พระเอกนักบู๊ “อ๊อฟ ชนะพล” 15 ปี วงการบันเทิงไม่ง่าย เรียนรู้รักครั้งใหม่กับ “ฮาน่า”

ข่าว

    พระเอกนักบู๊ “อ๊อฟ ชนะพล” 15 ปี วงการบันเทิงไม่ง่าย เรียนรู้รักครั้งใหม่กับ “ฮาน่า”

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    5 มิ.ย. 2564 07:15 น.

    บู๊เดือดทะลุจอให้แฟนๆใจหายใจคว่ำ สำหรับอ๊อฟ-ชนะพล สัตยา พระเอกหนุ่มสายบู๊ สวมบทสารวัตรโรมรัน สาย “ดุดัน” จากละคร “เผาขน” ค่ายโคลีเซี่ยม ทางช่อง 7HD การันตีความระทึกทุกนาทีจากฝีมือการกำกับของทองก้อน ศรีทับทิม เรื่องราวกำลังสนุกเข้มข้น หนุ่มอ๊อฟพระเอกเนเวอร์ดายส์ เล่าเป็นการทำงาน เหนื่อยหนัก แต่กระแสปังทำให้หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง พร้อมอัปเดตสถานะหัวใจ หลังตกเป็นข่าวกับฮาน่า ลีวิส นางเอกรุ่นน้องร่วมวิก เป็นคนที่ถูกใจใช่เลยแล้วหรือยัง ใน “คนดังนั่งคุย”

    ละครเผาขนสำหรับอ๊อฟเป็นอย่างไร

    “ผมขอขอบคุณแฟนละครก่อนเลยนะครับ เพราะฟีดแบ็กกลับมาดีมากๆครับ มีคอมเมนต์เข้ามาถึงตัวผมพอสมควรเลย ส่วนมากจะแซวว่า สารวัตรดุจัง คือดูหน้าจริงจังมากเวลาเล่น (หัวเราะ) คือจริงๆดีใจครับ รู้สึกว่าแฟนๆรอมาตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มออกอากาศเลย มันทำให้เราหายเหนื่อย มันคุ้มค่ากับความเอาใจใส่ ความตั้งใจในการทำงานแต่ละฉาก เราได้ปล่อยของให้คนดูได้ดูผ่านผลงานของเรา เผาขนสำหรับผมก็ถือว่าเป็นละครบู๊ที่มีความท้าทายมาก เป็นการร่วมงานครั้งแรกกับค่ายโคลีเซี่ยมด้วย เราได้เห็นผลงานละครของค่ายนี้มากันหลายเรื่องแล้ว และพอได้มาเจอกันครั้งแรกต้องบอกว่าโปรดักชันที่ผู้จัด และผู้กำกับวางไว้คือการบู๊ในเมือง อย่างที่ทุกคนได้ชมกันในละครไป การไล่ล่ากันในเมืองเป็นการฉีกรูปแบบไปจากเดิมมาก รวมถึงระบบซีจีที่ในเรื่องมีน้อยมากๆ แต่จะเน้นไปที่การถ่ายทำกันจริงๆ เพื่อความสมจริงที่สุดมากกว่า ความยากในตรงนี้ทำให้สนุกครับ”

    เม้าท์ชัด จัดทุกตอน ติดตามได้ที่ www.thairath.co.th/novel และ Facebook Fanpage : นิยายไทยรัฐ

    ในเรื่องต้องปะทะกับพระเอกรุ่นน้อง เข้ม–หัสวีร์ ล่ะ

    “ผมได้ร่วมงานกับเข้มครั้งแรก ถือว่าโอเคเลยนะครับ เขามีหน่วยก้านในการบู๊ดี จังหวะไหนที่เราจะแนะนำกันได้ ก็จะมาแชร์และแนะนำกัน โดยการที่ผู้กำกับ (ทองก้อน ศรีทับทิม) จะเป็นคนมาคอยแนะนำเพิ่มเติมว่าควรจะทำอะไรอย่างไร อย่างพวกท่าทางการบู๊ การเตะต่อย แต่ละคนก็จะมีท่าที่ตนเองถนัด ดังนั้น เราก็ต้องมาแชร์กันว่าใครถนัดแบบไหน แล้วเอาท่าของเราทั้งคู่มาผสานกันเป็นท่าในการต่อสู้ของเราทั้ง 2 คนครับ”

