เปิดใจ โจนัส เผยเหตุผลอยากได้สัญชาติไทย เลยจุดจะกลับสวีเดนแล้ว

ข่าว

    เปิดใจ โจนัส เผยเหตุผลอยากได้สัญชาติไทย เลยจุดจะกลับสวีเดนแล้ว

    ไทยรัฐออนไลน์3 ธ.ค. 2563 09:00 น.
    SHARE

    เดินทางบนถนนแห่งเสียงเพลงในวงการบันเทิงไทยมานานกว่า 20 ปีแล้ว สำหรับศิลปินฝรั่งใจลูกทุ่ง โจนัส แอนเดอร์สัน ที่เคยฝากผลงานเพลงลูกทุ่งจากอัลบั้มต่างๆ มาแล้วมากมาย รวมไปถึงเพลงล่าสุด “ฝรั่งคลั่งไคล้” ที่เป็นการทำงานเพลงครั้งใหม่เพื่อฉลองครบ 20 ปีในวงการเพลง

    แต่กว่าที่จะมาถึงจุดนี้ หนุ่มฝรั่งหัวใจไทยผ่านเรื่องราวอุปสรรคต่างๆ มาแล้วมากมาย โดยเฉพาะความเป็นฝรั่งที่ตีกรอบชีวิตหนุ่มคนนี้จนทำให้มีข้อจำกัดหลายอย่าง

    รวมไปถึงมรสุมในการทำงานเพลงที่ทำให้ท้อจนเกือบถอดใจออกจากวงการ และอีกหนึ่งสิ่งที่อยากได้มาตลอดคือการได้สัญชาติไทย บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ชวนโจนัสพูดคุยกันยาวๆ ถึงชีวิตที่ผ่านร้อนหนาวมานานกว่า 48 ปี

    จากนักร้องจิตอาสา สู่การเป็นศิลปินลูกทุ่ง

    เริ่มต้นการสนทนา โจนัสเล่าถึงการทำงานในวงการบันเทิงในวันแรกที่เป็นศิลปินจิตอาสา ก่อนจะกลายมาเป็นนักร้องอาชีพแบบเต็มตัว

    “จริงๆ หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าปีนี้ครบ 20 ปีโจนัสในวงการบันเทิงครับ ก่อนหน้านั้นมีร้องเพลงอยู่ แต่ยังเป็นสมัครเล่น ผมปล่อยอัลบั้มชุดแรกเมื่อปี 2000 ในเดือน มิ.ย. ตอนนั้นอายุ 27 ปี 

    แต่ก่อนหน้านั้นก็มีชั่วโมงบินเรื่องแสดงเยอะมากเหมือนกัน แต่มาจากงานการกุศล เรียกว่าแสดงเป็นอาชีพเลยแหละ แต่เป็นมือสมัครเล่นเพราะเป็นงานจิตอาสา แต่มีความถี่เยอะ ปีนึงเป็น 100 คิว

    ผมเริ่มจากการเป็นศิลปินจิตอาสา ผ่านการฝึกอบรมเรื่องการแสดง เป็นคอร์สที่เรียนคู่กับคริสตี้ กิ๊บสัน มีน้องๆ แดนเซอร์ ประสานเสียง ประมาณ 10 กว่าคน และในฐานะนักร้องนำก็จะร้องเพลงที่อยู่ในกระแสบ้าง

    เริ่มต้นเป็นเพลงสตริงหมดเลย แต่ในที่สุดลูกทุ่งมาตีตลาดในกรุงเทพฯ และมีคนขอให้ผมกับคริสตี้ฝึกร้องเพลงลูกทุ่ง “สัญญาก่อนลา” เพื่อร้องในงานงานนึง เลยเป็นที่มาของการฝึกครั้งแรกแบบจริงจัง พอร้องไปก็โอ้โห เกินคาดมากเลย คนปลื้มกันสุดๆ เลย ก็ไม่คิดว่าจะขนาดนั้นครับ

