ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ไขความลับมายา "ช่อง-ดารา-ผู้จัดการ" แบ่งเปอร์เซ็นต์ค่าตัวกันอย่างไร

    ไทยรัฐออนไลน์7 ส.ค. 2563 07:30 น.
    SHARE

    เรื่องเงินต้องรู้ เรื่องเงินต้องแบ่ง ต้องเคลียร์ให้เข้าใจตรงกัน จึงจะคบกันได้นาน ไปต่อได้ยาวๆ เพราะเรื่องเงินเรื่องใหญ่มากๆ ส่วนแบ่งดารา ค่าตัวดารา ถ้าตกลงจัดสรรกันไม่ลงตัว ต้องวงแตกทางใครทางมัน หรือไม่ก็ต้องฟ้องร้องขึ้นศาล ก็มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ

    บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ จะพาไปค้นและเจาะเรื่องเงินเรื่องใหญ่มากๆ ที่เกี่ยวข้องกันทั้งสองส่วนอย่างแยกไม่ออกของดาราดัง คือ 1.ช่องที่สังกัด 2.ผู้จัดการดารา

    อย่างที่น่าจะรู้ๆ กันแล้ว ดาราส่วนใหญ่ จะได้เงินส่วนแบ่ง จากการทำงานโน่น นี่ นั่น เช่น อีเวนต์ พรีเซ็นเตอร์ ฯลฯ ดาราได้ 70% ส่วนอีก 30% แบ่งให้ผู้จัดการไป ในการหางานดูแลงานให้ทุกสิ่งอย่าง

    ส่วนผู้จัดการดารารวยล้นคนนั้น เป็นที่รู้ๆ กันในวงในว่า แบ่งโหดอยู่ 50-50 จึงไม่แปลกที่รวยแรงไวมาก และก็ไม่แปลกนะที่แบ่งเอาเยอะ เพราะลงทุนหลายสิ่งอย่าง ก่อนจะดัน พอดังแล้ว ก็ได้ทีโกยกันเยอะไปเลย 

    หรือถ้าดาราสังกัดเซ็นกับช่อง แผนกอาร์ตทิสต์ แมเนจเม้นท์ (ARTIST MANAGEMENT) จะเป็นคนคอยดูแลจัดสรรแบ่งเงินให้ ช่องดังๆ ที่มีดาราดังอยู่เยอะ เช่น ช่องวัน ONE, 3, 7 ค่ายนาดาว ฯลฯ โดยทั่วไปก็จะอยู่ในเรต ช่องได้ 30% ดาราในสังกัดได้ 70% แต่อย่าลืมว่า ดาราดังแต่ละคน ก็มีเงื่อนไขที่ไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับอำนาจการต่อรอง ความเด่นดัง และผู้จัดการที่เก่งในการดีลหรือไม่

    แต่ละช่อง แบ่งเงิน บริหารไม่เหมือนกัน

    โดยช่องวัน ONE จะมีแผนกอาร์ตทิสต์ แมเนจเม้นท์ (ARTIST MANAGEMENT) ดูแลดารา ค่อนข้างจริงจัง ส่วนช่อง 3 ก่อนหน้านี้มีข่าวจะทำระบบดูแลดาราอย่างจริงจังให้ถ้วนทั่ว แต่สุดท้ายก็ปล่อยให้เป็นสิทธิ์ของผู้จัดการ มาดูแลเหมือนเดิม ส่วนช่อง 7 ก็ให้อิสระกับผู้จัดการ ในการหางาน รับงานอย่างเต็มที่เลย

    ส่วนค่ายดัง นาดาว ที่มีดาราดังวัยจี๊ดอยู่เยอะ ตัดปัญหาที่จะมาวุ่นวายปวดหัวกับผู้จัดการดารา ไม่ดันเด็กที่มีผู้จัดการอยู่แล้ว ถ้าจะมาอยู่ที่นาดาว ต้องเคลียร์ให้จบก่อน ย้ำๆ ขีดเส้นใต้หนาๆ อย่าลืมว่าดาราแต่ละคน เงื่อนไขไม่เหมือนกัน ผันแปรไปได้ตามข้อตกลง

    ใหม่-ญาญ่า กรณีศึกษา

    นางเอกดัง ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ ก่อนจะดัง โดนดันจาก เอ ศุภชัย ศรีวิชัย แตกหักต้องแยกย้ายจบไม่สวย ไม่บอกชัด ก็รู้แน่เพราะเรื่องเงิน ส่วนนางเอกภาพลักษณ์ดี ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์ หมดปัญหานานแล้ว เพราะมีแม่คอยดูแลให้ตั้งแต่ต้นตอนไม่ดัง จนดังแล้วแม่ก็ยังเก่งและเป็นงานคอยดูให้ลูกสาวต่อไปอยู่ 

    ส่วนแบ่งเงิน เปลี่ยนไปตามยุคสมัย

    เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน เราจะพาไปคุยเชิงลึกจริงกับผู้จัดการร้อยล้าน ปิ๊ก ฌาณฉลาด ทวีทรัพย์ ที่เคยดันแรงให้พระเอกหล่อใส เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข จนเด่นดังมาแล้ว