    เห็นอาทองก้อน (ผู้กำกับ) เปรยว่า อ๊อฟจะไม่ยอมให้มีสตันต์แมนมาเล่นแทนเลย

    “ใช่ครับ ผมอยากเล่นให้เป็นตัวเราเองที่สุด แม้ว่าฉากนั้นจะไม่ได้เห็นหน้าเราเท่าไหร่เพราะสวมชุดคอมมานโดอยู่ ผมคิดว่าการที่เล่นเองทำให้ได้ความรู้สึกอีกอย่างหนึ่ง ถึงชุดจะทำให้เวลามองเห็นแค่ลูกตาเรา แต่ผมก็คิดว่าคงไม่มีใครมาสวมแล้วเป็นเราได้เท่ากับตัวเราแล้วครับ”

    ระยะหลังๆเห็นอ๊อฟเล่นละครบู๊ติดต่อกัน คือจะเป็นพระเอกนักบู๊แล้วสิ

    “การเป็นพระเอกนักบู๊ผมว่ามีข้อดีตรงที่ได้ออกกำลังกายครับ ตัวผมเองเป็นคนออกกำลังกายอยู่แล้ว พอมาได้เล่นละครบู๊ก็เลยสนุก แต่ละครบู๊แต่ละเรื่องก็ไม่เหมือนกัน การมีชีวิตของตัวละครที่ไม่เหมือนกันมันคือความท้าทายของการเล่นละครบู๊ รวมไปถึงแต่ละค่ายที่ทำละครบู๊ก็มีเทคนิค มีวิธีการแตกต่างกัน ละครบางเรื่องบู๊ไปด้วยร้องไห้ไปด้วยก็มี บางเรื่องบู๊ไปหัวเราะไป มันมีความหลากหลายเป็นความสนุกของละครบู๊ที่ทำให้เรารู้สึกประทับใจและได้พัฒนาตนเองขึ้นไปเรื่อยๆครับ”

    เตรียมพร้อมร่างกายก่อนถ่ายทำอย่างไรบ้าง

    “วิ่งครับ อย่างน้อย 5 กม.เลยทุกวัน พอกล้ามเนื้อเริ่มอยู่ตัวก็สลับเป็นเช้าวิ่ง เย็นเล่นเวท เพื่อสร้างกล้ามเนื้อและให้กล้ามเนื้อเราชินกับการถูกใช้งาน เพราะเวลาเราทำงานเราต้องใช้กล้ามเนื้อทุกส่วนเลย”

    ล่าสุดเห็นโชว์ซิกซ์แพ็กเป็นมัดๆ

    “(หัวเราะ) คนทักเยอะครับ เป็นการเปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทางที่ดี แต่ครั้งนี้ผมเพิ่มเติมเรื่องโภชนาการไปด้วย คุมอาหารเพิ่มเติมก็เลยทำให้ได้ผลออกมาเป็นซิกซ์แพ็กอย่างที่เห็น ถามว่าชีวิตผมเปลี่ยนไหม เปลี่ยนครับตั้งแต่ตัดสินใจแล้วว่าจะแข่งกับตัวเอง วันนี้พอเราเห็นหุ่นตัวเองในกระจกมันก็ได้คำตอบแล้วว่าผมชนะตัวเองได้แล้ว มันรู้สึกดี รู้สึกภูมิใจในตัวเองที่เราสามารถห้ามใจตัวเองและเปลี่ยนตนเองไปในทางที่ดี มันคุ้มค่ากับสิ่งที่เราทำ มันทำให้เราดูหน้าเด็กขึ้นทั้งๆที่เราก็อายุเยอะแล้ว มันทำให้เขาได้แรงบันดาลใจในการดูแลตัวเองเหมือนกันครับ”

    ถามถึงฉากกุ๊กกิ๊กในเผาขนบ้างดีกว่า จะมีให้ได้เห็นบ้างไหม

    “มีครับ เอาเป็นว่ามีน้อยแต่ว่าคุ้ม เพราะคาแรกเตอร์ของผู้กองโรมรันเขาเป็นคนบ้างานมาก ตัวเขาน่ะแอบไปชอบอลิส (การ์ตูน-ณัฐฌา บุญปอง) ด้วยความใกล้ชิด ด้วยหน้าที่ ทำให้รู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้น่าช่วยเหลือ รวมถึงเรื่องราวของครอบครัวเขาน่าสนใจ ทำให้เราอยากช่วย พอได้ช่วยก็ทำให้อยู่ใกล้กัน ขณะเดียวกัน มุฑิตา (แก้ม-ญาณิศา ธีราธร) ก็มาตกหลุมรักเราแต่เราไม่ได้มองเขาแบบนั้น ขนาดที่เขาเอาตัวมารับกระสุนแทนผม คือในมุมของความรักในเรื่อง ผมว่ามันค่อนข้างเป็นรักหลายเส้าเลย”

