- สายป่าน อภิญญา ขอบคุณวงการบันเทิงที่ให้ความสตรองกับชีวิต
- โนสน โนแคร์ มองความรักเป็นเรื่องของคนสองคน
- ขอเป็นตัวของตัวเองดีกว่าเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อให้คนมาชอบ
เป็นอีกหนึ่งนักแสดงที่มากด้วยฝีมือ สำหรับ สายป่าน อภิญญา สกุลสุขเจริญ ที่เธอคนนี้เข้าสู่วงการบันเทิงมาตั้งแต่อายุยังน้อยเลยทำให้สายป่านได้สะสมฝีมือทางการแสดงเรื่อยมา 17 ปีจากการทำงานในวงการบันเทิง มันทำให้ชื่อของสายป่านกลายเป็นชื่อนักแสดงมากความสามารถอันดับต้นๆ ของวงการบันเทิงที่ใครๆ ก็อยากจะได้ตัวไปร่วมงาน มอบบทบาทดีๆ ให้สายป่านได้ถ่ายทอดอารมณ์ของตัวละครตัวนั้นให้แฟนๆ ได้ดูกัน
นักแสดงฝีมือเฉียบ
วันนี้เราได้มีโอกาสมานั่งพูดคุยกับนักแสดงสาวคนเก่ง สายป่าย อภิญญา เกี่ยวกับชีวิต การทำงานของสายป่านในปัจจุบันนี้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง งานนี้สายป่านเปิดใจคุยกับเราด้วยท่าทีที่สบายๆ และเป็นกันเองตอบคำถามเกี่ยวกับงานละครของเธอที่มักจะได้เล่นแต่บทแรงๆ ใช้อารมณ์หนักๆ ว่า
"ป่านไม่เคยเบื่อการเล่นบทที่ต้องใช้อารมณ์เยอะๆ หนักๆ เลย มันเป็นงานที่ป่านชอบอยู่แล้ว ละครบทที่มันท้าทาย และก็เปลี่ยนไปมันมีอะไรให้ป่านได้เล่นเยอะ และป่านรู้สึกว่าชอบมัน ป่านชอบที่จะทำอะไรใหม่ๆ ชอบที่จะทำอะไรท้าทาย ถ้าทำแต่แบบเดิมๆ เล่นบทเดิมๆ ป่านจะเบื่อ แต่ถ้าในความเหมือนเดิมแต่มีความต่างอยู่ ป่านก็จะพยายามใส่ดีเทลต่างๆ ที่มันค่อนข้างต่างจากตัวละครเก่าๆ ที่ป่านเคยเล่นมาเสมอ"
เพราะเล่นแต่บทหนักๆ แรงๆ ใช้อารมณ์ ใช้ฝีมือทางการแสดงแบบนี้ ทุกคนจะต้องคาดหวังว่าถ้าสายป่านมาเล่น มันจะต้องสนุก แซ่บ และโหดมากๆ รู้สึกกดดันตัวเองจากสิ่งที่คนดูโยนมาให้หรือไม่ งานนี้สายป่านตอบเราด้วยท่าทีชิลๆ ว่า
...
