ไลฟ์สไตล์
100 year

ถอดสูตร วงการบันเทิง "สร้างชาติ" เกาหลีใต้ เขาทำอย่างไร ไทยมีหวังมั้ย

ไทยรัฐออนไลน์
21 มิ.ย. 2564 09:00 น.
SHARE
  • วงการบันเทิงสร้างชาติ "เกาหลีใต้" วางแผนกันมานานแค่ไหน ผ่านอะไรกันมาบ้าง?
  • เกาหลีใต้ทำยังไง ซีรีส์เกาหลี K-Drama ถึงตีตลาดไทยและเกือบทั่วโลกแหลกละเอียด
  • กลยุทธ์ KPOP เดินหมากแบบไหนถึงข้ามกำแพงภาษามัดใจติ่งทั่วโลก

ช่วงที่กระแสเกาหลี เริ่มไหลเข้ามาในเมืองไทย ใครหลายคนปรามาสไว้ว่าคงอยู่ได้ไม่นาน มาแป๊บๆ เดี๋ยวก็ไป เหมือนที่ช่วงหนึ่งเราเคยนิยมฮ่องกง ไต้หวัน ญี่ปุ่น แต่วันนี้ผ่านไปกว่า 20 ปี กระแสเกาหลีฟีเวอร์ก็ยังคงอยู่ และนอกจากจะไม่ลดลง กลับเพิ่มขึ้นๆ ทุกวัน จากกระแสในเอเชีย ตอนนี้เริ่มบุกกระแสโลกได้แล้วด้วย

ข่าวแนะนำ

"HALLYU" หรือ "ฮันยู" เป็นคำที่ถูกคิดขึ้นมาเพื่อใช้เรียก วัฒนธรรมเกาหลีที่ไหลบ่าจนได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันไปทั่วโลก โดย Han ในภาษาจีนแปลว่า เกาหลี และ Ryu แปลว่าการไหล HALLYU จึงเป็นการรวมกันของคำสองคำจีนเพื่อนิยามถึง "Korea Wave" 

จุดเริ่มต้นของคำว่า HALLYU เริ่มต้นจากการที่เกาหลีส่งออกละครโทรทัศน์เรื่อง what is love เข้าไปบุกตลาดจีน และสื่อจีนนิยามคำนี้ขึ้นมาเพื่อใช้คำนี้อธิบายปรากฏการณ์ที่วัฒนธรรมเกาหลีเข้ามาป๊อปปูลาร์ในจีน

การตั้งเค้าของ Korea Wave 

หลังประสบความสำเร็จจากการจัดโอลิมปิกฤดูร้อน Seoul 1988 (2531) ชื่อของเกาหลีใต้เป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก เกาหลีใต้มองไกลต่อยอดไปอีก หวังส่งต่อวัฒนธรรมเกาหลีให้แพร่ระบาดไปทั่วโลก!!

"ส่งออกทั่วโลก" หากใครได้ยินในวันนั้นเมื่อ 30 ปีก่อนคงจะบอกว่า เกาหลีใต้บ้า ไม่มีทางเป็นไปได้ประเทศเอเชียเล็กๆ ไม่ทางทำได้ แต่สำหรับชนชาติเกาหลีใต้พวกเขากลับไม่คิดอย่างนั้น...

ปี 2533 รัฐบาลเกาหลีใต้พยายามที่จะอัปเกรดคุณภาพของรายการโทรทัศน์ในประเทศ โดยออกกฎหมายที่กำหนดให้สถานีโทรทัศน์ในเกาหลีที่ผลิตรายการทีวี ต้องผลิตคอนเทนต์จากผู้ผลิตอิสระ มากกว่ารายการที่ผลิตจากผู้ผลิต In House เพื่อให้เกิดความหลากหลายของเนื้อหา และมีไอเดียใหม่ๆ ที่น่าสนใจไม่ผูกขาด

ซึ่งหลังจากการผ่านกฎหมายนี้ ไม่นานมีจำนวนรายการใหม่ๆ ออกอากาศมากมาย เกิดรายการที่นิยมแบบสุดๆ ในประเทศเกาหลี

และเมื่อรัฐบาลสามารถอัปเกรดคุณภาพของรายการโทรทัศน์ได้มากขึ้น ก็มองเห็นช่องทางและเกิดเป็นความหวังที่จะส่งออกรายการที่มีคุณภาพไปยังตลาดใหม่ๆ อย่างต่างประเทศ

แต่จะเริ่มที่ไหนล่ะ?

