- กวินท์ ดูวาล เคยตกต่ำได้เงินวันละ 100 บาทจากปุ้มปุ้ยไว้ซื้อข้าวกิน
- ปุ้มปุ้ย พรรณทิพา คือสิ่งที่ดีที่สุดของชีวิต
- แฟมิลี่แมนลุคแบดบอย
ชีวิตที่เปลี่ยนไป
ได้มีโอกาสนั่งสัมภาษณ์ กวินท์ ดูวาล อีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้เราเคยคุยกันเมื่อครั้งที่กวินท์ออกจากกรมทหารมาใหม่ๆ แล้วไม่มีงานในวงการเท่าไหร่ จนต้องไปขับแกร็บเพื่อหาเงินใช้ ต้องยอมรับว่าในตอนนั้นเรานับถือในความไม่อายทำกิน ไม่หมิ่นเงินน้อยของนักร้องหนุ่มคนนี้
วันนี้กวินท์ให้เราได้สัมภาษณ์อีกครั้ง ซึ่งต้องบอกเลยว่า หน้าตาของกวินท์ในวันนี้ดูไม่เศร้าเหมือนครั้งที่เราได้เจอกันในคราวนั้นเลย แม้ใบหน้าของนักร้องหนุ่มจะดูเหนื่อยล้าจากการทำงาน แต่แววตาของกวินท์นั้นดูมีความสุขมากกับชีวิตในตอนนี้
และต้องยอมรับเลยว่า แม้กวินท์จะสละโสดแต่งงานกับ ปุ้มปุ้ย พรรณทิพา แฟนสาวที่คบหากันมาหลายปีไปแล้ว แต่บอกเลยว่า ความฮอตของแร็ปเปอร์หนุ่มคนนี้ยิ่งเพิ่มทวีคูณมากขึ้นไปอีก แถมความรักกับภรรยาสาวสุดสวยและเซ็กซี่นั้นก็หวานถี่ยิบจนทำให้สาวๆ หลายคนอิจฉาในความเป็นสามีสายเปย์ของหนุ่มกวินท์
วันนี้เมื่อได้ตัวของ กวินท์ ดูวาล มาอีกครั้ง เราก็ไม่พลาดที่จะขออัปเดตชีวิตคู่ของกวินท์และปุ้มปุ้ย ว่าชีวิตหลังแต่งงานมา 1 ปี ของทั้งคู่เปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง โดยเราเริ่มต้นคำถามเบาๆ ว่า ทำไมชีวิตหลังแต่งงานของกวินท์และปุ้มปุ้ยถึงดูฮอตกว่าตอนที่ยังไม่แต่ง ซึ่งงานนี้หนุ่มกวินท์ตอบเราด้วยสีหน้าสบายๆ แต่น้ำเสียงจริงจังว่า
"ผมไม่รู้เรื่องกระแสเท่าไหร่นะ แต่ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว มันไม่เหมือนสมัยก่อนที่แฟนคลับไม่ชอบให้คนที่ตัวเองชื่นชอบมีภรรยา พอมันเปลี่ยนยุคไปแล้ว คนชอบอะไรที่จริงใจ ชอบอะไรที่มันเรียล และกวินท์กับภรรยาก็โชว์ตัวตนออกมา โดยที่ไม่มีอะไรประดิษฐ์
...
