- เปรี้ยว ทัศนียา นางเอกเจ้าน้ำตาเบอร์หนึ่งของช่อง 7
- ชีวิตนักแสดงไม่ได้น่าอิจฉาอย่างที่คิด
- อาชีพนักแสดงที่มาไกลเกินความฝัน
วันนี้เรามีนัดกับนางเอกเจ้าบทบาทของช่อง 7 สี เปรี้ยว ทัศนียา การสมนุช นักแสดงสาวที่เล่นละครเรื่องแรกแล้วแจ้งเกิดได้อย่างสวยงาม แถมละครเรื่องแม่ปูเปรี้ยวที่เธอเล่นนั้นยังมีเรตติ้งสูงถึง 19.7 อีกด้วย เพราะเหตุนี้จึงทำให้ชื่อของ เปรี้ยว ทัศนียา ติดโผเป็นนางเอกเบอร์ต้นของช่อง 7 ตั้งแต่นั้นมา
จากปี 2556 จนถึง 2563 เปรี้ยว ทัศนียา ได้พิสูจน์ฝีมือทางการแสดงของตัวเองได้เป็นอย่างดี และทำให้หลายคนได้รู้ว่าเธอไม่ได้มีดีแค่หน้าตา แต่เรื่องความสามารถและการเข้าถึงบทบาทของเปรี้ยวนั้นก็ทำได้ดีไม่เป็นสองรองใคร และเธอก็ยังคงที่จะพัฒนาตัวเองต่อไปโดยไม่คิดจะหยุดนิ่ง
นางเอกดราม่าเจ้าน้ำตา
เพราะเหตุนี้เราจึงเริ่มต้นคำถามแรกกับนางเอกสาวคนสวยว่ารู้สึกอย่างไรที่ทุกคนคาดหวังฝีมือการแสดงของเปรี้ยวว่ามันจะต้องเป็นเดอะเบสต์ ซึ่งเปรี้ยวยิ้มให้กับเราก่อนจะตอบคำถามนี้ว่า
“หนูรู้สึกว่าการที่พยายามปรับปรุงตัวเองมาโดยตลอดเวลา ในทุกๆ เรื่องที่เล่น หนูไม่คิดว่าหนูเป็นเดอะเบสต์ หรือว่าเก่ง แต่รู้สึกว่าต้องพยายามต่อไปเรื่อยๆ เพื่อให้ได้พัฒนา เพราะรู้สึกว่าการเรียนรู้ การพัฒนาตัวเองมันไม่มีจุดสิ้นสุด มันต้องพัฒนาตัวเองต่อไปเรื่อยๆ เพราะว่าโลกมันก็หมุนไปเรื่อยๆ
มันต้องมีอะไรมาใหม่ๆ ให้ได้เรียนรู้แน่นอน เพราะฉะนั้นแล้วไม่อยากให้ทุกคนคิดว่าต้องอยู่ประมาณนี้ หรือว่าต้องดีกว่านี้ แต่รู้สึกว่าจะพัฒนาไปเรื่อยๆ ถ้าเกิดว่าใครที่แนะนำมา หรืออะไรที่ทำไม่ดีก็จะน้อมรับและเอาไปปรับปรุงค่ะ”
แต่ตอนนี้นางเอกของช่อง 7 ก็เหลือไม่กี่คนที่เป็นรุ่นใหญ่ๆ เปรี้ยวเป็นหนึ่งในนั้นรู้สึกกดดันหรือไม่ ซึ่งนางเอกสาวตอบเราว่า
“หนูไม่ได้กำหนดว่าเราอยู่จุดไหนในช่อง หรือว่าเป็นเบอร์ไหน แค่รู้สึกว่าอยากตั้งใจทำงานของตัวเองให้ดีที่สุด และให้คนดูเป็นคนตัดสินเองว่าการแสดงของเราเป็นยังไงมากกว่าค่ะ เปรี้ยวไม่ชอบอะไรที่มันกดดัน (หัวเราะ) ทุกวันนี้เปรี้ยวทำงานด้วยความรัก”
และ เปรี้ยว ทัศนียา ก็เป็นอีกหนึ่งนักแสดงที่ไม่ได้รับบทแค่นางเอก เพราะเปรี้ยวก็รับเล่นบทร้ายเหมือนกัน ซึ่งเรื่องนี้ เปรี้ยวบอกกับเราว่า
