หลังจากที่ออกตัวว่าเป็น ซามูไรพ่อลูกอ่อน เดินหน้าเลี้ยง น้องวีจิ ลูกสาวสุดที่รักเพียงคนเดียว ล่าสุด หนุ่ม ศรราม เทพพิทักษ์ ได้มาเป็นแขกรับเชิญคนพิเศษในรายการ Club Friday Show เผยถึงสุดที่รักน้องวีจิ พร้อมเปิดใจครั้งแรกกับเรื่องที่ไม่เคยเล่าให้ใครฟัง แกร่งแค่ไหนก็ไม่ไหว เจอแบบนี้ทุกวันก็หมดพลัง
ที่อยากให้เรียกซามูไรพ่อลูกอ่อนเพราะมองว่ามันน่ารัก ไม่อยากให้มองว่ามันเป็นเรื่องที่ต้องมีอุปสรรคเยอะ หรือมีอะไรเครียดที่ต้องเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว เพราะอยากให้มองว่าเป็นเรื่องสบายๆ เป็นเรื่องที่ธรรมชาติของมนุษย์เกิดขึ้นได้
และถ้าเรามีลูกเป็นตัวตั้งทุกอย่างจะสบายหมด มันจะไม่เหนื่อยเลยเพราะเรามีวีจิเป็นตัวตั้ง อย่างเมื่อก่อนเราเป็นลูก มีป๋ากับแม่ ทำตัวเป็นลูกที่กตัญญูกับพ่อแม่เลี้ยงดูเขาให้ดีที่สุดในวันที่เขาอยู่ วันหนึ่งป๋าจากไปแล้ววีจิมา ตอนนี้เอาวีจิเป็นตัวตั้งพลังงานการขับเคลื่อนในตัวมันเต็มเหนี่ยวเลยครับ
ถาม เราจะเห็นความรักที่เคลื่อนตัวจนกระทั่งมาถึงตรงนี้ แน่นอนเรื่องหลายๆ อย่างผ่านไปเรียบร้อยแล้ว หลายคนได้เห็นจากข่าว ได้เห็นจากอะไรแล้ว แต่ไหนๆ มานั่งอยู่ตรงนี้แล้วลองสรุปรวมสักนิดหนึ่งว่าคนที่มีครอบครัวที่อบอุ่นในวันนั้น จนกลายมาเป็น ซามูไรพ่อลูกอ่อน มันเกิดอะไรขึ้นบ้างระหว่างทาง
ส่วนเรื่องราวชีวิตครอบครัวที่มีออกมาตามข่าว คือปัญหาทุกปัญหาที่มันเกิดมันเป็นปัญหาที่ไม่เหมือนครอบครัวอื่น มันไม่ใช่ปัญหาเรื่องคนที่สาม แต่มันเป็นปัญหาที่ไม่ค่อยถูกต้อง แล้วมันเป็นปัญหาที่หนักแล้ว มันไม่ได้รับการแก้ไขแล้วมันก็เป็นปัญหาเรื่อยๆ ตามมา
...
ซึ่งผมก็พยายามที่จะประคับประคองให้มันดีที่สุดแล้ว พยายามจะแก้ไขปัญหาทุกๆ ครั้งอย่างดีที่สุด ซึ่งผลลัพธ์ที่ต้องเป็นแบบนี้เพราะมีวีจิ เป็นตัวตั้ง อะไรก็ตามที่มันต้องเกิดอันตรายต่อวีจิหรือมีผลกระทบต่อลูกนั่นคือสิ่งที่มันไม่ได้แล้วครับ
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นผมได้ทำหน้าที่ผมอย่างเต็มกำลังแล้ว ผมคิดว่าพอมาถึงวันนี้สิ่งต่างๆ ที่มันเกิดขึ้นอาจจะถูกเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีก็ได้แล้วเราก็เลยจะขออนุญาตไม่ไล่ไทม์ไลน์นะครับ
สิ่งที่ทำให้ต้องตัดสินใจแบบนี้ตั้งแต่ครั้งแรก ตั้งแต่พบความผิดปกติ เพราะปัญหาที่มันเกิดขึ้นมันเป็นปัญหาที่ไม่ถูกต้อง ในเมื่อปัญหาที่ไม่ถูกต้องมันเกิดขึ้น มันหมดความไว้ใจ
และในปัญหาที่เราพยายามประคับประคองแต่มันก็ยังมาเป็นระลอกๆ สิ่งที่ผมเรียนคือว่าถ้ามนุษย์เราอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัว ครอบครัวมันควรจะมีความสุข บ้านไม่ควรร้อน ควรเป็นที่ที่อบอุ่นหรือเย็นๆ เวลาที่เราเหนื่อยจากที่อื่นมาเวลาที่เราเข้าบ้านเราต้องรู้สึกสบาย
ถามว่ารู้ก่อนแต่งงานมั้ย ปัญหาที่ทำไม่ถูกต้องไม่รู้ แต่รู้ว่ามีปัญหาอะไร แล้วก็แก้ไขให้โดยตลอด เพราะเราไม่รู้ต้นเหตุของมัน เรารู้แค่ปลายเหตุ
รู้ว่ามีเรื่องเงินนิดๆ หน่อยๆ แต่ไม่รู้ว่าปัญหานี้มาจากสาเหตุที่แท้จริงคืออะไร การสนทนาที่อยู่ในบ้านมันก็จะเป็นเรื่องปัญหานี้ ไม่ใช่ว่าวันนี้จะพาลูกไปเที่ยวไหน วันนี้ป๋าเหนื่อยไหม มันก็จะถูกวนเวียนอยู่กับเรื่องนั้นซึ่งเราก็ไม่เข้าใจ
