ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    เผยบาดแผลชีวิตในอดีตของ "ติ๊ก เจษฎาภรณ์" วันนี้มอบโอกาสให้เหมือนที่เคยได้รับ

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์10 ส.ค. 2563 07:01 น.
    SHARE

    เวลาที่อยู่ในวงการบันเทิง 23 ปี เทียบเท่ากับอายุของพระเอกคนหนึ่งทีเดียว เส้นทางชีวิตของ ติ๊ก-เจษฎาภรณ์ ผลดี ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านจุดสูงสุด ผ่านความสุขและความเจ็บปวด มีทั้งเสียงหัวเราะและเสียน้ำตามาหมด วันนี้จะมาเปิดอกใน “Thairath Talk” วันจันทร์นี้ ในทุกเรื่อง แม้กระทั่งบางเรื่องที่ไม่เคยบอกใครที่ไหน

    วงการบันเทิงเปลี่ยนไปมั้ยในสายตาของติ๊กตลอด 20 ปีที่ผ่านมา?

    “สิ่งที่ผมคิดว่าไม่เปลี่ยนก็คือเรื่องวิธีการเซ็นเซอร์มั้งครับ (หัวเราะแห้งๆ) ณ วันนั้นที่ผมเข้าวงการใหม่ๆก็มีวิธีเซ็นเซอร์แบบนี้ ตอนนั้นผมคิดว่ามันล้าสมัยมาก ปัจจุบันนี้ไอ้อย่างนั้นมันยังคงอยู่เลย ตอนนี้โลกมันไปถึงไหนแล้ว ถ้าคุณยังปิดโอกาสแบบนี้เนี่ยให้เห็นแต่ในมุมที่เป็นดอกไม้ คุณกำลังโกหกสังคม ทำไมคุณไม่พัฒนาตามโลกไป เปิดโอกาสให้คนได้รับรู้ได้เสพอะไรหลายๆแบบ ได้เห็นและเข้าใจในสิ่งต่างๆ คือผมรู้สึกว่ามันไม่แฟร์สำหรับคนผลิตและผู้บริโภค”

    แต่เรามีคนจัดเรตผู้ชมนะ?

    “การที่เราจัดเรต มันดีเพราะไม่ปิดกั้นการเซ็นเซอร์ แต่ว่าการควบคุมผู้ชมในเรตนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ เหมือนกับการจัดการร้านสะดวกซื้อ ห้ามเด็กซื้อเหล้าและบุหรี่ ถ้าเกิดควบคุมได้แปลว่าถูกต้องตามหลักการ เหล้าและบุหรี่ยังคงมีขายอยู่เช่นเดิม ตอนนี้มันเฟก ต้องปรับทัศนคติ ทำความเข้าใจให้เขาได้เรียนรู้ทุกๆอย่าง แต่ทุกคนต้องอยู่ภายใต้ระเบียบข้อบังคับ”

    วงการบันเทิงไทยเลยไม่ไปไหนใช่ไหมครับ?

    “เวลาคนทำงานดีๆ งานชิ้นนั้นไม่ได้ฉายที่ประเทศไทยหรอกเป็นที่ยอมรับในต่างประเทศ ได้รับรางวัลจากต่างชาติ แต่ฉายในประเทศไทยไม่ได้ งานดีๆไม่มีที่อยู่ นี่คือการปิดกั้นแล้ว ผมเจ็บปวดไม่เท่ากับคนผลิต คนลงทุน ผู้กำกับ หรือครีเอทีฟที่สร้างสรรค์ผลงาน ผมเชื่อว่างานต่างๆที่มันออกมา อย่างน้อยมันให้แง่คิดจากการเล่าเรื่อง จะดีหรือไม่ดี คนเซ็นเซอร์ตัดสินแทนผู้ชมไม่ได้ คนดูต่างหากจะบอกได้ว่าหนังเรื่องนี้ไม่ดี เนื้อหามันถูกตัดจนแทบจะไม่เห็นของจริง ผมว่าเขากลัวคนจะลอกเลียนแบบ แต่เอาจริงๆมันไม่เกี่ยว คนจะดีหรือไม่ดีได้ มันขึ้นอยู่กับระบบ ต้องผ่านระบบที่ดีมา นั่นคือสถาบันครอบครัว สถาบันการศึกษา เขาสามารถคิดเองได้”

    บาดแผลที่สุดในชีวิต มีสิ่งที่อยากแก้ไขในการแสดงตลอด 20 ปีในวงการไหมครับ?