“รู้สึกดีใจนะคะที่ได้รับบทอะไรที่แตกต่างออกไป เพราะรู้สึกว่าสมัยนี้นางเอกมันไม่จำเป็นต้องเล่นเป็นนางเอกตลอด เหมือนซีรีส์เกาหลี ที่ทุกคนจะเล่นเป็นตัวไหนก็ได้ แต่ว่าจะต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด และตัวละครทุกๆ ตัวมันมีความสำคัญ ละครมันจะดีมากๆ และละครเขาไม่ได้ดังแค่พระเอกนางเอกแต่ดังทุกคนในเรื่อง ทุกคนในเรื่องมีตัวตน หนูอยากให้ละครของบ้านเราเป็นแบบนั้นด้วยค่ะ
อย่างตอนที่หนูเล่นเรื่องคมพยาบาทที่ไม่ได้เป็นนางเอก แต่ว่าเป็นตัวเดินเรื่อง ก็เริ่มคิดแล้วว่าเราไม่จำเป็นต้องเป็นนางเอกอย่างเดียวก็ได้ มันก็มีความสำคัญมากๆ ในเรื่อง มันทำให้เราได้พัฒนาตัวเอง นอกเหนือจากที่จะเล่นแค่บทนางเอกเรียบร้อย อ่อนหวาน เรากลับได้เล่นอีกแบบนึง มันทำให้เราได้พัฒนาตัวเองจริงๆ มันทำให้เราได้ค้นหาศักยภาพอีกรูปแบบหนึ่งของเราออกมาได้”
จากนั้นเราถามเปรี้ยวว่า ทำงานเล่นละครมาหลายเรื่อง บทบาทที่ได้รับก็เจ้าบทบาททั้งนั้น เปรี้ยวเคยแอบหวังว่าสักวันจะต้องคว้ารางวัลนักแสดงนำหญิงมาครองให้ได้หรือไม่ งานนี้นางเอกสาวยิ้มให้เราและบอกว่า
“เปรี้ยวอยากได้รางวัลนักแสดงนำหญิง (ยิ้ม) แต่ก็ไม่อยากกดดันตัวเอง ตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด การจะได้รางวัลมันมีอะไรประกอบหลายอย่าง ไม่ใช่แค่แสดงดี แต่องค์รวมของละครก็มีส่วน ต้องเป็นละครที่เรตติ้งดี กระแสดี องค์ประกอบในการได้รางวัลมันเยอะ เพราะฉะนั้นแล้วเราทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดเป็นพอค่ะ”
ด้วยความที่วงการบันเทิงมันมีขึ้นแล้วก็ต้องมีลง ถ้าวันนึงเปรี้ยวจะไม่ได้เล่นเป็นนางเอกแล้ว จะต้องไปเล่นบทแม่ จะโอเคมั้ย รับได้เปล่า งานนี้เปรี้ยวคิดคำตอบอยู่แป๊บนึง ก่อนจะบอกกับเราว่า
“หนูยังตอบไม่ได้จริงๆ แต่เคยคิดนะว่าถ้าฉันจะสวยไปเรื่อยๆ (หัวเราะ) ฉันจะเป็นนางเอกไปเรื่อยๆ คือเราต้องดูแลตัวเองให้ผิวพรรณดี หน้าเด็กไว้ตลอดเวลา (ยิ้ม)” เป็นคำตอบที่ทำให้เราขำไปด้วยเลย แต่มันก็ถูกของเปรี้ยว ถ้าเรายังดูสวย ยังดูเด็ก จะให้ไปรับบทแม่ ก็คงไม่ใช่
ตัวตนที่แท้จริงของเปรี้ยว
แต่เมื่อเอ่ยชื่อของ เปรี้ยว ทัศนียา หลายคนจะติดภาพความเป็นนางเอกดราม่า เจ้าน้ำตา แต่ตัวตนจริงๆ ของเปรี้ยวเป็นแบบไหน เป็นคำถามที่ง่ายและไม่ต้องคิดอะไรมาก ซึ่งนางเอกบอกกับเราว่า
“เปรี้ยวเป็นคนไม่ดราม่านะ (หัวเราะ) เป็นคนที่คอยให้คำปรึกษาเพื่อน ส่วนมากจะมีเพื่อนดราม่าเยอะ ถึงจะเป็นคนหน้านิ่งแต่ว่าขำง่าย เป็นคนหน้าเหมือนจะอารมณ์ไม่ดีตลอดเวลา แต่เป็นคนอารมณ์ดีค่ะ