ณ วันที่รู้ว่ามีปัญหา เราก็พยายามช่วยแก้ปัญหา แต่เรื่องนี้มันมีผลกระทบกับผม ผมต้องการพลังงานบวกนะ ผมยอมรับว่าเป็นมนุษย์ปกติธรรมดา
ถ้าผมไม่เติมพลังให้กับตัวเอง ผมก็ไม่สามารถที่จะไปเติมพลังให้กับคนอื่นได้ เราก็อ่อนแอเป็นเหมือนกัน แต่พอเราอ่อนแอเราก็จะหาทางทำยังไงก็ได้ให้ตัวเองกลับมาเข้มแข็งให้เร็วที่สุด
ถาม เราจะพูดเสมอว่าเวลาเริ่มชีวิตคู่ เรื่องเงินจริงๆ แล้วมันมีความละเอียดอ่อน คู่ของหนุ่มเองมีการพูดคุยเรื่องนี้มาก่อนการแต่งงานไหม
หนุ่ม ศรราม : ของหนุ่มคือ ได้ช่วยแก้ไขปัญหาเลยครับ ในทุกๆ ครั้งที่เกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนแต่งงาน อย่างที่เราบอกคือเราพยายามแก้ไข บอกให้ปรับปรุง ประคับประคองทุกสิ่งทุกอย่าง ณ วันนั้นนะครับ แต่พอเรามาคิดถึง วีจิ มันไม่โอเคสำหรับลูกแล้ว
ส่วนเรื่องที่ไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊ก ที่คนบอกว่าตอบไม่ตรงคำถาม เพราะเราจับต้นชนปลายไม่ถูก เพราะฉะนั้นก็ไม่รู้ว่าจะไปบอกที่มาที่ไปยังไงที่ต้นเหตุคืออะไร ก็อึดอัดบางส่วน แต่อย่างที่บอกเงินทองมันเป็นของนอกกาย เสียเงินเสียทองเท่าไรไม่เป็นไร แต่ถ้ามันเสียความรู้สึกไปแล้วมันเรียกกลับมายาก
ครั้งแรกที่มีปัญหารู้สึกเลยว่าไม่เอาแล้ว แต่ก็ยังคงใช้ความพยายามอยู่ด้วยกันเป็นปี เพราะไม่อยากให้วีจิขาดคนใดคนหนึ่งไป ซึ่งตอนนั้นที่เรายังไม่เลิกเพราะเราไม่ได้แคร์เรื่องเราคือศรราม แต่แคร์ลูกมากกว่า
ณ วันนั้นเรารอให้มีการแก้ไขปรับปรุงด้วยเพราะได้มีการพูดจากันแล้ว ซึ่งพอผ่านมาระยะเวลาหนึ่งมันไม่ได้ถูกแก้ไขปรับปรุง แล้วเราก็ประคับประคองอย่างดีที่สุดแล้ว ผมเสียความรู้สึก ความรู้สึกที่บอกคือความไว้วางใจ
...
หย่าแล้วแต่ทำไมยังตัดสินใจใช้หนี้ให้เพราะยังรอการแก้ไขและปรับปรุงเพราะยังรัก ก็ให้โอกาส ตอนนั้นมันยังเป็นเหมือนเดิม ณ วันนั้นนะ เรารู้กันแค่ในครอบครัวเรา
ฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้เกิดเรื่องนี้ มันมีหลายเรื่องเลยที่เกิดขึ้น แล้วก็มาเป็นระลอกๆ เราพยายามแก้ปัญหาทุกรอบ จนไม่รู้ว่าฟางเส้นสุดท้ายมันอยู่ตรงไหน เพราะเข้ามาหลายทาง และหลายลักษณะ มีคนแปลกหน้ามาที่บ้านมาติดตามทวงถาม ซึ่งก็ไม่ได้มาแค่ครั้งเดียว มีเจ้าหนี้ที่เป็นเพื่อนของผมด้วย
ส่วนเรื่องทองผมไม่ทราบว่าหายไปหมดหรือไม่หมด เพราะทองไม่เคยอยู่กับผมเลยตั้งแต่วันแรกที่ได้รับมา เพราะผมไม่ได้เป็นคนเก็บ แต่ผมเรียนตรงนี้เลยว่าแม้แต่สลึงเดียวก็ไม่ควรหายไป รักลูกก็ต้องรักษาสมบัติที่เป็นของลูกไว้ด้วยครับ
ส่วนของที่มอสเพื่อนรักของผมทำมาให้เป็นล็อกเกต หลังจากที่ผมโพสต์ใบหย่าไปแล้วผมก็บอกขอความกรุณาใครที่ได้ทำธุรกรรมไม่ว่าเรื่องใดก็ตาม ให้ไปติดต่อกันเองเพราะว่าไม่ได้พักอาศัยอยู่ที่บ้านผมแล้ว แล้วผมกับลูกไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง
พี่ที่เป็นมอเตอร์ไซค์ที่คอยดูแลบ้านเราเขาก็เอาล็อกเกตมาคืนผม เขาก็บอกว่ามันเกือบจะต้องไปอยู่ที่ร้านทองแล้วนะครับ แต่เขาตัดสินใจเอาเงินส่วนตัวเขาให้แล้วเขาเก็บเอาไว้ให้เรา ซึ่งพี่มอสเจ้าของล็อกเกตเขาก็เข้ามาแซวเราว่ายังดีที่เหลือของเขาไว้หนึ่งอัน
...