    เลยเป็นการจุดประกายว่าเฮ้ย อันนี้เป็นบทเพลงไทยแท้นะ เราร้องเพลงไทยก็จริง แต่อันนี้คือไทยโดยแบบจิตวิญญาณเลย ตอนนั้นก็ร้องเพลงของพี่รุ่ง สุริยา, พี่มนต์สิทธิ์ คำสร้อย เป็นที่มาให้คนในแวดวงสื่อบันเทิงเริ่มสนใจและชวนมาออกรายการ หลังจากนั้นก็เปิดตัวอัลบั้ม "ผมชื่อโจนัส" จากวันนั้นถึงวันนี้ก็ 20 ปีแล้วครับ”

    ฝรั่งคลั่งไคล้

    เราพูดคุยถึงเพลงใหม่ล่าสุด “ฝรั่งคลั่งไคล้” ซึ่งโจนัสเล่าถึงที่มาของเพลงนี้ว่ามาจากการฉลองครบรอบ 20 ปีในวงการบันเทิงของตัวเอง “เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ผมวางแผนกับทีมงาน ส่วนนึงในนั้นคือทีมโปรดิวเซอร์และครีเอทีฟตั้งแต่อัลบั้มชุดแรกเลย ตั้งใจว่ายังไงก็จะฉลองด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง อาจจะไม่ได้ใหญ่โตมโหฬาร แต่ที่มองไว้คือคอนเสิร์ตการกุศล

    แต่เพราะโควิด-19 โจมตี 20 ปีของผมก็เลยพังไปช่วงแรก แต่ในที่สุดยอมไม่ได้ เลยต้องทำอะไรบางอย่าง ก็เลยคิดใหม่คุยใหม่ คิดว่ายังไงก็เป็นเพลงอยู่แล้ว จะเป็นคอนเสิร์ตก็ต้องมีซิงเกิลประกอบ เลยคุยคอนเซปต์ใหม่ว่าอะไรคือโจนัส ก็คิดว่าจริงๆ มันมีเรื่องราวที่เป็นความรู้สึก ประสบการณ์ เป็นจิตใจของโจนัสในการทำงาน หรือแม้กระทั่งการอยู่อาศัยในเมืองไทย มีชีวิตความเป็นอยู่สไตล์ไทยๆ ผสมฝรั่ง ก็เลยคิดเป็นฉายาใหม่ด้วยเพื่อเป็น 20 ปีโจนัส ก็เลยเป็นเพลงฝรั่งคลั่งไคล้”

    เพลงแซ่บๆ ไม่ใช่ทางของผม

    แม้โจนัสบอกว่าจะไม่ได้คาดหวังว่าเพลงจะดังร้อยล้านวิว แต่เราก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมโจนัสยังคงทำเพลงในแง่บวก รักเมืองไทย ทั้งที่การที่จะได้กระแสมันยาก โจนัสตอบตรงๆ ได้อย่างน่าสนใจว่า

    “จะว่ากันตรงๆ มันก็เป็นจุดลำบากใจระดับนึงนะ เพราะเราก็ตามกระแสของหลายๆ อย่างในสังคม แต่ผมไม่ได้จะพาดพิงถึงใครหรือดูถูกใคร คือถ้าตามกระแสสองแง่สองง่าม หรือเล่นอะไรเกินเลย บางทีผมเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องการบริโภคเพลงหรือบันเทิงที่ตามยุคสมัยของอินเทอร์เน็ตที่จะต้องแข่งกันด้วยความกล้าทำ กล้าเล่น กล้าลุย

    แต่สำหรับผม ผมมองว่ามันผิดวัตถุประสงค์ของผม และมันไม่ใช่ตัวเราที่จะทำในลักษณะนั้น สำหรับผม เพลงเป็นเครื่องมือในการสื่อสาร มันไม่ได้จบที่แค่บันเทิง จบที่แค่ดัง จบที่แค่อยากฟังอยากร้อง แต่เพลงมันควรจะบอกอะไรมากกว่านั้น มันควรจะพาเราไปในที่สักที่ และถ้าเป็นลักษณะที่อาจมีภาพลบ หรือไม่ได้เสริมสร้างสังคม มันอาจจะเป็นที่ที่ผมไม่ได้อยากจะพาเข้าไป