    นอกจากละครเรื่องเผาขน อ๊อฟมีผลงานอะไรอีกบ้าง

    “มีเรื่องปางเสน่หา กำลังถ่ายทำอยู่ ในเรื่องผมรับบทเป็นตำรวจอีกเหมือนกัน แต่เป็นตำรวจสากล ลุคในเรื่องจะอินเตอร์ดูเป็นคุณชายหน่อย (หัวเราะ) จะมาแนวใส่สูท หล่อๆเท่ๆ ตามสืบคดี เป็นผู้ชายแบบเนี้ยบๆหน่อย และอีกเรื่องกำลังจะเปิดกล้องครับ เรื่องหุบพญาเสือ จะมาเป็นแนวบู๊ย้อนยุคเรื่องนี้น่าจะได้เห็นผมขี่ม้าด้วย ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ผมได้พลิกบทบาท เป็นบทที่พออ่านแล้วตัดสินใจได้เลยว่า เราต้องเล่นเรื่องนี้”

    15 ปีในวงการบันเทิงของอ๊อฟมองว่าวงการบันเทิงเปลี่ยนไปเยอะไหม

    “เปลี่ยนครับ ยุคนี้คือโซเชียลมีเดีย เราสามารถดูละครผ่านออนไลน์และพูดคุยกันได้ในขณะนั้นเลย ดูที่ไหนก็ได้ แต่ยุคของผมในช่วงแรก คนที่จะดูละครจะต้องกลับบ้านเปิดทีวีดูที่บ้าน นี่คือความเปลี่ยนและแปลกใหม่ รวมถึงการทำงานในยุคผมตอนนั้นต้องแข็งแรงจริงๆ ยุคที่ถ่ายบางเรื่องถ่ายไปออกอากาศไป แต่ยุคนี้การทำงานเบาลง ทำงานเป็นเวลา เลิกเป็นเวลาแต่คุณภาพงานยังคงมีอยู่ ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นในหลายๆด้าน มันคือจุดเปลี่ยนจุดหนึ่ง รวมถึงแฟนละครที่สามารถเข้าถึงนักแสดงได้ง่ายขึ้น พูดคุยกันง่ายขึ้น ต่างจากช่วงแรกที่ผมเข้ามาในวงการ ซึ่งตอนนั้นจะไปเดินห้าง ไปไหนมาไหนต้องระมัดระวังตัว การพบเจอกับแฟนละครค่อนข้างยาก แต่ยุคนี้แค่ไดเรกต์เมสเสจมาหาหรือว่าติดแท็กมาหาเรา เราก็จะได้เห็นได้ทราบความคิดของเขาแล้ว เทคโนโลยีที่เข้ามาทำให้เราได้เห็นสิ่งต่างๆเหล่านี้แล้วนำมาพัฒนาตนเองได้ง่าย”

    อ๊อฟมองว่าตอนนี้ตัวเองประสบความสำเร็จแล้วหรือยัง

    “ประสบความสำเร็จมากๆ จากวันแรกที่ผมก้าวเข้ามาวงการบันเทิง แต่การก้าวเข้ามาในครั้งนั้นคือการประกวดดัชชี่บอย ในปี 2006 และผมก็ทำสำเร็จ นั่นคือประสบความสำเร็จในจุดเริ่มต้น และเป้าหมายต่อมาของผมคือการเป็นนักแสดง ต้องอยู่ให้ได้นาน พอผมตั้งเป้าไว้แบบนั้น ผมก็ตั้งใจทำงานมากเพราะเราก็ไม่รู้ว่าเราจะได้โอกาสเล่นละครแค่เรื่องเดียวแล้วไปเลยหรือเปล่า วันนี้พอเวลาผ่านมามันเกิน 10 ปีแล้ว มันได้ผ่านคำว่าประสบความสำเร็จไปแล้ว แต่อาชีพของเราวันนี้คืออนาคต คือชีวิตของเราแล้ว การที่เราเล่นละครมา 14 ปี มันคุ้มค่ามากๆ ผมว่าคำว่าประสบความสำเร็จสำหรับผม คือผมได้ผ่านปีที่ 10 มาแล้ว และหลังจากปีที่ 10 มามันคืออนาคต คือกำไรชีวิตของผมครับ”

