ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ไมค์ แถลงกลับ ซาร่า ไม่คิดลดคุณภาพชีวิตลูก เผยชื่อโรงเรียนที่เลือกให้ลูก (คลิป)

    ไทยรัฐออนไลน์16 ก.ย. 2563 18:10 น.
    SHARE

    หลังจากที่ ซาร่า คาซิงกินี ได้ไปเปิดใจในรายการ โหนกระแส พูดถึงสาเหตุที่ไม่ยอมให้ ไมค์ พิรัชต์ ได้มีสิทธิ์ปกครองลูกร่วมกัน เนื่องจากอีกฝ่ายจะขอลดคุณภาพชีวิตของลูกลง เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้นนั้น

    และล่าสุด ไมค์ พิรัชต์ ก็ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวเพื่อขอเปิดใจถึงเรื่องราวของการยื่นเรื่องต่อศาลให้ได้มีสิทธิ์ในการปกครองลูกร่วมกับ ซาร่า คาซิงกินี โดยหนุ่มไมค์ได้เผยว่า

    “ก่อนอื่นผมต้องชี้แจงในประเด็นที่ว่าทำไมผมต้องไปยื่นร้องต่อศาล ก็คือแค่เพื่อได้สิทธิ์ชอบด้วยกฎหมายแล้วก็อำนาจในสิทธิ์ปกครองร่วม อำนาจในสิทธิ์ปกครองร่วม หมายถึงแค่ปกครองร่วมไม่ได้ปกครองแต่เพียงผู้เดียว

    คำว่าพรากลูกผมคิดว่า มันไม่น่าใช้ในกรณีนี้ได้ ซึ่งผมรู้สึกว่าแม็กซ์เวลล์โตมาเห็นว่าผมจะไปพรากลูกจากแม่เขาเพราะว่าการที่ผมได้มีสิทธิ์อำนาจปกครองร่วมในตัวบุตร ไม่ได้ทำให้สิทธิ์ความเป็นมารดาของ ซาร่า ลดลง เพราะฉะนั้นผมคิดว่าคำว่าพรากจากอกแม่อันนี้มันไม่น่าใช้ได้ในกรณีครับ

    เพราะจริงๆสิ่งที่ผมขอแค่ต้องการเจอลูกอย่างปกติ ได้มีส่วนร่วมในชีวิตเขา เพราะผมไม่อยากเป็นแค่บิดาที่จ่ายเงินอย่างเดียว เราไม่ได้รับรู้ข่าวสารอะไรเกี่ยวกับลูกเลย แล้วก็ได้เจอลูก ผมแค่อยากอยู่ในทุกช่วงชีวิตของเขา ไม่ใช่แค่ว่าจ่ายเงินแล้วก็จบ ผมอยากเห็นเขาเจริญเติบโตแค่นี้ครับ”

    แสดงว่า ไมค์ โดนกีดกันไม่ให้เจอลูก มาในช่วงระยะเวลาหนึ่ง?
    “ผมไม่ได้เจอลูกมาสักพักแล้วครับคือที่เจอได้แบบปกติเลย ครั้งสุดท้ายประมาณวันที่ 15 มีนา เพราะผมเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศและกักตัวประมาณ 15 วัน จากนั้นผมก็ขอเจอโดยทันทีในวันแรกที่กักตัวเสร็จ

    แล้วหลังจากนั้นก็ไม่ได้เจอยาวมาจนถึงช่วงเดือนเกิดแม็กซ์เวลล์ ประมาณ ก.ค. ครับผม ซึ่งมันก็มีเหตุการณ์หลายอย่าง ที่มันค่อนข้างจะซับซ้อนคือการไปเจอของผมมันต้องดักเจอที่โรงเรียน หรือไปที่ใต้คอนโดครับ”

    เรารู้สึกว่าการไปเจอมันไม่ง่ายเลยใช่มั้ย เหมือนกีดกัน?
    “คือเค้าไม่ได้กีดกัน แต่ว่าการเจอกันหลังจากคุยเรื่องปรับค่าใช้จ่ายคือมันค่อข้างที่จะยากอยู่ครับผม”

    ซาร่าบอกว่า เป็นเพราะเวลาต่างหาก เค้าไม่ได้กีดกันลูกเลย?
    “เรื่องเวลาไม่ตรงกันผมขออธิบายก่อนนะครับ มันมีเหตุการณ์ใหญ่ที่ผมรู้สึกไม่โอเคมากๆ กับเหตุการณ์ที่ผมไปรอที่สนามบิน เรื่องเกิดขึ้นวันที่ 8 ก.ค. วันที่ผมไปบอกเขาว่า ผมต้องการที่จะเจอลูก อยากเอาลูกมาเป่าเค้กกับที่บ้านผมเพราะว่าใกล้วันเกิดเขาแล้ว และผมรู้ว่าเดี๋ยวเขาจะกลับภูเก็ต ผมก็เลยไปขอ

    ทีนี้วันที่ 9 ซาร่า เขาก็บอกว่า งั้นก็มาพรุ่งนี้แล้วกันเพราะว่าอีกวันนึงจะเดินทาง ผมก็เข้าใจว่าพรุ่งนี้น่าจะเป็นวันสุดท้ายที่ได้เจอลูก และน่าจะได้ทำกิจกรรมวันเกิดร่วมกัน

    แล้ววันที่ 10 ผมก็พิมพ์ไปบอกเค้าตอนเช้าว่างั้นเดี๋ยวไปตอนบ่ายสามแล้วกัน ไปรับมาแล้วเดี๋ยวจะเอามานอนด้วยที่บ้าน เดี๋ยวอีกวันหนึ่งจะพาไปส่งสนามบินให้แล้วกันนะ

    ซึ่งผมก็ไปตอนบ่ายสาม ตอนที่พิมพ์ไปบอกซาร่าก็อ่านข้อความและรับรู้ครับ คือบางทีเขาจะชอบแบบไม่ค่อยตอบ คืออ่านแล้วไม่ตอบเลย ผมก็เคยถามว่าทำไมทำแบบนี้ เขาก็บอกว่าก็อ่านแล้วไงก็ถือว่ารับรู้เข้าใจแล้ว ผมก็คิดว่าเขาคงเข้าใจแล้วแหละ

    ทีนี้ผมก็ใส่ชุดสไปเดอร์แมนไปที่มีคลิปโพสต์ ผมก็ไปที่ใต้คอนโดตอนประมาณบ่ายสาม ทีนี้ผมพยายามติดต่อไปก็ติดต่อไม่ได้ แล้วผมก็รอเป็นชั่วโมง ก็ถามว่าอ้าวยังไงจะได้เจอลูกมั้ย สุดท้ายเขารับสาย เค้าก็พูดมาคำนึงว่า ไอยังไม่ได้ตอบตกลงเลย

    ผมก็อ้าวแล้วยังไง จะยังไงต่อ เขาบอกว่าเดี๋ยวแม็กซ์เวลล์กับเพื่อนจะไปว่ายน้ำกัน มันไม่น่าใช่ คือเขาก็เป็นคนพูดเองว่า ค่อยมาวันนี้แล้วกันแล้วอีกวันนึงจะบิน จะมาบอกว่าไม่ได้นัดแนะกันก็ไม่ได้

    ผมรู้สึกว่ามันไม่ปกติแล้วจะทำอย่างนี้ก็ไม่ใช่ไม่ถูกต้องทีนี้ผมก็ยื้อกับเขา ไปจนแม็กซ์เวลล์ลงมาข้างล่างมาเจอผม ซึ่งผมก็มีโอกาสอยู่กับลูกแค่ไม่กี่นาที เพราะมีเพื่อนของซาร่าลงมาด้วย

    คือผมรู้สึกว่าปฏิกิริยาของลูกมันไม่เหมือนเดิม มันมีความเปลี่ยนไปซึ่งมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดมาสักพักนึงแล้ว เรื่องที่ลูกค่อนข้างมีความสับสนอะไรสักอย่าง วันนึงบอกว่ารักผม วันต่อมาบอกว่าไม่อยากเจอผม ไม่รักผมแล้วซึ่งผมรู้สึกว่ามันมีอะไรแปลกๆ ตรงนี้

