ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ป้อม วินิจ วิเคราะห์ตรงๆ นางงามแบบไหนที่เหมาะคว้ามงที่ 3 ให้เมืองไทย

    ไทยรัฐออนไลน์1 ต.ค. 2563 09:00 น.
    SHARE
    • คุณสมบัตินางงามที่พร้อมคว้ามงกุฎที่ 3 บนเวทีมิสยูนิเวิร์ส 2020
    • กูรูนางงามที่มีคนขอคำแนะนำมากมาย
    • มารีญา พูลเลิศลาภ เป็นนางงามคนเดียวที่ป้อม วินิจ ผลักดัน

    เรียกว่าเป็นเมคอัพอาร์ติสต์แถวหน้าเมืองไทย ที่พูดชื่อปุ๊บ คนในวงการบันเทิงไม่มีใครไม่รู้จัก สำหรับ ป้อม วินิจ บุญชัยศรี ช่างแต่งหน้าคิวทองฝีมือขั้นเทพที่ผ่านประสบการณ์การแต่งหน้าให้กับซุป’ตาร์คนดังมาแล้วมากมาย อีกทั้งยังเคยเป็นส่วนหนึ่งของกองประกวดเวทีมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ปี 2019 มาแล้ว ด้วยการดูแลภาพรวมการแต่งหน้าให้กับสาวงามผู้เข้าประกวด

    แม้ในปีนี้ ป้อม วินิจ จะไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเวทีมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ปี 2020 แต่ก็ยังคงมีสาวงามผู้เข้าประกวดหลายคนมาปรึกษาในเรื่องเมคอัพ ท่ามกลางกระแสวงการนางงามที่ดุเดือด จนเป็นการแข่งขันที่น่าจับตามองว่าสุดท้ายแล้วใครจะเป็นผู้ชนะ พร้อมเป็นตัวแทนประเทศไทยในการคว้ามงกุฎที่ 3 มาให้สำเร็จ หลังรอคอยกันมานานกว่า 32 ปีแล้ว

    ป้อม วินิจ
    ป้อม วินิจ

    วงการนางงามมาไกล

    ไทยรัฐออนไลน์ได้มีโอกาสพูดคุยกับป้อม วินิจ ในวันที่เจ้าตัวเดินสายโปรโมตแป้งผสมรองพื้น “Ran Original Plus Powder by Pom Vinij” ซึ่งจัดทำขึ้นในโอกาสครบรอบ 25 ปี การทำงานวงการเมคอัพอาร์ติสต์ของเจ้าตัว เมื่อถามถึงวงการนางงามในปีนี้ว่ามีมุมมองอย่างไร ป้อม วินิจ พูดทันทีว่าปีนี้สนุกแน่นอน เพราะเป็นการรวมออลสตาร์ที่มีประสบการณ์ในการประกวดนางงามมาแล้วทั้งนั้น

    “โห ปีนี้นะบอกเลยว่าวงการนางงามมาไกลมาก ทั้งคนดูก็มาไกล นางงามก็มาไกล จะสังเกตว่าทุกอย่างมีส่วนร่วม ตัวนางงามก็กล้าฉีกกฎทุกสิ่งอย่าง คนดูก็กล้าฉีกกฎทุกสิ่งอย่างเช่นเดียวกัน อะไรที่เคยทำมาหรือไม่เคยคิดว่าจะมีในวงการนางงามก็มีมาหมด และก็เป็นที่น่าสนใจด้วย นางงามในปีนี้เป็นอะไรที่ดูแล้วน่าสนุก มันก็เกือบจะเป็นออลสตาร์ก็ว่าได้ แต่ละคนที่มาก็คือตัวเด็ดๆ ที่กลับมาประกวดใหม่หมดเลย

    อย่างเช่น พรฟ้า (ปุณิกา กุลสุนทรรัตน์ Miss Earth Thailand 2013, Miss Earth Water 2013) โอ้โห ชีฟาดโดดเด่นมาก อย่างเฌอเอม (ชญาธนุส ศรทัตต์) มีดีมากกว่าความสวย คือวิธีการตอบคำถาม เขาจะใส่อารมณ์ในการตอบคำถามในทุกบริบท ยกตัวอย่างเช่น ตอนที่เขาไม่พอใจในนักการเมืองที่นอกใจภรรยา น้ำเสียง สีหน้า แววตา ของเขาจะดูชัดเลยว่าฉันไม่พอใจ ฉันไม่แฮปปี้กับสิ่งที่เกิด ซึ่งมันมาจากข้างในจริงๆ และมันเป็นสิ่งที่เขาอยากจะตอบจริงๆ มันไม่มีนางงามคนไหนเป็นอย่างนี้

