ไลฟ์สไตล์
100 year

เจอมาทุกดราม่า อแมนด้า ออบดัม ฝ่าฟันขวากหนามเข้า TOP10 Miss Universe

ไทยรัฐออนไลน์
17 พ.ค. 2564 09:30 น.
SHARE
  • ความยากของนางงามไทยในสังคมที่ยืนอยู่บนความขัดแย้ง
  • หลากหลายดราม่าที่ อแมนด้า ออบดัม ต้องฝ่าฟัน
  • สรุปยอดผู้ติดตามอินสตาแกรม อแมนด้า ทั่วโลกพุ่งแบบสะพรึง

ว่ากันว่าการประกวด Miss Universe เปรียบเสมือนเวทีโอลิมปิกความงาม เป็นเวทีประกวดสาวงามที่เก่าแก่ของโลกเพราะประกวดกันมา 69 ปีแล้ว

ข่าวแนะนำ

และอาจเพราะความขลังนี่เอง เวทียูนิเวิร์สจึงเติมไปด้วยความคาดหวัง เป็นเวทีที่เดิมพันด้วยศักดิ์ศรีของแฟนนางงามแต่ละประเทศ ที่พร้อมจะฟาดฟันกันอย่างเอาเป็นเอาตาย เคยมีคำพูดเปรียบเปรยว่าปีนั้นๆ ใครจะได้มงเวทีไหนมามากแค่ไหน แต่ถ้าประเทศไหนได้มง Miss Universe เท่ากับชนะ!

และเพราะเป็นเวที Beauty Pageant ที่เต็มไปด้วยมนตร์ขลัง ใครมงในบ้านได้เป็นตัวแทนในประเทศเธอผู้นั้นจะถูกจับตาจากแฟนนางงามทั่วโลก

โดยเฉพาะไทยแลนด์ที่กลายเป็นสายสะพายเบอร์แข็งบนเวที Miss Universe ไปแล้วเพราะ 5 ปีที่ผ่านมาเข้ารอบไม่ต่ำกว่า TOP 10 ทุกครั้ง ความหวังและแรงกดดันจากแฟนนางงามจึงถูกกดลงเต็มบ่า Miss Universe Thailand แบบช่วยไม่ได้

อแมนด้า ออบดัม มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020 ชีวิตของเธอเปลี่ยนเพียงข้ามคืน จากเด็กสาวธรรมดาๆ เธอต้องกลายเป็นผู้เข้าประกวดสวมสายสะพายไทยแลนด์เดินทางไปประกวดมิสยูนิเวิร์ส สปอตไลต์จากผู้คนทั่วโลกส่องเข้าหาเธอแบบเต็มๆ

ต.ค. 63 ก่อนมง MUT2020 ลง ยอดผู้ติดตามอินสตาแกรมของอแมนด้า อยู่ประมาณ 2.4 แสน ก่อนบินไปประกวดช่วงปลายเดือนเม.ย. 64 ยอดผู้ติดตามอยู่ที่ 3.27 แสน ใน 6 เดือนที่ได้ตำแหน่งมิสยูนิเวิร์สยอดผู้ติดตาม อแมนด้า เพิ่มขึ้นประมาณ 8.7 หมื่น

แต่ทันทีที่เท้าเธอแตะประเทศสหรัฐอเมริกาเข้ากองประกวดมิสยูนิเวิร์ส 29 เม.ย. ถึงก่อนพรีลิมฯ ยอดผู้ติดตามเธอขึ้นถึง 5 แสน! นั่นแปลว่าเพียง 15 วันมีคนกดติดตามเพิ่มขึ้นถึง 2 แสน และหลังจบรอบพรีลิมฯ วันนี้ (17 พ.ค.เวลาไทย) วันขึ้นเวทีประกวดรอบไฟนอลยอดผู้ติดตามเธอเพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 8 แสนกว่า นั่นเท่ากับว่ามีผู้กดติดตามเธอเพิ่มขึ้นอีกเกือบ 3 แสน ภายในเวลาเพียง 2 วัน!