    เหมือนเขาผวา กลัว กังวล ตอนที่เจอกันเขาก็มองไปข้างหลังผมตลอดเวลา ซึ่งผมก็ไม่ได้มองเพราะใส่ชุดสไปเดอร์แมนอยู่ แล้วเด็กอีกคนมาบอกว่าแม็กซ์เวลล์ไปว่ายน้ำกัน เป็นฟีลประมาณนผมโดนกดดันว่า แม็กซ์เวลล์ ต้องไปว่ายน้ำ

    คือถ้าผมจะดึงออกมาเลยก็ดูจะไม่โอเคกับลูกจนเกินไป ผมก็ อ่ะ ไม่เป็นไร พี่แม็กซ์ครับไปว่ายน้ำนะครับ ไปเล่นน้ำให้สนุกนะครับ นั่นคือผมเข้าใจว่า เป็นวันสุดท้ายแล้วที่ได้เจอลูกก่อนลูกกลับภูเก็ต

    พอหลังจากนั้นวันถัดมาตอนเช้าเขาก็พิมพ์มาบอก ว่าจะมารับลูกมั้ย ซึ่งทำไมไม่บอกตั้งแต่เมื่อคืนเพราะผมก็ต้องมีงานที่จะต้องทำ ถ้างั้นผมไปรับได้เร็วสุดกี่โมงและต้องไปส่งที่บ้านได้กี่โมง ต้องบินกี่โมง

    เขาบอกมาแค่ว่า ส่งถึงบ้าน 1 ทุ่มแต่เขาไม่บอกว่าไฟล์ทบินกี่โมงเมื่อไหร่ สนามบินอะไร ผมถามเรื่องนี้ไป 4-5 รอบผมไม่ได้รับคำตอบเลย ซึ่งไม่รู้เพราะอะไร ทีนี้สิ่งที่เกิดขึ้นคือผมติดงานผมไม่สามารถที่จะไปรับตรงนั้นได้ ผมเลยคิดว่าถ้างั้นไปดักรอที่สนามบินแล้วกัน ซื้อเค้กไปด้วยให้ทีมงานรวมของขวัญมา

    ก็คิดเอาเองว่าถ้าเขาบอกว่าให้ส่งถึงบ้านทุ่มนึงก็แปลว่าไฟล์ทบินก็น่าจะหลังจากนั้นผมก็ไปดักที่สนามบินตอน 2 ทุ่มผมก็รอจนถึง 4 ทุ่มไม่มีใครมาติดต่อไม่ได้ถามเขาก็ไม่ตอบ ทีนี้ผมก็ไปถามที่เคาน์เตอร์ว่าไฟล์ทสุดท้ายกี่โมง เขาบอก1 ทุ่ม ผมก็อ้าว ทำไมอย่างนี้ล่ะ

    คือทำไมต้องโกหกว่าลูกบินวันนี้ แต่ลูกไม่ได้บินวันนี้ ผมก็แบบอีกวันนึงเป็นวันอาทิตย์ปกติลูกผมจะเรียนโรงเรียนสอนเต้นแถวทองหล่อ ผมก็ย้ายที่ประชุมไปอยู่ตรงข้ามของที่เรียน

    แล้วตอนลูกใกล้เลิกเรียนก็ออกมาดัก ปรากฏว่าแม็กซ์เวลล์มากับป้าที่เป็นพี่เลี้ยง ซึ่งเป็นการตอกย้ำเลยว่าลูกยังอยู่ทำไมผมถึงเอามานอนไม่ได้ ทำไมผมถึงจะไม่ได้ปรากฏว่าลูกเรียนเต้นเสร็จลูกกลับภูเก็ตเลย”

    อะไรคือฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ ไมค์ ต้องฟ้องเพื่อเรียกร้องสิทธิ์?
    “เรื่องนี้แหละครับคือมันสะสมมาเรื่อยๆ ครับผม คือมันมีรายละเอียดหลายอย่างที่บางทีสังคมอาจจะเห็นแค่นี้ แล้วข้อเท็จจริงและเจตนาล่ะ”

    คุยกับซาร่าครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่?
    “ครั้งสุดท้ายได้คุยกับซาร่าคือ ช่วงวันนั้นเลยครับที่ผมบอกว่า ผมเห็นแม็กซ์เวลล์อยู่ฝั่งตรงข้าม ซึ่งก็คือวันที่ 12 กรกฎาคม ผมถ่ายรูปทันแล้วผมส่งไปถามเขาว่า ทำไมถึงต้องทำแบบนี้ (เสียงสั่น) ผมไม่เข้าใจเหตุผล

    หลังจากนั้นเขาก็ไม่ตอบอะไรผมอีกเลย ตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม ถ้าคุยกันเองได้ มีใครอยากขึ้นศาลบ้างล่ะครับ มีใครอยากจะต้องมาออกสื่อ ที่ผมไม่พูดมาโดยตลอดในระยะเวลาที่ผ่านมาเพราะผมอยากมาพูดวันนี้หรอครับ เพราะผมอยากมาขึ้นศาลหรอครับ มันไม่เมคเซ้นส์”

    ไมค์ได้บอกกับซาร่าไหม ว่าจะมีดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลขอมีอำนาจปกครองลูกร่วมกัน?
    “ผมพิมพ์อะไรไปเขาไม่ตอบหรอกครับ ผมไม่ได้รับความร่วมมือ เรื่องที่ผมถามบ่อยสุดคือ เรื่องโรงเรียนว่าจะเอายังไงเพราะว่าในสถานการณ์โควิดแบบนี้ที่เจอมาตั้งแต่ต้นปี ผมเชื่อว่าทุกคนโดนพิษโควิดหมด

    และผมไม่รู้ว่าสถานการณ์แบบนี้มันจะอยู่ได้นานแค่ไหน ผมก็ต้องคิดถึงความมั่นคง และเมื่อต้นปีผมไปปรึกษาเขาว่าเราจะวางแผนอนาคตลูกยังไง เรื่องโรงเรียนถ้าจ่ายปีละ 8 แสน 9 แสนต่อปีมันไม่ไหวหรอก แล้วอาชีพดารามันก็ไม่ได้มั่นคงเป็นอะไรที่ตายตัว ถ้าวันหนึ่งผมไม่มีงานขึ้นมาล่ะจะทำยังไง จะจ่ายไหวมั้ย 8 แสนแบบนี้

    ผมก็บอกว่าเรื่องโรงเรียนเรามาลองหาที่อื่นดูกัน ผมก็เอาเวลาว่างไปเดินสายดูโรงเรียน ไปดูมาทั้งเอกมัยอินเตอร์เนชั่นแนลสคูล ดูที่ประสานมิตร ไปดูที่เลิศหล้า ไปดูที่รีเจ้นท์ ประมวลผลแล้วบางที่เขาก็ปิดรับสมัครไปแล้ว เพราะผมคุยเรื่องนี้นานแล้ว

    มันอาจจะติดโควิดด้วย ทีนี้มันก็เหลือที่เดียวที่ผมคิดว่า มันดีสุดในสถานการณ์แบบนี้ ซึ่งผมก็เลยบอกว่า เลิศหล้ามั้ยเพราะเป็นสองภาษา ผมอยากให้แม็กซ์ได้ภาษาไทยด้วย ภาษาอังกฤษด้วย”

    เขาบอกว่าเราขอลดจ่ายค่าเทอมเหลือแค่แสนเดียว?
    “ส่วนเรื่องค่าเทอม เลิศหล้าค่าเทอมแสนห้า ผมก็บอกเขาไปว่าเลิศหล้าแสนห้านะ ผมไปดูสถานที่มาด้วยตัวเอง ไปดูรายละเอียดทุกอย่าง สนามเด็กเล่น ห้องเรียนทุกคลาส ซึ่งอุปกรณ์ของเขาก็ดีไม่ได้แย่

