ฟ้าใส ปวีณสุดา เผยครั้งแรก เจอมรสุมหนักจนเคยเป็นโรคซึมเศร้า (คลิป)

ข่าว

    ฟ้าใส ปวีณสุดา เผยครั้งแรก เจอมรสุมหนักจนเคยเป็นโรคซึมเศร้า (คลิป)

    ไทยรัฐออนไลน์

    7 ม.ค. 2564 16:23 น.

    ฟังดูเรื่องราวชีวิตของ ฟ้าใส ปวีณสุดา ดรูอิ้น Miss Universe Thailand 2019 เหมือนพลอตภาพยนตร์สร้างแรงบันดาลใจชั้นดีไม่มีผิด หญิงสาวลูกผสมไทยจีน-แคนาเดียน เชื้อสายฝรั่งเศส จบปริญญาตรีด้านวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหว ด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ผ่านเวทีประกวดประชันความงามมาหลายเวที แต่ไม่เคยได้สัมผัสน้ำหนักมงกุฎบนศีรษะเลยสักครั้ง มีแต่เกือบจะคว้าไว้ได้แต่กลับไปไม่ถึง

    แต่เธอก็ไม่ละทิ้งความพยายาม ยังคงฝึกฝนตัวเองเพื่อเดินไปให้ถึงเป้าหมาย และในที่สุดความฝันของเธอก็เป็นจริง ฟังดูเหมือนแฮปปี้เอนดิ้ง แต่ฟ้าใสได้มาเปิดใจในรายการ "ต้มยำอมรินทร์" ผลิตโดย CHANGE2561 ว่าตัวเองลักกี้อินแต่เกม ส่วนเลิฟนั้นชีวิตนี้ยังไม่เคยมีความรัก เพราะเจอกฎเหล็กของคุณแม่ พร้อมเผยเคยผ่านมรสุมโรคซึมเศร้าโดยไม่รู้ตัว

    กับการประกวดเวทีมิสยูนิเวิร์ส ความประทับใจของเราที่เข้าไปถึง Top5 ของโลก มีอะไรบ้าง?
    ฟ้าใส ปวีณสุดา : ความประทับใจของเราที่เข้าไปถึง Top5 ของโลกมีหลากหลายอย่างมากๆ เลยค่ะ ที่ประทับใจ แล้วความฝันของ ฟ้าใส คือการเป็นตัวแทนของประเทศไทยไปประกวด มิสยูนิเวิร์ส แล้วคือการประกวดตั้งแต่ที่ไทยแล้วมันเกินคาดด้วยแรงซัพพอร์ตแล้วก็เสียงเชียร์ เราไม่คาดคิดว่าจะมีมากขนาดนี้มาก่อนจะเป็นความทรงจำที่จะอยู่กับ ฟ้าใส ไปตลอดเลยค่ะ

    แต่กว่าที่จะเข้าไปถึงระดับโลกจนติด Top5 ได้ ฟ้าใสเคยผิดหวังมานับครั้งไม่ถ้วนเลยจริงหรือไม่?
    ฟ้าใส ปวีณสุดา : จริงค่ะ เวลาที่เราประกวดมาหลายเวทีมากๆ ก็ได้ตำแหน่งรองมาตลอด หลายคนก็เลยตั้งฉายาให้เราว่าเป็นนางรองของทุกเว แต่เราก็มีความรู้สึกนะคะ ว่าทุกเวทีเราก็ทำอะไรที่ถูกต้องหมด แต่ก็ยังไม่ได้ตำแหน่งสักที พอนานๆ เข้าทำให้เราก็เอาความสำเร็จจากทุกๆ เวทีมาดูและมองย้อนว่าในเมื่อเราทำสุดทุกเวทีแล้วก็ยังไม่ได้