    เราพยายามทำอะไรที่มันสร้างสรรค์สังคมมาโดยตลอด เพราะฉะนั้นเราคงไม่เสี่ยงที่จะทำอะไรที่ไปกลบภาพนั้น มันเป็น 20 ปีของการสร้างงาน ผมไม่ได้ต้องการที่จะหาอะไรโด่งดังเป็นกระแสแรงๆ เปรี้ยงๆ เพื่อที่จะยืนยันตัวตนหรือพิสูจน์ตัวตน ผมเชื่อว่าสิ่งที่ทำมาเป็นการพิสูจน์อยู่แล้ว แต่อาจจะไม่ได้หวือหวาในบางจังหวะ และมันก็เขินๆ ด้วยน่ะ"

    โจนัสหัวเราะก่อนจะพูดต่อไปด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า "แต่อีกปัจจัยนึงที่ต้องคำนึงและไม่ควรมองข้ามก็คือผมไม่ใช่คนไทย ไม่มีสัญชาติไทย ไม่มีบัตรประชาชนไทย บางอย่างผมก็ต้องระวังตัวมากกว่าศิลปินคนอื่นพอสมควร เพราะการที่จะเป็นภาพลบขึ้นมามันมีโอกาสมากกว่าทั่วๆ ไป”

    ถูกตีกรอบเพราะความเป็นฝรั่ง

    จากนั้นโจนัสเผยถึงการอยู่เมืองไทยในฐานะคนต่างชาติ ทำให้มีข้อจำกัดในหลายๆ เรื่องเพราะถูกตีกรอบ

    “ความเป็นฝรั่งก็เป็นอะไรที่ตีกรอบให้เราพอสมควร เช่น เรื่องการเมือง ผมจะไม่พาดพิงหรือฝักใฝ่ เข้าข้าง พูดอะไรเชิงการเมืองแม้แต่นิดเดียว เพราะมันไม่ใช่หน้าที่ผม และไม่ได้เป็นความเหมาะสม เรื่องศาสนาก็ไม่ควร เรื่องการวิเคราะห์สังคม ทั้งหมดตรงนี้ไม่ทำเลย ถามว่าทำได้มั้ย ก็แล้วแต่จะตีความ แต่ผมไม่ทำ”

    เราถามถึงเรื่องที่โจนัสเคยอยากได้สัญชาติไทย จนถึงตอนนี้ยังคงอยากได้หรือไม่ โจนัสตอบว่า “ยังต้องการอยู่ครับ แต่ไม่ได้จะมาออกตัวเรื่องการเมือง ที่อยากได้เพราะอยู่เมืองไทยมานานเหมือนเป็นบ้าน แต่สิทธิประโยชน์ความเป็นคนไทยยังขาดหลายเรื่อง แต่สุดท้ายเราก็ยังทำงานอยู่ ถ้าเราได้สัญชาติด้วย มันจะเพิ่มช่องทางให้เราเยอะ เช่น การมีธุรกิจ การทำงาน สิทธิประโยชน์ส่วนบุคคล อสังหาริมทรัพย์”

    แต่ก็มักจะมีหลายคนวิจารณ์ถึงเรื่องคนต่างชาติได้สัญชาติไทย เพราะอยากมีสิทธิ์มาทำโน่นทำนี่ในเมืองไทย โจนัสมองว่า

    “คือมันถึงจุดนึงที่การวิจารณ์ไม่ได้ทำเพื่อเหตุผล เพื่อให้มีเวทีพูดอะไรบางอย่าง แต่ถ้าคิดในเหตุผลจริงๆ ใครๆ ก็รู้จุดมุ่งหมายผมอยู่แล้ว ก็ไหนๆ มาขนาดนี้แล้ว ผมอยู่ 30 กว่าปีในเมืองไทย ถ้ายังจะตีความว่าผมอยากได้สัญชาติเพราะอะไรที่มันไม่เป็นบวกก็คงไม่รู้จักผมน่ะ (หัวเราะ)

