- ใช้เส้นคุณแม่อดีตนางเอกหนัง เป็นเจ๊ดันปูทางเข้าสู่วงการบันเทิง
- กว่าจะได้เป็นพระเอกช่อง 3 ต้องวิ่งแคสต์งานและถูกปฏิเสธ
- ชอบดูแลตัวเอง แต่ไม่คิดใช้รูปร่างเป็นจุดขายเรียกเรตติ้ง
แม้พระเอกหนุ่ม ภณ ณวัสน์ ภู่พันธันสีห์ จะมีหน้าตาเป็นใบเบิกทางให้เข้าสู่วงการบันเทิงได้อย่างง่ายดาย แต่แค่หน้าตาคงไม่พอที่จะทำให้ภณกลายเป็นคลื่นลูกใหม่ และถูกผลักดันให้เป็นพระเอกรุ่นใหม่ของช่อง 3 ได้ เพราะหน้าตาดีก็ต้องมีฝีมือด้วย ถึงจะได้รับโอกาสที่หลายๆ คนอยากจะได้นี้
เพราะเหตุนี้ เมื่อได้รับโอกาสนี้มา เจ้าตัวจึงไม่เคยคิดที่จะหยุดพัฒนาฝีมือตัวเอง เพื่อให้ทุกคนได้เห็นถึงความเต็มที่กับอาชีพที่เขาได้เลือกแล้ว เพราะความตั้งใจและมุ่งมั่นนี้ จึงทำให้ภณถูกจับตามองว่าเขาจะสามารถพาตัวเองไปไกลได้แค่ไหนในเส้นทางของการเป็นพระเอกช่อง 3
ถูกมองเป็นเด็กเส้น ให้แม่เป็นเจ๊ดันเข้าวงการบันเทิง
ภณ ณวัสน์ แม้จะมีคุณแม่ที่เคยเป็นอดีตนางเอกภาพยนตร์ดังในอดีตอย่าง ชณุตพร วิศิฏโสภณ แต่เขาไม่เคยใช้ความเป็นลูกอดีตนางเอกดังเป็นเส้นสายให้ตัวเองได้ก้าวเข้ามาอยู่ในวงการบันเทิง ซึ่งภณเล่าถึงเรื่องนี้ให้เราฟังว่า
“ผมเริ่มทุกอย่างจากศูนย์ครับ ผมไม่มีเลขอะไรติดตัวมาเลย ก็ค่อยๆ พัฒนาตัวเองมาเรื่อย คุณแม่แค่คอยซัพพอร์ตอย่างเดียว ไม่เคยเป็นเจ๊ดันเลย อยู่ข้างหลังอย่างเดียว” พระเอกหนุ่มอธิบายเรื่องนี้ด้วยรอยยิ้ม จากนั้นก็เล่าต่อว่า
“ตอนเด็กๆ ผมไม่เคยคิดอยากจะเป็นนักแสดงเลย รู้แค่ว่าแม่เคยเล่นหนัง จนผมได้เข้ามาอยู่ในวงการบันเทิง ก็ยังงงว่าตัวเองเข้ามาได้ยังไง (ยิ้ม) แต่ผมก็ทำงานมาเรื่อยๆ จนเรียนจบ
...
