หลังจากที่กองประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ นำทีมโดย ปุ้ย ปิยาภรณ์ และ ณรงค์ เลิศกิตศิริ ผู้ถือลิขสิทธิ์มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ พร้อมทีมงานและทนายความ ตั้งโต๊ะแถลงข่าวเกี่ยวกับดราม่าสัญญาของ ฟ้าใส ปวีณสุดา ดรูอิ้น มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2019 ไปเมื่อวันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมา
โดยกองประกวดได้ชี้แจงเรื่องดังกล่าวดังนี้
- ในวันที่ 6 มิถุนายน 2562 กองเชิญผู้เข้าประกวด 60 คนเข้าร่วมอ่านบันทึกข้อตกลงของกอง หากใครได้มงกุฎ หรือได้เข้ารอบ Top5 จะต้องเซ็นสัญญาอีกครั้ง
- ส่วนการแก้ไขเนื้อหาในสัญญา ที่ผ่านมาไม่เคยคิดเปลี่ยนแปลงมาก่อน แต่กองเห็นศักยภาพของฟ้าใสจึงอยากให้ฟ้าใสเป็นครูสอนนางงาม จึงเป็นที่มาของการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาสัญญาเป็นจ้างงานกันระยะยาว ซึ่งจะต่อทุกๆ 3 ปี แบ่งเป็นสัญญาเป็นนางงาม 1 ปี ทำงานโปรเจ็กต์อีก 2 ปี
- เรื่องการแบ่งส่วนแบ่ง 50:50 กองคิดว่าหากมีงานที่ต่างประเทศจะขอแบ่ง 50% โดยจะช่วยดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมด
...
- กองประกวดยืนยันว่าที่ผ่านมาฟ้าใสไม่ได้มีการเซ็นสัญญาที่กองส่งให้เลย
- และในวันที่ 21 ก.พ. 2563 กองประกวดและฟ้าใสได้เจอกัน และฟ้าใสได้นำสัญญาฉบับที่ทำมาเอง ซึ่งมีสาระสำคัญที่กองประกวดไม่โอเค จึงบันทึกข้อตกลงสุดท้ายร่วมกันว่าฟ้าใสไม่ประสงค์จะขอลงนามสัญญากับ TPN แต่ขอทำหน้าที่อำลาตำแหน่งและเงินรางวัล 500,000 บาท พร้อมสายสะพาย
- กองประกวดพูดถึงเหตุการณ์ในวันที่ต้องเข้ากองประกวด MU 2019 ที่มีกระแสว่ากองไม่แจ้งเวลาให้ฟ้าใสทราบว่าต้องเข้ากี่โมงนั้นไม่เป็นความจริง
- กองประกวดชี้แจงว่าทางทีมงานปลุกฟ้าใสตั้งแต่ 6 โมงเช้า แต่ไม่มีสัญญาณตอบรับ จึงไปปลุกอีกครั้งตอนใกล้เวลาที่จะออกไปกองใหญ่ โดยก่อนที่จะลงรถ ฟ้าใสยังถามว่าจะตอบคำถามนี้อย่างไร ก่อนจะบอกว่าตัวเองท้องเสีย
และเหมือนดราม่าจะไม่จบง่ายๆ เมื่อ ฟ้าใส ปวีณสุดา ดรูอิ้น มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2019 ได้โพสต์ข้อความตอบกลับกองประกวด หลังจากที่อีกฝ่ายแถลงเสร็จลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งมีข้อความว่า
"เรื่องเข้ากองวันแรก ขอยืนยันว่าข้อเท็จจริงไม่ใช่แบบนี้ค่ะ ไม่อยากให้แฟนคลับเข้าใจผิดอีกแล้ว เดี๋ยวจะมาเล่าให้ฟังอย่างแน่นอนค่ะ" หลังจากที่ฟ้าใสโพสต์ข้อความดังกล่าวไป ก็มีแฟนนางงามแบ่งทีมกัน พร้อมวิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องนี้อย่างเผ็ดร้อนอีกด้วย.