มันอาจจะดูหวานๆ ตลอดเวลาในยูทูบ แต่ในชีวิตประจำวันมันก็มีทะเลาะกันตามประสาผัวเมีย แต่ทะเลาะกันเพื่อที่จะได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น แต่ว่าในสิ่งที่เรานำเสนอออกมาให้แฟนๆ ได้เห็นมันก็คือชีวิตจริงเลยนะครับ การแกล้งคือจริง การทำอะไรต่างๆ ก็คือจริง
เพราะฉะนั้นการที่เราเป็นแบบนี้ คนก็เข้าถึงเราได้ง่ายขึ้น คนก็ชอบ มันไม่ได้เป็นเหมือนละครที่ต้องมานั่งประดิษฐ์ชีวิต นี่คือสิ่งที่ผมคิดนะ เป็นมุมมองของผม คนอื่นจะคิดแบบไหนผมก็ไม่รู้"
จากนั้นกวินท์ก็เล่าต่อว่า ชีวิตก่อนแต่งและหลังแต่งกับปุ้มปุ้ยนั้น ความฮอตและความดังไม่ได้แตกต่างไปจากเดิมเท่าไหร่ แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปและเห็นได้ชัดก็คือชีวิตที่ดีขึ้นกว่า
"ก่อนจะแต่งงานผมก็มีกลุ่มคนที่ชื่นชอบผมอยู่บ้างนะ จะมาบอกว่าผมเริ่มมีชื่อเสียงหลังจากที่แต่งงานแล้ว มันก็ไม่น่าจะใช่ เพราะเราก็ทำเพลงมีคนรู้จักเรามาสักพักแล้ว แต่ถ้าถามว่าชีวิตการเป็นอยู่มันดีขึ้นมั้ย การใช้ชีวิตมันดีขึ้นมั้ย เรามีเงินเยอะขึ้นมั้ย ผมบอกเลยว่ามีครับ"
เรามีความสงสัยไม่น้อย เลยถามต่อว่า พอกวินท์และปุ้มปุ้ยแต่งงานก็ยิ่งรุ่งทั้งคู่เลย ได้ไปดูดวงกันมาบ้างหรือเปล่า เขาทักเรื่องนี้บ้างมั้ย ซึ่งกวินท์บอกกับเราแบบตรงๆ ไม่มีกั๊กหรือกลัวจะถูกมองว่างมงายเลยว่า ตนเองนั้นได้ไปดูดวงมา และก็ถูกทักว่าดวงจะเปลี่ยน แต่งงานแล้วเหมือนดวงหนุนกัน เสริมกัน จากที่ไม่มีงานก็จะมีงาน
สามีสายเปย์
และเพราะตัวแร็ปเปอร์หนุ่มนั้นเป็นสามีสายเปย์ ที่ทำให้ผู้หญิงหลายๆ คนอยากให้สามีหรือแฟนทำแบบกวินท์บ้าง ที่มักจะทำเซอร์ไพรส์ภรรยาด้วยของขวัญสุดพิเศษนั้น งานนี้เจ้าตัวยอมรับแบบภูมิใจพร้อมกับรอยยิ้มแห่งความสุขกับสิ่งที่ตัวเองได้ทำให้ภรรยาสุดที่รัก
"ผมยอมรับว่าผมเป็นสามีสายเปย์ ผมได้เงินมา ผมก็เปย์เมีย (ยิ้ม) ด้วยเหตุผลที่ว่า ตอนที่ผมเป็นทหาร แล้วผมไม่มีใคร แม้แต่เพื่อนก็ไม่ช่วย แต่เขาอยู่เคียงข้างผม
เพราะฉะนั้นการที่เขาให้ผมวันละ 100 บาท เพื่อให้ผมได้มีเงินซื้อข้าวกิน ผมต้องคืนความสุข คืนในสิ่งที่ผมทำไม่ได้ตอนนั้น แต่ตอนนี้ผมทำได้ ผมก็จะทำ"
แล้วกวินท์รู้สึกอย่างไรเมื่อถูกมองว่าเป็นสามีแห่งชาติไปอีกคน เพราะความสายเปย์และรักเมียมากๆ ของตัวเอง ซึ่งเราได้เห็นรอยยิ้มเขินๆ ก่อนตอบคำถามนี้ของกวินท์ว่า
"ผมรู้สึกดีใจนะที่ผมสามารถเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับคนที่มีครอบครัวได้ (ยิ้ม) เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับประชาชนหรือสังคม จริงๆ ผมก็เป็นแค่เด็กวัยรุ่นคนนึง ไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นคนที่โด่งดังอะไรมากมาย ก็แค่ทำในสิ่งที่เราแฮปปี้และภูมิใจในตัวเราเองก็เท่านั้น"
...
