ้นหรือไม่ งานนี้ กอล์ฟ พิชญะ บอกกับเราว่า

    "กอล์ฟไม่ได้รู้สึกขนาดนั้นนะ จริงๆ กอล์ฟไม่ได้รู้สึกอะไรเลย กอล์ฟแค่รู้สึกว่าการที่เราได้ไปอยู่ในจุดที่สูงมากๆ เป็นศิลปิน เป็น กอล์ฟ-ไมค์ ที่ดังมากๆ มันไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีโอกาสไปอยู่ตรงนั้น

    ในชีวิตกอล์ฟถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว มันดีกว่าคนที่เขาอาจจะไม่ได้มีผลงานด้วยซ้ำ ก็คิดบวกว่าแค่นั้นก็โอเคแล้ว

    ต่อจากนี้กอล์ฟอาจจะไม่ได้พีคถึงจุดเดิม แต่กอล์ฟกลับมีความสุขกับสิ่งที่ทำอยู่ในทุกๆ วันนี้มาก มันก็โอเคมาก ไม่ต้องเครียดอะไรเลย ดีกว่าด้วยซ้ำที่อยู่ในจุดแบบนี้ ถ้าไปอยู่จุดนั้นแล้วทำอะไรก็ไม่ได้ มันก็จะใช้ชีวิตแบบเกร็งๆ ต่อไปเหมือนที่เคยเป็น"

    พี่น้องถูกเปรียบเทียบใครเก่งกว่ากัน

    และเพราะต้องทำงานกับน้องชายแท้ๆ งานนี้จึงต้องยอมรับว่าทำให้เกิดการเปรียบเทียบพี่และน้องเกิดขึ้น จากคนที่ดูผลงาน พี่หล่อกว่าน้อง น้องเก่งกว่าพี่ หรือสารพัดการเปรียบเทียบ ในตอนนั้นความรู้สึกของกอล์ฟเป็นอย่างไรบ้าง

    "ณ ตอนนั้นใช่ไหม เริ่มต้นจากการทำงานกับน้องชายแค่วันแรกเราสองคนก็ตีกันเรื่องข้าวกล่องแล้ว (หัวเราะ) สมัยก่อนด้วยความเป็นเด็ก และอาจจะถูกเปรียบเทียบกันเยอะ

    อย่างไมค์ชอบเล่นเกม เราก็ซ้อมเต้น ซ้อมร้อง กอล์ฟจะบ่นน้องว่าทำไมไม่ซ้อม แล้วขู่ว่าจะลบเกมทิ้ง เป็นเรื่องเลย ไมค์ปากรรไกรใส่ ดีนะว่าหลบทัน (หัวเราะ)

    เด็กๆ เราจะตีกันเยอะ ด้วยความไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยคุยกันเท่าตอนนี้ ด้วยความที่ไมค์โตแล้ว มีความเป็นผู้ใหญ่สูงมาก มีความรับผิดชอบหลายอย่าง ก็คุยกันรู้เรื่องแล้ว คุยกันหลายเรื่อง คุยกันเยอะกว่าตอนเด็กๆ เยอะมาก

    ความเป็นผู้ชายด้วยครับ มันมีอยู่ 2 อย่าง คนที่เป็นพี่น้องกัน มีอะไรคล้ายๆ กัน ไม่รักกันไปเลย ก็มีความเขม่น ความไม่เข้าใจกันไปเลย ว่าทำไมถูกเปรียบเทียบ แต่ไม่ใช่ว่าเราไม่รักกันนะ เราเป็นพี่น้องกัน ก็รักกัน แต่ด้วยความเป็นเด็กยังไม่เข้าใจอะไรหลายๆ อย่าง

    ตอนที่โดนเปรียบเทียบระหว่างพี่น้อง กอล์ฟไม่ค่อยรู้สึกอะไรนะ เพราะตอนเด็กๆ จะเปรียบเทียบกับน้อง คนจะชมกอล์ฟ แต่ตอนโตคนชมไมค์แล้ว (หัวเราะ) ไมค์หล่อไง กอล์ฟมาสายตลก คือตอนนั้นพอคนชมกอล์ฟ ไมค์อาจจะมีความรู้สึกว่าตัวเขาไม่เป็นแบบนั้นเหรอ ประมาณนั้น"

    จากนั้น กอล์ฟ พิชญะ เล่าความสัมพันธ์กับ ไมค์ พิรัชต์ น้องชายของตัวเองให้ฟังว่า เมื่อตอนที่พวกเขายังเด็กนั้นไม่คุยกัน จึงทำให้เกิดปัญหาขึ้นในตอนนั้น