ซึ่งอยู่วงการมา 7-8 ปีแล้ว หนูพยายามที่จะไม่หน้านิ่งนะ (หัวเราะ) พยายามมาก ซึ่งเมื่อก่อนจะไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมต้องยิ้มตลอดเวลา แต่พอได้สั่งสมประสบการณ์มา ก็รู้ว่าคนที่เขาเจอเรา สิ่งแรกที่เขาอยากเห็นจากเราคือความสดใส เพราะฉะนั้นแล้วตอนนี้หนูพยายามที่สุดคือเวลาสบตาใครแล้วยิ้มด้วย” ซึ่งสาวเปรี้ยวก็สาธิตการส่งยิ้มให้กับแฟนๆ ของเธอให้เราได้ดู บอกเลยว่ายิ้มนี้ทำโลกสดใสสุดๆ
จากนั้นเปรี้ยวก็เล่าเทคนิคการที่จะทำให้เธอดูยิ้มตลอดเวลาให้เราฟังว่า จะใช้การแต่งหน้าช่วย ถ้าอยากให้ดูหวานๆ เป็นสาวเกาหลีก็จะแต่งลากตายาวๆ ต่ำๆ หน่อย เวลายิ้มแล้วตาจะเป็นสระอิ
แต่ถึงแม้จะพยายามปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตัวเองเรื่องการยิ้ม แต่ก็ยังมีคนมองว่า เปรี้ยวนั้นหน้าตาไม่รับแขก ซึ่งเรื่องนี้ทำให้นางเอกสาวรู้สึกเสียใจ เพราะตนไม่ใช่คนแบบนั้น ตัวตนจริงๆ เป็นคนหัวเราะง่าย เพื่อนเล่นมุกอะไรก็พร้อมหัวเราะตลอดเวลา
สถานะหัวใจที่ไม่อยากเปิดเผย
แม้จะเป็นนางเอกสาวสวย แต่เราจะไม่ค่อยเห็น เปรี้ยว ทัศนียา มีข่าวคราวเรื่องความรักเท่าไหร่ ขอถามตรงๆ ว่า ผู้จัดการไม่ยอมให้เปิดเผย ครอบครัวไม่อยากให้มีแฟน หรือถือเคล็ดไม่พูดเรื่องความรัก คำถามนี้เปรี้ยวรีบตอบให้เราหายสงสัยทันทีว่า
“จริงๆ แล้วเป็นคนที่ไม่ค่อยออกมาพูดอยู่แล้วว่าคุยกับใครอยู่ แต่ว่าถามว่ามีคนเข้ามามั้ย มีคนเข้ามาตลอดเวลานั่นแหละค่ะ (ยิ้ม) หนูค่อนข้างที่จะรู้สึกว่า เราเป็นคนของประชาชน ก็ไม่ค่อยมีเวลาส่วนตัว เพราะฉะนั้นแล้วเรื่องบางเรื่องจะไม่ค่อยอยากประกาศให้ทุกคนได้รู้ว่าคบใครอยู่ตอนนี้ ให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ คนรู้ก็รู้ ไม่รู้ก็ไม่เป็นไร แต่ไม่ได้ถือเคล็ดเรื่องความรักนะคะ เรื่องความรักหนูว่ามันขึ้นอยู่กับคนสองคน มันไม่ต้องถือเคล็ดก็ได้”
คุยกันมาถึงตรงนี้ เราก็เลยถามว่า สเปกของเปรี้ยวนั้น ชอบผู้ชายแบบไหน เผื่อมีหนุ่มๆ สนใจอยากจะส่งใบสมัครขอเป็นแฟน ซึ่งเปรี้ยวก็ร่ายคุณสมบัติของหนุ่มๆ ที่เข้าเกณฑ์ที่จะรับพิจารณาให้เราฟังว่า เธอนั้นไม่จำกัดเลยว่าจะต้องเป็นหนุ่มในหรือหนุ่มนอกวงการ และเปรี้ยวชอบคนน่ารัก ตลก ชอบคนเอนเตอร์เทน เพราะเปรี้ยวอยากหัวเราะ ชอบหัวเราะ
สวยเซ็กซี่จนเป็นเรื่อง