    และอีกอย่างผมมีเพื่อนเป็นฝรั่งคนหนึ่งที่ทำงานเป็นครูสอนที่นั่นเป็นเวลา 10 ปี แต่ออกไปแล้ว เขาก็ให้คำแนะนำบอกว่าที่นี่ดี ราคาสมเหตุสมผล ไม่ได้แพงจนเกินไป มีสอนทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ และมีกิจกรรมทางพุทธศาสนาและมีสอนกิจกรรมคุกกิ้ง ที่นี่ดูดีมากสำหรับผมแล้ว เป็นบรรยากาศของโรงเรียนที่เซฟทั้งถนนโรงเรียน สนามหญ้า

    ซึ่งมันคล้ายๆกับที่ที่ผมเรียนตอนเด็กๆแล้วโตมา ผมก็รู้สึกว่าที่นี่เหมาะกับแม็กซ์ ผมก็ไปบอกซาร่าเสนอเขา เขาก็เสนอให้ไปดูประสานมิตร ว่าเขาอยากไปดูด้วยตัวเองกับให้ลูกไปดูด้วยตัวเอง ตอนนั้นก็เข้าใจว่าติดช่วงโควิด โรงเรียนก็ปิดอยู่ไม่น่าจะมีคน”

    เราทำข้อตกลงตั้งแต่แรกว่าจะดูแลค่าเทอมของลูกเองทั้งหมด แต่ในสถานการณ์แบบนี้ได้คุยกันไหมว่า ถ้าอยากรักษาคุณภาพชีวิตลูกไว้ให้มาแชร์กัน?
    “ได้มีการพูดคุยกับเขาว่าแชร์มั้ย คุณจ่ายส่วนนี้ เดี๋ยวผมไปรับผิดชอบส่วนนี้มั้ย ช่วยๆกันในสถานณ์แบบนี้ เหมือนเขาจะรับฟังแต่ผมก็ไม่ได้คำตอบมาจนถึงทุกวันนี้

    ทุกวันนี้ผมก็ยังไม่รู้ว่าลูกเรียนโรงเรียนอะไร และเหตุที่เกิดขึ้นคือ ผมเสียเงินโดยใช่เหตุกับเรื่องพวกนี้เยอะมากเพียงเพราะแค่ไม่ได้รับคำตอบ เรื่องที่เขาบอกว่าผมไปเอาแม็กซ์เวลล์ออกจากโรงเรียน ผมไปเอาออกใช่ แต่ฟังเหตุการณ์ทำไมถึงต้องออก

    ผมที่เป็นพ่อจู่ๆ จะเอาลูกออกจากโรงเรียนเพื่อความสะใจเป็นไปไม่ได้ เพราะว่าคุยกันเรื่องโรงเรียนแล้ว ผมก็เลยโทรไปถามที่ไบรท์ตันว่า ถ้าผมจะเอาลูกผมออกจากโรงเรียนมันต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง ปรากฏไปรู้ได้เลยวันนั้น เขาบอกว่าวันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้วครับที่ถ้าไม่ทำภายในวันนี้ ค่าประกัน 3 แสน สูญหายเลย จะไม่ได้คืน ผมก็เลยถามเขาว่า

    แล้วอย่างนี้ถ้าผม withdraw ผมยังสามารถเอาแม็กซ์เวลล์กลับเข้าไปเรียนได้อยู่มั้ย จะมีปัญหาหรือเปล่า ต้องจ่ายค่าแรกเข้าเพิ่มมั้ย เขาบอกไม่เป็นไรเรายินดีรับ โรงเรียนใจดีที่เปิดโอกาสต่อให้ withdraw สามารถเอาแม็กซ์เวลกลับเข้าไปได้ใหม่เพราะว่าช่วงโควิดเขาก็เห็นใจเรา ทีนี้ผมก็ทำเอกสารเพราะเหลือเวลาอยู่ 3 ชม.

    ผมก็ส่งอีเมล์ไปให้ครู กลายเป็นว่าแม็กซ์เวลล์ออกมาพ้นสภาพการเป็นนักเรียนของไบร์ทตัน ทีนี้ผมก็กะเวลาไว้แล้วว่าอีกกี่เดือนเปิดเทอม พยายามคุยกับซาร่า เรื่องโรงเรียนต้องให้จบแล้วนะ ก็ยังไม่ได้เคลียร์จนเขากลับภูเก็ต ผมถามว่าจะกลับภูเก็ตเรื่องโรงเรียนตัดสินใจหรือยังเพราะเขาบอกจะไปดูโรงเรียนด้วยตนเอง

    แต่เขาก็กลับภูเก็ตไปก่อนไปจัดงานวันเกิด ผมก็เป็นกังวลและถามอยู่เรื่อยๆ จนกระทั่งโรงเรียนใกล้เปิด ผมก็ทำอะไรไม่ได้โทรไปบอกไบร์ทตันว่า ขอเอาลูกผมกลับเข้าสู่สถานะเดิมได้มั้ย ซึ่งผมเสียเงิน 3 แสนนี้ แทนที่ผมจะเอา 3 แสนไปเป็นค่าแรกเข้าของโรงเรียนใหม่ของลูกผม เงินนี้ก็ละลายน้ำไป 3 แสนมันเยอะนะ"

    เรื่องคอนโด ซาร่าบอกว่า เราให้ย้ายออกไปอยู่ห้องเช่า 4,000?
    “คุณภาพชีวิตผมว่าอยู่ที่แต่ละคนจะตีความหมาย แล้วคุณภาพชีวิตคืออะไร ผมขอชี้แจงก่อนเลยว่า เรื่องโรงเรียนคุณภาพชีวิตผมก็เลือกเลิศหล้า เรื่องคอนโดที่ผมเสนอเขาไปว่าแถวนั้นมันมีคอนโดใกล้ๆ เกษตรนวมินทร์

    ผมไปหาข้อมูลมาให้มันมีคอนโดที่โอเคแต่ราคาไม่แพง ผมคิดว่าคอนโดที่ดีมันไม่จำเป็นต้องราคาแพง ทำไมเราต้องหาให้แพงที่สุดเท่าที่ถึงแปลว่าคอนโดนั้นดี ผมก็เลยส่งข้อมูลไปตั้งแต่ เรท 4,800 8,000-13,000 และทุกอันที่ผมส่งไป ผมดูแล้วว่าถ้าผมอยู่ได้ ลูกผมก็น่าจะอยู่ได้

    ผมแค่เสนอไป ผมยังไม่ได้บอกว่าคุณต้องไปอยู่ที่นั่นเท่านั้น มีหลายช้อยส์ ส่งข้อมูลไปแต่ไม่เคยได้คำตอบ มีสระว่ายน้ำ พื้นที่มันดูดี มีฟิตเนส”

    ได้บังคับให้อยู่ห้องละ 4 พันตามที่เขาบอกไหม?
    “ไม่ได้บังคับ ผมส่งไปเสนอว่าคุณอยากได้แบบไหน ค่าใช้จ่ายก็มาดูกันว่ายังไง อย่างที่บอกว่าคุณจ่ายส่วนนี้ผมจ่ายส่วนนี้”

    เขาบอกว่าเราบีบให้เขาออกจากคอนโด มีตัดน้ำตัดไฟด้วย?
    “เรื่องคอนโดมันไม่ใช่คอนโดผม มันเป็นคอนโดของพี่ชายผมที่ผมไปขอร้องเขามาว่า ขอให้หลานอยู่นะ แต่ผมจะจ่ายค่าเช่าให้แต่ขอถูกหน่อยได้มั้ย ไม่เป็นค่าเช่าปกติ 3-4หมื่น ผมขอจ่ายแค่ 24,000 ได้มั้ย ซึ่งก็อยู่มาตลอดไม่มีปัญหา

    แต่ว่าด้วยช่วงสถานการณ์โควิดแบบนี้ ทุกคนมันโดนหมด พี่ผมทำธุรกิจห้องเช่า พอโดนหมด ผู้เช่าไม่จ่ายค่าเช่าหรือบางทีห้องไม่มีคนเช่ามันเกิดค่าใช้จ่าย มันเป็นค่าใช้จ่ายที่เขาต้องแบกรับ เขาบอกผมว่าห้องนี้เป็นห้องเดียวที่ปล่อยได้ เขาต้องการปล่อย ลองไปคุยกับซาร่าหน่อยได้มั้ย