    ที่มีคอมเมนต์แบบนี้ ผมเชื่อว่าน่าจะเป็นส่วนน้อย เพราะฉะนั้นคงไม่เป็นสิ่งที่เรามาแก้ตัวหรือตอบอะไรมากมาย ก็ให้พิสูจน์จากสิ่งที่ทำ แต่ถ้าผมอยากทำธุรกิจหรืออยากมีที่ดินอย่างคนอื่นมันเป็นสิ่งที่ผิดเหรอ ผมว่าสิ่งที่ผิดคือการทำโดยไม่ถูกต้อง ถ้าผมอยากได้ด้วยความบริสุทธิ์ถูกต้อง มันไม่น่าจะผิดนะ

    สมมติผมทำธุรกิจและลงทุนในเมืองไทยได้ มันก็ดีกว่าเอาเงินไปอยู่นอกประเทศเพื่อลงทุนในที่ที่เรามีสิทธิประโยชน์ดีกว่า เราคงไม่ทำลายสังคมหรือโอกาส เรามีแต่จะช่วยส่งเสริมให้มันดี”

    เสน่ห์ไทยที่โจนัสชื่นชม

    เราถามต่อถึงอะไรคือเสน่ห์ของเมืองไทยที่ทำให้โจนัสถึงเลือกที่จะอยู่ที่นี่มานานกว่า 30 ปี โจนัสบอกว่าความเป็นคนไทยคือเสน่ห์ที่ไม่เหมือนที่ไหนในโลก “เมืองไทยโชคดีมากในเรื่องภูมิประเทศ ภัยธรรมชาติก็จะโดนแบบปลายๆ น้อยครั้งที่จะโดนแบบเต็มๆ มีความอุดมสมบูรณ์หลายด้าน เป็นประเทศที่พัฒนาพอสมควร มีความสะดวกสบายครบ มีที่ท่องเที่ยวที่ดีเลิศ

    ถามว่าที่อื่นมีมั้ยก็มี แล้วมันต่างกันตรงไหน ต่างกันที่คนไทยครับ คนไทยคือคนที่มีเสน่ห์เป็นพิเศษที่ต่างจากที่อื่น ถ้าเอาทั้งหมดที่เป็นประเทศไทยที่เราคิดว่าดีแต่ไม่มีคนไทย เอาวัฒนธรรมอื่นมาใส่แทน เสน่ห์ของประเทศไทยจะหายไปครึ่งนึงครับ

    สิ่งที่เมืองไทยมีแต่ที่อื่นไม่มีคือคนไทย และผมเชื่อว่าเป็นแรงผลักดันอันนึงที่ทำไมเมืองไทยเรื่องการท่องเที่ยวดัง เพราะมันไม่ได้จบที่สถานที่สวย แต่มันมีอะไรที่มากกว่า เป็นความรู้สึกต้อนรับ อบอุ่น ยิ้มแย้ม อิสระ อันนี้คือคนไทย”

    กับคำถามว่าเมืองไทยเมื่อตอนที่โจนัสยังเด็ก กับเมืองไทยในปัจจุบันต่างไปจากเดิมมากมั้ย โจนัสตอบว่าแม้โลกภายนอกจะเปลี่ยนไป แต่จุดเด่นของความเป็นคนไทยก็ยังคงอยู่

    “ผมไม่ได้รู้สึกว่ามีการเปลี่ยนแปลงที่ร้ายแรง ถามว่ามีเปลี่ยนมั้ยก็มี เพราะความเจริญ การพัฒนาทางเศรษฐกิจ ทำให้ทุกคนไม่ได้มีโอกาสสัมผัสวิถีไทยดั้งเดิม แต่ผลที่มีต่อนิสัย วัฒนธรรมของคนไทย ผมว่ายังไม่มาก