    หันมาถามเรื่องความรักบ้าง ความรักวันนี้เปลี่ยนไปอย่างไร

    “เปลี่ยนครับ เมื่อก่อนผมอาจจะมีความมุ่งมั่นมากเกินไปในเรื่องของการทำงาน เรื่องอื่นๆจนมันเหมือนจะเป็นแผ่นเสียงที่ตกร่องไป เพราะเราลืมอะไรบางอย่าง มันก็เลยรู้สึกว่าเราพลาดในความสำเร็จเรื่องความรัก ทำให้วันนี้เรากลับมาคิดว่า เราต้องมองกันมากขึ้นสำหรับคนที่เรากำลังคุย กำลังศึกษากันว่าต้องเข้าใจกันจริงๆและต้องเอาใจใส่ในความรู้สึกของกันและกันจริงๆ เวลามันสอนให้เรารู้ว่า แม้เราจะคบกันเป็นแฟนกันอยู่แล้วเนี่ย แล้วเรามัวแต่มุ่งมั่นว่าจะทำงานเพื่ออนาคต มันทำให้เราลืมความรู้สึกของอีกคนไป ความรู้สึกเนี่ยมันตอบทุกอย่างได้ ถ้าเราเข้าใจความรู้สึกเขาเราจะรู้ว่าเขาต้องการอะไร”

    ถามถึงความสัมพันธ์ล่าสุดกับฮาน่าเป็นอย่างไร

    “ดีครับ ถือว่าเป็นการศึกษาดูใจกันที่ดี ผมก็จะละเอียดมากขึ้น ในส่วนที่เราเคยขาดไปกับน้องส่วนหนึ่งเพราะว่าเราอยู่ในวงการเดียวกันด้วยมั้ง มันเลยทำให้เราเห็นภาพเดียวกันทั้งเรื่องงาน เรื่องการใช้ชีวิตเลยทำให้แทบจะไม่ต้องอธิบายอะไร แต่ในรายละเอียดของการเข้าใจด้วยการพูด หรือการศึกษาความรู้สึกเขาเราก็ต้องเรียนรู้เพิ่ม เพราะเรารู้สึกว่าเราไม่อยากพลาดอีกแล้ว และวันนี้ก็ค่อนข้างไปในทิศทางที่ดี เขาก็เข้าใจเราทั้งเรื่องงาน รวมถึงการใช้ชีวิตเราต่างรู้กันอยู่แล้ว”

    แว่วว่าตอนนี้มีคลับบ้านอ๊อฟ–ฮาน่า คู่กันเรียบร้อย

    “ใช่ครับ คือพอเราได้ร่วมงานกันมาและแฟนๆเห็นว่าเรา 2 คนเคมีเข้ากันดี ตั้งแต่เล่นละครเรื่องทางเสือผ่าน แฟนละครเขาเห็นแบบนี้ก็ชอบ เขาก็เลยสนับสนุนอยากให้ทำงานด้วยกัน และก็เรื่องความรัก”

    ฮาน่าเป็นอย่างไรในสายตาอ๊อฟ

    “เขาเป็นผู้หญิงสายลุยครับ ตั้งใจทำงานมาก แต่ถามว่ามีมุมที่เป็นผู้หญิงสำอางไหม ก็มีนะแต่ในความสำอางนั้นมีความลุยอยู่ในตัว ทำให้เรารู้สึกว่าน้องเป็นคนที่เรียบง่าย เป็นคนลุย และเป็นคนที่อะไรก็ได้ ที่เขารับได้นะ เป็นคนโอเคเลย”

    มองไปถึงขั้นอนาคตครอบครัวหรือยัง

    “ยังครับ ตอนนี้ยังไม่กล้ามอง ตอนนี้ขอแค่ศึกษาดูใจกันไปก่อน ต่างคนต่างยังโฟกัสเรื่องงานก่อน ตัวน้องเองก็มีงานเยอะ ผมเองก็ทำงานเยอะ ดังนั้น ให้เวลาและความพร้อมจริงๆดีกว่า ผมเชื่อว่าทุกอย่างมันจะมาเองจะไม่ไปวางกฎเกณฑ์ว่าต้อง 1 2 3 4 5 คือปล่อยทุกอย่างไปตามธรรมชาติเลย แล้ววันหนึ่งเราจะมีความสุข จะรู้สึกได้เอง จะไม่คิดล่วงหน้าว่าอีก 2 ปีนะ หรือ 3 ปีนะ เพราะทุกวันนี้ผมก็มีความสุขกับครอบครัวมีความสุขกับการศึกษาดูใจน้องเขาอยู่แล้ว ส่วนอนาคตจะเป็นอย่างไร เราค่อยว่ากัน แต่กับวันนี้คือดีมากๆ พรุ่งนี้ก็ดีมาก แต่อนาคตเรายังไม่รู้ครับ”.

    เรื่อง : วรรณี ห่อวโนทยาน

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    อ๊อฟ ชนะพลเผาขนฮาน่า ลีวิสเข้ม หัสวีร์การ์ตูน ณัฐฌาแก้ม ญาณิศาคนดังนั่งคุยนิยายดารา

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2564 เวลา 01:59 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์