“ไม่นะ ป่านไม่กดดันเลย เพราะว่าป่านทำงานทุกงานเต็มที่อยู่แล้วตั้งแต่แรก แล้วก็ทำการบ้านมาเป็นอย่างดี ป่านแชร์กับผู้กำกับเยอะเหมือนกันว่าจะเล่นแบบไหน ต้องการอะไร ดังนั้นเราเหมือนเจอผู้กำกับที่รู้ใจกัน ทำงานด้วยกันมาเยอะแล้ว มันก็จะค่อนข้างชิน เราก็จะรู้สึกว่าเราจะต้องทำให้ดีที่สุดตามบทของเราก็เท่านั้นเอง”
เราถามต่อว่า ถ้าให้เลือกระหว่าง บทใสๆ และร้าย แรง แซ่บ ชอบเล่นบทบาทไหนมากกว่ากัน งานนี้สายป่านตอบเราแบบทันทีว่า ตัวเองนั้นก็มีเล่นบทใสๆ คอเมดี้บ้าง ไม่ได้หวือหวาอะไร และเท่าที่รู้สึกได้ คนดูจะชอบให้เธอนั้นเล่นบทร้ายๆ ที่ต้องใช้ฝีมือมากกว่า แต่ถึงจะเล่นร้าย เล่นแรง เล่นโหดแค่ไหน แต่เธอนั้นก็ไม่เคยติดอยู่กับตัวละครนั้นจนแยกออกจากบทไม่ได้ ถ้าแยกไม่ได้ว่าอันไหนคือชีวิตจริง อันไหนคือละคร เธอคงจะต้องตายอย่างแน่นอน ก่อนจะหัวเราะเสียงดัง
เป็นนักแสดงที่ไร้อีโก้
เพราะทำงานในวงการมา 17 ปีแล้ว และการแสดงมันได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว แต่งานนี้สายป่านกลับไม่ได้ให้ค่าของคำว่า "สายป่าน อภิญญา" เยอะเท่ากับที่คนอื่นคาดหวัง เพราะเหตุนี้ จึงทำให้เธอนั้นทำงานทุกงานอย่างเต็มที่ และอีกหนึ่งเหตุผลก็คือ ตัวสายป่านนั้นเป็นคนสนุกกับการทำงาน ทำให้เต็มที่
ไม่มานั่งกดดันตัวเองว่า ฉันคือสายป่าน อภิญญา งานของฉันมันต้องออกมาดี ไม่ยึดติดอยู่กับชื่อเสียง เพราะสายป่านบอกว่า เมื่อเรากลับบ้าน เราก็จะเป็นป่านคนเดิม ส่วนคำว่า "สายป่าน อภิญญา" มันก็เริ่มต้นอีกครั้งเมื่อตอนที่เราเปิดประตูบ้านและเดินออกไป ก่อนจะบอกว่า ทุกวันนี้เธอนั้นมีความสุขกับการทำงานนั่นเป็นเพราะว่าเธอนั้นไม่มีอีโก้ พูดจบสายป่านก็ส่งยิ้มให้กับเรา
เราเสิร์ฟคำถามต่อไปให้สายป่านต่อว่า แม้จะเป็นคนทำงานเก่ง หลายๆ คนอยากดึงตัวไปร่วมงาน แต่กลับเป็นคนที่ไม่ได้มีผลงานเยอะมาก มีละครปีละหลายเรื่องนั้นเป็นเพราะอะไร งานนี้เจ้าตัวตอบเสียงดังฟังชัด พร้อมกับหัวเราะเสียงดังไปพร้อมๆ กันว่า
“ก็เพราะว่ามันเหนื่อยค่ะ (หัวเราะ) เพราะงานป่านหนัก และป่านทำหลายเรื่องไม่ได้ งานไม่มีคุณภาพแน่นอน ถ้าป่านทำเยอะๆ ป่านไม่มีเวลาโฟกัสแน่นอน กับงานที่ป่านทำอยู่ มันเป็นปกติเลยค่ะ ไม่มีใครทำงานหลายๆ งานได้ในเวลาเดียวกัน ถ้าเกิดทำได้แต่งานก็จะออกมาไม่ดีนะ
และป่านก็ไม่เคยรับงานทีละหลายๆ เรื่องพร้อมกันด้วยค่ะ เพราะป่านเลือกบท บทที่ป่านเลือกมันจะต้องผ่านขั้นตอนมาเยอะมาก คือผู้จัดการอ่านให้ และป่านอ่านเอง จากนั้นก็เป็นคุณพ่อคุณแม่ที่อ่านด้วย คุณพ่อจะดูอีกทีหนึ่งว่าบทน่าสนใจหรือไม่น่าสนใจ
และเมื่อเลือกบทนี้แล้ว ป่านก็จะทำงานให้เต็มที่ ก็เลยจะเห็นว่างานป่านน้อย แต่ป่านพยายามทำให้งานทุกงานของป่านให้มันมีคุณภาพมากกว่า เพราะที่ไม่ทำหลายเรื่องไม่ใช่เหตุผลอะไรเลยค่ะ เพราะทำไม่ไหว ป่านทำทีละเรื่องและโฟกัสได้ จะแฮปปี้กว่าทำ 3-4 เรื่อง แต่งานเละเทะ ไปทำงานแบบตายซากงี้ เราไม่โอเค”
ทำงานให้จบเป็นเรื่องๆ ไป แล้วก็หาแรงบันดาลใจให้กับตัวเองเพื่อที่จะได้มีความสุขในการออกไปทำงานทุกๆ วัน ใช่หรือไม่ ซึ่งเจ้าตัวก็ตอบคำถามนี้กับเราด้วยรอยยิ้มว่า
...