    แต่ถ้าเรายังทำเหมือนเดิมแบบทุกเวทีที่ผ่านมา ก็แปลว่าเราก็ไม่กล้าที่จะทำหรือลองอะไรใหม่ๆ แล้วมันก็เลยทำให้เรารู้สึกแบบไม่ดีพอทำให้เราท้อ เราตั้งใจอะไรไปก็เสียเปล่า เพราะว่ายังไงมันก็ไม่ประสบความสำเร็จอยู่แล้ว ตอนที่คิดแบบนั้นคือก่อนที่จะประกวดในปี 2019 เราก็เลยกลับมานั่งถามตัวเองว่าเราอยากจะทำต่อไหม แล้วมีอะไรในชีวิตเราที่มันมากกว่านางงามไหม แต่ในใจก็ยังมีเสียงเล็กๆ ที่บอกเราว่า อยากจะลองอีกสักครั้ง เพราะเรารู้แล้วว่าเราผิดพลาดอะไร แล้วเราสามารถอุดช่องโหว่ได้

    ซึ่งในปี 2017 สิ่งที่เราคิดว่าเราผิดพลาดหลายๆ คนก็จะสังเกตได้ตั้งแต่เรื่องการเดิน แล้วปีนั้นคือหนูเจอพี่มารีญา ตอนนั้นที่เรามาประกวดคือเรารู้สึกว่าเราภาษาก็ได้ ความสูงก็ได้ หน้าก็เก๋ ซึ่งเราก็รู้สึกว่าโปรไฟล์เราก็ดีน่าจะเหมาะกับบริบทของนางงาม แต่พอเรามาเจอพี่มารีญา เขาเด่นกว่าเราทุกด้าน ไม่ว่าจะความสูง ในด้านของวงการ ด้านการศึกษา เขาเด่นกว่าเราหมดเลย ทำให้เรารู้สึกเฟลว่าข้อดีของเราคืออะไร

    เพราะตอนนั้นมันยังไม่ใช่เวลาของเรามากกว่า พอเป็นเวลาของเราก็เป็นของเรา และที่สำคัญในช่วงปีที่ผ่านมา ฟ้าใสเจอมรสุมดราม่าหนักมากจนเหมือนจะเป็นโรคซึมเศร้าเลยใช่ไหม?
    ฟ้าใส ปวีณสุดา : ใช่ค่ะ อันนี้จริงค่ะ เป็นตั้งแต่ที่กลับมาจากมิสยูนิเวิร์สแล้วค่ะ ตอนแรกเรานึกว่าเรารู้สึกเหนื่อย ก็เลยคิดว่าพักสักเดือนก็น่าจะโอเค แต่กลายเป็นว่าพอพักไปแล้วก็ยังไม่ดีขึ้น อาการก็เหมือนว่าเราไม่อยากทำอะไร เราไม่อยากคุยกับใคร ไม่อยากไปไหน อยากจะนอนอยู่กับบ้านเฉยๆ ไม่ไปไหนทั้งนั้น พอมาดราม่าเราก็หนักเข้าไปอีก

    ช่วงนั้นเรามีใครเป็นที่ปรึกษาเรื่องนี้ว่าเราควรจะทำยังไงดี?
    ฟ้าใส ปวีณสุดา : จริงๆ ตอนแรกที่เรายังไม่รู้ว่าเราเป็น เราก็เราก็ไม่รู้จะพูดกับใคร นอกเหนือกับเพื่อนที่สนิทมากๆ หรือพ่อกับแม่แล้วเวลาที่คนอื่นเขาได้รับฟังมุมมองของเรา ทำให้เรารู้สึกโล่งมาทีละนิดๆ ค่ะ