    เอมมี่ (เอมมี่ คิม ซอเยอร์) ตอบภาษาอังกฤษคล่องจริง แต่ก็เป็นความรู้ที่เขามีและเขาเอามาบอก แต่ไม่ได้มาจากความรู้สึกของเขา ถึงแม้เขาจะตอบดี แต่ก็เป็นสิ่งที่เขารู้ อาจจะเตรียมข้อมูลมาก็ได้ แต่เฌอเอมจะมีอินเนอร์จากความไม่พอใจจริงๆ พอมีคนถามว่าเฌอเอมเป็นคนตลกเหรอ ชีก็หัวเราะ ถามว่ารู้มาจากไหนคะ เขาจะทำเสียงเด็ก มีความขี้เล่น คือนางครบ”

    กับคำถามที่ว่าตัวเต็งในเวทีนี้สำหรับตนเองมีใครบ้าง ป้อม วินิจ ตอบว่า “พรฟ้า เฌอเอม แพรววนิต (แพรววนิต เรืองทอง) ก็โอเค เขาได้รองอันดับ 1 มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2018 มา แต่แพรววนิตนี่ความสวยเป็นอะไรที่ฝรั่งเห็นก็ต้องจิ้มก่อน อย่าลืมว่าฝรั่งไม่รู้จักมาก่อนนะ เขาจะต้องเลือกคนที่ฟาสต์แทร็ก ฝรั่งเลือกได้ง่าย ซึ่งลุคของน้องแพรวคือมันใช่ เป็นสาวไทย 100 เปอร์เซ็นต์ อย่างเฌอเอมเขายังดูเหมือนอาจจะมาจากสิงคโปร์หรือจีน

    นอกนั้นบางคนดูเหมือนละตินบ้าง ฝรั่งลูกครึ่งก็จะเป็นฝรั่งไปเลย อย่างพรฟ้าก็โอเค ดูมาจากไทยหรือไม่ก็สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ แต่จริงๆ แล้วลุคภายนอกที่ทำให้ฝรั่งเห็นแล้วสะดุดตา มันก็สำคัญ แต่แอตติจูดในการตอบคำถามก็สำคัญ เพราะฉะนั้นเราต้องมาลุ้นกันว่านางงามแต่ละคนที่ผ่านมา เขารู้แล้วว่าสิ่งไหนมี สิ่งไหนขาด และเขาจะเติมหรือปรับให้มันไปได้ถึงเป้าหมายมากน้อยแค่ไหน อันนี้ต้องรอลุ้นอีกที เพราะมีศักยภาพทุกคนจริงๆ”

    กูรูนางงามที่มีคนขอคำแนะนำมากมาย

    เป็นที่น่าเสียดายที่ปีนี้ ป้อม วินิจ ไม่สามารถไปร่วมงานกับกองประกวดได้ ซึ่งเจ้าตัวให้เหตุผลว่า “ปีนี้พี่ติดภารกิจครบรอบ 25 ปีในวงการเมคอัพอาร์ติสต์ คือการทำเครื่องสำอาง ซึ่งมันคั่งค้างมาตั้งแต่ช่วงโควิด เราเลยไม่สามารถร่วมทีมได้ ซึ่งก่อนหน้านี้พี่ปุ้ย (ปิยาภรณ์ แสนโกศิก) ไลน์มาเชิญให้ไปเป็นกรรมการ ซึ่งเขาก็ชอบในมุมมองของเรา แต่เราไม่สามารถไปได้ ก็ไม่เป็นไร เราก็ส่งใจไปเชียร์อยู่ที่บ้านได้”