"ใช่ค่ะ และป่านทำทุกวันไม่ไหว ป่านทำแล้วต้องพัก เพราะว่าป่านเป็นคนสุดโต่ง เวลาทำอะไรป่านใช้พลังหมด และถ้าเกิดไม่ได้พักเลย ไม่ได้นอนเลย ไม่ได้กินของที่ชอบ ไม่มีเวลาไปธนาคาร หรือไม่มีเวลาซักผ้า ไม่มีเวลาทำงานบ้าน หรือไม่มีเวลาได้ทำอะไรที่ตัวเองชอบ ป่านก็จะไม่มีพลัง ก็เลยต้องหาอะไรที่ทำให้ตัวเองฟื้นตัวจากการทำงานนิดนึง”
อย่าเปลี่ยนตัวเองเพื่อให้คนอื่นชอบ
แม้จะดูเป็นคนใช้ชีวิตง่ายๆ ไม่ได้ชอบมีปัญหาหรือสร้างเรื่องให้ตัวเองมีพื้นที่ข่าว แต่ชีวิตของ สายป่าน อภิญญา กลับมีเรื่องดราม่าวิ่งเข้าหาอยู่เสมอๆ ทั้งเรื่องภาพหลุดของลับ ดราม่าความรัก ช่วงชีวิตที่ต้องเจอเรื่องดราม่าแบบนี้ สายป่านมีวิธีรับมือและจัดการกับมันอย่างไรบ้าง ซึ่งสายป่านตอบเราด้วยเสียงที่ฟังชัดแต่สบายๆ ว่า
“สติค่ะ สติคือลอยตัวให้อยู่เหนือปัญหา ทุกปัญหาเราจะไม่ลงไปยุ่งกับปัญหาดราม่า ใครจะเถียง เดือดร้อนแทนเรา เราก็ปล่อยเขา ได้แต่นั่งขอบคุณไป ใครจะมาด่าเรา วิพากษ์วิจารณ์เราก็เป็นปัญหาของเขา ถ้าเราไม่รับไม่เอามาใส่ใจ
...
คือถ้าเราจะไปนั่งโฟกัสว่าสิ่งที่เขาพูดสิ่งที่มันเป็นความคิดของคนอื่น เราก็คิดว่าเราทำดีพอรึยัง ดีกว่านี้เพื่อให้คนอื่นพอใจ เราเหนื่อยไปนะ ถ้าจะทำให้ดีกว่านี้เพื่อให้คนอื่นพอใจ เราก็ไม่ต้องทำ เราทำดีแบบที่เราไม่เหนื่อย และเราพอใจในตัวเอง
ไม่ต้องไปคิดว่าคนอื่นจะชอบเรา หรือไม่ชอบเรา ถ้าเราชอบตัวเองในทุกวันนี้ก็คือพอแล้ว ป่านเลยไม่ได้มานั่งคิดว่า คนนี้จะชอบฉันที่เป็นแบบนั้นแบบนี้ ฉันจะต้องไปเปลี่ยนแปลงตัวเอง
การที่เราเปลี่ยนแปลงตัวเอง มันไม่ได้ทำให้ทุกคนพอใจ ไม่มีใครพอใจทุกสิ่งทุกอย่าง และเราก็ทำให้เขาพอใจทั้งหมดไม่ได้ ดังนั้นคนที่เราจะแคร์ที่สุดก็คือตัวเราเอง เราต้องถามตัวเองว่าเรามีความสุขพอรึยัง ทำอะไรที่มันพอดีอย่าเยอะเกินไป (ยิ้ม) ป่านไม่เคยอยู่ในจุดที่แคร์คนรอบข้างค่ะ ไม่เคย (ยิ้ม)”
ความรักที่คนเคยดูถูก
คุยเรื่องงานมาพอหอมปากหอมคอแล้ว เรามาต่อที่เรื่องหัวใจของสายป่านและสามีสุดหล่อ วุฒิ นันทวุฒิ บุญรับทรัพย์ ใครที่เคยติดตามข่าวความรักของทั้งคู่ น่าจะเคยผ่านหูมาบ้าง ว่ารักครั้งนี้ของสายป่านนั้นคงจะไปไม่รอด หลายคนดูถูกความรักของคนทั้งคู่ว่าไม่น่าจะไปกันรอด แต่สายป่านและวุฒิ ก็ได้ทำให้ทุกคนได้เห็นแล้วว่า ความรักที่หลายคนดูถูกมันคือรักแท้ของทั้งคู่ สายป่านตอบเรื่องนี้กับเราว่า
...