    ดาราได้ 70% ผู้จัดการดาราได้ 30% เป็นเรตมาตรฐาน ตามตลาดสากลเป็นอย่างนี้ เป็นเรตเบื้องต้น สำหรับคนทำอาชีพผู้จัดการดารา ที่คอยผลักดัน ซึ่งในแง่การลงทุน เด็กตอนนี้ ต้องมาเรียนร้อง เรียนเต้น ต้องใช้ทุนในการเทรน การปรับบุคลิกให้ดีขึ้น รวมด้วยศัลยกรรมหน้า ทำทุกอย่าง เพื่อปรับลุคให้ดีขึ้นจริงๆ ซึ่งแต่ละอย่างก็ต้องใช้เงินเยอะ

    เราทำงานกับช่อง 3 เป็นหลักๆ มานานกว่า 30 ปีแล้ว ทางช่องในแง่การทำงานละคร ต้องให้ความร่วมมือในแง่ของโปรโมต แต่ดาราแต่ละคน ในแง่รายละเอียดลึกๆ จะเซ็นไว้ไม่เหมือนกัน ก็มีดาราบางคน ที่ยังอยู่กับช่อง เช่น (เซนเซอร์) ทางช่องก็จะคอยหางาน รับงานให้เอง ไม่ใช่ผู้จัดการดารา 

    ในอดีตดาราที่ทำงานกับช่อง 3 เมื่อเซ็นแล้ว จะมีการการันตีรายได้ขั้นต่ำ ในแต่ละปีเลย เช่น เล่นละครกี่เรื่อง ได้ค่าตอนเท่าไร ปัจจุบันบริบทสังคมเปลี่ยนไป โซเชียลมีเดียเข้ามามีบทบาทมาก เราเป็นผู้จัดการดารา ก็ต้องช่วยพัฒนาเด็กเราทุกๆ ด้าน เรียนการแสดง ร้องเต้น ปรับลุคทำศัลยกรรมให้เหมาะกับตัวศิลปินดารา ซึ่งให้ดูดีจริงก็แพง ต่างๆ นานา ต้องทำทุกอย่างให้ทันสมัยทันเหตุการณ์ ทั้งหมดทางช่องก็ต้องรับรู้ไปกับเราด้วย

    มาตรฐานของคนทำงานตรงนี้ ตอนนี้จะยึดเกาหลีเป็นหลัก ซึ่งมีการแบ่งที่เยอะอยู่ เช่น 30-70, 20-80, 50-50 หรือเรียกว่าส่วนแบ่งทางการตลาด ขึ้นอยู่กับว่าลงทุนกับเด็กนั้นๆ นานแค่ไหน ทุ่มเยอะขนาดไหนด้วย ค่ากินค่าอยู่ ค่าโปรโมต จะรวมหมด พอมีรายได้มีงานเข้ามา ก็จะเริ่มหักจากเด็ก แต่เด็กก็มีเงิน % ด้วยนะ แต่ยังไม่เยอะ

    หรือพอหมดสัญญา เด็กยังดังอยู่ ทางค่ายอยากจะต่อสัญญา แต่ตอนนี้เด็กดังแล้ว ก็จะมีอำนาจต่อรองมากขึ้น ส่วนแบ่งของเด็กก็จะได้เยอะขึ้น คือส่วนแบ่งมันจะไม่ตายตัว ขึ้นอยู่กับสถานกาณ์นั้นๆ ด้วย

    ดาราไม่ดัง อำนาจต่อรองจะน้อย

    ผู้จัดการดาราร้อยล้าน ปิ๊ก ฌานฉลาด บอกต่อไปว่า ดาราที่ดังมีชื่อเสียงอยู่แล้ว ก็อาจจะมาให้เราช่วยหางานให้ งานจะได้วิ่งเข้าหา ส่วนแบ่งก็อาจจะน้อยลงไป เช่น เราก็จะได้ตั้งแต่ 20-25% ส่วนดาราที่ไม่ค่อยดัง อำนาจต่อรองจะน้อย ก็จะได้ส่วนแบ่งน้อยหน่อย เพราะเราต้องวางแผนให้เยอะ ใช้งบเยอะ ว่าจะยังไงต่อไปดี ตอนนี้ก็ต้องพัฒนาศักยภาพกันตั้งแต่เด็ก เพื่อที่โตไปจะได้นำศักยภาพนั้น ออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ด้วย.

    ผู้เขียน : รุ่งโรจน์เรืองรอง
    กราฟิก : sathit chuephanngam

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ส่วนแบ่งดาราspecial contentค่าตัวดาราผู้จัดการดาราปิ๊ก ฌาณฉลาด ทวีทรัพย์ใหม่ ดาวิกาญาญ่า อุรัสยากอสซิป

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพฤหัสที่ 24 กันยายน 2563 เวลา 06:17 น.