ขึ้นแท่นคุณพ่อหลงลูกไปอีกคน เจมส์ เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ ที่ยอมเบรกงานในวงการบันเทิงแล้วหันไปทุ่มเวลาเลี้ยงดูลูกสาว น้องเมดา ด้วยตัวเองแบบเต็มที่ ชนิดที่ตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋ แต่ล่าสุดรายการ "ต้มยำอมรินทร์" ผลิตโดย CHANGE2561 ได้ขอแบ่งเวลาคุณพ่อเจมส์มานั่งคุยอัปเดตชีวิตหลังหายจากหน้าจอไปพักใหญ่ให้แฟนๆ หายคิดถึงว่าจะหวนคืนวงการไหม พร้อมกับคำถามซึ่งเป็นความในใจของ ครูก้อย นัชชา ศรีภรรยาของเจมส์ ที่ได้ฝากเหล่าพิธีกรในรายการขยี้ถามสามีให้หายคาใจ
ภรรยาฝากมาเรื่องแรก คือเจมส์เป็นมนุษย์ตาราง อย่างเจมส์มีคิวจะต้องวิ่ง 6 โมงเย็น ขับรถอยู่กลางถนนก็ต้องไปวิ่งตอนนั้นเลย ทำไมต้องถึงขนาดนั้น?
เจมส์ : จริงครับ คือผมเป็นคนที่มีวินัย ผมเป็นคนมีความเชื่ออย่างหนึ่งว่าถ้าคนเราสร้างวินัยกับเรื่องหนึ่งได้สม่ำเสมอแล้ว ก็จะมีวินัยได้กับทุกๆ เรื่อง คนเราเมื่อมีวินัยจริงๆ ต้องไร้ซึ่งข้ออ้าง
สมมติว่าครูก้อยอยู่ด้วย กำลังจะถึงบ้าน แล้วส่งภรรยาเสร็จ แล้วมันจะต้องเลตเวลาที่เราวางตารางวิ่งไปครึ่งชั่วโมง แล้วพอส่งภรรยาเรียบร้อยแล้วค่อยมาวิ่งเป็นแบบนี้ได้ไหม?
...
เจมส์ : ถ้าเป็นเมื่อก่อน ก่อนมีลูกให้รอครับ เจรจากันได้คุยกันได้ครับ
หลังจากวิ่งเราอาบน้ำในปั๊มมันไม่มากไปเหรอ ทำไมเราไม่รอให้ถึงบ้าน แล้วค่อยอาบน้ำก่อนได้?
เจมส์ : จริงๆ อย่างนี้ครับ เราไม่ได้ถึงกับนุ่งผ้าขาวม้าเข้าไปอาบน้ำในปั๊มอะไรขนาดนั้น เราก็แค่ถือน้ำเข้าไปล้างตัวอะไรนิดหน่อยเท่านั้นเองครับ
นอกจากเป็นคนที่ทำอะไรเป็นตารางแล้ว จริงหรือเปล่าที่เจมส์มีห้องมิติลี้ลับในบ้าน ที่แม้แต่ภรรยาก็ห้ามเข้า จริงหรือเปล่า?
เจมส์ : (หัวเราะ) คือแบบนี้ครับ ก่อนแต่งงานเราก็มีโลกส่วนตัวของเรา เวลา 24 ชั่วโมงเป็นของครอบครัวอยู่แล้ว แต่เราก็ขอเวลานิดนึงที่เป็นของเรา คือ ช่วงเวลาหลังจากที่พวกเขานอนแล้วสักชั่วโมง ครึ่งชั่วโมงครับ
ทำอะไรในช่วงเวลานั้น?
เจมส์ : ไม่มีอะไรครับ เราจะเล่นดนตรี ในห้องนั้นจะมีเปียโน กีตาร์ บางทีเราอยากเรียนรู้เรื่องอะไรบางอย่าง เราก็จะใช้ช่วงเวลานั้นเรียนรู้ผ่านทางออนไลน์ คือจริงๆ ก็ขอให้มีพื้นที่ส่วนตัวของเราบ้าง
แต่ทำไมภรรยาห้ามเข้าห้องนี้?
เจมส์ : จริงๆ เข้าได้ครับ
และยังมีอีกเรื่องที่ภรรยาเม้าท์มาคือ ภรรยาไม่ให้เจมส์ถือเงินเลย เพราะเมื่อไหร่ที่ถือเงินคือหมดทันที?