สมองเริ่มโฟกัสที่จุดๆ เดียว เลยรู้ตัวเองว่าชอบงานตรงนี้ ชอบที่มันได้ทำอะไรใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา ละครที่เล่นก็ได้เปลี่ยนคาแรกเตอร์ไปทุกเรื่อง ได้ทำอะไรใหม่ๆ ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ เลยชอบและยึดอาชีพนี้
ส่วนคุณแม่ดีใจที่ผมได้ทำงานที่ผมรักและเลือกเอง แต่แม่ก็คอยเตือนผมเสมอว่า ยิ่งมีคนรักเรามาก เราก็ต้องทำตัวดีๆ ทำตัวเหมือนเดิม อย่าเปลี่ยนไป
ซึ่งชีวิตส่วนตัวผมก็ไม่ได้มีอะไรมาก ไปทำงาน ไปฟิตเนส กลับบ้าน เจอเพื่อนบ้างนานๆ ที ซึ่งชีวิตผมก็ไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิมเท่าไหร่จริงๆ”
กว่าจะได้เป็นนักแสดงช่อง 3
สำหรับแฟนพันธุ์แท้ที่ติดตามชีวิตของพระเอกหนุ่มคนนี้ คงจะรู้กันดีว่ากว่าภณจะมายืนตรงจุดนี้ได้ เขาก็ใช้เวลาพิสูจน์ตัวเองมาไม่น้อย จากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็ 9 ปีแล้วที่ภณเดินอยู่ในวงการบันเทิง เริ่มจากการประกวดจนได้มาเป็นเด็กในช่อง 3 แคสต์งานละครมาหลายเรื่อง และเมื่อวันนึงความพยายามของภณก็เป็นผล เมื่อช่องเรียกเซ็นสัญญา ซึ่งพระเอกหนุ่มย้อนความรู้สึกในตอนนั้นให้ฟังว่า
“อายุการทำงานของผม ถ้าเซ็นกับช่องก็ 5 ปีกว่าแล้ว แต่ถ้าเริ่มต้นเลยประกวดก็ตั้งแต่ปี 55 ครับ ตอนนั้นอายุสัก 17 ปี ผมก็สะสมประสบการณ์มาเรื่อยๆ
และตอนที่จะตัดสินใจเซ็นสัญญากับทางช่อง 3 ผมตัดสินใจไม่นานเลย เพราะผมลองมาแล้ว 2 รอบ (หัวเราะ) ผมไปแคสต์มาแต่ไม่ได้ จนรอบที่ 3 ผมถึงได้ (ยิ้ม)
คือผมอยากลองเปิดประสบการณ์ตัวเอง ก็ลองไปแคสต์งานดู ถ้าไม่ได้ก็ไปใหม่ ดูซิจะต้องแคสต์ไปกี่รอบถึงจะได้งาน ขอลองไปเรื่อยๆ และเวลาผมไปแคสต์งานมักจะไม่ได้ด้วย (หัวเราะ) และเมื่อโอกาสมาถึง ผมก็ไม่ลังเลที่จะเซ็นสัญญา”
และเรื่องเล่าต่อจากนี้ของ ภณ ณวัสน์ ทำให้เราขำกันอยู่พักหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องราวของการไปแคสต์งานละครของภณ ที่เจ้าตัวเล่าไปขำไป และคนฟังอย่างเราก็ฟังไปขำไป
“บางทีผมอยากเล่นบทที่มันเลวจัดๆ แต่พอไปแคสต์ก็ไม่ได้ (หัวเราะ) คือผมไม่ได้ยึดติดกับบทพระเอก ผมมองว่านักแสดงถ้าเล่นบทได้หลากหลายมันก็โอเค ผมเลยไปลองแคสต์บทที่ไม่ใช่บทพระเอก
ซึ่งตอนนั้นผมรับเล่นบทพระเอกไปแล้ว แต่ไปลองแคสต์ดูเพราะบทมันน่าลอง (หัวเราะ) ผู้ใหญ่ก็ห้ามยังไม่ให้เล่นเพราะกลัวคนติดภาพ แต่ผมแค่รู้สึกว่าบทมันท้าทาย ผมอยากลอง (ยิ้ม) แต่ผู้ใหญ่บอกว่าค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปดีกว่า”
...
เราถามต่อว่า เพิ่งจะได้เป็นพระเอกเอง จะรีบไปเป็นตัวร้ายทำไม งานนี่ภณหัวเราะและยิ้มหวานก่อนตอบคำถามเราว่า
“ถึงแม้บทนั้นไม่ใช่พระเอก แต่มีความท้าทาย ยาก มันน่าสนใจ คือต้องบอกว่าบทพระเอกบางเรื่องมันก็ประมาณนึงเหมือนที่เราเคยเล่นมา
แต่บทอื่นมันดูมีอะไรให้เล่น มีความแปลกใหม่กว่า ผมก็เลยอยากจะลองเล่นบ้าง แต่ไม่ได้เบื่อที่จะต้องเล่นบทพระเอก
ก็อยากเล่นอะไรใหม่ๆ ดูบ้าง จะได้ทำให้เรารู้สึกอยากไปทำงาน อยากไปกองแล้ว แต่ถ้าบทมันคล้ายกันผมก็จะดีไซน์ให้มัแตกต่างออกไปจะได้ไม่ซ้ำซาก”
กลายเป็นพระเอกดังเพราะความฟลุก
นอกจากเรื่องแม่เป็นเจ๊ดันเข้าวงการแล้ว ภณยังถูกมองว่า ที่ละครตราบาปสีชมพูดัง และมีกระแส จนได้มาเป็นพระเอกละครหลังข่าวนั้นเป็นเพราะความฟลุกมากกว่า ไม่ใช่ฝีมือแต่อย่างใด ซึ่งเรื่องนี้พระเอกหนุ่มบอกกับเราว่า
“สำหรับกระแสละครตราบาปสีชมพู ที่ผมได้เป็นพระเอกละครเย็นเรื่องแรก ผมว่ามันมีปัจจัยหลายๆ อย่างรวมกันมากกว่า ทั้งจังหวะ เวลา และ โอกาส ที่ช่วยกันส่งจนทำให้ละครกระแสดี
...
มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับทีมงานหรือนักแสดงอย่างเดียว แต่มันต้องมีหลายๆ อย่างรวมกันด้วย จะฟลุกหรือไม่ผมตอบไม่ได้ แต่พวกเราทุกคนทำงานกันเต็มที่ครับ (ยิ้ม)”
นอกจากจะถูกมองว่าเพราะความฟลุกเลยทำให้ภณกลายเป็นเพระเอกดังแล้ว งานนี้ยังมีเสียงวิจารณ์อีกว่า พระเอกคนนี้มีดีแค่ความหล่อ ถูกคนมองแบบนี้ภณรู้สึกอย่างไร งานนี้พระเอกหนุ่มบอกกับเราว่า
“ความสวย ความหล่อ เป็นเหมือนเครื่องดึงดูดมากกว่า แต่หลังจากนั้นอยู่ที่เสน่ห์ที่จะดึงดูดคนให้มาดูและฝีมือด้วย ดูจากนักแสดงเกาหลี บางคนไม่จำเป็นต้องหล่อ แต่เขาเล่นแล้วดูดีมาก
ถ้าเรามีทั้งความหล่อและเสน่ห์ได้มันก็ดี (ยิ้ม) หรือบางทีคนอาจจะมองว่าผมเป็นคนนิ่งๆ หยิ่งๆ คือเรายังไม่รู้จักกัน แต่ถ้าเริ่มสนิท เริ่มรู้จักก็จะกวนๆ เป็นคนเฮฮา
เวลาคนมองว่าผมหยิ่งผมไม่เสียใจนะ เพราะถ้าเขาได้ติดตามผมจริงๆ เขาจะรู้เองว่าผมเป็นคนยังไง (หัวเราะ) ส่วนที่บอกว่าผมขี้เก๊ก ผมแค่เป็นคนนิ่งๆ เท่านั้นเอง มาสนิทกันก่อนแล้วจะรู้ว่าผมเป็นคนรั่วคนนึงแหละ (ยิ้ม)
ความกดดันของพระเอกคลื่นลูกใหม่
...
ส่วนการที่ถูกวางตัวให้เป็นพระเอกรุ่นใหม่ของช่อง 3 หลายคนมองว่าเป็นเรื่องที่น่ากดดัน เพราะการแข่งขันค่อนข้างสูง และแม้ภณจะมีผลงานที่สร้างชื่อสร้างเรตติ้งให้กับช่อง แต่กลับไม่ถูกผลักดันเท่าที่ควร ผลงานยังมีออกมาสู่สายตาแฟนๆ น้อย ซึ่งภณอธิบายให้เราฟังว่า
“ผมว่าเรื่องแบบนี้มันต้องค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปดีกว่า มองที่ตัวเราเองว่าจะต้องพัฒนาตัวเองให้ดีก่อน ก่อนที่จะให้คนอื่นเห็น ซึ่งผมขอไปทีละสเตป พัฒนาฝีมือไปเรื่อยๆ ดีกว่า ไม่รีบร้อน
และผมมองตัวเองเป็นนักแสดง ไม่ใช่ดารา ได้รับบทบาทที่ได้มาก็อยากจะเล่นให้เต็มที่ อยากให้คนดูเชื่อในตัวละครที่ผมเล่น
ผมไม่ค่อยกดดันที่ถูกวางตัวให้เป็นพระเอกของช่อง 3 เพราะผมก็ทำงานเต็มที่ โฟกัสอยู่ที่แค่การทำงาน และผมยังสนุกทุกครั้งที่ทำงาน แค่รู้สึกนอยด์บางครั้งที่เล่นซีนดราม่า แล้วอารมณ์มันไปไม่ถึงก็จะรู้สึกนอยด์แต่เดี๋ยวก็หาย (หัวเราะ)”
ใช้รูปร่างเป็นจุดขายดึงเรตติ้งจากสาวๆ