แต่ตลอดเวลาการรับตำแหน่ง Miss Universe Thailand อแมนด้า ออบดัม ต้องแบกรับความกดดันและดราม่า โดยเฉพาะในสังคมไทยที่อยู่บนความขัดแย้ง 

คนที่ไม่ได้ติดตามนางงามอาจจะไม่เคยรู้ว่า อแมนด้า ต้องผ่านดราม่าอะไรมาบ้าง ถึงขนาดเธอเลือกแฮชแท็กในการไปประกวดมิสยูนิเวิร์สว่า #จะกี่ดราม่าก็เชื่อว่าด้าทำได้ บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ จะพาไปดูว่า อแมนด้า ต้องผ่านอะไรมาบ้างกว่าจะคว้าทำได้ดีในเวที มิสยูนิเวิร์ส2020

เบื่อลูกครึ่ง นางงามหน้าไทยไม่พอ

ประเด็นเริ่มแรกสิ่งที่ อแมนด้า เจอคือดราม่าคลาสสิก เบื่อลูกครึ่งหน้าไทยไม่พอ ซึ่งดราม่านี้เธอเคยให้สัมภาษณ์กับไทยรัฐออนไลน์ไว้ว่า

“ด้าเกิดและโตที่เมืองไทย ที่ภูเก็ต แม่เป็นคนไทย ด้าเป็นคนไทยคนหนึ่ง ถ้าจะบอกว่าด้าไม่ใช่คนไทย ด้าว่ามันรู้สึกว่าไม่โอเคนะคะ แล้วอย่างนั้นด้าอยู่ใน category ไหนล่ะ ถ้าด้าอยู่ไทยแล้วไม่ใช่คนไทย แต่พอด้าไปอยู่เมืองนอกเขาก็บอกเป็นเอเชีย แล้วตัวด้าจะต้องยืนตรงไหน ต้องเปิดใจยอมรับด้วยค่ะว่าด้าเป็นคนไทย เกิดและโตเมืองไทย แม่ก็เป็นคนไทย”

และ อแมนด้า ก็ได้ตอบคำถามในรอบ 3 คนสุดท้ายบนเวที Miss Universe Thailand ว่าถ้าได้เป็นตัวแทนประเทศไทยบนเวทีมิสยูนิเวิร์สจะสื่อความไอคอนิกอะไรในตัวคุณถึงความเป็นไทย ซึ่งคำตอบคือ จะโชว์ตัวเอง เพราะเธอคือคนไทย เกิดจากแม่คนไทย จะโชว์ทั้งหมดในตัวเองเพราะเธอคือคนไทย

แต่ก็ยังไม่วายโดนดราม่าจากแฟนนางงามว่าคำตอบของเธอไม่คมพอ ที่ได้มงกุฎไปครองเพียงเพราะเธอตอบดีที่สุดใน 3 คนสุดท้าย พร้อมกระแสล็อกมง จนกองประกวดต้องออกมายืนยันว่าไม่มีจริง หากใครมีหลักฐานว่าล็อกเอาออกมาได้เลย

คอลเอาต์ หรือ ไม่คอลเอาต์

ในช่วงเหตุการณ์บ้านเมืองที่เกิดการชุมนุมทางการเมือง อแมนด้า ถูกจับตาว่าจะออกมา Call Out หรือไม่ ที่สุด อแมนด้า ได้ออกมา Call Out

“นี่คือสิ่งที่ด้าสนับสนุนค่ะ 1. ประชาธิปไตย 2. หลักการสิทธิมนุษยชนคือหัวใจหลักในการปฏิบัติต่อเพื่อนมนุษย์ 3. ต่อต้านการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ 4. เสรีภาพในการพูดบนพื้นฐานของความจริง 5. ความเท่าเทียมกันของทุกคน”

และแสดงความคิดเห็นเมื่อมีเหตุยุติการชุมนุมว่า “ประชาชนต้องออกมาเดินบนถนนแสดงว่าสิ่งที่เขาต้องการจะพูดไม่สามารถทำได้ในช่องทางปกติ การใช้ความรุนแรง การฉีดน้ำแรงดันสูง การใช้แก๊สน้ำตา มันเพียงทำให้เขาเจ็บและเดินช้าลงเท่านั้น แต่ไม่ได้ทำให้ปัญหาที่เขาต้องการพูด ต้องการเสนอ ได้รับการแก้ไข