เจมส์ : จริงๆ แล้ว เรื่องทั้งหมด ผมเป็นคนตัดสินใจเองว่าจะต้องเป็นอย่างนั้น ผมรู้สึกว่าเราต้องมีคนช่วยตัดสินใจ เพราะผู้ชายเมื่อได้เงินมาอันโน้นก็อยากได้ อันนี้ก็อยากได้ พอได้เงินมาเราจะตัดสินใจซื้อเลย เมื่อเราอยากได้ของที่เราเห็น ผมเป็นคนเมื่อเวลาที่จะซื้อของต้องซื้ออะไรที่อย่างดีที่สุด ภรรยามองเห็นแล้วว่าไม่ดีแน่ๆ
เราเองเราก็รู้ตัวแน่ๆ ว่าไม่ได้ละ เราก็เลยฝากเงินไว้ที่เขา อยากได้อะไรก็เบิก แต่ก็มีบ่อยนะครับที่เราเขียนรายการเบิกไปแล้วเขาไม่ให้ เพราะเขามองว่าอะไรที่มีแล้วซื้อมาแล้วไม่จำเป็นต้องมีอีก ช่วงแรกๆ เคยมีทะเลาะกันเหมือนกันกับเรื่องเงินที่เบิกแล้วเขาไม่ให้เพราะเราไม่เข้าใจ แต่เราก็เข้าใจสัจธรรมอยู่ข้อหนึ่งครับ เงินไม่ได้ซื้อทุกอย่างในชีวิตได้นะถ้าเมียไม่อนุญาต
จริงหรือเปล่าที่ตอนแรกไม่อยากมีลูก แต่พอมีแล้วหลงลูกสาวมาก?
เจมส์ : น้องตอนนี้ 1 ขวบกับอีก 4 เดือนครับ ยอมรับเลยครับ มีลูกแล้วหลงมาก โดยเฉพาะลูกสาวนะ คือเป็นคนไม่เคยคิดเลยว่าจะมีลูกตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว คือเป็นชีวิตช่วงหนึ่งของเราครับ เพราะเราเอ็นจอยว่าชีวิตเราก็มีความสุขอยู่แล้ว แต่พอมีลูกสาวแล้วชีวิตเป็นอีกแบบเลยครับ คือผมติดลูกสาวมาก ชีวิตมันเปลี่ยนเป้าหมาย เหมือนว่าเราเป็นโลกทั้งใบของเขาเลยครับ
ลูกสาวโตขวบกว่าแล้ว ยังไม่ให้ลูกสาวเดินดินเลยจริงไหม?
เจมส์ : คือไม่ถึงขนาดนั้น เป็นคนที่รักลูกมาก เป็นคนใจเสาะมาก แต่เขาก็บอกว่าคุณพ่อคุณแม่ต้องเป็นคนใจเแข็งมากๆ นะ ให้เขามีประสบการณ์ในการบาดเจ็บบ้าง ตอนก่อนที่เราจะมีลูกเราก็อ่านหนังสือ เราคิดเลยเดี๋ยวจะปล่อยให้ทำทุกอย่างเลย แต่พอเอาเข้าจริงๆ พอมีลูก ไม่ได้เลย คืออย่างเราเห็นลูกเดินเข้าตรงขอบโต๊ะ ลูกจะหัวแตก ลูกเดินเข้าไปในสวนจะมีงู คือจินตนาการไปก่อนล่วงหน้าเลย จนภรรยาเริ่มทักว่าไม่ได้นะ พี่ต้องปล่อยบ้าง เราก็เถียงเขาว่าเธอไม่ใส่ใจลูก ผมชอบเอามาอุ้ม แต่ตอนนี้เริ่มรู้สึกตัวแล้วครับว่าไม่ได้ ต้องให้เขารู้จัก ไม่งั้นเขาจะไม่เกิดการเรียนรู้
...
หายหน้าหายตาไปจนหลายคนถามว่าจะไม่รับงานในวงการบันเทิงแล้วหรือเปล่า เพราะ 24 ชั่วโมงทุ่มให้กับครอบครัวทั้งหมดเลย?