    ถึงแม้ ป้อม วินิจ จะไม่ได้มีส่วนร่วมในเวทีการประกวดปีนี้ แต่ก็มีนางงามผู้เข้าประกวดเข้ามาขอคำปรึกษาเรื่องการแต่งหน้า “ก็มีคนเข้ามาถามเยอะมาก เพราะจริงๆ ก่อนหน้านี้พี่ป้อมเปิดช่องยูทูบเป็นรายการสอนแต่งหน้า แต่ว่าในช่วงนางงามเนี่ยเผอิญมันเริ่มมาจากน้องพรฟ้าเขาอยากปรับลุคก่อนเลย เป็นคนแรกที่จุดประเด็น รายการ “ทอดปลานิน” ทำให้พวกนางงามมาขอออกในการปรับลุค โห...ตัวเต็งทั้งหมดก็มารายการหมดนะ พอเห็นน้องๆ ที่เคยมารายการเราได้เข้ารอบก็โห...แฮปปี้นะ ก็ยังมีหลายคนยังไดเร็กมาถามว่าหนูควรจะยังไง เราก็ช่วยคอมเมนต์ตามที่เขาถามมาเท่าที่เราตอบได้”

    การประกวดนางงามไม่ใช่เรื่องไร้สาระ

    เราถามถึงความคิดเห็นในเวทีการประกวดปีนี้จะดุเดือดแค่ไหน ป้อม วินิจ ตอบว่า “มันน่าจะสนุกมากเลยแหละ เพราะว่าจริงๆ แล้วปีที่แล้ว TPN ทำปีแรก โห...ท็อปฟอร์มมาก ซึ่งบอกได้เลยว่ามันเป็นโชว์ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา เพราะว่าประสบการณ์ผ่านมาแล้วปีนึง ปีนี้คือสบายใจได้เลยว่ามันจะต้องยิ่งใหญ่กว่าปีที่ผ่านมาแน่นอน ส่วนพี่ปุ้ยและพี่ณะ (ณรงค์ เลิศกิตศิริ) เรารู้จักและสนิทกัน เพราะปีที่แล้วเราลุย ฝ่าฟันด้วยกันมาจนสำเร็จ

    พี่ป้อมเชื่อว่าแกเป็นนักสู้ ถึงจะมีโควิด แต่พี่ปุ้ยก็ยังยืนยันว่าจะทำ ถ้าจัดไม่ได้ก็จะทำแบบออนไลน์ แต่โชคดีมากที่สามารถจัดให้คนเข้าไปดูได้ ต้องยอมรับในความเป็นนักสู้ของพี่ปุ้ยและพี่ณะจริงๆ เราต้องช่วยกันสนับสนุนในการดูนางงามปีนี้นะครับ เพื่อเราจะได้ดูนางงามคุณภาพในปีต่อๆ ไป ยังไงก็แล้วแต่ พี่ขอให้มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ปีนี้ประสบความสำเร็จ คว้ามง 3 กลับมาให้ได้”

    เมื่อถามต่อว่าการประกวดปีนี้อยากให้เพิ่มเติมอะไร เพื่อให้แตกต่างจากที่ผ่านมา ป้อม วินิจ บอกว่า “จริงๆ เราก็ดูในตัวของนางงามอยู่แล้ว ในส่วนของเวทีมันก็เป็นองค์ประกอบอย่างนึง ทำให้นางงามดูเด่น หรือการโชว์ดูน่าสนใจ ซึ่งตรงนี้เราก็แทบจะไม่ต้องขออะไร เพราะปีที่ผ่านมามันทำไว้เกินต้านมาก ชนิดที่ว่าประกวดในไทย เวลาที่ประกวดมิสยูนิเวิร์สจริงๆ เวทีที่บ้านเราดีกว่าหลายเท่านะ แต่ตรงนี้คิดว่าพี่ปุ้ยแกมีทิศทางของแกไว้อยู่แล้ว ซึ่งพี่ป้อมว่าดีหมด ทั้งๆ ที่เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นาน ฟีดแบ็กก็ดีมาก คนติดตามเยอะมาก เวลาพี่ป้อมไปที่ไหนมีแต่คนถามเรื่องนางงามหมดเลย มันเป็นอะไรที่ไม่พูดถึงไม่ได้"