เพราะความเป็นนางเอก เป็นคนดัง เลยทำให้ชีวิตของ เปรี้ยว ทัศนียา มีความไม่ปลอดภัยอยู่ไม่น้อย เพราะเธอนั้นต้องรับมือกับเหล่าโรคจิตที่คุกคามคอยส่งภาพของลับและข้อความหยาบคายมาให้อยู่เป็นระยะ ช่วงแรกๆ ที่เจออาจจะรับมือไม่ค่อยเก่ง แต่ถ้าเป็นตอนนี้ สาวเปรี้ยวบอกกับเราแค่ว่า บล็อกไปให้หมด ส่งรูป ส่งข้อความมา ก็บล็อกให้สิ้นซาก พวกขอซื้อเสื้อผ้าใส่แล้วก็เคยเจอ ซึ่งเธอก็บล็อกไม่คิดจะส่งข้อความไปตอบโต้อะไรให้เสียเวลา พร้อมกับบอกตัวเองว่า ทำไมชีวิตฉันต้องมาเจออะไรแบบนี้ ก่อนจะหัวเราะให้กับเรื่องที่ตัวเองต้องพบเจอมา
จากนั้นเราแซวนางเอกสาวต่อว่า ช่วงนี้ดูปรับลุคเป็นสาวเปรี้ยวขึ้น เปรี้ยวสมชื่อ ซึ่งเจ้าตัวก็ตอบกับเราแบบเขินๆ ว่า “อาจจะมีบ้างค่ะ เพราะว่ามันเป็นช่วงซัมเมอร์ ไปเที่ยวทะเลบ้าง อยู่ทะเลเราก็ต้องใส่ชุดว่ายน้ำ แต่ว่าก็มีขอบเขต เหมือนผู้จัดการดุ (หัวเราะ) ก่อนลงต้องส่งให้ผู้จัดการดูก่อน แต่แม่เปรี้ยวกลับถามว่าทำไมไม่ลงให้มันเห็นกว่านี้ (หัวเราะ) ก็บอกแม่ว่า แม่อีกคนนึงไม่ให้ (หัวเราะ)”
แต่ถึงจะเปรี้ยวขึ้น แต่งานนี้สาวเปรี้ยวบอกกับเราว่า โอกาสที่จะเห็นเธอใส่ชุดว่ายน้ำ บิกินี หรือแนวเซ็กซี่ขึ้นปกนิตยสารคงจะไม่ได้เห็นกัน เพราะตัวเองนั้นเป็นคนขี้เขิน ไม่กล้าโพสท่าต่อหน้าคนอื่น หรือที่ที่มีคนเยอะๆ ถ้าจะถ่ายแบบเต็มที่ก็ให้สายเดี่ยว เอวลอย แต่ไม่ใช่แค่บรา หรือบิกินี แบบนั้นหมดสิทธิ์ได้เห็นตามแผงหนังสือนะจ๊ะ
ชีวิตดาราไม่ได้น่าอิจฉา
แล้ววงการบันเทิงให้อะไรเปรี้ยวบ้าง นอกจากชื่อเสียง เงินทอง นางเอกสาวบอกกับเราว่า วงการบันเทิงให้ความอดทน ให้สมาธิ ให้การวางตัวและทำให้เธอนั้นได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง ทำให้มีความรู้ในด้านต่างๆ มากขึ้น ได้ดึงศักยภาพของตัวเองออกมามากขึ้น ซึ่งเธอเองก็ยังแอบอึ้งกับสิ่งที่ตัวเองทำได้ไม่น้อยเช่นกัน
จากนั้น เราถามเปรี้ยวต่อว่า ชีวิตของดารา นางเอกชื่อดัง ทำให้หลายๆ คนมักจะอิจฉาชีวิตนักแสดง ดูสบายได้เที่ยวหรู กินดี แต่งตัวสวย เปรี้ยวรู้สึกอย่างไรกับสิ่งที่หลายๆ คนชอบคิดและรู้สึกเช่นนี้ ซึ่งเปรี้ยวรีบตอบกับเราแบบไม่ต้องคิดนานเลยว่า
“อย่าอิจฉาเลยค่ะ มันเหนื่อยไม่แพ้การทำงานปกติเลย บางทีเหนื่อยกว่าด้วยซ้ำ เพราะต้องจำบท ต้องแสดงอารมณ์ เดี๋ยวร้องไห้ เดี๋ยววิ่ง เดี๋ยวตกใจ เดี๋ยวกรี๊ดเหมือนคนบ้า และมันก็ไม่ได้ถ่ายต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นแล้วมันไม่ได้สบาย มันต้องมีความอดทนสูงมาก
งานแสดงที่ใครหลายคนดูว่ามันสบาย แต่จริงๆ แล้วมันไม่ได้สบายเลย เราก็ทำงานแลกเงินเหมือนกัน เพื่อที่จะเอาเงินตรงนี้ไปใช้ในเวลาที่เราว่าง เราไปผ่อนคลายมีความสุข หลายๆ คนที่เป็นนักแสดงอาจจะเลือกไปเที่ยว ซึ่งหนูก็เลือกไปเที่ยวเหมือนกัน เป็นการเพิ่งพลัง ชาร์จแบตชีวิตให้เราเอง”