เป้าหมายของชีวิต
เพราะคำตอบก่อนหน้านี้ของกวินท์ เราจึงถามต่อว่า แต่ผู้ชายบางคนไม่ได้มีความคิดแบบกวินท์ แต่ทำไมกวินท์คิดแบบนี้ เพราะบางคนพอมีเงิน มีชื่อเสียง ก็จะลืมคนที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกันมา พอถึงตรงจุดนี้ กวินท์ ก็ตอบกับเราด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่จริงจังขึ้นว่า
"คือผมมองในมุมมองแบบนี้นะ คนจะมีอะไรกัน มันจะมีเมื่อไหร่ก็ได้ กับใครก็ได้ แต่จะหาคนที่จะแต่งงานด้วยมันโคตรยากเลยนะ ผมก็เริ่มเก็บเงินมาเรื่อยๆ เพื่อจะแต่งงานกับปุ้ย และผมก็บอกปุ้ยว่า เราเก็บตังค์มาแล้วนะ แล้วผมก็ทำเซอร์ไพรส์และขอเขาแต่งงาน (ยิ้ม)
ซึ่งผมมองว่าความพร้อมในการแต่งงานมันสำคัญมากๆ มันไม่มีผู้หญิงคนไหนที่จะอยากมาลำบากกับเราหรอก แต่ในระหว่างที่ผมเก็บเงินเพื่อจะแต่งงานกับเขา ก็มีปัญหาเกิดขึ้นกับเราสองคนอยู่นะ มันก็เยอะอยู่ แต่ผมวางเป้าหมายเอาไว้แล้ว และผมก็รักเขามากด้วย
ผมวางเอาไว้ว่านี่คือสิ่งที่ชีวิตผมต้องการ และมันจะเป็นสิ่งที่ดีต่อกวินท์มากๆ ถ้ามีปุ้ยอยู่ในชีวิตของผม เพราะปุ้ยคือสิ่งที่ดีที่สุดของชีวิตกวินท์ และผมแฮปปี้กับชีวิตมาก ผมมีความสุข ผมมีความรัก แค่นี้ก็พอแล้ว ไม่ต้องคิดอะไรเยอะแล้ว"
โอ้โห คำตอบหล่อมากพี่ เราก็ยังยืนยันความคิดเดิม ว่าอยากจะโคลนนิ่งให้มี กวินท์ ดูวาล เพิ่มขึ้น 10-20 คนเหมือนเดิม ฮือ ผู้ชายที่คิดแบบนี้ยังมีอยู่จริง
...
ครอบครัวคือที่หนึ่ง
แต่ชีวิตคู่ของกวินท์และปุ้มปุ้ยก็ดูแฮปปี้มากๆ แต่ทำไม๊ ทำไม ปุ้มปุ้ย พรรณทิพา ถึงดูอินกับเรื่องการที่ชีวิตคู่ โพสต์คำคมเจ็บๆ ถูกใจเหล่าเมียหลวงบ่อยๆ หรือเพราะเคยเจอปัญหาเรื่องมือที่สามหรือไม่ กวินท์เคยนอกลู่นอกทาง หรือว่าเคยมีเรื่องให้ปุ้มปุ้ยไม่ไว้ใจหรือไม่ ซึ่งแร็ปเปอร์หนุ่มผู้รักเมียได้ตอบเราว่า
"สำหรับผม ผมไม่เคยทำตัวให้มีปัญหาเรื่องนี้นะ แต่สำหรับปุ้ยเขาก็ไม่ได้อินกับเรื่องอะไรแบบนี้เลย เขาก็แค่เขียนแคปชั่นขึ้นมา แล้วคนก็มองว่าเขาอิน แต่มันดันบังเอิญไปตรงกับเรื่องของพี่ธัญญ่าในตอนนั้นเฉยๆ และกลายเป็นกระแส คนแห่กันแชร์ ซึ่งมันเป็นวงการมายา เขาก็ไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนั้นหรอก แต่มันดันเป็นแบบนั้น (ยิ้ม)"
ชีวิตคู่สุดหวานกันมากๆ แล้วแพลนมีทายาทของกวินท์และปุ้มปุ้ยจะเริ่มเมื่อไหร่ จะมีเจ้าตัวน้อยมาเพิ่มความเป็นครอบครัวให้ทั้งคู่สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ซึ่งกวินท์บอกกับเราพร้อมกับรอยยิ้มที่มีความสุขที่ได้พูดถึงเรื่องนี้ว่า
...
