ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    เปิดรายได้หนังไทยหลังพิษโควิด ยังแย่หนัก!

    ไทยรัฐออนไลน์14 ส.ค. 2563 08:00 น.
    SHARE

    พัง เจ๊ง พัง เจ๊ง พังกันไปเยอะเกินคาด เจ็บหนักมาก ปวดร้าวทรมานเกินบรรยาย หลายธุรกิจพังหลังโควิด Covid 19

    อีกหนึ่งธุรกิจบันเทิงสำคัญมากๆ คือหนังไทย ก็ได้รับผลกระทบแยะอยู่ หนังดีมีคุณภาพ จะส่งต่อผ่านรุ่นสู่รุ่นไม่รู้จบ หนังเด่นทิ่มแรงจะติดตรึงใจเราไปนานแสนนานตราบวันสิ้นลมหายใจ หนังมีมูลค่าเพิ่มจริง ถ้าทำออกมาโดนใจ จะไปไวทั้งไทยและทั่วโลก

    ธุรกิจหนังไทย เป็นอีกอุตสาหกรรมบันเทิงหลายพันล้าน วันนี้บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ สเปเชียลคอนเทนต์ Special Content จะพาไปเจาะรายได้หนังไทยหลังโควิด มีทั้งหนังที่รายได้พุ่งเกินคาด และมีหนังที่เจ๊งระเนระนาด เสียหายหลายสิบล้าน แบบคาดไม่ถึง! 

    เปิดโรงหนังหลังโควิด ดันๆ เรื่องแรกแบบฮาแตกรั่วๆ กับหนังของผู้กำกับปากจัดจ้าน พชร์ อานนท์ รวมพลังดาราอย่างเยอะในเรื่อง พจมานสว่างคาตา ปิดโรงเก็บไปได้ 23.7 ล้านบาท น่าพอใจอยู่ แต่ก็นะ น่าผิดหวังเพราะ พชร์ อานนท์ แอบหวังลึกๆ ว่าน่าจได้เยอะกว่านี้ น่าจะทะลุร้อยล้าน 

    ดีใจด้วยกับหนัง มนต์รักดอกผักบุ้ง เลิกคุยทั้งอำเภอ โกยไปเยอะอยู่นะที่ 43 ล้าน งบสร้างไม่เยอะ แต่โกยได้แยะเกินคาดอยู่ ก่อนออกโรง 1 สัปดาห์ กระตุ้นความอยากดูของคน ด้วยการลดค่าตั๋วเหลือแค่ 39 บาท เป็นกรณีศึกษา ทำแคมเปญหลังโควิดที่เวิร์กอยู่ เพราะดึงคนดูชอบของถูก ให้เข้าโรงหนังได้เยอะเกินคาด หนังโชคดีได้ฉายไวก่อนที่ เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น รัชนก สุวรรณเกตุ โป๊ะแตกสนั่นประเทศ จะมีกระแสดราม่าแรง ถ้ามาฉายช่วงเจนนี่มีข่าวฉาว หนังน่าจะเจ๊งเยอะอยู่

    หลอนไม่สุดจึงได้แค่ 7.7 ล้านบาท คือรายได้รวมทั่วไทยของหนังสยอง Check in Shock เกมเซ่นผี นำโดย แน็ก ชาลี ,แทค ภรัณยู ทำเงินน้อยหน่อย เนื้อหาน่าจะยังไม่โดนใจในวงกว้าง กระแสปากต่อปากยังไม่แรงชัดพอ อีกทั้งได้โรง-รอบฉายน้อยด้วย

    ทำเงินไปได้ 12.4 ล้านบาท จากเรื่องฮักเถิดเทิง หนังจากการลงทุนสร้าง ของนักร้องหลายพันล้านวิว เบิ้ล ปทุมราช อาทิตย์ สมน้อย ฮักเถิดเทิงรวมบันเทิงแบบเพลินๆ ไม่ต้องคิดอะไรเยอะแยะให้ซับซ้อน ใส่มุกฮาบ้าง ไม่ฮาบ้าง พร้อมเพลงฮิตคุ้นหูอีกเพียบ รวมดาวดังลูกทุ่งไว้เยอะมากๆ ฐานแฟนคลับต่างจังหวัดมีเพียบ รายได้ก็เลยพุ่งปรี๊ดๆ 