    เรายังสัมผัสได้ถึงความเป็นรอยยิ้มแบบไทย สถาบันครอบครัวของไทยที่ยังมีความรัก การช่วยเหลือเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของคนไทย คนไทยสามัคคีรวมตัวกันเพื่อสู้กับสิ่งร้ายๆ ที่เกิดขึ้น เราก็ยังเห็นว่าจุดเด่นก็ยังคงอยู่ ถามว่ามีอะไรที่น่าเป็นห่วงมั้ยก็มี แต่โดยรวมความเป็นไทยผมยังเชื่อว่ายังมีพลังที่สืบทอดกันมา ถึงโลกภายนอกจะเปลี่ยน แต่ตรงนี้ยังเป็นเอกลักษณ์ของคนไทยอยู่ครับ”

    เมื่อเราถามต่อว่าคิดจะย้ายกลับไปสวีเดนตามพ่อแม่รึไม่ โจนัสบอกว่ามันเลยจุดนั้นไปแล้ว แต่หากเป็นโรคร้ายแรงก็อาจจะต้องกลับไปใช้สิทธิ์

    "เราถือว่าเรามีฐาน มีพรรคพวก มีโอกาส งานต่างๆ อยู่ในเมืองไทยหมด ถามว่าเป็นไปได้มั้ยที่จะกลับไป ก็ต้องย้อนกลับไปที่สัญชาติเหมือนเดิม เพราะความเป็นคนสวีเดนเราจะมีสิทธิประโยชน์บางอย่าง เช่น อายุมากแล้วก็จะมีเงินบำนาญที่รัฐดูแลได้

    หรือถ้าเป็นโรคร้ายขึ้นมา อยู่เมืองไทยเราคงไม่มีสิทธิ์แบบนั้น เราไม่มีกำลังทรัพย์ ถ้ากรณีแบบนั้นอาจจะบังคับให้ผมกลับไปใช้สิทธิ์ครับ ซึ่งมันเป็นเรื่องควบคุมไม่ได้ ก็ให้เป็นเรื่องของอนาคต แต่ถ้าเราเลือกได้ เราก็เลือกที่จะอยู่เมืองไทยครับ”

    ภูมิใจเป็นโลโก้ลูกทุ่งต่างชาติ

    เมื่อเราถามว่ารู้สึกยังไงที่คนมองว่าโจนัสเป็นโลโก้ศิลปินลูกทุ่งต่างชาติ นักร้องหนุ่มบอกว่าเป็นสิ่งที่ภูมิใจมาก แต่ความภูมิใจก็มีข้อจำกัด เพราะมีอยู่คนเดียว

    "เพราะฉะนั้นอาจจะไม่ได้บ่งบอกถึงความเลิศหรูอะไรหรอก แต่เป็นความภาคภูมิใจเพราะว่าเราสามารถอยู่ในตำแหน่งนั้นได้ โอเคอาจจะมีคริสตี้เป็นฝ่ายสุภาพสตรี คือมันเคยมีบ้าง แต่คนที่เข้ามาทำเหมือนเขาไม่มีพื้นฐานที่เรามี เขาก็เลยทำไม่ได้สุด มันจะมีข้อจำกัดพอสมควร”

    ไม่เคยตีกรอบตัวเองเป็นศิลปินลูกทุ่ง

    หลายคนคงจดจำภาพของโจนัสในฐานะศิลปินลูกทุ่งมาตลอด 20 ปีในวงการ แต่นักร้องหนุ่มต่างชาติคนนี้ยืนยันว่าไม่เคยจำกัดว่าตัวเองเป็นศิลปินลูกทุ่งอย่างเดียว แต่ที่ผ่านมามักจะถูกมองว่าร้องแต่เพลงลูกทุ่งมาตลอด ทั้งที่ตนร้องเพลงหลายแนว