    ผมก็ไปปรึกษากับซาร่าว่า มันเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น แล้วไหนๆ จะย้ายโรงเรียนก็ไปดูคอนโดแถวเกษตรนวมินทร์ ผมก็ไปคุยว่าให้เวลา 2-3 เดือน มาจนถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่รู้ว่าคอนโดจะเอายังไง แต่ตั้งแต่เกิดเรื่องวันเกิด ผมไม่ได้เจอลูกแล้วโดนหลอกไปรอที่สนามบินเก้อ

    สุดท้ายผมไปทำบุญวันเกิดแม็กซ์เวลล์แล้วเอารูปลูกมาแปะแทน เพราะลูกมาร่วมเฟรมไม่ได้ แล้วผมรู้ว่าเขากลับภูเก็ตผมจึงไปที่คอนโดเพื่อต้องการดูสภาพของห้อง ผมไม่มีพาสเวิดประตูเข้าไม่ได้ แต่ผมเห็นมีเงาใต้ประตูว่ามีคนอยู่ ลองเคาะปรากฎว่ามีผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่คุ้นหน้าอายุประมาณ 40 กว่า ไม่รู้ว่าเขามาทำอะไรมาอาศัยอยู่หรืออะไร

    ห้องของผมมองเข้าไปมันมีรูอยู่ตรงฝ้า ซึ่งทำไมมาทำอะไรแบบนี้โดยพลการ คุณเป็นใคร ทราบมาว่าเป็นคนขับรถของซาร่าแต่ไม่ใช่คนขับรถคนเดียวกับที่ผมจ้างให้ คนขับรถที่ผมจ้างให้เป็นเด็กวัยรุ่น แต่คนนี้น่าจะเป็นสามีของป้าพี่เลี้ยงที่ผมจ้าง ป้าคนนี้เป็นญาติของซาร่าผมจ้างเขามาเป็นพี่เลี้ยง

    ทีนี้ผมก็รายงานเรื่องนี้กับพี่ชาย เขาบอกทำแบบนี้ไม่ได้ ให้หลานอยู่ไม่ใช่หรอ แล้วคนนี้เป็นใครยังไง เขาเลยตัดสินใจตัดคีย์การ์ดและตัดน้ำ แต่ไม่ได้ตัดไฟ เพราะเขาก็กลัวเหมือนกันคนทำเกี่ยวกับอสังหาฯ เรื่องปล่อยเช่าคอนโดความรับผิดชอบต่างๆ แล้วเขาตัดคีย์การ์ดไปแค่ 5 วันเองแค่นั้น มีหลักฐานทุกอย่างหมดครับ”

    เขาได้แจ้งมั้ยว่าเป็นคนมาขนของ?
    “เขาแจ้งว่ามาขนของ แต่เหมือนว่ามาอยู่สามีภรรยาตรงนี้ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่ว่าการที่มีคนแปลกหน้ามาอยู่แบบนี้ พี่ชายผมก็ต้องตกใจในสถานการณ์แบบนี้จะเกิดอะไรขึ้นก็ได้ ประเด็นคือทุกวันนี้ผมก็ยังไม่ได้คำตอบเพราะเขาก็ไม่ตอบผมว่า คอนโดคืนได้หรือยังจะเอายังไง”

    เขาแจ้งไหมว่าจะให้คนไปขนของเมื่อไหร่?
    “เขาไม่เคยแจ้ง ผมก็รู้วันนั้นแหละว่ามีคนมาขนของ เขาเลิกตอบผม ติดต่อไม่ได้ตั้งแต่ 12 กรกฎา วันที่ผมโดนโกหกที่ผมไปรอเก้อที่สนามบิน”

    เขาบอกว่าตัดการติดต่อจากเราเพราะได้หมายศาล เขาก็เลยไม่คุยกับเรา?
    “เขาไม่คุยกับผมก่อนที่ได้หมายศาลนะครับ หมายศาลได้วันที่ 18 กรกฎาคม เขาไม่คุยกับผมตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาแล้ว ถามอะไรก็ไม่ตอบมาตั้งนานแล้ว”

    ไมค์ไม่เจอตัวซาร่าเลย?
    “ไม่เจอเลยครับตั้งแต่ที่เขากลับภูเก็ต ผมเจอล่าสุดคือตอนที่ไปดักเจอลูกที่โรงเรียน เขาอยู่บนรถแล้วไม่ลงมา ผมเอาลูกมาส่งที่รถแล้วลูกนั่งด้านหลัง เขานั่งด้านหน้าแต่เขาไม่ลงมา ไปดักเจอลูกที่โรงเรียนวันนั้นหนึ่งวันก่อนไบร์ทตันปิดเทอม

    ไม่แน่ใจว่าวันที่เท่าไหร่ แต่จำได้ว่าเป็นช่วงที่กำลังจะปิดเทอม เพราะถ้าหลังจากปิดเทอมผมก็มีความกลัวว่าอาจจะไม่ได้เจอขอไปดัก ซึ่งปกติผมไม่ทำอะไรแบบนี้ แต่ผมก็ไปจอดรถหน้าโรงเรียนแล้วนั่งจ้องว่าลูกผมจะเดินมาเมื่อไหร่ พอเขาเดินมาประตูผมวิ่งลงไปเลย”

    เพราะเหตุการณ์ที่เราเป็นพ่อแต่ต้องไปดักเจอลูก ทำให้ตัดสินใจใช้อำนาจศาล?
    “มันมีรายละเอียดเยอะมากที่พูดเท่าไหร่ก็ไม่หมดและไม่ได้อยากจะพูดเลย (ถอนหายใจ) เพราะว่ามันจะกระทบกับลูกผม

    คือที่ผ่านมามันก็ดีมาโดยตลอด ผมไม่รู้จริงๆว่ามันเกิดเพราะอะไร แต่ที่เห็นได้ชัดเลยว่า พอผมไปขอลดตรงนี้ตรงนั้นหน่อย มันก็เกิดปัญหาขึ้นเริ่มถี่ขึ้นเรื่อยๆ เริ่มมีความไม่เมคเซ้นส์ที่ผมไม่สามารถจะเข้าใจได้ว่า ทำไมวันนั้นผมต้องไปรอเก้อที่สนามบิน

    ทำไมผมต้องมาเห็นลูกผมเรียนเต้นทั้งๆ ที่ผมนึกว่าเขากลับไปแล้ว มันมีคำว่าทำไมเยอะมาก ผมมีคำถามเยอะมากและผมอยากได้คำตอบ แต่ผมไม่ได้คำตอบมานานมากแล้ว และคำถามหนึ่งที่ผมถามมาตลอด และต้องการรู้มาตลอด ลูกผมเรียนที่ไหน ลูกผมมีที่เรียนหรือเปล่า”

    เรื่องค่าใช้จ่าย 1.7 ล้านต่อปี ที่เราจ่ายให้ลูกตามรายละเอียดที่เห็นในข่าวเลยใช่ไหม?
    “ใช่ ผมจ่ายมาโดยตลอด ประมาณ 2 ล้านกลมๆ เอกสารที่เห็นลงรายละเอียดมันลงเฉพาะที่ลงในบัญชี แล้วอันที่ผมจ่ายจิปาถะทั่วไปล่ะ”

    ค่าใช้จ่ายที่เรากับซาร่าต้องให้แม็กซ์เวลล์ แชร์กันยังไง?
    “ผมจ่ายหมด 100 เปอร์เซ็นต์ครับ เดี๋ยวผมชี้แจงรายละเอียดค่าใช้จ่าย ตั้งแต่แม็กซ์เวลล์คลอดออกมาวันแรกผมก็จ่ายแล้ว 4 แสนกว่าค่าคลอด”

    เราคุยมาตั้งแต่ต้นว่าจะจ่ายคนเดียว?
    “ไม่มีการคุยครับ เรื่องพวกนี้ไม่มีการคุยกัน ไม่ได้ทำเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่มีอะไรเลย ผมแค่ต้องการรับผิดชอบแล้ววันแรกที่ลูกเกิดมาผมก็จ่ายไปแล้ว 4 แสนกว่า หลังจากนั้นก็พยายามมาคุยเรื่องค่าใช้จ่าย คือผมก็จ่ายได้ไม่เยอะขนาดนั้น