    "รู้ไหมว่าเรื่องพวกนี้ตอนเด็กๆ เราไม่คุยกันนะ มาคุยกันตอนโตนี่แหละว่าตอนนั้นรู้สึกยังไง เพราะพอเราโตแล้ว ก็จะคิดถึงสมัยเด็ก จะรู้สึกว่าทำไมตอนนั้นเรางี่เง่ากันจังเลย ทำไมเราไม่คุยกันล่ะ เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นทุกอย่าง มันเกิดจากที่เราไม่คุยกัน"

    เคลียร์ข่าวเกาเหลาพี่น้องไม่กินเส้น

    เพราะถูกเปรียบเทียบบ่อยๆ หรือเปล่า เลยทำให้ตอนนั้นพี่น้องกอล์ฟ-ไมค์มีข่าวเกาเหลากันเกิดขึ้น เรื่องนี้กอล์ฟอธิบายให้เราฟังว่า

    "เรื่องเกาเหลากัน คือถ้าคนที่เป็นเพื่อนกันมันยังเข้าใจได้นะว่าเกาเหลากันหรือเปล่า แต่ด้วยความที่กอล์ฟกับไมค์เป็นพี่น้องกัน มันเรียกว่าทะเลาะกันมากกว่า ผู้ชายก็ตีกันบ้างแหละ แต่ยังไงก็ตัดกันไม่ได้หรอก ตีกันเสร็จก็นั่งรถตู้กลับบ้านด้วยกัน พออีกวันก็ต้องมาทำงานด้วยกัน เจอหน้ากันอยู่ดี

    ก็เหมือนพี่น้องๆ ทั่วไปที่อาจจะมีไม่เข้าใจกันบ้าง แต่อย่างที่บอกว่าเราก็รักกัน เราผ่านอะไรมาด้วยกัน ซ้อมเต้น ซ้อมร้องมาด้วยกัน

    วันนึงก็ประสบความสำเร็จด้วยกัน มีคอนเสิร์ตใหญ่ ทำงานด้วยกัน ลุยด้วยกันมาเยอะ มันเป็นความผูกพันมากกว่า ถามว่าไม่คุยกันนานสุดเท่าไหร่เหรอ จำไม่ได้แล้วครับ (หัวเราะ)”

    แต่หลายคนยิ่งคิดว่าพี่น้องไม่กินเส้น ก็ตอนที่แยกกันทำงานเดี่ยว ตอนนั้นความรู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง งานนี้ กอล์ฟ พิชญะ หัวเราะก่อนตอบเรื่องนี้ว่า

    สมัยก่อนถ้าแยกกันปุ๊บ ก็จะโดนมองว่าวงแตก แต่สมัยนี้เรียกเป็นซิงเกิลเดบิวต์ แยกเดี่ยวแล้วกลับมารวมกันได้ แต่สมัยก่อนคือแตกแล้วแตกเลย

    ตอนนั้นไม่ได้คิดว่าจะแยกวง แค่รู้สึกว่าอยากจะทำเพลงเดี่ยว เพื่อแยกชัดเจนว่าแต่ละคนเป็นสไตล์แบบไหน ก็คือแยกยาวเลย (หัวเราะ)

    ซึ่งความรู้สึกหลังแยกกันมันก็โหวงๆ นะ แต่ด้วยความที่เราทั้งสองคนอยากลองทำในแบบของตัวเองดู ก็ลองไปคุยกับผู้ใหญ่ดู เพราะแต่ละคนชอบไม่เหมือนกันอยู่แล้ว"

    จากนั้น กอล์ฟ พิชญะ ก็บอกว่าในอนาคตหากหมดโควิดแล้ว แฟนๆ ที่ยังรักและคิดถึงกอล์ฟ-ไมค์ จะได้เห็นพวกเขาสองคนพี่น้องกลับมาจับไมค์ขึ้นร้องเพลงด้วยกันอีกครั้งอย่างแน่นอน ส่วนผลงานเพลงตอนนี้ยังไม่มี แต่ก็มีโอกาสไปฟีเจอริงกับนักร้องคนหนึ่งไว้แต่เจอสถานการณ์โควิดเลยต้องเบรกไว้ก่อน

    จากนักร้อง-นักแสดงผันตัวเป็นยูทูบเบอร์

    จากนักร้องที่โด่งดัง ตอนนี้ กอล์ฟ พิชญะ ได้ผันตัวเองมาเป็น YouTuber ชีวิตตอนนี้แฮปปี้มีความสุขมากๆ เลยใช่ไหม ซึ่งกอล์ฟยิ้มและเล่าให้ฟังว่า

    "สนุกดีครับ แต่ตอนนี้ออกไปถ่ายข้างนอกไม่ได้ก็มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบรายการ เวลาคิดคอนเทนต์มันก็อาจจะยากขึ้น พยายามให้เจอคนน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ หรือเป็นการทำคอนเทนต์ที่ไม่ได้มีคนเยอะมาก

    จากนั้นเราถามคำถามที่หลายคนอยากรู้ว่า อาชีพยูทูบเบอร์ รายได้ดีมากน้อยแค่ไหน และการแข่งขันสูงไหม ซึ่งเราได้รับคำตอบว่า