จากนั้น เปรี้ยว ทัศนียา ก็แอบสารภาพกับเราว่า เคยมีบางวันที่เธอนั้นไม่อยากจะไปทำงาน ทำงานเหนื่อย อยากหยุดพักบ้าง หรือบางทีก็ไม่อยากจะเล่นฉากนี้ อย่างฉากร้องไห้ ต้องร้องอีกแล้ว ซึ่งเปรี้ยวแอบกระซิบว่า ใครที่คิดว่าการร้องไห้ไม่เห็นจะยากบอกเลยว่า มันยากและเครียด
และเปรี้ยวบอกกับเราต่ออีกว่า บางวันก็อยากจะนอนอยู่บ้านเพราะเป็นคนชอบนอน พูดมาถึงตรงนี้ เราเองก็เป็นคนชอบนอน พูดแล้วก็อยากจะนอนไปต่อหน้าสาวเปรี้ยวเลยด้วยซ้ำแต่ก็ทำไม่ได้
อาชีพนักแสดงที่มาไกลเกินฝัน
จากปี 2556 จนถึงปี 2563 7 ปีบนเส้นทางบันเทิง กับการเป็นนางเอกแถวหน้าของช่อง 7 ที่หลายคนยอมรับในฝีมือทางการแสดงของเธอนั้น เคยเชื่อว่าตัวเองจะเดินทางมาถึงจุดนี้บ้างหรือไม่ เปรี้ยว ทัศนียา ตอบกับเราแบบตรงๆ ว่า
“ไม่น่าเชื่อเลยค่ะ และที่บ้านก็ไม่มีใครเชื่อ (หัวเราะ) คือเปรี้ยวมีความชอบอยากเป็นแม่ค้าหรือทำธุรกิจส่วนตัว อยากมีธุรกิจของเราเอง เคยขายของมาตั้งแต่เด็กๆ หรือไม่ก็ฝันอยากเป็นช่างแต่งหน้า เพราะตอนเด็กๆ หนูเป็นนางรำ ต้องแต่งหน้าเอง พอเข้าวงการยิ่งได้เห็นแฟชั่นแปลกๆ ใหม่ๆ เราก็รู้สึกอย่างแต่งบนใบหน้าคนอื่นและแต่งให้ตัวเองด้วย”
เกือบแล้ว ถ้าหากวันนั้น เปรี้ยว ทัศนียา ไม่ได้เข้ามาเล่นละคร ช่อง 7 คงจะไม่มีนางเอกเจ้าน้ำตาคนนี้ในช่องอย่างแน่นอน แต่วงการเมกอัพอาจจะมีช่างแต่งหน้าฝีมือฉกาจอย่าง เปรี้ยว ทัศนียา ก็เป็นได้
และก่อนจะจากกันไป ก็เป็นตามธรรมเนียม เราปล่อยให้สาวเปรี้ยว ได้ฝากผลงานละครเรื่องล่าสุดอย่างเรื่อง ล่า ท้า ชน ที่กำลังออกอากาศเรียกเรตติ้งอยู่ในตอนนี้ ซึ่งเจ้าตัวก็แอบอ้อนบอกกับแฟนๆ ละครของช่อง 7 และแฟนละครของเธอและ เอส กันตพงษ์ ว่า
“อยากให้แฟนๆ ดูละครเรื่อง ล่า ท้า ชน ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 2 ทุ่มครึ่งทางช่อง 7 รับรองว่าเรื่องนี้สนุก มัน บู๊กระจาย เอฟเฟกต์แน่นๆ และมีเรื่องความรัก ความโรแมนติกของทัพและนาตาชาด้วย และเป็นการกลับมาเจอกันอีกครั้งของหนูกับพี่เอส อยากให้ทุกคนติดตามกันเยอะๆ
และขอฝากร้านด้วยค่ะ สามารถกดในหน้าอินสตาแกรมได้เลยนะคะในหน้าไบโอจะมีชื่อร้าน Pinimal.co ซึ่งเป็นร้านเสื้อผ้าที่เปรี้ยวทำขึ้นมา สาวๆ ที่ชอบแฟนชั่นและรักในการแต่งตัว มาช็อปกันเยอะๆ นะคะ”
เรื่อง : จันทร์เจ้าขา
กราฟิก : Sathit Chuephanngam
ช่างภาพ : ชุติมน เมืองสุวรรณ