    ทั้งนี้ ป้อม วินิจ มองว่า การประกวดนางงามเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วย "พี่ว่าการประกวดนางงามเนี่ยมันไม่ได้เป็นเรื่องไร้สาระนะครับ มันเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะช่วงโควิดมีการจ้างงานกันเกิดขึ้น มีสปอนเซอร์ร่วมด้วยช่วยกัน มีเม็ดเงินสะพัด ในด้านคนดู คนดูก็พัฒนาทางด้านความคิดมากขึ้น มีการดูชาเลนจ์เรื่องคีย์เวิร์ด คำต่างๆ พี่ป้อมว่าหลายคนเพิ่งจะเข้าใจคำบางคำในขณะที่เริ่มดูนางงามด้วยซ้ำ อันนี้เป็นอะไรที่เป็นกำไรของคนดูมากๆ ครับ”

    คุณสมบัตินางงามที่พร้อมคว้ามงกุฎที่ 3

    เราถามถึงการที่จะมีนางงามสักคนไปสู้กับเวทีโลก และสามารถคว้ามงกุฎที่ 3 มาให้คนไทยได้ชื่นใจ ควรจะมีคุณสมบัติยังไงบ้าง ช่างแต่งหน้าชื่อดังตอบว่า “ที่ผ่านมาทุกคนคือสวย องค์ประกอบภายนอกคือได้หมด อย่างมารีญา (มารีญา พูลเลิศลาภ) คือใช่เลย แต่เราขาดความกระหายมง เราอยากให้มีความฟาดกว่านี้ ซึ่งมันก็มีเรื่องที่เราพูดถึงไปตั้งแต่แรกคือน้องเฌอเอม คุณสมบัติข้างนอกคือใช่เลย ส่วนเรื่องบิวตี้เนี่ยมันปรับได้ เอาเป็นว่าไม่ว่าใครได้มงมา เดี๋ยวพี่ปรับให้เป็นบล็อกที่ฝรั่งเห็นแล้วต้องจิ้มน่ะ แต่เราอยากได้คนที่มีแอตติจูด มีพลังที่พร้อมจะไปสู้กับฝรั่ง”

    เมื่อถามว่าทัศนคติที่ว่านี้มีเรื่องอะไรบ้าง ป้อม วินิจ บอกว่าไหวพริบเป็นสิ่งสำคัญ “เรื่องการตอบคำถาม แน่นอนไหวพริบเป็นสิ่งสำคัญ คือจริงๆ อย่างที่บอกการแข่งขัน การตอบคำถามมันจะมีเลเวลของมันที่มันจะสามารถชนะใจคนดูในการโชว์วิธีคิดว่าคนนี้มันจะฉลาดขนาดไหน การที่ทำให้คนฟังดูรู้ว่าคนนี้ตอบคำถามได้ชาญฉลาด มาอีกคนที่จะต้องแข่ง มันจะต้องฉลาดกว่าในการตอบคำถาม นี่คือการแข่งขัน มันไม่ใช่การตอบคำถามที่สร้างพลังบวกอย่างเดียว มันต้องมากกว่านั้น ตรงนี้เป็นสิ่งที่นางงามควรจะมี

    พี่ว่าปีนี้เรามีนางงามที่เป็นมืออาชีพกลับมาประกวดเกือบทั้งนั้นเลย และทุกคนเคยได้ตำแหน่งรองอันดับ 1 อันดับ 2 มาแล้ว มีประสบการณ์มาแล้วหลายปี ดังนั้นเขาจะต้องพัฒนาตัวเองตลอดเวลา คิดว่าหลายๆ คนน่าจะพร้อมมากๆ ในปีนี้ ถ้าได้มงแล้วก็มาปรับวิธีคิดอีกนิดนึง ไม่ยาก เพราะที่ผ่านมาเมืองไทยเข้าใกล้มงทุกที มันเป็นมาตรฐานสาวไทยแล้วที่เวทีแม่เห็นแล้วว่ามาตรฐานดี เข้ารอบลึกแล้ว แอดติจูดดี grooming ดี สไตล์ดี เทสต์ดี หน้าสวย ตอบคำถามดี