รัฐบาลเกาหลีใต้มองการณ์ไกล
พูดและทำจนสำเร็จ

รัฐบาลเกาหลีเริ่มต้นกับตลาดที่ไม่ใหญ่จนเกินไป แต่พอจะเป็นฐานตลาดในเอเชียตะวันออก ก่อนจะเจาะจีนแผ่นดินใหญ่และญี่ปุ่น

เกาหลีเลือกวางแผนเอาละครยอดนิยมในตอนนั้นอย่าง What Is Love ไปฉายที่ฮ่องกง แต่ตอนนั้นละครเกาหลีมันยังไม่เป็นที่นิยมพอที่ใครจะจ่ายเงินเพื่อลงทุนกับ K-Drama ในเมื่อคนเขาไม่ซื้อเกาหลีทำอย่างไร? 

เกาหลีใต้เลือกจัดการทุกอย่างเอง

1.ให้บริษัทเกาหลีในฮ่องกงซื้อโฆษณาทั้งสล็อต

2.ให้สถานกงสุลเกาหลีจัดการเรื่องพากย์ภาษากวางตุ้งลงในละคร

3.โน้มน้าวช่องทีวีของฮ่องกงด้วย Content ที่มีทุกอย่างพร้อม

เมื่อพร้อมทั้งโฆษณาและละครพร้อมเพราะแปลภาษามาให้แล้ว การไปโน้มน้าวให้สถานีโทรทัศน์ของฮ่องกงยอมออนแอร์ละครเกาหลีเรื่อง What Is Love จึงมีความหวัง เมื่อทุกอย่างพร้อมสรรพมาซะขนาดนี้ ATV สถานีโทรทัศน์ของฮ่องกงยุคนั้นจึงตกลงออนแอร์ What Is Love

ผลลัพธ์ที่ออกมาถึง What Is Love ได้ความนิยมอย่างมหาศาลในฮ่องกง และจากนั้นไม่นานก็ถูกนำไปฉายที่ช่อง CCTV ของจีน ก่อนที่ K-Drama เรื่องอื่นจะตามไปฉายและได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว และไม่ใช่นิยมแค่ที่จีน แต่ยังตีตลาดญี่ปุ่น เวียดนาม มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ รวมถึงไทยด้วย

เหตุผลที่ละครเกาหลีเติบโตไปทั่วโลก เพราะเล่าเรื่องราวผ่านบทที่แข็งแรง และไม่ว่าจะเล่าเรื่องความรัก ความสูญเสีย การทรยศ บู๊ต่อสู้ ความเศร้าโศก เรื่องอาชีพ หรืออะไรก็ตาม แต่ทุกอย่างจะห่อรวมอยู่ภายในความโรแมนติกที่ดูแล้วฟินอินสุดๆ ได้ทุกชาติ

ที่สำคัญ K-Drama จะหลีกเลี่ยงเรื่องการเมือง ศาสนา และเนื้อหาเรื่องเพศ ทำให้ได้รับความนิยมแม้ประเทศอนุรักษนิยม เช่น Jewel In The Palace ที่ออกอากาศในอิหร่านปี 2549 และประสบความสำเร็จได้เรตติ้งไปถล่มทลาย

ไม่มีแผ่ว! แต่ละยุคของละครเกาหลีในไทย

ในประเทศไทยจุดเริ่มต้นละครเกาหลีเน้นเนื้อหาขายดราม่าเข้มข้น เคล้าน้ำตา นางร้ายนางเอกเชือดเฉือนกันชัดเจน (ตามความนิยมของคนไทย เกาหลีศึกษามาแล้ว) เริ่มจากเรื่องแรกในปี 2540 ช่อง 5 นำ Star in My heart-ลิขิตแห่งดวงดาว มาออนแอร์คือ ก่อนช่อง 5 จะออนแอร์ All About Eve-สงครามแห่งความรัก ในปี 2543 และได้รับความนิยมเกินคาด (ก่อนที่ ITV จะนำมาฉายอีกครั้งในปี 2546) 