“ตอนที่หลายคนดูถูกและวิจารณ์ความรักของเรา บอกตรงๆ ป่านไม่ได้รู้สึกอะไรเลย เพราะว่าความรักมันเป็นเรื่องของคนสองคน ป่านไม่ได้เอาคำพูดของคนอื่นมาตัดสินความรักของป่านอยู่แล้ว
ดังนั้นป่านซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเอง ถ้าป่านรู้สึกว่าความรู้สึกมันบอกว่าคนนี้ใช่ ป่านก็แค่ทำให้เขาเป็นคนที่ดีที่สุด เราไม่ได้มองหาคนที่ดีกว่า ถ้าเขาใช่นะคะ เราจะไม่มาแบบว่า เห้ย! นั่นไม่ใช่ และเสียงเรามันไม่ชัดในหัวของเราเอง
และเรื่องของความรักมันไม่ควรที่จะไปฟังคนอื่น มันควรที่จะฟังเสียงของตัวเองมากกว่าว่าเรารู้สึกยังไง ป่านก็เลยไม่ได้มานั่งสนใจว่าจะมีคนพูดยังไง เพราะป่านรู้ไงว่าความรักคือของป่าน ไม่ใช่ของคนอื่น
ถามว่าตอนนั้นวุฒิเขารู้สึกอย่างไร บอกเลยว่าวุฒิเหมือนป่านเลยค่ะ เราเป็นคนประเภทเดียวกัน คือความรักของฉันคือของฉัน มันไม่ใช่ของคนอื่น ไม่ได้น้อยใจกับสิ่งที่หลายคนพูดหรือคิด เพราะว่าป่านไม่รู้สึกว่ามันเป็นสาระสำคัญในชีวิต เราจะแข็งแรง หรือไม่แข็งแรงไม่ได้ขึ้นอยู่กับคำวิพากษ์วิจารณ์ของคนอื่น เราจะแข็งแรงด้วยความคิดของเรามากกว่า (ยิ้ม)”
นาทีนี้เราอยากจะลุกขึ้นปรบมือและมอบมงกุฎและสายสะพายให้กับสายป่าน เพราะรู้สึกถูกใจในการตอบคำถามเรื่องความรัก แม้จะเป็นคนในวงการบันเทิง ถูกหลายคนจับตามองเรื่องความรัก แต่สายป่านกลับไม่เคยคิดจะเอาคำคนมาเป็นตัวกำหนดชีวิตของเธอเลย
จากนั้นเราถามต่อเรื่องความหวานหลังแต่งงาน เพราะดูเหมือนว่า หลังแต่งงาน ทั้งสายป่านและวุฒิก็ดูจะหวานชื่นกันมากขึ้นกว่าก่อนแต่งงานเสียอีก งานนี้เจ้าตัวตอบเราและยิ้มไปกับคำตอบที่ให้กับเราว่า
“อย่างที่บอกเราชอบทำอะไรเหมือนๆ กัน เราไม่ได้เป็นแบบ ฉันชอบอีกอย่าง เธอชอบอีกอย่าง ไลฟ์สไตล์เราไม่ได้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดังนั้นมันเป็นเรื่องของการใส่ใจ เรื่องของการทะนุถนอมมากกว่า บางคนเคยชินว่าพอแต่งงานแล้วก็เป็นของตาย ไม่ได้ใส่ใจความหวาน ไม่ได้ใส่ใจรายละเอียดกัน
แต่ของป่านมันไม่ได้เป็นแบบนั้น ป่านใส่ใจในดีเทล ป่านยังคุยกันทุกวัน มีความสุขกับเรื่องง่ายๆ ของเราเหมือนเดิม มีความสุขกับสิ่งที่เขาเป็น มีความสุขกับสิ่งที่เราเป็น มันก็เลยไม่จำเป็นต้องเติมหวานอะไรขนาดนั้น”