    “ผมเสียโอกาสดีกว่า ครั้งนึงตอนที่ละครบางเรื่องของผมประสบความสำเร็จดังไปถึงประเทศจีน ตอนนั้นถือว่าเป็นอะไรใหม่ๆที่มีคนจีนเสพผลงานของไทย และผมกลายเป็นคนนึงที่คนจีนเริ่มรู้จักที่นั่น แต่ ณ ตอนนั้น ผมติดงานในประเทศไทย กำลังเริ่มโปรเจกต์รายการ เนวิเกเตอร์ ก็เลยปฏิเสธไป วันเวลาผ่านไปโอ้โห เราน่าจะมีโอกาสลองอะไรใหม่ๆ เราเสียดายโอกาสนั้น เราอยากเห็นการเติบโตของวงการบันเทิงไทย ผมไม่ได้มองว่าตัวเองจะต้องดัง แต่ผมอยากให้มีการแลกเปลี่ยนกันมากกว่า ตอนนี้ก็มีนักแสดงไทยที่มีฝีมือดีๆ ก็สามารถโกอินเตอร์ได้และทำงานได้ดีจริงๆ ผมชื่นชมในตัวพวกเขามาก ผมเลยอยากให้น้องๆ The Brothers ทำแทนพี่หน่อย”

    เล่าโปรเจกต์นี้ให้ฟังหน่อยครับ เริ่มต้นมาจากอะไร?

    “The Brothers Thailand เป็นสิ่งที่แปลกใหม่ที่เฟ้นหาศิลปินหรือไอดอล น้องๆ ทั้ง 20 คนที่ผ่านการคัดเลือกจาก 2-3 พันคนที่มาสมัคร ไม่เน้นคนหน้าตาดีหรือกล้ามใหญ่ ทุกคนต้องมาเข้าแคมป์ 90 วัน ในระยะเวลานี้พวกเขาจะได้ความรู้ใน 5 วิชาหลัก คือ ร้องเพลง เต้น การแสดง ดนตรี และการออกกำลังกาย โดยมีครูมืออาชีพคอยดูแลใกล้ชิด”

    ปลายทางของน้องๆเหล่านี้คืออะไร?

    “มีหลากหลายมากครับบางคนได้เดบิวต์เพลง เล่นภาพยนตร์ หรือเป็นนักแสดงช่อง 3 ทั้ง 20 คนจะดังทั้ง 20 คนเลย
    อาจจะเป็นไปไม่ได้ เพราะในวงการบันเทิงมันมีตัวเลือกเยอะ”

    เราให้โอกาสคน เพราะติ๊กเคยได้รับโอกาสมาก่อน?

    “ต้องขอบคุณที่ผมได้รับโอกาสดีๆ ตั้งแต่เริ่มแรก คือภาพยนตร์เรื่อง “2499 อันธพาลครองเมือง” ซึ่งพี่อุ๋ย-นนทรี เป็นผู้ที่ตัดสายสะดือติ๊กมาเลย ก่อนหน้านี้ผมก็เคยผ่านงานมาบ้างเป็นตัวประกอบ ทำให้เราได้รับโอกาสดี แต่ถ้าโอกาสมาถึงแล้ว เราพร้อมรับโอกาสนั้นไหม นั่นหมายความว่าเราต้องเตรียมพร้อมตลอดเวลา เมื่อวันนึงมีโอกาสเข้ามา เราพร้อมรับโอกาสนั้น ถ้าไม่พร้อม โอกาสมันผ่านแล้วผ่านเลย”.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ติ๊ก เจษฎาภรณ์Thairath TalkวงการบันเทิงThe Brothers Thailand2499 อันธพาลครองเมืองเนวิเกเตอร์ดารา

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอังคารที่ 22 กันยายน 2563 เวลา 11:54 น.