จากนั้นในปี 2544 กระแสละครเกาหลีจุดติดดังเปรี้ยงในเมืองไทยกับ Autumn in myheart-รักนี้ชั่วนิรันดร์ วลี "พี่ชาย ฉันหนาว" ดังไปทั่วบ้านทั่วเมือง พ.ศ. 2546 ตอกย้ำความดังของเกาหลีในไทยกับ เพลงรักในสายลมหนาว-Winter love song, Miss Mermaid-รอยรักแรงแค้น ฯลฯ

ผ่านมาสักระยะละครเกาหลี ในความคิดคนไทย ชักจะหนักและเครียดไปหน่อย ดูไปร้องไห้ไปเลยทำให้กระแส K-Drama ในไทยนิ่งๆ ไป แต่แล้ว K-Drama แนวมุ้งมิ้ง ฟุ้งฟิ้ง ดูแล้วน่ารัก ใจฟู ก็กลับมายืดหัวหาดละครเกาหลีในช่อง 7 ปี 2547 Full House-สะดุดรักที่พักใจ ที่ทำเอา เรน ดังไม่รู้จะดังยังไงในเมืองไทย จากนั้นก็มากันทั้ง Princess Hours-เจ้าหญิงวุ่นวายกับเจ้าชายเย็นชา, Coffee Prince-รักวุ่นวายของเจ้าชายกาแฟ, Boys Over Flowers-รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง ฯลฯ 

จากนั้นเป็นยุคเกาหลีพีเรียดก็มาเรียกเรตติ้งที่ช่อง 3 อย่าง แดจังกึม จอมนางแห่งวังหลวง, จูมง มหาบุรุษกู้บัลลังก์, ลีซาน จอมบัลลังก์พลิกแผ่นดิน, ทงอี จอมนางคู่บัลลังก์ ฯลฯ

ปัจจุบันความนิยมของละครเกาหลีในไทย ก็ไปถึงจุดที่คนไทยไม่ต้องรอช่องไหนๆ เอามาฉายแล้ว เพราะคนไทยดูพร้อมกันกับคนเกาหลีผ่านระบบสตรีมมิงไปเลย ต้องยอมรับกันแล้วว่านาทีนี้ซีรีส์เกาหลีตีละครไทยจนไปไม่เป็น

"อดทน" K POP กว่าจะดังทั่วโลก

แม้การขับเคลื่อนของ HALLYU หรือ KOREA WAVE จะมีจุดสตาร์ตจากการหย่อนวัฒนธรรมเกาหลีผ่าน K-DRAMA แต่ตลอดระยะเวลาเริ่มต้น K POP เองก็ถูกผลักดันไปพร้อมๆ กัน แต่เป็นในลักษณะค่อยเป็นค่อยไปอย่างอดทน เกาหลีใต้เฉียบขาดมาก อดทนวางแผนกันระยะยาวมากๆ แต่สุดท้าย K POP นี่แหละที่เป็นตัวยืนที่ทำให้ความเกาหลีใต้เขย่าโลกอยู่ทุกวันนี้!

ในยุคแรกเริ่ม KPOP เป็นอุตสาหกรรมที่มี 3 บริษัทใหญ่ที่ทรงอิทธิพลคือ SM, YG และ JYP แมวมองจากค่ายเหล่านี้จะค่อยเสาะหาวัยรุ่นเกาหลีและเอเชียที่มีพรสวรรค์ เพื่อคัดกรองจากผู้เข้าคัดเลือกเป็นแสนๆ คน จนเหลือไม่กี่ร้อยคนมาเซ็นสัญญาระยะยาว 7-10 ปี