เห็นหวานๆ อย่างนี้ เราเลยถามต่อว่าสายป่านมีแพลนเรื่องมีทายาทในเร็วๆ นี้หรือไม่ ซึ่งงานนี้เจ้าตัวบอกกับเราว่า มีการวางแผนว่าจะมีลูก วางแผนไว้ว่าเร็วๆ นี้เพราะมีไปปรึกษาหมอแล้ว แข็งแรงทั้งคู่ ซึ่งคุณหมอแนะนำให้มานับวันไข่ตก เราอยากมีลูกกันเป็นเรื่องปกติ เพราะเรารักกัน พร้อมกับบอกว่า แพลนที่วางไว้คืออยากจะมีลูกสัก 2 คนกำลังดี
วงการบันเทิงมอบความสตรองให้ชีวิต
เพราะสายป่านโลดแล่นอยู่ในวงการมานานถึง 17 ปีแล้ว วงการบันเทิงนี้ ได้ให้อะไรกับเธอคนนี้บ้าง งานนี้สายป่านตอบตรงๆ แบบไม่มีแอ๊บตามสไตล์ของตัวเองว่า
“มันทำให้ป่านสตรองอยู่เหมือนกันนะคะ ป่านคิดแบบนี้ก็เพราะมันเป็นการบ่มเพาะของการทำงานตั้งแต่เด็ก ป่านถูกบ่มเพาะมาอยู่วงการตั้งแต่เด็ก ก็มองว่าที่ป่านเป็นคนแบบนี้ ก็เพราะว่าครอบครัวค่อนข้างอิสระให้ป่านเป็นแบบนี้ มีความรักจากครอบครัว
และอีกอย่างป่านได้ความสตรองจากวงการ พอมีความสตรอง มีความเข้มแข็งทั้งกายและใจไปบวกกับความรักดีๆ ที่ครอบครัวมีให้ มันก็เลยทำให้ป่านเป็นแบบนี้ ป่านก็เลยไม่ได้มานั่งจุกจิกอะไรเยอะแยะ ใช้ชีวิตให้มีความสุขตลอด”
เพราะเป็นคนดูดุๆ และดูแรงๆ ด้วยภาพลักษณ์จากละครที่กลายเป็นภาพจำให้หลายคนคิดว่า สายป่าน อภิญญา ต้องแรงและร้ายเหมือนบทบาทที่เธอได้รับและถ่ายทอดออกมา เราเลยถามว่า ในชีวิตจริงนั้นเคยเจอคนพูดไม่ดีต่อหน้าหรือแสดงกิริยาไม่โอเคบ้างหรือไม่ และจัดการกับสิ่งที่ต้องเจออย่างไร
งานนี้สายป่านเล่าให้เราฟังว่า "ป่านเคยเจอคนที่พูดจาไม่ดี หรือทำตัวไม่ดีใส่เหมือนกัน และป่านรับมือกับสิ่งที่ได้รับมาคือการคิดว่าคนนี้ไม่ดี ก็ไม่คุย คนที่พูดจาไม่ดีคือไม่ดีจากสมอง จิตใต้สำนึกเขาไม่ดี เขาเรียกว่านิสัย สันดานเขามันไม่ดี มันไม่ดีจากข้างใน
ดังนั้นก็คือปัญหาของเขาไม่ใช่ปัญหาของเรา การที่เราเจอคนไม่ดีไม่ใช่ว่าเขาจะเป็นปัญหาของเรานะ เขาเป็นปัญหากับตัวเขาเอง เพราะความไม่ดีของเขามันจะเด้งกลับไปที่เขาเอง
แต่เอาจริงๆ ป่านเจอคนแบบนี้น้อย เพราะคนกลัวป่านหมดเลย บางคนไม่ค่อยกล้ามองตาด้วยซ้ำ (ยิ้ม) ไม่ได้กลัวเพราะป่านหน้าดุหรอกนะ แต่ป่านคิดว่าเขากลัวป่านเพราะเขาเสพข่าวเยอะไปหน่อย (หัวเราะ)
จากนั้นเราก็เลยถามว่า แล้วตัวตนจริงๆ ของสายป่านเป็นอย่างไร เหมือนหรือต่างจากที่คนอื่นมองและคิดกับเรามั้ย งานนี้สายป่านตอบเราด้วยท่าทางสบายๆ อีกครั้งว่า
“ป่านเป็นคนชิลมาก ไม่ได้มีอะไรซับซ้อน เป็นคนแฟร์ และป่านก็เป็นคนที่อยู่กลางๆ พอดี เรื่องคนอื่นป่านก็ไม่ได้สนใจ ถามว่าเป็นคนซีเรียสมั้ย ก็ซีเรียสนะ แต่เอาจริงๆ ป่านเป็นคนที่โคตรจะเป็นคนเลย ป่านเป็นคนเรียลจริงๆ ไม่ได้แบบว่าใส่หน้ากากหรืออะไรขนาดนั้น ก็คือเป็นมนุษย์ทั่วไปคนหนึ่งนี่แหละค่ะ