    เรา Top 5 มาหลายปีแล้ว คิดว่าไม่ยาก สิ่งที่ผ่านมามันเรียนรู้มาหมดแล้ว เพียงแต่ว่าทีมต้องเป็นทีมแค่นั้นเอง คือทีมที่มาซัพพอร์ตจะต้องเป็นคนที่ฉลาด และเป็นคนที่จะส่งอาวุธให้นางงามออกไปแข่งขัน มันไม่ได้มีเวลาน้อย มันควรจะเตรียมตัวตั้งแต่เราพลาดมงปีที่แล้วว่าปีหน้าเราจะทำอะไร

    ถามว่าปีนี้มีความมั่นใจมากน้อยแค่ไหน โห...ถามตอนนี้ก็มั่นใจแหละ พอจะไปจริงๆ เรายังไม่รู้ว่าคู่ต่อสู้จะมีใครบ้าง แต่ก็มีหลายประเทศได้นางงามมาแล้ว อย่างประเทศเพื่อนบ้านก็ได้มาแล้ว ซึ่งถ้าในประเทศเพื่อนบ้าน ตัวเต็ง Top 5 ของเราตอนนี้สามารถประชันได้อย่างสบาย ทั้งรูปลักษณ์ภายนอก แอตติจูดในการตอบคำถาม คือ Top 5 ทุกคนพร้อมใช้หมด”

    เมื่อถามว่าเพราะอะไรถึงทำให้นางงามไทยยังไม่ได้มงกุฎกลับมาซะที ทั้งที่เข้ารอบลึกมาหลายปีแล้ว ป้อม วินิจ ก็ยังคงยืนยันว่านางงามไทยยังกระหายมงกุฎไม่มากพอ

    “อย่างที่บอกไปตอนต้นว่า เราต้องการนางงามที่ฟาด และกระหายมงมากกว่านี้จริงๆ เพราะที่ผ่านมาเราเป็นนางงามเนื้อใน ซึ่งนางงามเนื้อในคือผู้หญิงสวย คิดบวก แต่มันต้องมีที่สุด ต้องชาเลนจ์มากกว่านี้ ถามว่าที่ผ่านมาดีมั้ย โอ๊ย! มันก็เหนื่อยนะเวลาลุ้น เราอยากได้คนที่เห็นแล้วไม่เหนื่อย เอาไปแล้วสบายใจ อย่างเช่นในการตอบคำถาม เฌอเอม เอมมี่ พรฟ้า แพรววนิต ทุกคนคือใช้ได้หมด แต่ถ้าถึงเวลาต้องไปเวทีโลกจริงๆ ขอมากกว่านั้นอีก 4-5 เท่า ก็จะทำให้เราสบายใจได้ สมมติการแข่งขันเขากำหนดไว้แค่ 3 เราต้องทำไปถึง 9 ด้วยซ้ำ เราต้องทำลายกำแพงตรงนี้ให้ได้ มันต้องเผื่อไว้ก่อนเหลือๆ จะได้สบายใจ”

    เตือนสติแฟนนางงาม คอมเมนต์อย่างสร้างสรรค์

    นอกจากนี้ ป้อม วินิจ ฝากถึงแฟนนางงามที่ติดตามการประกวด ที่บางครั้งวิพากษ์วิจารณ์จนเกินเลยไปมากว่า “อยากให้มันอยู่ในจุดที่มันพอดี นึกถึงอกเขาอกเรา อย่างน้อยลูกเขามีพ่อมีแม่ ทำอะไรให้นึกถึงตรงนี้ด้วย บางทีก็ให้มีขอบเขตในการคอมเมนต์บ้าง ตัวพี่ป้อมเองในปีที่ผ่านมาทัวร์ลงเยอะมาก ซึ่งบางคนไม่ได้รู้จักเรามาก่อน ด่าเราชนิดที่ว่าเหมือนเราไปฆ่าพ่อฆ่าแม่เขาตาย บางทีก็เกินไป ก็อยากให้เพลาๆ ลงนิดนึง ใช้เหตุผลในการพูดคุยกันมากกว่านี้