มันถึงเวลาแล้วที่จะหาทางออกที่ปราศจากความรุนแรง ไม่ใช่แต่เพียงให้ความรุนแรงหมดไป แต่เพื่อให้ปัญหาได้รับการแก้ไขจริงๆ และผู้มีอำนาจในประเทศ พึงระลึกเสมอว่า อำนาจที่มีในมือนั้น แท้จริงแล้วเป็นของประชาชนทุกคน”

และแน่นอนการออกมา Call Out ก็จะมีทั้งฝ่ายที่ชื่นชมและอีกฝ่ายที่ไม่พอใจจนเกิดเป็นดราม่าเกี่ยวกับ อแมนด้า ในกลุ่มคนที่เห็นต่างทางการเมือง

ถูกถอดจากการแต่งตั้งเป็นทูตสุขภาพจิต

เดือน ก.พ. 64 กรมสุขภาพจิต ประกาศแต่งตั้ง อแมนด้า เป็น “ทูตสุขภาพจิต” ก่อให้เกิดดราม่าจากกลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วย เพราะไม่พอใจการ Call Out ทางการเมืองของ อแมนด้า กลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วยมองว่า เธอไม่ควรมาทำงานร่วมกับหน่วยงานรัฐ วิพากษ์วิจารณ์ว่าเธอไม่รักชาติ ไม่เหมาะมาทำงานด้านสุขภาพจิต

ขณะที่แฟนๆ นางงามต่างพากันซัพพอร์ต อแมนด้า ว่าเธอเหมาะสมแล้วเพราะมีโครงการ Have You listened คอยรับฟังผู้อื่น แต่สุดท้าย กรมสุขภาพจิต ก็ออกมาประกาศยุติ การแต่งตั้ง อแมนด้า เป็นทูตสุขภาพจิต

อแมนด้า ออกมาแถลงถึงเหตุการณ์ในครั้งนี้ว่า “ไม่รู้สึกเสียใจ ด้าจะยังทำหน้าที่ต่อไปถึงแม้จะไม่ได้มีตำแหน่งที่กรมสุขภาพจิตให้มา...มองในแง่บวก วิกฤติจะทำให้เสียงของเราดังขึ้น นี่คือสิ่งที่ทำให้คนเห็นโครงการของด้ามากขึ้นด้วย...ด้าจะยังใช้เสียงตรงนี้ให้เป็นประโยชน์แก่สังคมต่อไป...และเห็นถึงความสำคัญสิ่งที่เราจะทำ ถึงเวลาแล้วที่คนในสังคมจะหันมารับฟังกันอย่างเห็นอกเห็นใจอย่างแท้จริง”

ซึ่ง อแมนด้า ยังเดินหน้าโครงการ Have You Listened และร่วมเป็นอาสาสมัครทูตสื่อสารสังคมกับมูลนิธิกระจกเงา ช่วยสร้างความเข้าใจปัญหาสุขภาพจิตให้ผู้ป่วยจิตเวชที่เร่ร่อน

ดราม่าชุดประจำชาติปลากัด

ยังเดินหน้ามีดราม่าที่เกี่ยวโยงกับ อแมนด้า อีกเรื่อยๆ เพราะถัดมาเป็นดราม่า “ชุดปลากัด” ที่ปลากัดไทย “ไตรรงค์อนงค์นาถสุพรรณมัจฉา” ชนกันโครมกับชุดปลากัดลาวบนเวทีมิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล แม้จะไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นกับตัว อแมนด้า โดยตรงแต่ก็เป็นชุดปลากัดไทยที่เธอจะต้องใส่บนเวทีมิสยูนิเวิร์ส

เกิดเป็นประเด็นดราม่าระหว่างประเทศว่าใครคือต้นฉบับ? โดยชุดปลากัดลาวออกแบบโดยดีไซเนอร์ชาวไทย ฝั่งปลากัดไทยงัดหลักฐานการออกแบบที่เปิดตัวมาก่อน ขณะที่ดีไซเนอร์ไทยที่ออกแบบชุดปลากัดให้ลาวก็บอกว่าตนก็ได้ศึกษาและออกแบบชุดปลากัดลาวมานานแล้วเช่นกัน แต่ฝั่งดีไซเนอร์ชุดปลากัดลาวก็ได้ออกมาเปิดใจให้สัมภาษณ์ขอโทษทุกฝ่ายที่ทำให้เกิดเป็นเรื่องเป็นราวไม่สบายใจ