โดยการคัดเลือกจะโฟกัสคนที่มีพรสวรรค์ทางเพลงและดนตรีใหม่ๆ ที่แตกต่าง และต้องมาพร้อมศักยภาพกับบุคลิกภาพที่ดี คนไหนคาแรกเตอร์หรืออะไรต่างๆ ลงล็อกกัน ก็จะถูกจับมาอยู่ด้วยกันและเทรนด์ด้วยกันอย่างเข้มข้น ส่วนใหญ่หนึ่งกรุ๊ปจะมีสมาชิก 4-15 คนทั้งบอยแบนด์และเกิร์ลกรุ๊ป  

และอีกหนึ่ง Strategy ก็คือสมาชิก KPOP หลายๆ วงนอกจากจะมาจากเกาหลี ยังจะมีชาวต่างชาติอย่าง ญี่ปุ่น จีน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือแม้แต่สหรัฐอเมริกา ร่วมในวงด้วย เพื่อขยายตลาดให้เจาะได้กว้างขึ้น ขยายความนิยมของวงให้เพิ่มมากขึ้นในประเทศของสมาชิกคนนั้นๆ เช่นกรณีของ หาน เกิง ซูเปอร์จูเนียร์ ลิซ่า แบล็กพิงก์ นิชคุณ 2pm แบมแบม GOT7

ในเรื่องการเทรนด์ต้นสังกัดจะมีการเทรนด์อย่างเข้มข้นและเข้มงวด เพราะนอกจากศิลปินจะต้องมีพรสวรรค์แล้วยังต้องความอดทนฝึกและเทรนด์แบบสุดโหดหิน เพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จ 

โดยตลอดการเทรนด์ห้ามเปิดตัวกับสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตจากต้นสังกัดเด็ดขาด เพราะทุกอย่างจะไม่ถูกเผยแพร่ออกมาหากศิลปินยังไม่มีศักยภาพพอ นั่นแปลว่าอิมเมจต้องเป๊ะ ความเพอร์เฟกต์ถูกคาดหวังจากค่ายอย่างสูงลิบลิ่ว

ในแต่ละวันของการเทรนด์ ศิลปินจะต้องเรียนร้องเพลง เรียนเต้น เรียนภาษาต่างประเทศ โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ ภาษาจีนแมนดารินและภาษาญี่ปุ่น เทรนด์การวางตัวกับสื่อ รวมถึงมารยาท จะเห็นเลยว่าศิลปินเกาหลีกว่าจะประสบความสำเร็จทุกวันนี้ไม่ได้มาแบบฉาบฉวย ไม่มีคำว่าฟลุก ทุกอย่างคือของจริง ที่ทุกคนต้องอดทนและฝ่าฟันอย่างหนัก

และเมื่อออกมาสู่สาธารณะภาพลักษณ์ของศิลปินจะไปด้วยกันในระดับสุดยอด! ทั้งเรื่องของเพลงที่โดดเด่น ท่าเต้นที่มีเพอร์ฟอร์แมนซ์แข็งแรง พร้อมเพรียง และแฟชั่นที่โดดเด่น

ในปี 2551 KPOP สร้างมูลค่าการส่งออก ทั้งการขาย CD ดิจิทัลดาวโหลด สตรีมมิง บัตรคอนเสิร์ต DVD สินค้าของศิลปิน และรายได้อื่นๆ อยู่ที่ประมาณ 16.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 

ปี 2555 การส่งออกเติบโตระเบิดเถิดเทิงปาเข้าไป 235 ล้านดอลลาร์สหรัฐ!

ขณะที่ยอดวิวในยูทูบเพลง KPOP ได้ถึง 2.2 พันล้าน ในปี 2554 แต่ในปี 2555 ยอดวิวยูทูบก้าวกระโดดได้มากกว่า 7 พันล้าน!! โดยมากกว่า 90% ของยอดวิวมาจากนอกเกาหลี ซึ่งปัจจุบันแค่ความสำเร็จของ BTS ก็ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว พิสูจน์ในตัวเองได้แล้วว่า เกาหลีใต้ทำได้เขาดังระดับโลกจริงๆ เขย่าสหรัฐอเมริกาได้แบบสั่นสะเทือน