"อีก 2 ปีครับ รอผมอายุ 30 ก่อน เพราะในสถานการณ์ตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรที่เกิดขึ้นในตอนนี้ มันยังไม่พร้อมที่จะมีลูกกัน ขอทำงานกันไปก่อน เก็บตังค์กันไปก่อน แล้วสักวันที่เราพร้อม หรือถ้าน้องมาเองก็ชิลครับ
และถ้ามีลูก ผมอยากมีสัก 2 คนกำลังดี มีผู้หญิงกับผู้ชาย ซึ่งในอัลบั้มของผมก็จะมีรูปเด็กผู้หญิงกับผู้ชายและมีภรรยาของผมถือถุงเงิน ทุกอย่างของผมจะมีสตอรี่ มีครอบครัวของผมอยู่ในนั้นเสมอ"
ต้องยอมรับว่า น้อยคนนักที่เราจะเห็นผู้ชายอายุ 20 ปลายๆ ลุคดูแบดๆ เพลย์บอยแบบนี้ แต่กลับให้ความสำคัญกับเรื่องครอบครัวเป็นอันดับหนึ่งในชีวิต เพราะอะไรกวินท์จึงให้ความสำคัญกับเรื่องครอบครัวมากขนาดนี้ ซึ่งกวินท์ตอบกับเราว่า
"ผมมองว่าเรื่องครอบครัวมันสำคัญสำหรับผมก็เพราะว่า ตอนเด็กๆ ผมอาจจะไม่ได้ใช้ชีวิตกับครอบครัวมาก อาจจะเพราะต้องไปเรียนเมืองนอก ต้องมาเรียนกรุงเทพฯ ไม่ค่อยได้อยู่กับพ่อแม่ ผมไม่ได้โทษเขาหรอก
คือเรื่องนี้เราเคยคุยกับครอบครัวเราแล้ว และตอนนี้ก็ค่อนข้างที่จะสนิทกันมากขึ้นหลังจากที่คุยกัน แต่ถ้าย้อนกลับไปได้ ก็อยากจะเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง ก็อยากจะอยู่ใกล้ชิดพ่อแม่แค่นั้นแหละ และเมื่อพอเราโตขึ้นมา เลยอยากจะมีครอบครัวของตัวเองที่อบอุ่น และเราน่าจะอยู่ใกล้ชิดลูกมากขึ้น อายุจะได้ใกล้เคียงกัน จะได้เป็นเพื่อนกันมากกว่าเป็นพ่อ"
จากนั้น กวินท์ เล่าเรื่องชีวิตของตัวเองให้เราฟังต่อว่า ช่วงนี้ภรรยาของตนนั้นทำงานเหนื่อยมาก งานเยอะ พอกลับบ้านมาก็ไม่ค่อยมีอารมณ์ และถ้าวันที่ทั้งคู่มีลูก กวินท์จะให้ปุ้มปุ้ยหยุดทำงาน ตนเองจะหาเลี้ยงภรรยาและลูกเอง
แต่ตอนนี้ทั้งคู่ยังทำงานได้อยู่ก็ทำไป จริงๆ ใจจริงนั้น กวินท์ก็ไม่อยากให้ภรรยาต้องทำงาน ถ้าเงินที่ตนหามาได้พอเลี้ยงดูให้สุขสบาย แต่เพราะว่าตนเองไม่ได้เป็นนักธุรกิจ เป็นนักร้องก็ยังจะต้องทำงานก่อน
ซึ่งเงินที่ได้มาก็ได้มาจากการแร็ป และตอนนี้ก็สามารถจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้ ตนเองก็พยายามดูแลซัพพอร์ตปุ้มปุ้ยให้เต็มที่อยู่แล้ว พร้อมกับเล่าให้ฟังว่า เมื่อก่อนตอนแรกของการใช้ชีวิตคู่ ตนกับปุ้มปุ้ยไม่ได้เป็นแบบนั้น ภรรยากับตนนั้นจะช่วยกันจ่ายค่าใช้จ่ายทุกอย่างคนละครึ่ง
วีรกรรมความขี้หึง
และเพราะกวินท์กับปุ้มปุ้ยดูรักกันมาก สวีตกันมาก เราอยากรู้ในอีกมุมของความขี้หึง ว่าระหว่างกวินท์และปุ้มปุ้ย ใครขี้หึงมากกว่ากัน ซึ่งกวินท์ก็เล่าให้เราฟังถึงวีรกรรมของตนเองและภรรยาว่า