เพราะเป็นพระเอกหนุ่มที่ดูและรูปร่างตัวเองเป็นอย่างดี และบวกกกับมีฉากต้องถอดเสื้อโชว์อยู่บ่อยๆ งานนี้เลยทำให้ภณถูกมองว่าเป็นพระเอกที่ใช้รูปร่างเป็นจุดขายให้กับตัวเอง ซึ่งคำถามนี้ทำเอาเจ้าตัวถึงกับยิ้มและขอบคุณตัวเองที่ดูแลรูปร่างมาเป็นอย่างดีว่า
“ผมไม่ได้คิดจะเอารูปร่างของตัวเองมาเป็นจุดขาย แต่เมื่อ 9 ปีก่อนมันเริ่มต้นมาจากผมอยากดูแลรูปร่างของตัวเอง ก็เลยทำให้เริ่มออกกำลังกาย พอวันที่ได้เล่นละครเรื่องตราบาปสีชมพูแล้วมีฉากถอดเสื้อ ถ้าไม่ออกกำลังกายคงดูไม่ได้แน่ๆ (หัวเราะ)”
จากนั้น ภณ ณวัสน์ เล่าต่อถึงการดูแลและเอาใจใส่ตัวเองให้เราฟังต่อว่า “ผมออกกำลังกายเป็นกิจวัตรประจำวัน แต่ถ้าช่วงไหนถ่ายละคร 7 วันก็ไม่ได้ไป ผมซีเรียสกับการดูแลรูปร่างตัวเองประมาณนึง
ต้องส่องกระจกทุกวัน (หัวเราะ) พุงยื่นมั้ย ตรงนี้ควรจะเล่นเพิ่มหรือเปล่า ผมค่อนข้างดูแลตัวเอง เพราะรู้ว่าทำงานในวงการบันเทิงมันต้องใช้ทั้งรูปร่าง หน้าตา และฝีมือ ถึงจะทำให้เราอยู่ได้นาน”
โสดสนิทแต่ก็อยากมีใครสักคนที่เข้าใจ
หล่อเหลาเอาการขนาดนี้ อยากจะรู้ว่าหัวใจของ ภณ ณวัสน์ นั้นถูกจับจองหรือยังว่างอยู่ งานนี้เมื่อเราถามถึงเรื่องความรัก พระเอกหนุ่มได้แต่ยิ้ม ก่อนจะนิ่งไป 5 วินาที และตอบคำถามนี้ให้หัวใจเราเต้นแรงว่า
“ความรักตอนนี้โสดสนิทครับผม (หัวเราะ) โสดมา 4-5 ปีแล้วครับ (ยิ้ม) คือผมโฟกัสเรื่องการทำงาน ถ้าโฟกัสทั้งงานและความรัก มันทำให้ผมพะวง บาลานซ์เสีย ผมเลยเลือกที่จะโฟกัสทีละอย่าง ขอเวลาอีกสักพักนึง ยังไม่รีบแต่ถ้ามีก็ดี (หัวเราะ)
ถ้ามีใครสักคน ผมก็อยากมีแบบให้กำลังใจกัน คุยกันเป็นเพื่อนแบบนี้ แต่ผมอยากได้แฟนคนนอกวงการนะ เพราะผมหวงแฟน ถ้าไปเล่นละครแล้วมีฉากกุ๊กกิ๊กอะไรแบบนี้ (ยิ้ม) ขอให้คุยกันรู้เรื่อง เข้าใจเรา”
ผลงานละครเรื่องล่าสุด
หลังจากที่ปล่อยให้แฟนๆ รอคอยละครเรื่องพราวมุกมานาน ในที่สุดก็ได้เวลาลงจอเสียที เป็นการกลับมาเจอกันอีกครั้งของ ภณ ณวัสน์ กับคู่จิ้น บัว นลินทิพย์ งานนี้พระเอกหนุ่มหน้าหล่อของเราถึงกับเก็บอาการไม่อยู่ เล่าถึงความรู้สึกของตัวเองให้ฟังก่อนที่ละครจะออนแอร์เป็นวันแรกว่า