    หลังจากนั้นมันก็เป็น 3 หมื่นๆ 5 หมื่นๆ แล้วก็กลับมาเป็น 3 หมื่นเพราะไม่ไหว ทำเท่าที่ได้ แล้วช่วงแรกๆ เด็กทารกเขาไม่ได้ใช้อะไรเยอะ 3 หมื่นก็พอ ทุกวันนี้ผมใช้เดือนละ หมื่นห้าก็พอแล้ว หลังจากนั้นมาพอใกล้เข้าโรงเรียน ผมก็มีพี่เลี้ยงให้หมื่นสอง คนขับรถหมื่นห้า ค่าประกันอีก 7 หมื่นต่อปี

    ค่าโรงเรียนอีกเหยียบเกือบล้านต่อปี ค่าประกันชีวิต จัดงานวันเกิดผมก็จ่ายดูแลทุกครั้ง เงินเดือนอีกเดือนละ 3 หมื่นไม่รวมที่บางเดือนเพิ่มให้ 4 หมื่นก็มี บางเดือนไม่ไหวก็ 3 หมื่น และอื่นๆ อีกมากมาย และมีอีกอย่างที่ผมฝากเงินประจำบัญชีธนาคารของผมเพื่อ ด.ช.แม็กซ์เวลล์ ในอนาคตที่เขาจะโตขึ้น ผมฝากเดือนละหมื่น 24 เดือน เพราะฉะนั้นผมก็มั่นใจเลยว่าถ้าเขาโตขึ้นบรรลุนิติภาวะพอที่จะใช้เงินเป็น ซึ่งเป็นเงินที่ผมจะไม่ไปแตะต่อให้ลำบากแค่ไหน เพราะนี่คือเงินของลูก

    เรื่องเซ็นรับรองบุตร เราบ่ายเบี่ยงมาตลอด?
    "ผมโอเคตั้งแต่วันแรกที่ผมออกมาแถลงข่าวว่าผมรับเขาเป็นลูกผมแล้ว มีเหตุผลอะไรที่ผมจะไม่เซ็นกระดาษใบนึง ผมอยากรู้ว่าทำไมไม่คิดว่าผมมีเหตุผลอะไรที่จะไม่เซ็นเอกสารใบนี้ มันเป็นแค่การรับรองบุตร กระดาษใบนึง ทำไมทุกคนต้องตั้งคำถามว่าทำไมเพิ่งจะมาเซ็นตอนนี้ แล้วสิ่งที่ผมทำมา 6 ปี มีใครมองบ้าง การะดาษใบนึงมันสำคัญกว่าการกระทำเหรอครับ"

    ไมค์รู้สึกยังไงที่เราดูแลลูกมา 10 กว่าล้านแล้ว แต่ไมได้ความรู้สึกที่เป็นพ่อเลย?
    "ไม่ใช่ 10 กว่าล้านครับ 6 ปีที่ผ่านมามันเกือบ 10 ล้านครับ"

    เราไม่มีสิทธิ์ความเป็นพ่อเลย?
    "ผมแค่รู้สึกว่าผมไม่มีสิทธิ์การตัดสินใจชีวิตของลูกผมเท่าที่ควร จริงๆ เรื่องโรงเรียนครั้งแรก ผมไปดูโรงเรียนทอสีนะค่าใช้จ่ายก็ไมได้ขนาดนั้น ผมก็ไปดูก็มีกิจกรรมนั่นนี่นะ ทุกโรงเรียนมีข้อดีของตัวเองหมด ซาร่าก็บอกว่าโรงเรียนไบรตันดี ซึ่งดีจริงครับ

    แต่ถึงวันนี้มีเรื่องโควิด ไม่ไหว ค่าใช้จ่ายผมไม่ได้มีแค่ของลูก พนักงานผม ทีมงานผม ออฟฟิศผมบริษัทผม ค่าใช้จ่ายรวมกันปีนึง 10 ล้าน ปีนี้ผมตัดทุกอย่างลงมาได้ครึ่งนึง ผมตัดเงินเดือนตัวเองออก ทั้งที่ปกติได้เงินเดือน ไม่งั้นทีมงาน พนักงานผมก็ไม่รอด ในช่วงโควิดเขาทำงานไม่ได้ ทำอะไรไม่ได้ แต่ผมก็ยังต้องจ่ายอยู่

    ทุกวันนี้ผมไม่ได้เจอลูกผมก็จ่ายเงิน 3 หมื่นอยู่ ยังจ่ายพาร์ทเงินเดือนอยู่ ถ้าจะมาบอกว่าผมไม่จ่ายค่าเรียนลูกแล้ว ลูกเลยต้องออกจากโรงเรียน ผมบอกหน่อย ผมถามเรื่องโรงเรียนมานานมากแล้ว ไมได้คำตอบ แล้วถ้าเขาเอาลูกไปเรียน ไปอยู่ภูเก็ต แล้วเอาเข้าโรงเรียนไปแล้ว แล้วผมจ่ายค่าอะไรอยู่ เงินที่ผมจ่ายไป ผมจ่ายให้อะไรถ้าลูกไม่มาเรียน แล้วผมไม่รู้ว่าลูกจะมาเรียนที่นี่หรอเปล่า

    เงินที่จ่ายผมโอนเข้าบัญชีซาร่าตรง โอน 3 หมื่นเหมือนเดิม แต่ค่าอื่นๆ ตัดนะ ค่าพี่เลี่ยงค่าคนขับรถ ตอนต้นปีผมก็บอกเขาไปแล้ว ขอเขาแล้ว ตั้งแต่ประมาณปลายเดือนมีนาคม ผมเห็นว่าเขาทำงานมีรายได้ไปออกอีเวนต์ มีละคร เยอะกว่าผมอีก รายได้ตรงนั้นมันโคฟเวอร์ตรงนี้ไม่ได้เหรอ มาช่วยกันสักนิดไม่ได้เหรอ เขาบอกเขาไม่มี เขาบอกว่าผมไปความสุขของลูกเรื่องโรงเรียน ทำไมผมถึงเป็นคนรับผิดอยู่คนเดียวในเรื่องไปแตะเรื่องโรงเรียนของลูก ให้ลูกโทรมา

    คำแรกที่ลูกพูด แม็กซ์ไม่อยากย้ายโรงเรียน ทำไมลูกถึงคิดแบบนี้ ทำไมลูกถึงคิดว่าผมเป็นคนที่ไปพรากความสุขจากเขามา เป็นเหตุเพราะอะไร ไปสื่อสารให้ลูกคิดยังไง ต้องขออนุญาตพ่อเท่านั้น มันคือสองคนร่วมกันไม่ใช่เหรอครับ มีวันนึงแม็กซ์เวลล์ยังพูดว่าเขาอยากเจอแด๊ดดี๊ อยากอยู่ด้วยทุกวัน รักนะ อีกวันนึงโทรมา ไม่อยากเจอแด๊ดดี๊แล้ว แม็กซ์เปลี่ยนใจ เด็กอะ เขาไปซึมซับพวกนี้ได้ง่าย แล้วการพูดแบบนี้ วันนึงรัก วันนึงไม่รักทั้งที่ผมไมได้ทำอะไรเลย มันเกิดอะไรขึ้นกับลูกผม"

    ในรายการเขาพูดว่าไม่เคยมีการคุยกันเรื่องเซ็นรับรองบุตร อยู่ๆเราก็มาขอสิทธิ์ความเป็นพ่อ?
    "อย่างที่บอก ผมไม่ติดเรื่องรับรองบุตร แล้วตอนนู้น ผมจำได้เลยว่าพูดตรงบันไดบ้านเก่าเขา เขาบอกว่าให้เคารพเขาในความที่เป็นแม่ เขาไม่ให้เซ็น เพราะว่าให้รอลูกโตก่อนว่าผมควรจะเป็นพ่อหรือเปล่า ให้ลูกได้เป็นคนตัดสินเอง ผมก็โอเค เคารพในการตัดสินใจของซาร่า

