อาจารย์ ส.พลายน้อย เล่าไว้ในหนังสือ “ข้างสำรับ ” (สำนักพิมพ์ สถาพรบุ๊คส์ พ.ศ.2559) ว่า ชื่อปาท่องโก๋ที่คนไทยเรียกกันคุ้นปากนั้น ความจริงแล้วเป็นขนมอีกชนิดหนึ่ง

ชื่อนี้มาจากคำ ปั๊ก แปลว่า ขาว ถ่ง แปลว่า น้ำตาล และ โก๋ แปลว่าขนม รวมความว่า ขนมน้ำตาลขาว

ขนมปั๊กถ่งโก๋ หน้าตา รสชาติเป็นไง ผมลองถาม น.นพรัตน์ ก็ไม่รู้จัก แต่เพราะขนมปั๊กถ่งโก๋ คนจีนนำมาร้องขายคู่กับอิ้วจาก๊วย แป้งทอดน้ำมันสองตัวติดกัน ต่อมาเมื่อปั๊กถ่งโก๋ ที่มาของปาท่องโก๋ ไม่มีคนนิยมกิน

กินแต่แป้งทอดน้ำมันสองตัวติดกัน คนไทยก็เหมาเอาปาท่องโก๋ ชื่อแรกมาเรียก

ทำไมจึงต้องทอดแป้งสองตัว...มีเรื่องว่า สมัยพระเจ้าซ้องยิ่งจง (ชื่อนี้และชื่อต่อๆไป สะกดการันต์ตามต้นฉบับนะครับ) มีทหารเอกคนหนึ่ง ชื่องักฮุย

สมัยเป็นเด็ก แม่งักฮุยสักตัวหนังสือไว้ที่กลางหลัง จิ้นตงป้อก๊ก แปลว่า รักชาติยิ่งชีพ

ครั้งหนึ่งเมืองฮวนให้กิมงึดตุ๊ดเป็นแม่ทัพ ยกมาโจมตีจีน พระเจ้าซ่องยิ่งจงส่งงักฮุยยกทัพไปปะทะ หยุดทัพฮวนไว้ที่ชายแดน การสู้รบดำเนินไป ทัพฮวนไม่เห็นทางเอาชนะ

จึงใช้อุบายส่งคนมาติดสินบนชิงไกว่ มหาเสนาบดี ซึ่งสืบรู้มาว่าเป็นคนโลภมาก

ชิงไกว่ไม่แค่มีอำนาจมาก ทั้งยังมีลูกสาวเป็น “กุยฮุย” (แปลว่าสนมเอกก็แล้วกัน) ของฮ่องเต้ หาช่องทางอื่นไม่ได้ จึงใช้กุยฮุย นำหนังสือเรียกตัวงักฮุยกลับจากชายแดนไปให้ฮ่องเต้ประทับตรา

ฮ่องเต้วันๆทรงเซ็นหนังสือนับไม่ถ้วน ก็เซ็นหนังสือให้โดยไม่ได้อ่านเรื่อง

งักฮุยกำลังรบติดพัน พอเห็นหนังสือก็งง แต่นี่คือราชโองการ งักฮุยก็รีบเดินทางเข้าเฝ้า

เข้าแผนชิงไกว่...ฟ้องฮ่องเต้ว่า งักฮุยทิ้งทัพมาเพราะรับสินบนพวกฮวน พระเจ้าซ้องยิ่งจงทรงเชื่อไม่ไต่สวนทวนความ สั่งนำงักฮุยไปประหารชีวิตทันที

...

ข่าวประหารงักฮุยแพร่ออกไป ชาวบ้านไม่เชื่อแม่ทัพ ผู้ “รักชาติยิ่งชีพ” จะทรยศต่อบ้านเกิด แต่เชื่อว่าเป็นการให้ร้ายป้ายสีของชิงไกว่ แต่ทำอะไรก็ไม่ได้

จึงใช้วิธีเอาแป้งมาปั้นเป็นรูปชิงไกว่และภรรยา เอาลงทอดน้ำมัน ทอดไปก็สาปแช่งไป

คนที่หนึ่งเริ่ม คนที่สอง ที่สามก็ทำตาม แล้วก็ทำกันทั้งบ้านทั่วเมือง

แรกๆเมื่อเอาแป้งทอดน้ำมันสาปแช่งสะใจแล้วก็ทิ้ง บางคนโกรธมากเอามากัดกิน เอ๊ะ!รสชาติดี จากที่เคยทำเพราะความโกรธ ก็กลายมาเป็นทำกิน และกินกันต่อๆมา

คำแรก อิ๊ว แปลว่า น้ำมัน จา แปลว่า ทอด ไกว่ ก็ชื่อ ชิงไกว่ แปลตรงตัวว่า แป้งทอดไอ้ไกว่

คนไทยภาคกลางเรียกปาท่องโก๋แต่ก็รู้เรื่องดี แต่คนไทยภาคใต้รู้เรื่องเดียวกัน แต่เรียกอิ้วจาก้วย ขนาดของแป้งทอดน้ำมันที่ทำขายในภาคใต้ใหญ่ขนาดท่อนแขนเด็ก ตัวเดียวกินกับกาแฟก็อิ่ม

ส.พลายน้อยเล่าว่า ต่อมาชาวเมืองฮั่งจิวรำลึกถึงบุญคุณของขุนพลคนซื่องักฮุย สร้างฮวงซุ้ยไว้หน้าฮวงซุ้ยปั้นรูปเท่าคน คนหนึ่งชิงไกว่ อีกคนภรรยา นั่งคุกเข่าขอขมาศพงักฮุย

ใครที่ไปเซ่นไหว้งักฮุยแล้ว ก็มักถ่มน้ำลายรดรูปปั้นชิงไกว่กับภรรยา บางคนชิงชังถึงขนาดปัสสาวะรด

ผมได้ข่าวแว่วเข้าหู บางบ้านเมืองที่เป็นเผด็จการ ชุมนุมก็ไม่ได้ ปิดใบปลิวด่าก็จะถูกจับ ชาวบ้านทนไม่ไหวก็หันไปกินแป้งทอดน้ำมัน เป็นการระบายแค้น

เท่าที่ได้ข่าวแป้งทอดน้ำมันสองตัวนั้น คู่แรกแน่นอนตำรวจอัยการ ส่วนคู่สองเป็นคู่พี่น้อง ชาวบ้านเขาชอบกินแป้งทอดน้ำมันคู่ไหนมากกว่า ฝ่ายข่าวเห็นจะต้องไปสืบหากันเอาเอง.

กิเลน ประลองเชิง