    รายได้ก็โอเคครับ ลูกค้าใจดีมากๆ ดังนั้นเวลาทำคอนเทนต์ก็ต้องทำให้ออกมาดี มีคุณภาพ กอล์ฟจะค่อนข้างลงดีเทลเยอะ ตัดต่อต้องสนุก

    ถามว่าการแข่งขันสูงไหม คือตัวกอล์ฟไม่ได้แข่งกับใครนะ แข่งกับตัวเองมากกว่า พยายามทำคอนเทนต์ให้ดี ให้สนุก คือกอล์ฟใส่ความเป็นตัวเองไป ทำในสิ่งที่อยากทำ อยากให้พลังบวกกับคนดู"

    ความรักครั้งใหม่กับสาวรัสเซียรุ่นน้อง

    จากนั้น เราให้ กอล์ฟ พิชญะ เล่าถึงความรักของตัวเองกับแฟนสาว แอนนี่ สาวรุ่นน้องชาวรัสเซียให้ฟังว่า ไปรู้จักกันและเริ่มต้นความรักกันได้อย่างไร ซึ่ง กอล์ฟเล่าไปยิ้มไปว่า

    "ความรักครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะเพื่อนแนะนำให้เรารู้จักกัน และรู้จักกันที่งานเฟสติวัลงานหนึ่ง เขาอยู่ที่ไทย พอได้เจอสิ่งแรกที่คุยกันคือ เขาชอบอนิเมะญี่ปุ่น เลยรู้สึกว่าโอเคคุยกันได้ เห็นเขาครั้งแรก รู้สึกว่าเขาน่ารักกว่าในรูปเยอะเลย

    และด้วยความที่เขาเป็นคนรัสเซีย โตมากับสิ่งที่เป็นเอเชีย เลยทำให้เขามีความเข้าใจความเป็นเอเชียอยู่ในตัวจึงทำให้เราคุยกันง่ายขึ้น แต่ตอนแรกแอนนี่คิดว่ากอล์ฟเป็นคนเจ้าชู้ อาจจะเพราะเป็นศิลปินดาราด้วยมั้ง แต่พอได้นั่งคุยกัน เขาก็บอกว่าไม่ได้เป็นเหมือนอย่างที่คิด"

    ซึ่งถ้าพูดถึงเรื่องความรัก กอล์ฟ พิชญะ ก็เป็นคนหนึ่งที่มีความรักมากพอประมาณ และในวันที่พอโตขึ้นมุมมองความรักของกอล์ฟได้เปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหน งานนี้เจ้าตัวบอกว่า

    "ทุกคนมันโตขึ้น ประสบการณ์ความรักปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ ถามว่าติดแฟนไหม (ยิ้ม) ก็ปกติ คนมีแฟนก็ต้องอยากคุยกับแฟนแต่เขาเป็นคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจเพราะเขาตลก มันมีหลายๆ อย่างเหมือนดูการ์ตูน บางอย่างที่เขาทำมันตลกดี

    แอนนี่มีความคล้ายๆ กอล์ฟ เป็นกอล์ฟในเวอร์ชันผู้หญิง แต่อาจจะอะเลิทกว่าเพราะว่าเด็กกว่า ก็เหมือนเห็นตัวเอง แต่เขาจะตลกกว่า ตลกในความไม่ตั้งใจ แต่กอล์ฟเป็นความพยายามตลก"

    พอมีแฟนที่เด็กกว่า ถามจริงๆ ว่าความห่างของช่วงวัยทำให้เราสองคนมีปัญหากันบ้างหรือเปล่า ซึ่งเรื่องนี่กอล์ฟเล่าว่า

    "มันก็มีแต่ไม่ได้เยอะ ด้วยความที่เขาเด็กกว่า เรื่องบางเรื่องก็ต้องสอน แต่โชคดีที่เขาเป็นคนรับฟัง ไม่ได้ทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว มีเรื่องอะไรก็พยายามคุยกัน เพราะจากประสบการณ์ที่ผ่านมา ถ้าเราไม่คุยกันมันจะทำให้เรื่องยิ่งแย่ไปใหญ่ ทะเลาะอะไรก็เคลียร์ให้มันจบภายในวันเดียว"

    ผู้เขียน : จันทร์เจ้าขา

    กราฟิก : Theerapong.c

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      กอล์ฟ พิชญะ นิธิไพศาลกุลกอล์ฟ พิชญะกอล์ฟ ไมค์ศิลปินดูโอ้พี่น้องไมค์ พิรัชน์ นิธิไพศาลกุลนักร้องข่าวดาราข่าวบันเทิงกอล์ฟ พิชญะ ความรักกอล์ฟ พิชญะ ยูทูบเบอร์Special Contentดารา

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันอังคารที่ 30 พฤศจิกายน 2564 เวลา 21:03 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์