    สำหรับผมแล้วสมัยก่อนผมก็คิดว่ากระดาษใบนึง ผมไม่รู้เรื่องกฎหมายอะไรเลย ไม่รู้เรื่องเอกสาร ผมก็แค่ว่าเอกสารใบนึงไม่เป็นไรหรอก คงไม่ใช่เรื่องใหญ่โต เอาเป็นว่าเราทำให้เห็นแล้วกันในอนาคต ผมจะไม่เป็นไร ต้อให้โดนสังคมด่าหรืออะไร ผมขอพิสูจน์ด้วยสิ่งที่ผมทำมากกว่าว่าที่ผ่านมาผมดูแลมาตลอด มีเวลาก็พยายามไปเจอลูก ติดธุระก็ไปเจอไมได้แค่นั้น

    และการที่ผมไปทำงานที่ต่างประเทศ มีคนบอกว่าทำไมงานอยู่ต่างประเทศดูแลลูกไม่ได้หรอก แม่เขาดูแลอยู่คนเดียว แล้วการที่ผมทำงานผมไม่ดูแลเหรอ ผมไปอยู่ที่โน่นคนเดียวเป็นปีๆ ห่างครอบครัว ห่างลูก (น้ำตาคลอ) แปลว่าผมไม่รัก ไม่ดูแลลูกเหรอ

    แล้วครอบครัวคนอื่นล่ะ เอาครอบครัวธรรมดาเลยนะที่บิดามารดาไม่ได้แยกทางกัน คุณแม่ก็ต้องอยู่บ้านเลี้ยงลูก คุณพ่อก็ออกไปทำงาน และยิ่งเป็นพ่อที่ต้องทำงานธุรกิจต่างประเทศ ต้องบินบ่อยๆ อย่างนั้นแปลว่าพ่อไม่รัก ไม่ดูแลลูกเหรอครับ มันแปลว่าอย่างนั้นได้เหรอครับ"

    เขาบอกว่าให้สิทธิ์ความเป็นพ่อ แต่ไม่ให้สิทธิ์ปกครองลูก เพราะกลัวเรื่องการเซ็นเอกสารต่างๆ?
    "เขาก็เคยมาขอผมนี่ครับ เขาจะบินออกต่างประเทศ ผมก็แค่ตอบอีเมลล์กลับไป มันยากอะไรครับ แล้วที่เขาพูดเป็นเรื่องของอนาคตไม่ใช่เหรอครับ"

    ยืนยันว่าดูแลภาพรวมลูกในทางที่ดีอยู่แล้ว?
    "ในทางที่ดีอยู่แล้ว แน่นอนว่าความสุขของลูก เขาอยากเจอแม่ ผมไม่มีสิทธิ์ไปกีดกัน กีดกันก็ฟ้องผมสิครับ ผมจะกีดกันทำไม จะทำแบบนั้นทำไม แล้วเอาเรื่องอนาคตมาพูดในปัจจุบันทำไม ต้องพูดความจริงในปัจจุบันว่านี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วต้องแก้ไข แล้วถ้าผมแก้ไข้ได้ด้วยการที่ไม่ต้องขึ้นศาล ผมจะขึ้นศาลเหรอครับ"

    ที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญทางเอกสารที่ต้องใช้ลายเซ็นทั้งสองคน?
    "มีครั้งนึงในต้นปี และนี่อาจจะเป็นเหตุผลทำไมเขากลัวตรงนี้ แต่เาต้องการไปต่อพาสปอร์ตของแม็กซ์เวลล์ ในช่วงที่โควิดระบาดหนักที่สุด เขามาบอกผมว่าสถานที่ราชการนี้ เพื่อต้องทำเอกสาร และที่นั่นคนเยอะ และเป็นช่วงโควิดระบาดหนัก ความเสี่ยงเยอะ คิดว่าผมจะปล่อยไหม

    ผมไม่ได้บอกว่าผมจะไม่ทำให้ แต่ผมไม่ให้ไปในช่วงนั้น คำถามคือ ทำไมต้องรีบบิน รอโควิดจางก่อนไหม ผมจำไม่ได้ว่าเขาจะพาลูกไปไหน แต่เขาต้องการบิน ซึ่งนี่เป็นอีกคำถามนึงว่าทำไมต้องรีบบิน ต้องไปตรงนั้นเดี๋ยวนี้ ในขณะที่สถานที่ราชการที่คนเยอะ เอาเรื่องโรงเรียนลูกก่อนไหม โรงเรียนปิดอยู่ มีพนักงานไม่กี่คน คุณครูอยู่ไม่กี่คน ไปเดินดูโรงเรียนก็ไม่ได้ไปเป็นหมู่คณะ"

    ไมค์ส่งเสียดูแลลูกดีขนาดนี้ ในใจมีแวบๆ ไหมว่าจะเอาน้องมาเลี้ยงเอง?
    "ไม่มีครับ แม็กซ์เวลล์ต้องการแม่และพ่อ จะขาดใครคนใดคนนึงไปไม่ได้ ยังไงก็ต้องมีแม่ สุดท้ายซาร่าเป็นแม่ของแม็กซ์เวลล์ และนั่นเปลี่ยนไม่ได้ ผมก็คือพ่อของแม็กซ์เวลล์ ที่เปลี่ยนอะไรไม่ได้"

    กระแสข่าวซาร่า มีลูกอีกคนมีผลต่อจิตใจเราที่เป็นห่วงลูกไหม?
    "เรื่องที่ซาร่าเขาตั้งครรรภ์อีกคนนึง ผมไม่ขอไม่ยุ่ง ไม่ใช่เรื่องของผม และถ้าอยากรู้ผมว่าต้องไปถามเขาเอง เพราะเขารู้แก่ใจอยู่แล้ว แต่ไม่ใช่เรื่องของผม"

    เป็นเหตุผลที่เรายื่นสิทธิ์เลี้ยงดูไหม?
    ทนายเจมส์ : "อันนี้ผมขอตอบแทนนะครับ ในเรื่องของที่น้องซาร่าตั้งครรภ์จริงหรือไม่ อันนี้เราไม่รู้ รบกวนพี่ๆ ไปถามน้องซาร่าเองนะครับ เพราะเราไม่รู้ข้อเท็จจริงอันนี้ เราตอบแทนเขาไม่ได้

    ประการนึงที่ผมตอบชัดเจนได้มากที่สุดก็คือการยื่นคำร้อง ยื่นเมื่อเดือนมิถุนายน ยื่นก่อนที่จะมีข่าวดาราสาวท้องกลางกองถ่าย เพราะฉะนั้นมันไม่เกี่ยวกันว่าจะไปกลัวเรื่องตรงนั้น สมมติในครับ ในอนาคตเขาจะมีครอบครัว มันก็เรื่องของเขา แต่ถ้าเมื่อไหร่มีผลกระทบกับเด็ก อันนั้นแหละหน้าที่ของพ่อจะต้องออกมา"

    ไมค์ดูแลทุกอย่างเท่าที่พ่อคนนึงจะทำได้ ทางกฎหมายจริงๆถ้าไม่ได้เซ็นใบรับรองบุตร ไม่ต้องจ่ายก็ได้ใช่ไหม?
    ทนายเจมส์ : "ถูกครับ อธิบายแบบนี้นะครับ หน้าที่ของบิดา-มารดาโดยชอบด้วยกฎหมาย จะต้องจดทะเบียนสมรสกันก่อน แล้วหน้าที่ทางกฎหมายถึงจะเกิด กรณีที่บิดา-มารดาไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ถ้าพ่อทิ้งลูกไป แม่ไม่สามารถเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูได้นะครับ จะต้องฟ้อง เพื่อให้พ่อเป็นพ่อโดยชอบด้วยกฎหมายก่อน พ่อถึงจึงจะมีหน้าที่จ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดู

    ผมบอกได้คำเดียวว่าการยื่นคำร้องขอให้เป็นพ่อโดยชอบด้วยกฎหมายเนี่ย เด็กไมได้เสียผลประโยชน์ พ่อต่างหากที่ต้องเสียตังค์ และต้องมีลายลักษณ์อักษรที่กำหนดชัดเจนว่าต้องเสียเดือนละเท่าไหร่ อะไรยังไง สมมติ ณ วันนี้ไมค์ผิดสัญญา ทำอะไรไมค์ไมได้นะครับ เพราะไม่มีลายลักษณ์อักษรกำหนดไว้ แต่ถ้าวันนี้มีการขึ้นศาลกันมา มีการกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษร ค่าอุปาระเลี้ยงดูชัดเจน ไมค์ดิ้นไม่หลุดครับ นี่คือการทำเอกสารเพื่อมัดตัวไมค์นะ"

    เปอร์เซ็นต์การเซ็นอำนาจร่วมมีมากน้อยแค่ไหน มาถึงขั้นนี้แล้ว?
    ทนายเจมส์ : "ผมเรียนเป็น 2 ส่วนนะครับ การที่ศาลมีพิพากษาว่าเป็นพ่อที่ชอบด้วยกฎหมายนั้น ผมค่อนข้างมั่นใจว่าศาลท่านพิพากษาแน่ เพราะมีผลยืนยันจากดีเอ็นเอ มีสูติบัตรที่ยืนยันว่าเป็นพ่อชัดเจน มีการส่งเสียอุปการะเลี้ยงดูมาถึง 6 ปี อันนี้ชัดเจนมากๆว่าเป็นพ่อที่ชอบโดยกฎหมายแน่ๆ

    แต่ในส่วนของอำนาจการปกครองบุตรนั้น ต้องให้ศาลท่านพิจารณาว่าใครวมควรที่จะมีอำนาจปกครองบุตรตรงนี้ หรือมีอำนาจปกครองร่วมกัน แต่จากประสบการณ์ของผมศาลท่านก็อยากอนุญาตให้ปกครองร่วมกัน เพราะไม่ได้เป็นเรื่องเสียหาย"

    ได้มีการระบุไปไหมว่าทางเราต้องการอะไรบ้าง?
    ทนายเจมส์ : "ผมเรียนแบบนี้นะครับ คำร้องพี่ทนายต้อม (ทนายหลักคดี) ผมนี่เป็นผู้รับมอบอำนาจของน้องเขา เนื่องจากไมคือาจจะต้องบินไปเมืองนอกบ้าง ผมก็เลยต้องรับมอบอำนาจไว้ก่อน เพื่อจะได้มีอำนาจในการดำเนินคดีนี้แทนไมค์ ตัดสินใจแทนได้หมด

    ในคำร้องขอเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย มีคำขออยู่ 2 อย่างเองนะครับ 1.ขอให้สาลพิพากษาหรือมีคำสั่งว่าผู้ร้อง (ไมค์) เป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย 2.ขอมีอำนาจปกครองร่วมกับมารดา มีแค่ 2 อย่างนี้เองนะครับ ไม่คำร้องส่วนใดที่บรรยายว่าแม่ไม่สามารถที่จะปกครองดูแลลูกได้ หรือไม่มีศักยภาพเพียงพอที่จะดูแลลูกได้ ขอให้พ่อมีสิทธิ์ดูแลฝ่ายเดียว ไม่มีนะครับ"

    ไมค์มีสิทธิ์ในตัวแม็กซ์เวลล์ยังไงบ้าง?
    ทนายเจมส์ : “ผมแยกเป็นสองส่วน ส่วนที่หนึ่งการเซ็นรับรองบุตรหมายถึงการรับรองว่าลูกเป็นลูกที่ชอบด้วยกฎหมายไม่ได้หมายความว่าพ่อเป็นพ่อที่ชอบด้วยกฎหมายนะ การที่เป็นพ่อที่ชอบด้วยกฎหมายมีสองอย่างครับ หนึ่งจดทะเบียนสมรสกัน สองศาลสั่ง แล้วในเมื่อแม่เขาไม่ยอมจะทำยังไงล่ะครับ ก็ต้องนั้นร้องต่อศาลเท่านั้นเอง”

    เขาบอกว่าให้สิทธิ์เป็นพ่อ แต่ไม่ให้สิทธิ์ปกครอง เป็นไปได้มั้ย?
    ทนายเจมส์ “เป็นไปได้ครับ ในศาลก็อาจจะมีข้อตกลงเท่าที่ผมเจอมาถ้าไม่ใช่ปกครองร่วมกัน ก็จะปกครองด้วยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็ได้ แต่แม้ว่าฝ่ายใดจะมีการปกครองได้ฝ่ายเดียวก็ตาม

    แต่ไม่ตัดสินอีกฝ่ายนึงในการที่จะไปเยี่ยมเยียนลูกได้ตามสมควร แต่ในกรณีน้องไมค์อยากมีอำนาจปกครองร่วม ส่วนศาลจะให้หรือไม่ให้อยู่ในดุลพินิจจองท่านครับ”

    จะสามารถคุยกันหลังบ้านได้มั้ย?
    ทนายเจมส์ “ถ้าคุยกันได้ คุยกันจบนานแล้ว ณ วันนี้เราไม่มีโต๊ะในการเจรจา เราใช้สิทธิทางศาล เราไม่ได้ผิด เพื่อให้น้องมานั่งคุย มาเจรจากัน และสุดท้ายผลประโยชน์ก็ตกกับลูก

    ผมบอกกับน้องไมค์เสมอว่าถ้าสมมติน้องมาบอกว่าผมอยากเอาน้องมาเลี้ยงแต่เพียงผู้เดียว ผมบอกน้องเลยว่าน้องไปหาทนายคนอื่น ผมไม่ทำ มันบาป ทำได้ยังไง แต่ถ้าเกิดสมมติน้องผู้หญิงดูแลไม่ดีสิค่อยว่ากัน แต่นั่นเขาดูแลอย่างดี เราไม่สมควรจะไปพรากออกมาจากเขา อีกอย่างไมค์ทำงานต่างประเทศ จะเอามาดูแลได้ยังไง”

    ไมค์รู้สึกยังไงที่เราก็ดูแลลูกมาตลอด 6 ปี แต่วันนี้เหมือนเอาลูกมาเป็นตัวประกัน ทำให้เราเก็บกดจนเป็นโรคซึมเศร้า?

    ไมค์ “(นิ่ง ถอนหายใจ) ผมไม่เห็นประโยชน์ในการพูดที่มันจะดีกับลูกผมได้เลย เพราะในการถกเถียงในการต่อสู้มันไม่มีใครชนะ ไม่มีใครแพ้ มีแต่คนที่เจ็บปวด มีแต่พังกับพัง ผมรู้ว่าใครเป็นยังไง

    และผมรู้ว่าสิ่งที่ดีที่สุดคือการเงียบ ซึ่งแต่ก่อนผมคิดว่าเป็นอย่างนั้นก็คงดีแล้ว เงียบคือการแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุด ต่อให้เขาจะออกกี่รายการก็แล้วแต่ ผมไม่ต้องตอบโต้ เพราะถ้าตอบโต้แล้วอีกฝ่ายไม่พอใจ ก็จะตอบโต้กันไปมา มันก็จะไม่จบ

    ผลเสียก็จะตกที่แม็กซ์เวลล์ถูกมั้ยครับ แล้วถ้าผมต้องโดนด่าจากคนที่ไม่ได้ให้ผมมีกินมีใช้ ผมก็แค่ไม่ต้องไปสนใจก็ได้ ผมแค่ทำงานไปเรื่อยๆ หาเงินเลี้ยงลูก เลี้ยงครอบครัว เลี้ยงพนักงาน เลี้ยงชีพตัวเอง

    เราเกิดมาครั้งเดียว ตายครั้งเดียว เราก็แค่ใช้ชีวิตสิครับ จะมาต่อสู้กันมันได้อะไร สุดท้ายคนที่ชนะรู้สึกชนะจริงๆ เหรอมันมีแต่ผู้แพ้ในการต่อสู้ทุกอย่าง แล้วเราจะต่อสู้ทำไม”

    มันกระทบถึงครอบครัวเรา?
    “จะด่าผม ผมไม่ว่า แต่ด่าไปถึงครอบครัวผมเนี่ย (ก้มหน้าร้องไห้) ในสิ่งที่พ่อแม่ผมไม่ได้ทำ ในสิ่งที่พ่อแม่ผมไม่ได้พูดน้องสาวผมก็โดนไปด้วย ทั้งๆ ที่น้องสาวเป็นคนดี แต่ทุกคนก็อดทน