ป่านอยากจะบอกทุกคนว่า สิ่งที่เห็น หรือได้ยินมา มันตัดสินคนเราไม่ได้เลยค่ะ นอกจากจะรู้จักกันจริงๆ ป่านรู้ว่าทัศนคติที่หลายคนมองป่านมันอาจจะเป็นเชิงบวก แต่ป่านเชื่อว่าถ้าคุณได้รู้จักกันจริงๆ มันอาจจะมีบางอย่างที่ทำให้เขารู้สึกว่าป่านไม่ใช่อย่างที่เขาคิด ด้วยภาพลักษณ์ ด้วยนิสัยมันอาจจะทำให้เขาคิดไปได้ ซึ่งมันก็ไม่ได้ผิด
แต่เราไม่ควรตัดสินคนอื่นก่อนที่เราจะรู้จักเขา ป่านว่าไม่ควรชี้ว่าคนนี้คือคนไม่ดี เพราะเห็นข่าวเขา มันไม่ถูกต้อง ยังไม่รู้จักกันจริงๆ เลย คุณรู้จักเขา เขาไม่รู้จักคุณด้วยซ้ำ เขาบอกเขารู้จักป่านแต่ป่านไม่รู้จักเขา มันก็ไม่แฟร์ที่เขาจะมาตัดสิน
ดังนั้นป่านแค่รู้สึกว่าเอาให้มันกลางๆ ไม่ต้องชอบป่านมาก ไม่ต้องชอบทุกอย่างที่ป่านเป็น เพราะป่านอาจจะมีมุมไม่ดีด้วยเหมือนกัน หรือว่าไม่ชอบเลย ไม่ชอบแม้กระทั่งวิธีการพูดจา แต่ว่าในมุมดีป่านก็มี เอาให้มันกลางๆ
ป่านไม่ได้ขอให้ใครมาชอบ ขอแค่ให้เขากลางๆ และก็ไม่ตัดสิน เวลามันจะเดินไปเรื่อยๆ วันหนึ่งถ้าเขาเกิดเป็นคนโคตรดีขึ้นมา คำพูดมันย้อนกลับเข้าปากเราไม่ได้เพราะเราพูดมันไปแล้ว”
ก่อนจากกันเราได้ให้สายป่านได้พูดถึงผลงานละครเรื่องล่าสุดของเธออย่างเรื่อง The Secret เกมรัก เกมลับ ที่กำลังออนแอร์อยู่ในตอนนี้ถึงบทบาทที่ท้าทายความสามารถของตัวเองว่า
“ด้วยภาพของละครอาจจะดูแซ่บ แต่จริงๆ แล้วเรื่องนี้ในเนื้อหามันมีเรื่องของความลับ เรื่องของความซ่อนเร้นบางอย่างอยู่มากกว่าภาพที่เห็น มันก็แบบไม่ได้ตั้งใจจะให้ออกมาดูฉูดฉาด หรือดูแบบเร่าร้อน
ในแต่ละตัวละครมันไม่ได้ร้าย เขาแค่เล่นเกมของเขาอยู่ มันคือการเอาชีวิตรอดจริงๆ ของตัวละครแต่ละตัว เพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ มันถึงชื่อเรื่องว่า The Secret เกมรัก เกมลับ เพราะว่ามันเป็นเกม เป็นเกมของแต่ละคนแล้วแต่ว่าแต่ละคนจะวางแผนการเล่นยังไง
ความสนุกของเรื่องนี้มันไปอยู่ที่การฟาดฟันกันของแต่ละตัวละครผู้หญิง มันไปอยู่ที่เรื่องของการวางแผนของแต่ละตัวมากกว่า เลิฟซีนในเรื่องคือเป็นสีสันเฉยๆ"
และนอกจากงานแสดง สายป่านและวุฒิก็ยังเปิดโรงเรียนสอนดำน้ำ ซึ่งเกิดจากความชอบของทั้งคู่ จึงได้ลงมือทำ มันกลายเป็นสีสันของชีวิตคู่อีกด้วย ใครสนใจก็เข้าไปติดตามได้ที่ไอจีของป่านได้เลยนะคะ
เรื่อง : จันทร์เจ้าขา
กราฟิก : Theerapong Chaiyatep
ช่างภาพ : ชุติมน เมืองสุวรรณ