"เราขี้หึงทั้งคู่ครับ ปุ้ยเขาจะชอบแซวผมนะ เวลาผมถ่ายรูปกับแฟนๆ ที่เข้ามาขอถ่าย แซวว่า แหม อยู่ในดงนมเลยนะ ดงนมเยอะจัง วัวเยอะจัง เวลาไปเล่นคอนเสิร์ต นางจะชอบแซว (ยิ้ม)
แต่ถ้าปุ้ยเขาซีเรียส เขาจะถาม ผมก็จะตอบเคลียร์ๆ เพราะไม่มีอะไรที่จะต้องปิดบัง ผมชอบให้เขาเช็กทุกอย่าง เขามีพาสเวิร์ดของผม แต่ส่วนมากไม่ค่อยเช็กกัน
ส่วนตัวผมก็หึงเขานะ มีครั้งนึงไปกินข้าวกันที่ร้านอาหารแล้วมีคนจีนนั่งกินข้าวแล้วจ้องหน้าเมียผม แล้วผมก็ถามเขาว่า คุณมีมารยาทหรือเปล่า มองอะไรนักหนา จ้องคนกินข้าว ไม่มีมารยาทเลย ผมจะลุกขึ้นแล้วมองหน้าเขา แล้วเขาก็จะหลบตา ซึ่งปุ้ยไม่ชอบพฤติกรรมแบบนี้ของผมเลย เขาไม่ชอบให้กวินท์ทำแบบนี้
และก็เคยมีอีกเหตุการณ์นึง วันนึงเขาไปเที่ยวแล้วผมไปทำงาน และมีผู้ชายเกาหลีมาจีบนาง ซึ่งนางก็ไม่ได้อะไรนะ และเพื่อนๆ ผมก็ช่วยกัน กันๆ ผู้ชายคนนั้นออกไป
พอผมทำงานเสร็จก็ไปรับปุ้ย แล้วพอรู้เรื่องว่ามีคนมาจีบเมีย ผมก็ถือขวดจะเข้าไปตีผู้ชายเกาหลีคนนั้นเลย แต่ปุ้ยไม่ให้ผมเข้าไป บอกว่าปล่อยเขาไปเถอะ คือปุ้ยไม่ใช่สเปกผู้ชายโซนเอเชียหรอก แค่เห็นว่าสวย เขาก็ชอบกันแล้ว"
เรื่องขี้หึงก็ไม่เบา เราเลยถามต่อว่า แล้วความเซ็กซี่ของเมียล่ะ มีหวงหรือห้ามไม่ให้เซ็กซี่บ้างหรือไม่ ซึ่งงานนี้เจ้าตัวตอบพร้อมกับรอยยิ้มกระชากใจว่า
"จริงๆ ผมชอบปุ้ยตั้งแต่แรกเพราะความเซ็กซี่ของเขาเลยนะ แต่ก็มีบ้างที่ห้าม แล้วแต่อารมณ์ ลิมิตให้ดูตามสถานที่ว่ามีผู้ใหญ่มั้ย ถ้าไม่มีก็ตามสบายเลย"
กฎของครอบครัว
เพราะอย่างที่รู้กัน ว่าตอนนี้ทั้งกวินท์และปุ้มปุ้ยมีงานเยอะมากๆ และทำงานหนักด้วยกันทั้งคู่ ตอนนี้เอาเวลาที่ไหนมาเพิ่มความหวานให้กัน ซึ่งกวินท์บอกกับเราว่า
แม้จะมีงานหนักที่ต้องทำ แต่ก็ยังมีเวลาอยู่ด้วยกัน ตั้งแต่ 5 โมงเย็นจนถึงเที่ยงคืน ก่อนที่ตัวเองจะออกไปทำงาน และทุกวันอาทิตย์ทั้งคู่ก็จะพัก โดยตนนั้นบอกภรรยาไว้ว่า วันอาทิตย์จะต้องพักกันทั้งคู่ นี่คือสิ่งที่กวินท์ขอปุ้ย และปุ้ยก็ให้ความร่วมมือพักการทำงานให้
ส่วนการเติมความหวานให้กัน ในบางครั้งก็ให้เป็นสิ่งของตามวันพิเศษ อย่างเช่น วันครบรอบ วันเกิด แต่วันปกติทั่วไปก็จะพากันไปกินของอร่อยๆ กัน เพราะว่าทั้งคู่ชอบกินข้าว แม้บางทีรถจะติด ตัวเองจะบ่น แต่ก็จะขับรถพาปุ้ยไปกินเสมอ
จากนั้นเราถามต่อว่า ระหว่างกวินท์และปุ้มปุ้ยใครเอาใจยากกว่ากัน งานนี้กวินท์รีบตอบเราทันทีว่า คนที่เอาใจยากคือภรรยาของตน ส่วนตัวเองนั้นเป็นคนสบายๆ ก่อนจะทำการเผาเมียสุดที่รักให้เราฟังว่า "เขาเป็นคนชอบเอาอะไรจะเอาทันที ใจร้อน" พร้อมกับหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเล่าต่อว่า