    “ช่วงแรกผมร้องเพลงสตริง ไม่เคยจับลูกทุ่ง เพลงไทยเพลงแรกที่ผมร้องคือเพลงพี่เบิร์ด “ด้วยรักและผูกพัน” ตอนนั้นยัง 13-14 เองมั้ง แต่พอเจ้าภาพมาขอให้ร้องเพลงประกอบละคร “มนต์รักลูกทุ่ง” ที่พี่ตั้ว (ศรัณยู วงศ์กระจ่าง) เล่น ตอนนั้นเราก็ไม่ค่อยมั่นใจเหมือนกันนะ เราคิดว่าเป็นสิ่งไกลตัวเรา ถามว่าผมเลือกลูกทุ่งมั้ย ผมว่าลูกทุ่งเลือกผมน่ะ"

    โจนัสหัวเราะก่อนจะพูดต่อว่า "จริงๆ ผมไม่เคยตีกรอบตัวเองว่าเป็นนักร้องลูกทุ่ง แต่วงการมักจะตีให้เราไง ซึ่งเราเข้าใจ แต่ตัวเราเองชอบสตริง ชอบทุกแนว เวลาไปโชว์ตัวต่างประเทศ บางทีเอาเพลงร็อกเพลงสากลเพลงสตริงมา คือร้องได้หมดน่ะ และความธรรมชาติในเนื้อเสียงหรือสไตล์การร้องก็มักจะไปทางป๊อปมากกว่าด้วยซ้ำ

    แต่ลูกทุ่งเป็นสิ่งที่ปูทางให้ผมเป็นโจนัสขึ้นมาได้ ก่อนหน้านั้นจริงๆ ก็มีทาบทามให้ทำอัลบั้มสตริง แต่มันไม่ชัดเจน มันไม่ตรงตัวเรา เราก็เลยปฏิเสธไป ก็กลายเป็นดีไป เพราะลูกทุ่งก็น่าจะเป็นอะไรที่สุดกว่า เต็มที่กว่ากับเรา”

    โจนัสบอกว่าหากให้ตนเองออกอัลบั้มแนวอื่นที่ไม่ใช่ลูกทุ่งก็ทำได้ แต่ก็มีข้อจำกัดหลายอย่าง “ทำได้ครับ ผมไม่เคยตีกรอบ แต่บางทีถ้าเราทำอะไรที่มันห่างจากตัวเดิมมากเกินไป สังคมไม่ค่อยรับ เหมือนเราไม่สามารถทิ้งฐานของกลุ่มแฟนคลับ

    แต่ที่ผ่านมาผมไม่ได้ลูกทุ่งจ๋าตลอดนะ ผมไม่มีอคติต่อแนวอื่น จริงๆ ผมอยากทำทุกแนว แต่ด้วยข้อจำกัด เราก็ต้องใช้ทุนในการทำงาน ถ้าอยู่ในค่ายเลิกคิดได้เลย เพราะค่ายไม่ทำแบบนั้นอยู่แล้ว แต่ข้อดีของยุคสมัยนี้คืออิสระขึ้น ตามใจฉันได้ 

    ก็ไม่ได้ปิดกั้น แต่ยอมรับว่ามันมีความเสี่ยงในเชิงการตลาด เราไม่สามารถเสี่ยงได้มากขนาดนั้น ถ้ามันเกินไปก็ไม่เหมาะ แต่มันมีทางไปของมันได้ แต่สิ่งหนึ่งที่จะไม่ทำโดยเด็ดขาดคือจะไม่ตั้งใจร้องเพลงภาษาไทยเป็นสำเนียงฝรั่ง (หัวเราะ) ถ้ามีสำเนียงนั่นคือธรรมชาติของผม ซึ่งมีอยู่ระดับนึง ยกเว้นถ้าเป็นมุกบางอย่าง แต่ถ้าร้องทั้งเพลงไม่มีครับ”