    ฟ้าใสพูดถึงคุณแม่ ซึ่งน่าจะเป็นคนที่ใกล้ชิดเรามากที่สุด เราถูกเลี้ยงมาค่อนข้างไปทางฝรั่งหรือไทยมากกว่า?
    ฟ้าใส ปวีณสุดา : เพราะคุณพ่อทำงานอยู่ต่างประเทศ เราก็จะอยู่กับคุณแม่มากกว่า คุณแม่ก็จะเลี้ยงเราแบบไทยๆ ก็จะมีกฎระเบียบวินัยค่อนข้างสูง ถ้าเกิดเราทำผิดท่านก็จะดุ ส่วนกฎเหล็กก็จะมีหลายอย่างมากๆ ตอนเด็กที่เราจำได้คือ ห้ามมีแฟนจนกว่าเราจะเข้ามหาวิทยาลัย เราก็ทำได้นะคะ แต่ตอนนี้ก็ยังไม่มีแฟนนะคะ เพราะกฎเหล็กของแม่ยังมีต่อ คือคนที่จะมาเป็นแฟนเราต้องเรียนเก่งกว่าเรา อายุมากกว่าเรา และเรียนในสายหมอเท่านั้น

    แล้วสเปกของฟ้าใสเป็นแบบไหน?
    ฟ้าใส ปวีณสุดา : ณ ปัจจุบัน ไม่มีสเปก เพราะว่าเราอยากพูดคุยมากกว่าว่าเราจะคลิกกับเขาหรือเปล่า ก็มีคนเข้ามาทักมาบ้างนะคะ แต่ส่วนตัวแล้วเราต้องเห็นตัว และต้องได้พูดคุยถึงจะรู้ว่าโอเคหรือเปล่า ส่วนใครที่ทักมาในโซเชียลแล้ว ถ้าเขาอยากจะทำความรู้จักเราจริง เขาก็จะลองติดตามว่าเราไปทำงานที่ไหน แล้วก็จะไปหาเราในที่สาธารณะเพื่อไม่จู่โจมเกินไป เหมือนเราจะได้รู้สึกปลอดภัย แล้วเขาก็ได้แนะนำตัว อันนี้เรามองว่าถ้าเป็นแบบนี้เราจะประทับใจมาก

    เป็นคนที่มีความสามารถหลากหลายจริงๆ เพราะสามารถแต่งเพลงเกี่ยวกับความรักได้ โดยที่ไม่เคยมีความรักเลย?
    ฟ้าใส ปวีณสุดา : เหมือนพอเราติดละคร เราก็จินตนาการว่าเราเป็นนางเอกที่สำคัญ แล้วเราก็มีเพื่อนหลายๆคนเขามาเล่าประสบการณ์ความรักของเขาให้เราฟังเราก็เอาสิ่งที่ได้ยินได้ฟังมาแต่งเป็นเพลง

    มาถามถึงก้าวต่อไปของฟ้าใสกันดีกว่า เรามองไว้ถึงการก้าวไปโกอินเตอร์เลย?
    ฟ้าใส ปวีณสุดา : ผู้จัดการของฟ้าใสที่วางแพลนเราไว้คือ ถ้าไม่ติดโควิดก็มีงานที่เราติดต่อไว้ที่ฟิลิปปินส์กับที่ต่างประเทศไว้แล้ว แต่เพราะว่าติดโควิดเลยแคนเซิลไปก่อน แต่ถ้าวัคซีนมา หรือปกติลงทุกอย่างก็จะเดินต่อไปข้างหน้า แล้วเราก็อยากจะขอทดลองอะไรๆ หลากหลายอย่างในชีวิต เช่น แต่งเพลงแล้วยังไม่ได้ออกไปอย่างช่วงแรกๆ ถ้าเราได้ร้องเพลงของเราก่อนก็จะดี เพราะในอนาคตเราก็มองว่าเราแต่งเพลงให้คนอื่นร้องได้ด้วยก็จะดี ถ้าเราเล่นละครไม่ได้ เราอยู่เบื้องหลังการเขียนบท และอีกอย่างหนึ่งคือ การเป็นนักพากย์เสียงค่ะ.

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      ฟ้าใส ปวีณสุดาฟ้าใส ปวีณสุดา ดรูอิ้นฟ้าใส ปวีณสุดา ดราม่าฟ้าใส ปวีณสุดา โรคซึมเศร้าฟ้าใส ปวีณสุดา ความรักข่าวบันเทิงนางงาม

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันเสาร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2564 เวลา 03:33 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์