หลังจากที่ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้พูดถึง พิมรดาภรณ์ เบญจวัฒนะพัชร์ หรือ พิมรี่พาย แม่ค้าขายของออนไลน์-นักร้องสาวชื่อดัง ระหว่างร่วมเสวนาในแอปดัง Clubhouse โดยบอกว่า ภายในเรือนจำมีสนามฟุตบอล โรงอาหาร เราจะสามารถเปลี่ยนเป็น รพ.สนามชั่วคราว ได้หรือเปล่า ถ้าตั้ง รพ. มันแพง ก็ไปขอพิมรี่พายตั้งให้ ตั้งเสร็จก็ให้เอาคนมาตรงนั้น และทยอยไปฉีดวัคซีน ก่อนที่พิมรี่พายจะฟาดกลับถึงเรื่องนี้จนกลายเป็นประเด็นร้อน ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก จนแฮชแท็ก #พิมรี่พาย ติดเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับ 1
ล่าสุด พิมรี่พาย ไลฟ์สดขายของและพูดถึงประเด็นนี้อีกครั้ง โดยบอกว่า “ไม่เคยคิดจะพูดเรื่องนี้ แต่วันนี้ต้องพูดให้เข้าใจ พิมรู้ดีว่าพิมไม่ได้เป็นคนที่พิเศษหรือวิเศษไปกว่าใคร พิมรู้ดีว่าพิมเป็นคนที่แตะต้องได้ พูดถึงได้ พิมพูดเสมอว่าพิมเป็นแม่ค้าธรรมดา เป็นคนธรรมดา ทุกคนวิจารณ์ได้ แต่ขอยอมรับตามตรง แค่ช่วงเวลาที่คุณทักษิณพูดถึงพิมแค่ 5 วินาทีเมื่อคืนนี้ พิมเจออะไรบ้าง
...
เมื่อเช้าฉันซื้อของบริจาคเป็นอุปกรณ์การแพทย์และของบริจาคหน่วยอื่นๆ มากมาย ฉันไม่ได้ทำเป็นคอนเทนต์เพราะฉันจะช่วยหลังบ้าน ฉันทำคอนเทนต์ไม่ไหว ฉันซื้อของไป 2 แสนกว่า แต่คุณทักษิณพูดถึงฉัน 5 วินาทีเมื่อคืน ของถูกส่งไปตอน 9 โมงเช้า ลูกน้องฉันเอาของไปวางให้ จะไม่ออกนาม ยกลงมาแล้วด้วย เธอรู้มั้ย หน่วยงานนั้นให้เอาของกลับ เขาบอกว่าไม่รับของจากฉัน เขาบอกว่าเขาไม่อยากมีปัญหา เธอรู้มั้ยฉันโดนกดดันขนาดไหน นี่แค่ชม 5 วินาทีนะ ถ้าชมนาทีนึงไม่ต้องหาที่นอนใหม่เลยเหรอ
เธอรู้มั้ยว่าฉันโดนอำนาจมืดข่มขู่จะตรวจสอบกี่ครั้ง ฉันทำอะไรผิด ฉันขายของ ฉันโดนขู่กี่ครั้ง ถ้าเธอไม่รู้ เธอรู้เอาไว้ด้วยว่าฉันโดนกดดัน ที่ฉันพูดไม่ได้มีเยอะมาก ฉันโดนแอคหลุมทักมาด่าทั้งที่ไม่ได้ทำอะไร ผลกระทบจากการที่เขาพูดถึงฉันเพราะต้องการแซะรัฐบาล พูดเย้ยหยันทางการเมือง เขาพูดถึงดิฉันในเชิงขบขัน แต่คุณรู้มั้ยว่าผลกระทบที่ดิฉันได้รับในฐานะที่เป็นแม่ค้าธรรมดาคนนึง ฉันโดนอะไรบ้าง
ฉันอยู่ในสังคมนี้ฉันรู้ตัวว่าฉันต้องทำอย่างไร ฉันไม่พูด ฉันตั้งไลฟ์ขายของ ทำไมพิมถึงไม่อยากให้โยงการเมือง เหตุผลเป็นเพราะขยับตัวไม่ได้เลย ขยับตัวเมื่อไรกลายเป็นว่าฉันเจตนาที่จะทำอะไรไม่ดี ธุรกิจพิมทำด้วยความสุจริต พิมให้โอนตังค์เข้าบริษัทเพื่อจะส่งงบ ใช้หนี้แผ่นดิน เสียภาษี พิมระวังตัวที่สุด
เธอรู้มั้ยฉันให้คนไปขอตั้งโรงพยาบาลสนามที่คลองเตย ฉันให้ไปอยู่ 2 อาทิตย์ เขาไล่ฉันกลับมา เธอรู้มั้ยว่าการที่ฉันจะต้องแบกรับภาระลูกน้องอีกหลายร้อยชีวิต ฉันคนเดียวฉันทนได้ แต่พอถูกโยงแบบนี้มันมีผล ฉันแค่อยากทำธุรกิจแล้วเอากำไรไปคืนสังคม มีคนบอกว่าฉันทำคอนเทนต์ แล้วมันดีกว่าโปรโมตเว็บพนันมั้ย มันดีกว่าแต่งตัวโป๊ชวนแทงบอลมั้ย ฉันไม่อยากจะพูดว่าโดนมากกว่านั้นแต่ฉันพูดไม่ได้
...
