เป็นปมร้อนที่ถูกวิจารณ์หนักในเวลานี้ สำหรับกรณีนักธุรกิจหนุ่ม ดร.ณัฐวุฒิ ม้าแก้ว หรือ ดร.ณัฐ สามีของนักแสดง-นางแบบสาว น้ำหวาน รักษ์ณภัค วงศ์ธนทัศน์ หรือ น้ำหวาน เดอะเฟซ โพสต์ข้อความเดือดลงไอจีสตอรี่ทำนองว่า เรามันคนธรรมดา แต่ดาราย่อมต้องคู่กับไฮโซ, ชู้ที่เลิศเลอ รวย ไฮโซ ต้อง Support ให้ครบ อย่าให้น้อยหน้าผัวคนธรรมดา, ยุ่งกับแฟนคนอื่นมันไม่ดี ฯลฯ จนทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ถูกจับตา

ซึ่งก่อนหน้านี้ ดร.ณัฐ ถูกเม้าท์ข่าวแรงว่ากิ๊กนักศึกษา และน้ำหวานปฏิเสธ แต่ยอมรับว่ามีปัญหาเรื่องความรักจริง และพยายามประคับประคองชีวิตคู่ต่อไป

และพอเกิดประเด็นร้อนโพสต์ไอจี โลกโซเชียลก็วิจารณ์หนักและขุดข่าวเม้าท์เกี่ยวกับ ดร.ณัฐ ออกมาพูดอีกครั้ง ก่อนที่เจ้าตัวจะเคลียร์ผ่านเฟซบุ๊กว่าข่าวกิ๊กนักศึกษาไม่ใช่เรื่องจริง ล่าสุด บันเทิงไทยรัฐออนไลน์สอบถามไปยัง ดร.ณัฐ ซึ่งเจ้าตัวเปิดใจถึงทุกเรื่องที่เกิดขึ้น

ดร.ณัฐพล ม้าแก้ว ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก DrNut Nattawuth
ดร.ณัฐพล ม้าแก้ว ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก DrNut Nattawuth

...

ถามถึงเรื่องที่โพสต์ชี้แจงในเฟซบุ๊กว่าไม่เคยมีกิ๊กนักศึกษา และก็เรื่องที่โพสต์ในไอจีสตอรี่?
“ถ้าเรื่องกิ๊กอธิบายได้ แต่ถ้าเป็นเรื่องที่โพสต์ไอจี ผมเรียนอย่างนี้ครับว่าที่ผมโพสต์ไป ผมหมายความว่าอย่างนั้นว่าเป็นเรื่องจริง แต่เพียงแค่ว่าที่โพสต์ไปไม่ได้รู้สึกดี รู้สึกว่าตัวเองก็ทำผิดเหมือนกันที่ทำแบบนั้น เมื่อเช้าผมก็โทรไปขอโทษน้ำหวานแล้วครับ ผมก็เลยไม่รู้ว่าการที่ผมพูดต่อมันจะน่าเกลียดรึเปล่าครับ”

ก่อนหน้านี้คุณณัฐก็ไม่เคยออกมาเคลียร์ข่าวเรื่องกิ๊กนักศึกษาเลย?
“ใช่ครับ ผมไม่ออกมาพูดเพราะว่ามันไม่ใช่ว่าใครกุข่าว มันมีมูลความจริงอยู่ตรงที่ว่า มันมีเฟซบุ๊กน้องคนนึงที่เป็นเพื่อนในเฟซบุ๊ก และเป็นเพื่อนที่ไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อน คือเราไม่รู้จักเขา แต่เขาก็พิมพ์มาที่หน้าวอลล์ว่าเป็น FC นะ ผมก็เลยตอบกลับว่าเป็น FC หรือ KFC ถ้า KFC อยากกินไก่ทอดเหรอ เดี๋ยวผมส่งไปให้ คือพิมพ์แบบหมาหยอกไก่แต่ไม่ได้คิดอะไร ผมเป็นผู้ชายที่ชอบพูดเล่น

แต่แฟนเราก็มองว่าเอ๊ะ คุณไปพูดกับเขาสนิทขนาดนี้ แสดงว่าคุณมีซัมติงต่อกัน เราก็อธิบายว่าไม่ใช่อย่างนั้น คราวนี้บังเอิญว่าน้องคนนี้เขาหน้าตาดี โปรไฟล์ดี มันก็เลยโกรธกัน 2-3 วัน จนกระทั่งมีนักข่าวไปสัมภาษณ์ คราวนี้ตอนที่สัมภาษณ์เขาก็ถามน้ำหวานว่ามีข่าวคู่รักดารา สามีซุกนักศึกษา ใช่เคสคุณมั้ย น้ำหวานก็ตอบปฏิเสธว่าไม่ใช่เคสคู่เรา แต่คู่เราก็มีปัญหาจริงๆ เพราะน้ำหวานก็ชอบโพสต์หน้าจอสีดำ ดอกกุหลาบดำ