    มาถึงหนังเรื่องแรกในชีวิต ของพระเอกหล่อเท่ช่อง 7 ที่มีคิวละครเยอะมากๆ เข้ม หัสวีร์ ภัคพงษ์ไพศาล กับเรื่อง รักนะซุปซุป เปิดตัวได้เงินไปน้อย น่าตกใจอยู่ที่แค่ 8 แสนบาท เปิดตัวได้เงินหลักแสนแบบนี้ เดาได้เลยว่า ออกโรงปิดจบน่าจะเจ็บหนักอยู่แล้ว

    ขาดทุนหนักมากๆ น่าปวดใจจริง ก็ต้องยกให้หนังเรื่อง รักข้ามคาน ที่กล้าทุ่มหลายสิบล้านทำหนังเป็นครั้งแรกในชีวิตโดย ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ผู้อำนวยการกอง มิสแกรนด์ไทยแลนด์ Miss Grand Thailand, มิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล Miss Grand International โดยณวัฒน์ เปิดใจสุดซ้ำ กับบันเทิงไทยรัฐออนไลน์ ไว้ว่า "ไม่อยากจะพูดเยอะ เอาเป็นว่าขาดทุนไปหลายล้านอยู่ เราลงทุนไปกว่า 25,000,000 ได้กลับมาน้อยมากๆ"  

    รักข้ามคาน โดยรวมทำออกมาได้ดีในระดับหนึ่ง เห็นถึงความตั้งใจจริงของทีมดาราทีมงาน เล่าเรื่องรักต่างยุคได้ดีทีเดียว จุดด้อยหลักของรักข้ามคาน น่าจะเป็นเรื่องของดารานำที่ดังเด่นไม่พอ จึงไม่อาจดึงคนดูให้เข้าโรงได้เยอะ

    เห็นความสำเร็จ จากการลดค่าตั๋วเหลือ 39 บาทจากหนัง มนต์รักดอกผักบุ้ง เลิกคุยทั้งอำเภอ ทางโรงหนังจึงจัดลดๆ ราคาตั๋วให้กับหนัง รักข้ามคาน ให้เหลือ 39 บาท พอจะดึงๆ คนดูมาได้บ้าง น่าเศร้าใจหนังปิดจบได้แค่ 170,000 หนึ่งแสนเจ็ดหมื่นบาท เท่านั้น 

    หันไปเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดๆ กันหน่อย หันมาส่องรายได้หนังเกาหลี มาแรงเว่อร์เรื่อง เทรนทูปูซาน เพนนินซูล่า Train to Busan: Peninsula เด็ดสุดกวาดไปแล้วทะลุ 70.1 ล้าน โกยเงินขนาดนี้ เพราะได้บารมีจากภาคแรกนั่นเอง แสดงว่าคนยังดูหนังอยู่ แค่แฟนหนังอาจจะเมินหนังไทยไปบ้างเรื่อง ก็แค่นั้นเอง แต่ถ้าหนังไทยดีมีคุณภาพจริง ก็กวาดเงินทะลุหลัก 100 ล้านได้สบายๆ อยู่แล้ว เหมือนที่หนังไทยก่อนโควิด เคยทำเงินได้มาหลายเรื่องแล้ว 

    รายได้หนังรวมทั่วไทย ที่เราเห็นไปแล้ว เจ้าของหนังจะต้องหักให้โรงหนังต่างๆ โดยเฉพาะสองค่ายใหญ่คือ เครือเมเจอร์ Major กับเอสเอฟ SF ให้ไปมากกว่า 45-50% ขึ้นอยู่กับการต่อรอง คุยเคลียร์ยังไงให้โอเค พอใจทั้งสองส่วน ฝ่ายจัดจำหน่ายหนังแต่ละเรื่อง ต้องมีพาวเวอร์พอ กับการต่อรองให้ได้เปอร์เซ็นต์เยอะที่สุด!