    อย่างในการคอมเมนต์ก็เอาเท่าที่มันพอจะทำได้ คอมเมนต์ในเชิงสร้างสรรค์ มันก็มีบางเหตุการณ์นะ สมมติพี่ป้อมแต่งหน้าปุ๊บ เขาทำคอมพิวเตอร์กราฟิกมาเลยว่าประมาณนี้จะสวยมาก ซึ่งในการทำคอมพิวเตอร์กราฟิกเนี่ยเป็นการวาดในรูปแบบ 2 มิติ แต่ในการแต่งหน้า มันเป็นการวาดบนหน้า 360 องศา ซึ่งมันไม่เหมือนกัน มันไม่ง่ายอย่างที่คิด มันมีขอบเขตในการทำได้เท่าที่ทำ บางคนก็ไม่เข้าใจ เราก็เอ็นดูเขาน่ะ คือเราทำงานมา 25 ปี เราจะไม่รู้เหรอว่าเราควรทำยังไง ก็อยากฝากไว้ครับ

    มันมีแฟนนางงามยุคเก่ากับยุคใหม่ ซึ่งคนที่ดูนางงามรุ่นเก่าเขาก็ไม่พอใจนะ ออกจากเพจเลิกดูไปก็หลายคน เพราะดูแล้วมันไม่สนุก มันมีดราม่าด่ากัน บลัฟกัน ไม่มีความเป็นนักกีฬา มาแฝงตัวเป็นแฟนคลับนิสัยแย่ๆ ก็มี ซึ่งดูแล้วแบบโห... ถ้ามันจะชนะกัน มันอาจจะชนะกันด้วยความไม่ยุติธรรม เป็นการโกงชนิดหนึ่ง ซึ่งมันก็จะไม่ได้คนที่เหมาะสมจริงๆ ในการประกวด ถ้าเขากำหนดทิศทางได้สำเร็จนะ”

    รู้สึกแย่เจอทัวร์ลงหนัก แถมยังถูกตามดิสเครดิต

    ป้อม วินิจ ยอมรับว่ารู้สึกแย่เมื่อเจอทัวร์ลงเยอะ แถมยังเคยเจอคนตามดิสเครดิตตนเองให้ลูกค้าฟังด้วย “ก็มีบ้าง ถ้าไม่เฟลคงเป็นไปไม่ได้ มนุษย์น่ะเนอะ เวลาเจอทัวร์ลงเราก็มีบ้าง แต่อยู่ที่ว่าเราจะเก็บเขาไว้นานรึเปล่า เราเอามาปุ๊บก็เอามาแค่แป๊บเดียว เพราะว่าไม่ได้มีผลต่องานเรา แต่ก็มีนะ บุกทะลุทะลวงไปบลัฟเรา ดิสเครดิตเราถึงลูกค้าก็มี มีการโทรไปในองค์กรเลยว่าไม่อยากให้องค์กรนี้ใช้คนที่ไม่มีคุณสมบัติหรือเป็นคนนิสัยแย่มาทำงานกับที่นี่ ขนาดนั้นเลยครับ

    เขาก็คงเห็นเราตามบริบท และเป็นการคิดเห็นเพียงมุมเดียวที่จะมาว่าเรา มันก็มีนะคนที่อินบ็อกซ์ทุกช่องทางว่าองค์กรนี้ใช้คนที่นิสัยไม่ดี ซึ่งในองค์กรเขาก็รู้จักเรามาเป็น 10 ปี เขาก็งงว่าไม่ดีตรงไหน แต่คุณมาทำแบบนี้ คนอื่นที่ไม่รู้จักเราจริงๆ ก็จะเข้าใจผิด เพราะนี่ยูกำลังจะกำหนดทิศทางให้คนเข้าใจผิดว่าพี่ป้อมเป็นคนนิสัยไม่ดี เขาก็ต้องมีการตักเตือน ให้คนที่สามารถว่ากล่าวตักเตือนในโซเชียลได้ไปจัดการเลย ก็ได้บ้างไม่ได้บ้างก็แล้วแต่”

    แม้จะเจอดราม่าหนักขนาดนี้ ป้อม วินิจ ยืนยันว่า ถึงจะเสียความรู้สึกบ้าง แต่ไม่ทำให้เสียความมั่นใจในการทำงาน “ไม่ได้เสียความมั่นใจหรอก แต่เราก็เสียความรู้สึกจากการที่เรามาทำวงการนางงามเพราะมีคนแบบนี้ จริงๆ แล้วพี่ป้อมอยากมอบสิ่งดีๆ ให้กับวงการนางงามมากกว่า แต่มันทำให้เรารู้สึกว่าไม่ค่อยอยากมาทำก็ส่วนนึง