“ก่อนละครจะออนวันแรก ผมตื่นเต้นมากๆ นั่งนับชั่วโมงรอเลย (ยิ้ม) ส่วนแฟนๆ ก็รอตั้งแต่ตอนที่เห็นภาพฟิตติ้ง รอมาเรื่อยจนวันที่ละครจะได้ออนแอร์ ตื่นเต้นมาก พอละครออนตอนแรก ขึ้นเทรนด์อันดับหนึ่งทวิตเตอร์ด้วย ตื่นเต้นมากเลยครับ
สำหรับเรื่องพราวมุก ผมรับบทเป็นชลันธร ในเรื่องต้องเป็นเพลย์บอยซึ่งมันค่อนข้างยาก ต้องใช้สายตา ซึ่งผมต้องทำการบ้านตรงนี้ เพราะการเป็นเพลย์บอยมันยากสำหรับผม (หัวเราะ) พอหน้าฉากก็เล่นไปตามบท
แต่ก็มีฉากดราม่าที่ให้ผมเล่นด้วยนะ หรือฉากคอมเมดี้จ๋าๆ ผมก็มีนะ ที่ต้องเล่นคนเดียว พูดคนเดียวจะมีให้แฟนๆ ได้ดูด้วย เป็นคนมโนเก่งนะในเรื่องนี้ (ยิ้ม) ซึ่งมันเล่นยากนะ เพราะผมต้องเล่นคนเดียว หลายเทกมากกว่าจะได้ (หัวเราะ)
ส่วนฉากฟินๆ กับ กระทิง ขุนณรงค์ ซึ่งผมไม่รู้ว่าคนอื่นจะคิดไปในมุมไหน แต่เพลย์บอยอยู่กับเพลย์บอยมันคือความเท่ แต่ไม่รู้เขาจะตีความเป็นคู่จิ้นสายวายหรือเปล่า (หัวเราะ) ส่วนกับ บัว นลินทิพย์ ได้มาร่วมงานกันอีกครั้งก็ทำงานกันง่ายเหมือนเดิมครับ เล่นสบายๆ
ส่วนเรื่องความกดดันเรื่องเรตติ้งและความคาดหวังจากแฟนๆ ละคร ผมมีความกดดันตั้งแต่ตอนฟิตติ้งแล้ว เพราะแฟนๆ จะมีภาพเก่าจากละครอยู่ในความทรงจำของเขา
แต่ผมก็พยายามทำให้เต็มที่ที่สุดเท่าที่จะทำได้ หวังว่าคนดูจะชอบ ส่วนเรตติ้งจะสูงหรือไม่ สุดท้ายก็ต้องยอมรับมัน เพราะผมได้ทำเต็มที่แล้ว (ยิ้ม) แต่ก็อยากให้ลุ้นไปด้วยกันนะครับ
อยากให้ทุกคนชมละครเรื่องนี้กันนะครับ เพราะเป็นละครครบรส มีทั้งบู๊ โรแมนติก ดราม่า คอมเมดี้ และอาจจะมีสายวายนิดๆ ระหว่างผมกับกระทิง แต่ไม่ได้จิ้นกันขนาดนั้นนะ (หัวเราะ) แค่ฟินๆ และพวกเรานักแสดง ทีมงานทุกคนตั้งใจกับละครเรื่องนี้กันมาก ยังไงก็ฝากให้แฟนๆ ติดตามชมกันด้วยนะครับ”
ตลอดเวลาที่เราสัมภาษณ์ ภณ ณวัสน์ สิ่งหนึ่งที่เราสัมผัสได้คือการที่ภณนั้นอยากจะเป็นนักแสดงที่เก่ง และมีความสามารถอีกคนของวงการบันเทิง ซี่งเราเห็นความตั้งใจนี้ของหนุ่มภณแล้วก็ชื่นชม และเราหวังว่าในอนาคตข้างหน้า ภณ ณวัสน์ จะกลายเป็นนักแสดงหนุ่มที่มากฝีมืออีกคนของวงการบันเทิง
ผู้เขียน : จันทร์เจ้าขา
กราฟิก : Jutaphun Sooksamphun
ขอบคุณสถานที่ : MeStyle Museum Hotel