แล้ววันนั้นคนด่าผมเยอะ ผมก็ไม่ได้ตอบเพราะว่าถ้าผมไปแก้ตัว มันก็เหมือนหักหน้าแฟนเรา ถ้าเรายอมรับ เราก็ไม่สามารถยอมรับได้ เพราะว่าเราไม่ได้ทำ ผมก็เลยปล่อยเรื่องเลยตามเลยไป ก็จะมีเพื่อนบางคนไปช่วยพิมพ์อธิบายว่า ดร.ณัฐ เป็นคนยังไง เราก็รู้สึกว่าเราอยู่เฉยๆ ดีกว่า แต่ถามว่ามีมั้ย ผมไม่มีครับ

แล้วหลังจากนั้นผมบังเอิญเจอน้องคนนี้ใกล้ๆ ที่ทำงาน ต่างคนต่างไม่เคยเจอหน้ากัน เขาก็ทักเราว่าใช่พี่ณัฐมั้ย ผมก็เลยทักเขา ก็ยืนคุยกันประมาณ 5 นาที

ผมก็บอกว่าคุณรู้ไหมว่าคุณทำให้ผมบ้านแตก เขาก็หัวเราะ แต่ไม่ได้พูดเรื่องซีเรียส พูดกันเล่นๆ เพราะเรื่องจบไปแล้ว แต่ภาพที่ติดผมไปคือ ดร.ณัฐ ไปมีกิ๊กเป็นนักศึกษา ผมก็รู้สึกว่าในอารมณ์ที่เราโดนกระทำเสียใจอยู่ ยังมีคนตามด่าเราว่าอ้าว ก็คุณเป็นคนทำ ครั้งที่แล้วคุณมีกิ๊ก นอกใจภรรยาคุณ พอมาครั้งนี้ภรรยานอกใจ คุณจะมาเรียกร้องอะไร จะมานั่งโวยวายอะไร เราก็เลยบอกว่าเราโดนกระทำ แล้วครั้งที่แล้วเราไม่ได้ทำ เราก็ไม่ควรจะโดนด่าได้แล้ว

เรากำลังเสียใจ กำลังเฮิร์ตอยู่ แล้วยังมีคนมาพูดแบบนี้ ซึ่งจริงๆ คนที่พิมพ์ในอินเทอร์เน็ตผมไม่ได้ซีเรียส แต่มีคนใกล้ตัวเราที่เป็นเพื่อนๆ ของน้ำหวานมาว่าพี่ณัฐจะโวยวายอะไร จะโพสต์ด่าทำไม ในเมื่อครั้งที่แล้วคุณเป็นคนทำ ครั้งนี้พอเขาทำคืนทำไมคุณมาโวยวาย เราก็ปรี๊ดแตกเหมือนกันครับ แต่ถ้าเรื่องรายละเอียดตรงนั้นผมขอไม่บอก เพราะมันมีเพื่อนหลายคนที่เป็นเพื่อนผมกับเพื่อนเขา

ผมคิดว่ารายละเอียดในชีวิตของผมมันมีคนรู้หลายๆ คน บางคนรู้จริง บางคนรู้ไม่จริง แต่ผมเชื่อว่ามันจะมีสักคนนึงที่รู้จริงๆ แล้วก็น่าจะเป็นคนให้ข่าว ซึ่งผมไม่เคยให้รายละเอียดชีวิตผมกับใคร เพราะเรารู้สึกว่าเรามีชีวิตส่วนตัวเรา แฟนเรามีชีวิตส่วนตัว

ผมกับน้ำหวานคบกันมาเกือบ 10 ปี เพราะฉะนั้นมันมีคนที่รู้เห็นหลายคน ส่วนเขาจะให้ข่าวว่ายังไงผมไม่ชัวร์จริงๆ แต่เขาน่าจะให้เรื่องของไลฟ์สไตล์ เรื่องรายละเอียดในชีวิตมากกว่า แต่ถ้าเป็นเรื่องของที่โพสต์ มันมีคนรู้ในกลุ่มที่อยู่ทองหล่อหรือที่เที่ยว ซึ่งผมพูดต่อไม่ได้ เพราะว่าถ้าผมพูดต่อ มันจะส่งผลกระทบต่อคนหลายคน ผมเกรงใจคนเหล่านั้นครับ”

...