สุดท้ายดราม่านี้จบลง อแมนด้า ได้ใส่ชุดปลากัดไทย “ไตรรงค์อนงค์นาถสุพรรณมัจฉา” เดินรอบชุดประจำชาติอย่างสวยงาม

บิ๊กดราม่าระดับอินเตอร์จากคำว่า “แกง”

อแมนด้า เจตนาตั้งใจจะเล่นมุกกับแฟนนางงามชาวไทยด้วยการโพสต์ภาพตัวเองทำผมทรงตั้งหม้อ พร้อมแคปชั่นว่า “ใครๆ ก็เชียร์ให้ตั้งหม้อ หรือเพราะทุกคนรอกินแกง” ซึ่ง "แกง" คือสแลงที่กำลังฮิต แกง ในที่นี้หมายถึง "แกล้ง"

แต่เพราะความเป็นตัวแทนสายสะพานไทยในเวที มิสยูนิเวิร์ส ทำให้กลายเป็นเรื่องราวดราม่าระดับอินเตอร์ เมื่อแฟนนางงามประเทศคู่แข่ง ได้นำแคปชั่นดังกล่าวไปกดแปลใน กูเกิลทรานสเลท และคำว่าแกงขึ้นแปลเป็นภาษาอังกฤษว่า “Curry”

เมื่อความเข้าใจผิดเพี้ยนเลยมีการจุดประเด็นโยงว่า อแมนด้า ล้อเลียนอินเดียด้วยคำว่า Curry ร้อนถึง อแมนด้า ต้องออกมาชี้แจงในโพสต์อินสตาแกรมดังกล่าวว่าเป็นความเข้าใจผิด และชี้แจงถึงความหมายของคำว่าแกงที่เธอหมายถึง ก่อนที่ดราม่าดังกล่าวจะสงบลง

ดราม่าเลือกผู้นำ “เก่ง” มากกว่าผู้นำ “ซื่อสัตย์”

กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่าทันที เมื่อมีการไลฟ์คลิปเทรนด์การตอบคำถามของ อแมนด้า ที่เมืองไทยว่าหากเลือกได้ระหว่างผู้นำที่เก่งแต่คอร์รัปชันกับผู้นำที่ไม่ฉลาดแต่ซื่อสัตย์เธอจะเลือกใคร

อแมนด้า ให้คำตอบที่ชัดเจนว่า “คอร์รัปชันไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง และไม่ควรมีอยู่ที่ใดเลย แต่หากจำเป็นต้องเลือก ขอเลือกผู้นำที่มีความสามารถ แม้จะมีคอร์รัปชันอยู่บ้าง แต่จะสามารถขับเคลื่อนประเทศให้ดีขึ้นมาได้ และประชาชนจะศรัทธาให้ตัวเขาเอง”

ซึ่งงานนี้ก่อให้เกิดดราม่าครั้งใหญ่ จากฝั่งที่เห็นต่างและเกิดเป็นกระแสร้อนถึง อแมนด้า ถึงทุกวันนี้ แต่ขณะเดียวกันฝั่งที่ซัพพอร์ต อแมนด้า ก็ออกมาสนับสนุนว่าเธอตอบคำถามได้ ชัดเจน ไม่คลุมเครือ และฉายภาพเมืองไทยได้อย่างชัดเจนแบบไม่หลอกตัวเอง

และไม่ว่าสุดท้ายแล้วดราม่าจะถาโถมเธอสักแค่ไหน แต่วันนี้ อแมนด้า ชาลิสา ออบดัม ก็ทำได้แล้วให้ประเทศถูกประกาศเข้าถึง Top10 บนเวที Miss Universe 2020.

เขียน : ดินสอเขียนฟ้า
กราฟิก : Varanya Phae-araya

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อแมนด้า ออบดัมอแมนด้า ชาลิสา ออบดัมMiss UniverseMiss Universe2020มิสยูนิเวิร์สspecial contentนางงาม

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 22 มิถุนายน 2564 เวลา 10:44 น.