    แต่ส่วนนึงที่ยังอยู่ได้ เพราะน้องๆ นางงามหลายคนน่ารัก รู้ว่าอะไรคืออะไร เวลาเข้าหาเรา เรารู้สึกดีใจ เพราะว่าอาชีพช่างแต่งหน้าอยู่กับการคาดหวังของคน น้องๆ ที่มาหาก็อยากได้ลุคที่ใช่ อยากได้กระแส อยากได้ความสวย โอเคเขาน่ารัก เราก็ทำให้ น้องๆ นางงามเราก็รู้จักทุกคน หลังๆ คนเข้าประกวดเกือบครึ่งเวทีรู้จักเราหมด มีการแนะนำกัน ทุกคนรักเราหมด บางสิ่งบางอย่างต้องใช้เวลาพิสูจน์ ซึ่งเราก็ไม่ซีเรียส เพราะเราก็อยู่มาถึง 25 ปีจนถึงวันนี้ เป็นเพราะเราทำงานในวงการ มีศักยภาพมา 25 ปี เราถึงได้มีสิทธิ์มาพูดได้ในที่นี้”

    มารีญา นางงามคนเดียวที่ผลักดัน

    ปิดท้ายการสนทนา ป้อม วินิจ บอกว่า ยินดีที่จะให้คำแนะนำกับนางงามทุกคน แต่หากตนเป็นกรรมการเวทีนางงามแล้ว หากนางงามอยากได้คำแนะนำก็คงต้องขอให้ปฏิบัติภารกิจให้เสร็จก่อน “จริงๆ แล้วทุกวันนี้น้องนางงามหลายคนยังอยากให้เราไปแต่งหน้าเวลามีกิจกรรมเลย แต่บางทีนัดเช้าบ้าง ซึ่งเราก็ไม่ไหว แล้วบางทีเราต้องระวังตัวเอง ถ้าไปแต่งคนนี้เดี๋ยวหาว่าเราดันเด็ก ล็อกเด็กอีก ซึ่งมันไม่โอเค

    แต่ถ้าให้คำแนะนำเนี่ย พี่ป้อมคุยกับทุกคน แต่ถ้าถึงเวลาที่เราจะต้องไปเป็นกรรมการ เราจะบอกน้องเลยว่าขอโทษนะครับ ตอนนี้พี่จะต้องก้าวข้ามไปสู่การเป็นกรรมการแล้ว พี่ไม่สามารถคุยในลักษณะแนะนำอะไรต่างๆ กับน้องได้ เดี๋ยวถ้าพี่ปฏิบัติภารกิจเสร็จ เดี๋ยวเราค่อยพูดคุยกันนะ เพราะไม่งั้นเดี๋ยวมันจะไม่โปร่งใสในการประกวด เขาก็จะเข้าใจ และเขาจะรู้ว่าเราไม่ได้ล็อกหรือดันใคร”

    ป้อม วินิจ ยืนยันว่ามีคนเดียวในวงการนางงามที่ตนผลักดัน คือ มารีญา “ถามว่าดันใครในวงการ มีมารีญาคนเดียวที่เราดัน เพราะตอนนั้นเราไม่ได้อยู่ทีมใครเลย และน้องนึกถึงเราตลอดเวลา เมื่อเร็วๆ นี้มารีญากับคุณแม่ยังชวนพี่ป้อมไปทานบุฟเฟต์กลางวันด้วยกันอยู่เลย จริงๆ แล้วอาชีพช่างแต่งหน้า เราทำเพราะว่ามีคนอยากมาให้เราทำให้ เราแฮปปี้กับเขา เราก็เต็มใจทำให้เขาครับ”.

    ผู้เขียน : Penguin บินได้
    ภาพ : Penguin บินได้, Ran Cosmetic, กองประกวด Miss Universe Thailand 2020, อินสตาแกรม @marialynnehren
    กราฟิก : Theerapong Chaiyatep

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    Miss Universe Thailand 2020special contentป้อม วินิจป้อม วินิจ บุญชัยศรีป้อม วินิจ นางงามข่าวบันเทิงกอสซิป

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอังคารที่ 27 ตุลาคม 2563 เวลา 13:03 น.