ทำไมถึงต้องทำความดีตอบแทนสังคม จะสร้างคอนเทนต์เหรอ กลัวไม่มีคอนเทนต์ใช่มั้ยถึงได้พูดแบบนี้ มึงฟังกูนะ กูเพิ่งจะรวย 2 ปีนี่เอง กูจน กูเป็นแม่ค้าตลาดนัด หาเช้ากินค่ำ พ่อแม่ส่งเรียนหนังสือ กูเรียนไม่จบ พ่อแม่ขายข้าวแกง พ่อกูขับซาเล้ง กูเข้าใจคนจนดี ทำเพราะเข้าใจหัวอกเว้ย กูเข้าใจความลำบาก ปากกัดตีนถีบ กูเข้าใจคนหาเช้ากินค่ำ ภาระหนี้สิน กูเข้าใจความทุกข์ความทรมานจากการที่เราไม่มีสตางค์มันทุกข์ขนาดไหน กูรู้สึกผิดที่สังคมประเดประดังเข้ามาซื้อของแต่คนจนลงๆ กูเลยคิดคืนตอบแทนให้สังคม
มีคนคอมเมนต์ว่าเธอไม่ต้องทำความดีถ้าประเทศนี้มันเจริญ แล้วมันเจริญรึยัง แล้วกูทำไม่ดีกว่าเหรอ คิดดีๆ ก่อนที่จะสาปกู กูเป็นคนธรรมดา อยู่ดีๆ เอารูปกูไปให้ยศ สิ่งที่ทำเนี่ยมันมีผลต่อคนคนนึงขนาดไหน คิดว่าคนรักคนชื่นชมในโซเชียล คิดว่ามีตังค์ กูไม่รอดเหรอ ผิดค่ะ คนจะแทงทุกวัน แล้วยิ่งคุณทักษิณพูดถึง 5 วินาที มีเอฟเฟกต์เกิดขึ้นมากมาย ท่านพูดเอาขบขัน แดกดันรัฐบาล แต่ผู้หญิงที่ขายของซวย ขยับตัวไม่ได้ มีคนตั้งกระทู้ว่าโกรธกูไป เดี๋ยวทำความดีแล้วหายโกรธ มึงแปลเจตนากูว่าอย่างไร มึงบอกว่าฉลาด การกระทำของกูไม่ชัดเจนอีกเหรอ กูว่ากูชัดเจนนะ
...
ทำไมพิมต้องโมโหขนาดนั้น พิมเดือดร้อนจากคำพูดท่านจริงๆ ท่านแค่ชม ท่านเป็นสปอตไลต์ คนทั้งประเทศพูดถึงท่าน ท่านพูดถึงใคร คนนั้นได้รับผลกระทบหมด แล้วรอบนี้ท่านพูดถึงพิมรี่พาย พิมถามว่าพิมอยู่ที่นี่ พิมจะอยู่อย่างไร ไม่ชอบไม่เป็นไร แต่ลองนึกว่าถ้าคุณเป็นดิฉัน คุณจะทำอย่างไร ดิฉันเป็นคนธรรมดา อยากอยู่แบบปลอดภัย เข้าใจมั้ย”.