    แต่ก็นะ ทางโรงหนังก็ยังมีเรตมาตรฐานอยู่ ต่อเยอะแยะไม่ได้ เต็มที่แบ่งให้ได้ 50% ซึ่งเป็นเรตที่ทางโรงหนังใช้มานานมากกว่า 10 ปีแล้ว บางเรื่องก็คุยแบ่งกัน แบบหนังฉายสัปดาห์แรก 45-55% พอฉายสัปดาห์ที่สอง แบ่งเป็น 50-50% หรือบางเรื่องก็แบ่งเป็น 45-55% ตลอดจนจบก็ได้

    หนังไทยยังไงก็ไม่ตาย เติบโตไปได้เรื่อยๆ แหละ เพียงแต่โตช้าหน่อยมาหลายปีแล้ว เพราะยังไงคนไทย ลึกๆ ก็ยังชื่นชอบดูหนังไทยอยู่ แต่สถานการณ์หนังไทย อาจจะแย่ยาวหน่อย ไปจนถึงปี 2021 เพราะพิษโควิดสาหัส

    อีกหนึ่งเหตุผลสำคัญ ที่ทำให้หนังไทยและหนังต่างประเทศ ที่โดยรวมมีรายได้น้อยลงหลังโควิดระบาด เพราะเศรษฐกิจซบเซามากเป็นวงกว้าง คนตกงานมากขึ้นๆ คนจนลงๆ การดูหนังเป็นสิ่งบันเทิงที่ไม่ค่อยจำเป็นนัก เพราะคนต้องการประหยัดเงิน จึงทำให้โรงหนังจำใจต้องลดโรง ลดรอบฉายน้อยลงตามไปด้วย รอบดึกๆ ก็ไม่ค่อยมีแล้วเหมือนก่อน

    หนังไทยเป็นอีกธุรกิจใหญ่ ที่ช่วยขับเคลื่อนวงการบันเทิงไทยให้มีสีสัน แน่นอนว่าหนังดีจริง จะเป็นมากกว่าหนังที่ดูแล้วจบๆ กันไป เพราะถ้าเป็นหนังโดนจริง หนังจะมีพลังแรงมากพอ ที่จะทำให้คนเปลี่ยนความคิด เปลี่ยนทัศนคติได้อย่างเหลือเชื่อ

    หนังไทยดังไกลจริงอินเตอร์ จะดึงเงินเข้าประเทศได้มหาศาลในหลายช่องทาง ช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ให้กับหนังไทย และประเทศไทยได้มากอีกด้วย เหมือนที่วงการหนังเกาหลี และวงการหนังฮอลลีวูด ทำสำเร็จไปนานแล้ว

    หนังไทยจุดขายหลัก ยังคงเน้นเรื่องดูเพลินดูสนุกเป็นหลัก อย่ามาคิดเยอะซับซ้อนนะ พล็อตเรื่องแปลกแหวกแนว ว้าวๆ ยังไม่ค่อยมีนายทุนกล้าทำมากนัก แต่ถ้ารู้จักสอดแทรกสาระแหลมคมเอาไว้ในหนังได้ ก็จะช่วยกล่อมเกลาความคิดคน สร้างเสริมแรงบันดาลใจใหม่ๆ ให้กับคนดู อย่างไม่มีที่สิ้นสุด!.

    ผู้เขียน : รุ่งโรจน์เรืองรอง

    กราฟฟิก : ธีรพงศ์ ไชยเทพ

    ที่มารายได้หนัง : เว็บไซต์ thailandboxoffice.com

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    รายได้หนังไทยหลังโควิดหนังไทยทำเงินสูงสุด2020คนไม่ดูหนังไทยวงการหนังไทยรักข้ามคานspecial contentกอสซิป

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพฤหัสที่ 29 ตุลาคม 2563 เวลา 05:46 น.