ในตอนนั้นที่บอกว่าเสียความรู้สึกแต่ก็รักนะครับ รัก แล้วก็ ณ ตอนนั้นก็พยายามทำความเข้าใจแต่เราก็ไม่รู้ว่าอะไรคือต้นเหตุจริงๆ เราก็ทำได้แค่จัดการแก้ไขสถานการณ์ที่มันเกิดข้างหน้าให้มันผ่านไปให้ได้ให้มันดีที่สุดในแต่ละเคสๆ ไป
ถามว่าเสียใจไหม ร้องไห้ไหม ผู้ชายก็ร้องไห้เป็น ระยะแรกๆ ก็เป็นนะครับ มันเหมือนกับว่าเราก็เคยอยู่กันเป็นครอบครัวก็นอนที่พื้นกันสามคนพ่อแม่ลูก แต่มันก็ต้องเข้มแข็ง เพราะถ้าเราไม่แข็งแรงเพียงพอเราก็ไม่สามารถพาลูกและตัวเราออกจากจุดตรงนั้นได้
และคิดถึงวีจิก็ไม่ร้องแล้วครับ มันไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ถูกคือ ร้องแล้วทุกอย่างมันดีขึ้นผมจะร้อง แต่ถามว่ารู้สึกซึมๆ ดาวน์ๆ ไหมมีนะครับ แต่พอเราหันไปเจอวีจิคือก็หายครับ และผมเชื่อมั่นในความเป็นพ่อ ลูกจะไม่ขาดแน่นอน เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมคิด ผมไม่ได้คิดถึงตัวเองแต่ผมคิดถึงวีจิคนเดียว
ส่วนเรื่องที่แม่ลูกต้องเจอกัน ตอนแรกก็เจอตามปกติ นัดเจอกันที่ร้านอาหารทานข้าวกันทั้งครอบครัว อีกครั้งติ๊กไปติดต่อมูลนิธินึง ปรากฏว่ามันไม่โอเค แต่เป็นความต้องการของคนที่เป็นแม่ เลยหาที่ใหม่ ซึ่งก็นัดเจอกันสองครั้งแล้ว
และผมไม่เคยห้ามไม่ให้แม่ลูกเจอกันเลย ข่าวที่ออกมาว่าถ้าใช้หนี้ฝั่งผมไม่หมดแล้วจะไม่ให้เจอลูก ไม่เกี่ยวเลยคือ คุณติ๊กใช้หนี้หมดหรือไม่หมด ผมก็ให้เจอลูกอยู่แล้ว
หรือคุณติ๊กใช้หนี้หมดหรือไม่หมดก็ไม่ใช่เรื่องของผมแล้ว แต่เพียงแต่ว่าเรื่องลูกคุณติ๊กเป็นคนเสนอมาแล้วผมก็เห็นว่ามันเหมาะสมแล้ว ผมก็ทำตาม และไปเจอสองครั้งแล้ว ผมกำหนดว่าระยะแรกขอเป็นเดือนละสองครั้งก่อนเพราะว่าผมงานเยอะจริงๆ ตอนนี้
ส่วนคนที่ถามว่ามาเจอที่บ้านไม่ได้เหรอ เพราะที่บ้านเราแจ้งไปแล้ว ลงบันทึกประจำวันไปแล้วว่าเขาไม่ได้อยู่บ้านหลังนี้ เพราะฉะนั้นถ้าจะเจอต้องเจอกันที่กลางเพื่อความปลอดภัยของวีจิ
...
ถามว่าจะมีคนใหม่เข้ามามั้ย ยังไม่ได้คิดเลยครับ เราไม่รู้ว่าในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น แต่ตอนนี้วีจิมาอันดับหนึ่งอยู่แล้วครับ ไม่ได้คิดเรื่องอื่นเลยครับ เพราะเดี๋ยวสองขวบครึ่งก็ต้องเข้าโรงเรียนแล้ว