    และผมก็ขอโทษครอบครัวผมที่ผมลากเข้ามาในเรื่องอะไรก็ไม่รู้ ปัญหาอะไรก็ไม่รู้ที่ทำให้มันพังแบบนี้ ที่ทำให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องลำบากไปด้วย ทั้งๆ ที่มันเป็นปัญหาของผม ความเหลาะแหละของผม ความโง่ของตัวเอง ความผิดพลาดของตัวเอง

    ซึ่งผมก็เป็นคนปกติธรรมดา ผมก็ผิดพลาดในชีวิตมาเยอะ ผิดพลาดมาหลายอย่างในชีวิต ทั้งเรื่องการใช้ชีวิต เรื่องการใช้เงินหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่มันไม่ได้แปลว่าผมจะต้องผิดพลาดไปตลอดชีวิตนี่

    ผิดพลาดก็แก้ไข เรียนรู้ และอยู่กับมันให้ได้ เพราะฉะนั้นผมขอถ้าใครจะด่าอะไร ด่าแค่ที่ผมคนเดียว อย่าด่าไปถึงครอบครัวนิธิไพศาลกุลของผม”

    อนาคตแม็กซ์เวลล์อาจจะเปิดมาเจอคลิปนี้ อยากจะบอกอะไรลูก?
    “อยากจะบอกแม็กซ์ว่ามันเป็นเรื่องปกติ แดดดี้เป็นดารายังไงก็ต้องเจอแบบนี้อยู่แล้ว และเราอยู่ในที่สว่างยังไงเรื่องพวกนี้มันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้เลย และแดดดี้ก็เลือกอาชีพไม่ได้ แดดดี้โตมาแบบนี้ และเดินบนเส้นทางนี้มาโดยตลอด

    และการที่มันมาเป็นแบบนี้ทุกวันนี้แดดดี้ไม่อยากให้แม็กซ์เอาไปเป็นปม มันไม่ใช่ปม แม่และแดดดี้รักพี่แม็กซ์ที่สุดอยู่แล้ว แต่ปัญหาของผู้ใหญ่วันนี้ก็แก้วันนี้ก่อนที่แม็กซ์จะโตไปมากกว่านี้ ปัญหาของผู้ใหญ่ก็เคลียร์ให้มันจบๆ วันนี้

    แม็กซ์ไม่ต้องไปคิดน้อยใจว่าทำไมชีวิตต้องเป็นแบบนี้ ทำไมครอบครัวเราไม่ปกติเหมือนคนอื่น อย่าไปน้อยใจ หลังจากนี้แดดดี้อยากให้แม็กซ์รู้ว่าไม่ว่าใครจะพูดอะไรให้แม็กซ์ฟังยังไงก็แล้วแต่ ให้แม็กซ์รู้ไว้เลยว่า วันนี้จนวันตายแดดดี้ก็รักพี่แม็กซ์ และไม่มีวันทอดทิ้งพี่แม็กซ์

    ต่อให้วันนี้พี่แม็กซ์จะพูดอะไรที่ไม่เป็นตัวของตัวเอง แดดดี้ไม่ถือสา และจะไม่เปลี่ยนความคิดนี้ และถ้าวันนึงแดดดี้ไม่ได้อยู่กับพี่แม็กซ์ ที่ตรงนี้ก็เป็นที่ของพี่แม็กซ์เสมอ และพี่แม็กซ์กลับมาหาแดดดี้ได้เสมอ (ร้องไห้)”

    ซาร่าบอกอยากเจอไมค์ในรายการ?
    “ก็เจอได้ครับ ไม่มีปัญหา ไกล่เกลี่ยกันได้ คุณต้องการอะไรก็บอกผมมา และมาคุยกันด้วยเหตุผลบนบรรทัดฐานความพอดี”

    อยากเคลียร์ต่อหน้าสื่อหรือเคลียร์กันเอง?
    “ผมอยากเคลียร์หลังบ้านอยู่แล้ว ผมไม่เคยอยากจะออกสื่อมาพูดเรื่องพวกนี้ ไม่งั้นผมจะเก็บเงียบมาทำไมหลายปีเพื่อต้องมามีเหตุการณ์แบบในวันนี้

    ทุกอย่างผมอยากเคลียร์ให้ได้หลังบ้าน ทำไมถึงไม่เคลียร์กันเอง ผมเคยพูดเมื่อหลายปีก่อนว่าเดี๋ยวผมเคลียร์กับซาร่าเองครับ เรื่องภายในผมอยากให้เก็บอยู่ภายในครับ ไม่เขื่อย้อนกลับไปดูให้หมดที่ผมเคยสัมภาษณ์ไว้

    เรื่องเซ็นรับรองบุตรผมก็เคยพูดไว้ว่าเซ็นไม่ได้กับไม่ได้เซ็นมันไม่เหมือนกัน และคนที่ออกมาพูดว่าผมไม่รับผิดชอบตั้งแต่แรก ผมออกมาแถลงข่าวตั้งแต่แรกแล้วว่ารับผิดชอบ”

    อยากให้จบยังไง?
    “จบยังไงก็ได้ให้ดีต่อแม็กซ์ ผมแต่อยากได้เจอลูก แค่ได้อยู่ในชีวิตลูก แค่ได้มีสิทธิในการตัดสินใจว่าชีวิตลูกจะเดินไปสนทางไหนบ้าง และเรื่องของค่าใช้จ่ายก็ให้มันพอดี ไม่จำเป็นต้องสูงเกินไป

    เด็กคนนึงเดือนนึงใช้ 3 หมื่นเหรอครับ ผมยังใช้แค่หมื่นห้าเลย แล้วทำไมลูกผมถึงใช้เยอะกว่าผม เดี๋ยวนี้ผมก็ทำกับข้าวกินเอง เซฟค่าใช้จ่าย ช่วงนี้มันเป็นแบบนี้เราต้องเซฟคอร์สทุกอย่าง ตอนผมมีชื่อเสียงเป็นกอล์ฟไมค์ผมได้เงินเดือนจากพ่อแม่หมื่นห้า และผมก็ใช้ได้อยู่แค่นั้น”

    คิดว่าถ้าเราให้เงินจำนวนเท่าเดิมปัญหาจะจบมั้ย?
    “ผมไม่ทราบครับ เอาจริงๆ ผมไม่ทราบเลยว่าปัญหามันอยู่ที่ตรงไหน”

    เราจะอโหสิกรรมให้ซาร่ามั้ย?
    “ผมไม่คิดเคียดแค้นอยู่แล้วครับ ผมไม่ได้คิดอะไรเลย สิ่งเดียวที่ผมรู้สึกคือผมสงสารลูก ผมอยากให้เรื่องนี้มันจบเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้”

    อยากฝากอะไรถึงซาร่า?
    “ผมไม่มีอะไรจะบอกเขาผ่านสื่อครับ ถ้าจะคุยก็ไปคุยกันหลังบ้าน คุยกันภายใน และก่อนอื่นตอบไลน์ ตอบทุกอย่างก่อน เพราะถามไปเรื่องโรงเรียนว่าจะเอายังไง และผมยังไม่รู้เลยว่าโรงเรียนไหน”

    ซาร่าบอกว่าเขาสามารถจ่ายค่าเรียนลูกเองได้?
    “ก็ถ้าเขาจ่ายได้ก็ยินดีกับเขาด้วยครับ แต่ว่าตอนนี้มันไม่ใช่เรื่องว่าใครจ่ายได้จ่ายไม่ได้ แต่คือลูกเรียนอยู่ที่ไหนมากกว่า และผมไม่ได้ไปลดคุณภาพชีวิตเขานะครับ”.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ไมค์ พิรัชต์พิรัชต์ นิธิไพศาลกุลซาร่า คาซิงกินีไมค์ ซาร่า ฟ้องร้องไมค์ ซาร่า ลูกข่าวบันเทิงข่าวดาราดารา

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2563 เวลา 14:42 น.