น้ำหวาน รักษ์ณภัค ขอบคุณภาพจากไอจี @namwan_raknapak
น้ำหวาน รักษ์ณภัค ขอบคุณภาพจากไอจี @namwan_raknapak

เรื่องที่โพสต์ในไอจีสตอรี่ เกี่ยวข้องกับแฟนเราไหม หรือเป็นเรื่องของเพื่อนคนอื่น?
“ผมเป็นคนไม่ยุ่งเรื่องคนอื่นครับ”

ข้อความค่อนข้างแรง?
“ไม่ค่อนข้างแรงหรอกครับ แรงมากเลยครับ และความแรงนั้นผมโดนคนด่าเยอะว่าไม่มีวุฒิภาวะ ทำไมเอาเรื่องโน้นเรื่องนี้เอามาโพสต์ ผมก็เลยบอกว่าทุกครั้งในชีวิต ก่อนที่ผมจะทำอะไร ผมมีวุฒิภาวะสูงมากพอที่จะคำนวณแล้วว่าสิ่งที่ทำ อะไรจะตามมา แล้วอะไรที่เราทำผิด ผมยอมรับผิด ยอมรับผลที่จะตามมาทุกอย่าง เพราะฉะนั้นผมคิดทุกอย่างก่อนที่จะทำเสมอ

แต่ต้องยอมรับว่าในบางครั้งคนเรามีเรื่องของอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเรื่องความรัก ผมเป็นคนเซ้นซิทีฟเรื่องนี้มาก แล้วเราอยู่ด้วยกันมานานมาก เรื่องพวกนี้มันไม่ควรจะเกิดขึ้นกับเรา พอมันเกิดขึ้นกับเรามันเซอร์ไพรส์ เรารู้สึกว่าทุกอย่างต้องหยุด แต่มันมีคนไม่หยุด พอมันมีคนไม่หยุด เราเลยไม่สามารถหยุดได้

...

อย่างเรื่องนี้ผมบอกเลยว่ามันจะไม่หลุดจากปากผม แต่มันจะหลุดจากปากคนอื่น แล้วเดี๋ยวรู้ความจริงว่าเป็นยังไง ซึ่งผมไม่ได้เผาภรรยาผมเองนะ

ผมแค่ต้องการให้ทุกคนที่ทั้งเกี่ยวและไม่เกี่ยว หรือคนที่เสพข่าวทั้งรู้จริงและไม่รู้จริง เอาไปใช้ในชีวิตตัวเองแล้วกันว่าการดำเนินชีวิตคู่มันควรต้องดำเนินยังไง อะไรเป็นความสะใจ อะไรเป็นเรื่องจริงที่ต้องทำและห้ามทำ ถ้าคนรู้ความจริงจะรู้ว่าเรื่องนี้มันมีคนผิดอยู่ 2 คน และมันห้ามทำ และคนที่โดนกระทำจะเป็นคนที่เจ็บ”

เรื่องนี้เรามีหลักฐานชัดเจนแล้วถึงโพสต์ หรือเป็นแค่เรื่องที่เข้าใจผิด?
“ถ้าเวลาที่ได้ข้อมูลลอยๆ มา ผมจะไม่ถามใคร ผมจะถามเจ้าตัวเลย ผมจะมีเบอร์โทรทุกคนที่ต้องการรู้ แล้วเราก็โทรตรง มันก็มีเรื่องการบิดเบือนข้อมูลซึ่งเรารู้ มันไม่ใช่เรารู้จากคนเดียว มันมาจากแหล่งหลายแหล่ง มาจากทั้งคนของเราและของเขา คือมันมาเยอะจนเราต้องมั่นใจได้แล้ว ถ้าเราไม่มั่นใจแสดงว่าเราต้องโง่ หรือเราเป็นคนมองโลกในแง่ดี เราเป็นคนมองโลกในแง่ดี แต่คำว่าแง่ดีกับโง่ก็ต้องแยกให้ออก”

ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก DrNut Nattawuth
ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก DrNut Nattawuth

...

ที่บอกว่าโทรไปขอโทษน้ำหวาน เราได้เคลียร์ใจทุกเรื่องจนหมดแล้วหรือยัง?
“อืม... (นิ่งคิด) ผมขอโทษแค่ว่าสิ่งที่ผมทำถ้ามันกระทบ ผมขอโทษ ผมจะบอกว่าสิ่งที่ผมทำมันไม่ดีนะ (คือแค่ขอโทษในส่วนที่เราโพสต์ข้อความไป?) ใช่ครับ เขาเองก็ขอโทษผมเหมือนกัน ขอโทษกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาทำ และทำให้ชีวิตผมเองเป็นแบบนี้”

กับตรงนี้เราคิดแล้วรึยังว่าจะตัดสินใจยังไงต่อกับชีวิตคู่?
“ยังไม่ตัดสินใจเลยครับ (เป็นช่วงที่ขออยู่นิ่งๆ สักพัก?) ใช่ครับ”