โดยรัฐบาลเกาหลียังวิเคราะห์และประมาณการเจาะลึกลงไปอีกว่าในทุกๆ 1 ดอลลาร์สหรัฐของการส่งออกคอนเทนต์ KPOP จะสร้างเงินอีก 4 ดอลลาร์สหรัฐ ในอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก

นี่เรายังไม่ได้พูดถึงวงการหนังเกาหลีที่ Parasite เขย่าโลกคว้าออสการ์ 2020 เป็นประวัติศาสตร์ที่หนังที่ใช้ภาษาต่างประเทศคว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมไปครอง เรียกว่าเกาหลีใต้ทำได้จริงๆ กับทุกวงการในการใช้วงการบันเทิงส่งออกวัฒนธรรม

 

"เกาหลีใต้" วงการบันเทิงสร้างชาติของแท้

ยิ่งค้นข้อมูลยิ่งยอมใจ เกาหลีใต้ ช่วยกันดันวัฒนธรรมตัวเองไปทั้งระบบ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและประชาชน บริษัทบันเทิงขนาดใหญ่ของเกาหลีใต้ขับเคลื่อน โดยมีรัฐบาลสนับสนุนอุตสาหกรรมในทุกขั้นตอน กว่าจะมีวันนี้รัฐบาลลงมือทำ ทั้งการดำเนินการเปิดตลาดต่างประเทศ การพากย์และใส่ซับไตเติลเพื่อสะดวกกับคนดูต่างชาติ รวมถึงออกทุนในการผลิต

สุดท้าย ความพยายามเหล่านี้ของเกาหลีใต้ ก็วัดผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างชัดเจน นอกจากจะส่งออกวัฒนธรรมนำเงินเข้าประเทศแล้ว ในประเทศเองยังสร้างตำแหน่งงานเกิดขึ้นเป็นพันๆ ตำแหน่ง ทั้งในสตูดิโอหนัง สถานีโทรทัศน์ ค่ายเพลง โรงหนัง บริษัทผลิตคอนเทนต์ ฯลฯ

นอกจากนี้ยอดนักท่องเที่ยวยังพุ่งกระฉูดในสถานที่ ที่เป็นโลเคชั่นของหนังหรือละครดัง อย่างละครเรื่อง Winter Soata (Winter Love Song เพลงรักในสายลมหนาว) เอาง่ายๆ เชื่อว่าคนไทยที่ไปเกาหลีต้องไปเยือนเกาะนามิ

หรือความเป็นไอดอลของดาราและศิลปินเกาหลี ที่สวยหล่อ ผิวสุขภาพดี โดนใจแฟนคลับที่มีอยู่ทั่วโลกทำให้อุตสาหกรรมสกินแคร์เกาหลีได้อานิสงส์ก้าวขึ้นมาเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก แม้กระทั่งอาหารเกาหลียังกลายเป็นที่นิยม 20 ปีที่แล้วในไทยถ้าถามง่ายๆ เคยเห็นอาหารเกาหลีตามห้างมั้ยล่ะ? ตอนนี้ผุดกันเพียบ เห็นแล้วใช่มั้ยละว่า อิทธิพลของสื่อบันเทิงมันทำอะไรได้มากกว่าที่คิด

หันกลับมาดูที่ประเทศไทย พักหลังละครและซีรีส์ไทยเริ่มเป็นที่ถูกอกถูกใจแฟนหลายประเทศ โดยเฉพาะซีรีส์วายที่ตีตลาดแตกได้เกือบทั่วโลก แต่ทุกอย่างเป็นเพียงการต่อสู้แบบลงสนามเองของค่าย ทุกค่ายทุกช่อง Fight กันเองแทบไม่มีพี่เลี้ยงเพราะทุกอย่างไม่ไปกันทั้งระบบ

เฮ้อ ของแบบนี้มันขึ้นอยู่ที่กึ๋นของรัฐบาลจริงๆ อิจฉาเกาหลีชะมัด.

เรื่อง : ดินสอเขียนสอ
กราฟิก : Sathit Chuephanngam

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

K POPละครเกาหลีซีรีส์เกาหลีวงการบันเทิงเกาหลีเกาหลีใต้Special contentทีวี

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 26 กรกฎาคม 2564 เวลา 17:25 น.