    อนาคตในเมืองไทยของโจนัส

    ปิดท้ายด้วยการถามถึงอนาคตที่วางไว้ต่อไปในเมืองไทยจะเป็นยังไงต่อไป โจนัสก็ยอมรับว่ามีความกังวล เพราะที่ผ่านมาเคยเจอวิกฤติจนแทบถอดใจ แต่เพราะยังมีคนติดตามผลงานอยู่ ตอนนี้สิ่งที่ทำได้คือการทำธุรกิจควบคู่กับงานบันเทิงไปด้วย

    “ก็แอบกังวลอยู่เล็กน้อย เพราะวงการบันเทิงเปลี่ยนรวดเร็วจนแทบตามไม่ทัน ที่ผ่านมาเจอวิกฤติ มีขึ้นโปรเจกต์แล้วมันเฟล บันเทิงจะดีตรงที่ว่าเวลาดีคือดีมาก พีคก็พีคมาก เปลี่ยนชีวิตคนได้เลย แต่อุปสรรคของมันคือมันไม่ค่อยคงที่สม่ำเสมอ และมันชอบเปลี่ยนในพริบตา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เช่น การประท้วง ภัยธรรมชาติ โควิด สิ่งแรกที่ไปก่อนใครคือบันเทิง

    ผมก็เจอหลายลูกอยู่จนปรับตัวอยู่กับมันได้ เราก็พยายามทำอย่างอื่น เพราะต่อให้มีช่วงที่ทำเงินได้เยอะ มันก็ไม่ได้เลี้ยงเราเป็นปีหรอก มันก็มีผลอยู่แล้ว 

    แต่ที่แอบกังวลเนื่องจากเดาทางบันเทิงไม่ค่อยถูก และเราเหมือนอยู่กลางๆ จะว่าเป็นศิลปินเก่าก็ไม่ถึงกับเก่า จะว่าใหม่ก็ไม่ใหม่ คนที่เป็นศิลปินลูกกรุงหรือสตริงยุคทองก็ยังพอมีทางไปได้ คนใหม่ก็ไปตามโซเชียล

    ส่วนคนกลางอย่างเราไม่ได้แข็งแรงทั้งสองฝั่ง เราก็พยายามทำธุรกิจ ซึ่งเป็นงานโปรดักชั่น ผลิตสื่อ จัดอีเวนต์ แต่เราก็ไม่ได้สร้างตัวด้วยธุรกิจโดยตรง เราก็มีข้อจำกัดในตัวเองระดับนึง แต่เราไม่ถึงกับทิ้งบันเทิง ยังมีคนอยากเห็นเราออกผลงาน อยากติดตามความเคลื่อนไหวอยู่ ถ้าทิ้งไปก็เหมือนทิ้งเขา

    ผมเคยจะแขวนนวม 2-3 ทีแล้วในตอนที่ผมท้อมาก เฟลหลายชอตจนไม่เอาแล้ว แต่ทุกคนยังอยากให้ทำอยู่ เราก็ยังลองผิดลองถูก เรายังมีจุดของเราไปเรื่อยๆ ไม่ถึงกับหาย บางทีคนก็ถามว่าหายไปไหน แต่เราก็ไม่หายไปไหน ก็กังวลเพราะหลักการมุมมองเราเป็นแบบนี้ แต่ความจริงอยู่ตรงนี้ มันไปด้วยกันได้มั้ย ตอนนี้เราก็เลยต้องทำทุกอย่างควบคู่กันไปครับ”.

    ผู้เขียน : Penguin บินได้
    ภาพ : ชุติมน เมืองสุวรรณ, อินสตาแกรม @jonasthailand, อินเทอร์เน็ต
    กราฟิก : Sathit Chuephanngam

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    โจนัส แอนเดอร์สันspecial contentฝรั่งหัวใจไทยโจนัส แอนเดอร์สัน ผลงานโจนัส แอนเดอร์สัน สัญชาติไทยนักร้อง
    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพฤหัสที่ 21 ตุลาคม 2564 เวลา 03:23 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์