หลังจากนี้เราขอเวลาดูอีกนิดนึงว่าจะยังไงต่อ?
“คนที่ขอเวลาคือเขาครับ ไม่ใช่ผม ขอเวลาทำอะไรอันนี้เราไม่รู้แล้ว เป็นสิ่งที่เขาขอมา เราไม่รู้ว่าเขาขออะไรครับ เพราะสิ่งที่ผมให้ ผมให้ได้ทุกอย่าง แต่สิ่งที่เขาขอ เราไม่รู้ว่าเขาจะขออะไร ผมเลยยังให้อะไรไม่ได้ครับ”

ในส่วนของคุณณัฐเอง คิดว่าเรายังไปต่อได้ไหม?
“ผมเป็นคนตามใจคน ถ้าอีกฝ่ายนึงบอกว่าได้ก็คือได้ ไม่ได้ก็คือไม่ได้ครับ (ทุกอย่างอยู่ที่น้ำหวานเลย?) ใช่ครับ เพราะคำตอบนี้แหละมันจะเป็นตัวตอบทุกอย่างว่าเรื่องทั้งหมดเกิดอะไรขึ้น มันอยู่ที่คำตอบเขาอย่างเดียว”

คนรอบข้างเราว่าไงบ้าง?
“คนรอบข้างเข้าข้างผมทุกคน สิ่งที่กระทบคือชีวิตประจำวันของผม ที่ผ่านมาผมดำเนินชีวิตไม่ค่อยได้ แต่ตอนนี้ผมดำเนินได้แล้ว ผมโอเคแล้ว”

น้ำหวาน-ดร.ณัฐ ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก DrNut Nattawuth
น้ำหวาน-ดร.ณัฐ ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก DrNut Nattawuth

กับโลกโซเชียลที่โพสต์ด่าเรา มีคำไหนที่ไม่โอเคบ้าง?
“ก็มีคำว่าแต่ก่อนมึงทำก่อนไง ตอนนี้โดนทำคืนแล้วจะมาร้องอะไร หรือแม้กระทั่งคำว่าศีลเสมอกัน แม้กระทั่งเรื่องที่มันเกิดขึ้น ผมก็ไม่ชอบให้ใครมาว่าภรรยาผม ซึ่งหลังจากนั้นผมก็ไม่ได้ด่าอะไรน้ำหวาน ผมไม่ได้ด่าใครแล้ว แต่ใครก็ไม่ควรด่าผมในเวลาที่ผมกำลังแย่ แล้วมาบั่นทอนนั่งตอกย้ำซ้ำเติมในสิ่งที่ผมไม่ได้ทำครับ”

สภาพจิตใจโอเคขึ้นแล้ว?
“โอเคขึ้นแล้วครับ เพราะว่าก่อนหน้านี้นอนไม่ได้เกือบ 40 ชม. ข้าวกินไม่ได้ไป 3 วัน ก่อนหน้านั้นก็นอนได้แค่วันละ 2 ชม. ร่างกายผมไม่โอเค แต่ตอนนี้ผมโอเคแล้ว ใช้ชีวิตได้ปกติแล้วครับ ส่วนคนรอบข้างทุกคนโทรชวนผมออกไปข้างนอกหมดเลยครับ โทรเรียกไปปลอบใจ”

อยากบอกอะไรกับคนที่เข้าใจและไม่เข้าใจเรา?
“สำหรับคนที่อ่าน คนที่อยู่ในโซเชียล อยากให้เขาให้กำลังใจ ถ้าเขาอยากจะเข้าข้างใครก็ให้กำลังใจคนนั้นไป แต่อย่าไปด่าอีกฝ่ายแล้วกัน มันไปด่าคนอื่นก็ไม่ดีอยู่แล้ว

ส่วนคนที่เข้าใจ ผมไม่รู้จะบอกอะไร มันพูดยาก เพราะเราไม่สามารถทำให้ใครเข้าใจเราได้ทุกคน แต่คนที่เป็นเพื่อนผม ทุกคนจะรู้ มีเพื่อนที่อยู่ด้วยกันตั้งแต่ประถม คนที่รู้จักเรามาตลอด เขาจะรู้ว่าเราเป็นคนยังไง”

ตอนนี้รอให้น้ำหวานออกมาชี้แจงด้วย?
“ใช่ครับ ให้เขาอธิบายในฝั่งเขา จะได้ไม่ต้องฟังจากผมคนเดียว เดี๋ยวจะหาว่าเราไปนั่งพูดโน่นนี่ต่างๆ นานา อยากให้ฟังทั้งสองทางแล้วกันครับ”.