เป็นประเด็นฮือฮาเมื่อสาว “กรีน-อัษฎาพร สิริวัฒนธนกุล” ออกมาเปิดใจในรายการเล่าชีวิตที่ไม่ค่อยมีคนรู้ว่าครอบครัวมีหนี้สิน 8 หลักหลังคุณพ่อเสียชีวิต ทำเอาสาว กรีน แบกรับภาระหนักอึ้งนี้
เจอ กรีน งานแถลงข่าวเปิดตัวผลิตภัณฑ์อาหารเสริม 7 Yachts ที่อาคารเพิร์ล แบงก์ค็อก เลยถามเริ่มจาก ฟีดแบ็กละคร “แก้วลืมคอน” เป็นยังไงบ้าง?
“ก็ดีค่ะ หนูได้ยินว่าเรตติ้ง 2.7 ก็ดีเลยแหละภูมิใจค่ะเพราะเป็นละครเรื่องแรกกับทางช่องวัน และช่องวันก็ให้โอกาส”
มีเรื่องต่อไปหรือยัง?
“มีแล้วค่ะเรื่องกระเช้าสีดา เล่นกับพี่ปีเตอร์ คอร์ป เป็นละครของพี่ฉอด-สายทิพย์ค่ะ”
ละครปังขนาดนี้ผู้ใหญ่มีทาบทามให้เซ็นสัญญามั้ย?
“ยังไม่มีการพูดคุยถึงเรื่องนี้นะคะ ใจกรีนอยากเป็นฟรีแลนซ์มากกว่า”
ถามถึงเรื่องหนี้ 50 ล้าน ที่เราไปพูดในรายการ?
“กรีนก็มีชีวิตเหมือนพี่ๆทุกคน เบื้องหลังเราก็มีหนี้สินมีภาระที่ต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว เพียงแค่คนจะรู้หรือเปล่า ก่อนที่กรีนจะไปออกรายการแฉ มีออกรายการของเกลือวันเด้อก่อน เพื่อโปรโมตละครด้วย รายการมีหัวข้อขึ้นมาว่าชีวิตจริงกับชีวิตในละคร คือชีวิตของแก้วและกรีนก็ไม่ได้ต่างกัน ก็ลำบากเหมือนกัน เลยมีโอกาสได้เล่าเรื่องเกี่ยวกับครอบครัว”
เรื่องหนี้จำนวนนี้คือเพิ่งทราบหรือว่ารู้มาตั้งนานแล้ว?
“มีมาตั้งนานแล้วค่ะ แต่พอคุณพ่อเสีย ก็เหมือนมีมากกว่าเดิม ก็ค่อนข้างเคว้ง ลูกหลานต้องช่วยกันเอง”
ตัวเลขยอดนี้ค่อนข้างสูงมีการคุยกับพี่น้องมั้ยเรื่องการชดใช้หมดในกี่ปี?
...
“ตัวเลขไม่ได้ถึงขนาด 50 ล้าน อย่างที่พาดหัวข่าว แต่ตัวเลขคือ 8 หลัก บางคนอาจจะมองว่าไม่เยอะหรอก แต่สำหรับกรีนคือเยอะมากๆ หลายคนบอกว่ากรีนเล่นละครมาตั้งหลายปี ทำไมไม่มีเงินมาจุนเจือในส่วนนี้ เราเล่นละครก็มีเรตของเค้า เราไม่ได้รับได้ทีปีละ 10 เรื่อง เรามีภาระครอบครัวต้องดูแลคุณแม่ และมีภาระส่วนตัวของเรา ก็ต้องดูแลตัวเองด้วย ฉะนั้นก็ต้องแบ่งไปเรื่อยๆ”
มองว่าหนี้สินขนาดนี้หนักเกินไปมั้ยสำหรับเรา?
“กรีนว่าไม่มีคำว่าหนักสำหรับลูกที่จะตอบแทนพ่อแม่ แค่เราจะหาวิธียังไง ที่เราสามารถทำให้คุณแม่มีความสุขได้ ให้เค้าไม่ต้องกังวล กรีนรู้สึกว่าปีนี้ถ้าเรามีโอกาสทุกๆงานก็จะทำให้เต็มที่และอยากให้ผลงานออกมาดี จะได้ส่งผลต่อเรื่องอื่นๆด้วย เวลา 2 ปีที่ผ่านมา อะไรที่ไม่จำเป็นกรีนตัดทิ้งหมดเลย”
ใช้กำลังใจให้ก้าวผ่านตรงนี้ยังไงบ้าง?
“กรีนรู้สึกว่ามีคนที่มีปัญหาเรื่องหนี้สินมากกว่ากรีน เท่าที่เคยเห็นอย่างพี่บอยกับพี่เจี๊ยบ ที่ธุรกิจเค้าเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ร้าน เค้าเป็นมากกว่ากรีนอีก ยังปลดหนี้ได้ ของกรีนยังไม่เท่าเค้า กรีนว่าเราก็ต้องหาทางทำได้ และครอบครัวกรีนก็ช่วยเหลือกันด้วยค่ะ กำลังใจหลักๆ คือมาจากครอบครัวค่ะ”
กำลังใจมาจากธันวาด้วยมั้ย?
“จริงๆเค้าก็รับรู้ปัญหาของกรีนมาตั้งแต่ที่เริ่มคบกัน เพราะคุณพ่อก็เคยคุยกับเค้าเรื่องนี้ อะไรที่ช่วยได้เค้าก็ช่วย ทั้งที่เป็นเงินก็เคยช่วยเหมือนกัน”
ถือว่าพิสูจน์ใจอะไรกันได้หลายอย่าง ว่าเค้าไม่ทิ้งเราแน่นอน?
“ใช่ค่ะ เค้าไม่ทิ้งเรา ไม่ทิ้งครอบครัวด้วย ทำให้เห็นว่าพอเรามีปัญหา ครอบครัวเรามาปรึกษาหารือและหาทางแก้ ใครมีตรงไหนก็ช่วยเรื่องนั้น ทำให้เห็นว่าครอบครัวเราแน่นแฟ้นกันมากขึ้นมากๆ ค่ะ”
เลยทำให้กรีนทำธุรกิจเยอะขึ้นด้วย?
“ใช่ค่ะ เลยทำให้วิธีคิดกรีนเปลี่ยนแต่ก่อนกรีนจะคิดว่าพ่อส่งเงินมาให้ตลอด แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว พอเรารู้เรื่องหนี้สินต่างๆ ที่มากขึ้นบวกกับที่คุณพ่อเสียก็ยิ่งรู้เยอะขึ้น ก็เลยปรับวิธีคิดตัวเองไปเลย อะไรที่ไม่จำเป็นคืออดเปรี้ยวไว้กินหวาน โควิด-19 กรีนไม่ต้องออกไปใช้เงิน ทำให้เกิดวิธีคิดใหม่ๆ เราสามารถลดบางสิ่งบางอย่างที่ไม่จำเป็น พยายามใช้หนี้ให้หมดไม่ให้เกิน 10 ปี กรีนพูดตรงๆ ว่าถึงแม้เราจะต้องใช้หนี้สิน แต่เราก็ยังมีความฝัน กรีนก็ต้องแบ่งเรื่องงานกับหนี้สินให้บาลานซ์กันด้วย”.