"แต่เราเป็นคนใจร้อนทั้งคู่ มุมมองการใช้ชีวิตของเราก็ไม่เหมือนกันอีกด้วย แต่ทำไมมันถึงดูลงตัวก็ไม่รู้ และเราก็เข้าขากันด้วยนะ เราเสริมกัน ไม่ว่าจะเรื่องงานและเรื่องความรัก แต่มุมมองในการคิด จะค่อนข้างแตกต่างกันนิดนึง
แต่การที่เรามานั่งคุยกัน เคลียร์ใจกันหลังจากที่มีปัญหา มันก็จบนะ ผมเคยทะเลาะกันหนักๆ ไม่ใช่ไม่มี แต่ไม่เคยปล่อยให้ทะเลาะกันข้ามวัน ผมจะรอให้ทั้ง 2 ฝ่ายเย็นลงก่อน แล้วค่อยเรียกมาเคลียร์ เขาก็จะมีมุมมองของเขา ผู้หญิงไม่ค่อยฟัง (ยิ้ม)"
ของขวัญเซอร์ไพรส์เมีย
มาถึงคำถามที่ไม่ใช่แค่เราก็อยากจะรู้ แต่ ปุ้มปุ้ย พรรณทิพา ก็ต้องอยากรู้เช่นกันว่า ของขวัญเซอร์ไพรส์ชิ้นต่อไปที่สามีสายเปย์จะทำเซอร์ไพรส์ให้เมียสุดที่รักนั้นคืออะไร งานนี้กวินท์บอกกับเราแบบคิดหนักมากๆ ว่า
"ผมว่าของขวัญชิ้นต่อไปก็คงจะต้องเป็นรถแล้วแหละ มันต้องซื้อรถแล้วแหละ เพราะซื้อกระเป๋าแอร์เมสไปแล้ว (ยิ้ม) มันต้องไปรถแล้ว จะซื้อบ้านอีกหลังก็ผ่อนหลังเก่ายังไม่หมดเลยเนี่ย (ยิ้ม) ของขวัญมันต้องไต่ระดับ จาก 5-6 แสน ให้สูงกว่านี้ก็คงจะต้องเป็นรถแล้วนะ แต่อย่าเพิ่งคิดเลย เหนื่อยแล้วเนี่ย (ยิ้ม) รอให้ถึงวันก่อนละกัน"
และเป็นอีกครั้งที่ความคิดที่อยากจะโคลนนิ่ง กวินท์ ดูวาล ให้มีอีกก็วิ่งเข้ามาให้หัวของเราอีกครั้ง ถ้าได้สามีแบบนี้คงจะมีความสุขไม่เบา ว่าแล้วก็ฝันต่อไป
และเพื่อขยี้ความเป็นสามีแห่งชาติของ กวินท์ ดูวาล มากขึ้นไปอีก เราจึงถามคำถามแสนง่ายกับกวินท์ว่า อยากบอกอะไรกับปุ้มปุ้ย ภรรยาสุดที่รักคนนี้บ้าง ซึ่งกวินท์บอกเราว่า
"ผมก็บอกเขาทุกวันอยู่แล้วนะ บอกรักก่อนนอนทุกวัน และตอนเช้าจะจูบหน้าผากเขาทุกวัน และสิ่งที่ผมอยากจะบอกปุ้ยก็คือ ผมอยากจะอยู่กับคุณแค่ 2 เวลา แค่ตอนนี้และตลอดไป" เฉียบ!!
ใครจะไปเชื่อว่าผู้ชายลุคแบดบอยอย่าง กวินท์ ดูวาล จะเป็นแฟมิลี่แมนได้ขนาดนี้ ทุกลมหายใจเข้าออกของแร็ปเปอร์หนุ่มคือการตั้งใจจะสร้างครอบครัวที่อบอุ่นเป็นของตัวเองให้ได้
ผู้ชายที่รักเมีย เปย์เมีย เพราะได้เห็นแล้วว่า ผู้หญิงคนนี้ไม่ปล่อยมือเขาไปในวันที่ชีวิตเขาตกต่ำไม่มีงาน ไม่มีใคร ยอมอยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกันมา เราหวังว่าใครที่ได้อ่านบทสัมภาษณ์ในครั้งนี้ของกวินท์ จะได้มุมมองอีกมุม และรู้จักตัวตนที่แท้จริงของผู้ชายคนนี้มากขึ้น.
ผู้เขียน : จันทร์เจ้าขา
ช่างภาพ : วัชรชัย คล้ายพงษ์
กราฟิก : Varanya Phae-araya