เจมส์ : อยู่กันแบบ 23 ชั่วโมงจริงๆ ครับ คือแบบนี้ครับ ผมได้ศึกษาเรื่องการเลี้ยงลูกนะครับ ค้นพบว่าสิ่งที่สำคัญคือการมีเวลากับลูกตอนที่เขาเด็กๆ เพราะมันจะเกิดสายใยขึ้น เขาจะเกิดความผูกพันกับเรา เวลาที่เขาโตขึ้น เวลาที่เขาจะคิดทำผิด ทำไม่ดี เขาจะมีตรงนี้ดึงเขาอยู่ แต่ถ้าเราไม่มีเวลาให้เขาตอนโตมันไม่ได้นะครับ มันจะขาดช่วงไป อย่างงานในวงการบันเทิงผมตั้งใจที่จะไม่รับงานอย่างละคร พิธีกร หรืออะไรจริงๆ จังๆ มาปีกว่าๆ เพื่อที่จะใช้เวลาช่วงนี้อยู่กับลูกให้มากที่สุด เรียกว่าเป็นเวลาทองเลยครับ
ผมก็ทำหน้าที่อาบน้ำ แต่งตัวให้ลูก อ่านนิทานให้เขาฟัง ตั้งแต่ที่เขาเกิดมาเลยนะครับ ส่วนครูก้อย จะเป็นคนที่ให้นมลูก เพราะลูกจะติดนม เราจะมีคนช่วยเลี้ยง แต่ช่วยในที่นี้ คือเป็นคนเตรียมข้าว ล้างขวดนม แต่ในส่วนของเรื่องการป้อนอาหาร หรืออะไรเราเป็นคนทำเอง
ลูกผมจะตื่นช้านิดครับ เขาจะตื่นตอน 08.30 น. หรือ 09.00 น. ซึ่งถือว่าช้าสำหรับเด็กๆ เลย แล้วมาทานข้าวตอนเช้า 09.30 น. อาหารกลางวันคือเที่ยงครึ่ง แล้วอาหารเย็นคือหกโมง แล้วนอนเราตั้งใจให้นอนสามทุ่ม แต่พ่อแม่ยังไม่นอนเขาก็จะเล่นกับเรา ถ้าเราต้องออกไปทำงานจริงๆ ครูก้อยหรือไม่ก็พี่เลี้ยงจะเป็นคนดูแลเขาครับ ผมจะเลี้ยงทุกอย่างให้เป็นธรรมชาติ แต่ก็เป๊ะเรื่องเวลานิดหน่อย
...
แต่ที่เราเห็นสิ่งที่เราได้อยู่ใกล้ เราจะเห็นการพัฒนาของเขาคือเร็วมากนะครับ สำหรับเมดา อายุ 1 ขวบ 12 เดือน เขาเดินได้และเขาสามารถจำ กอ ไก่ ถึง ฮ นกฮูก ได้แล้ว คืออย่างเราบอก ก เขาก็จะบอกกอ เอ๋ย กอไก่ คือท่องได้กับเราเลย ไม่ได้บอกว่าเมดา เก่งกว่าเด็กทั่วไปนะครับ แต่เด็กมีการพัฒนาไม่เหมือนกัน แต่ต้องเป็นพ่อแม่ที่ช่วยลูกด้วย ถ้าเราอยู่ลูกเราก็จะกล้าที่แสดงออก พัฒนาการของเขาก็จะดี
ดูแลลูก ให้เวลาลูกมากขนาดนี้ กับภรรยาดูแลไหม?
เจมส์ : คือเราต้องบอกแบบนี้ ก่อนที่เราจะมีลูกกันเราสวีตกันมาก เพราะครูก้อยเป็นภรรยาที่น่ารักมาก แต่ตั้งแต่ที่เรามีลูก ก็จะแบบมีเวลาเท่าไรเราก็จะให้ลูกทั้งหมด แต่เราก็ไม่ได้บกพร่องหน้าที่ของสามีนะครับ ดูแลเขาให้ดีด้วย แต่ผมเป็นคนที่โชคดีมากเพราะต้องยกให้ครูก้อย เป็นอภิชาตเมียเลย เพราะเขาดูแลผมดีมาก เขาเป็นภรรยาที่กราบเท้าสามีสามทีก่อนนอนเลยนะครับ กราบเท้ากราบหน้าอกขอบคุณที่เลี้ยงดูเขาอย่างดี ขอบคุณที่อยู่กับเขา
แต่หลังจากมีลูกเราเข้าใจเขานะครับ คือ ผมก่อนที่จะมีลูกนั่งเคี้ยวข้าวอย่างเดียว แต่พอมีลูก ต้องกลับกันนะครับ ผมต้องเป็นคนมาเตรียมอาหารให้เขา ถ้าผมไปเรียกเขามาทานข้าวแล้วใช้น้ำเสียงไม่ดี โดนด่าครับ คือเราเข้าใจนะ เขามีภาระที่จะต้องรับผิดชอบมากขึ้น ผู้หญิงพอมีลูก ฮอร์โมนจะเปลี่ยนไป คือผมจะบอกกับคุณผู้ชายเลยนะครับ
...
กลัวเมียไหม?
เจมส์ : ผมต้องบอกตรงนี้เลยนะ ว่าไม่มีผู้ชายคนไหนกลัวเมียครับ มีแต่เคารพ ให้เกียรติซึ่งกันและกัน ตอนนี้ตั้งใจมีคนที่สองมากๆ เลยครับ แต่เพราะติดตรงที่ว่าน้องเมดายังติดเต้าแม่อยู่ครับ แล้วต้องรอก่อน ไม่ได้มีแพลนว่าจะให้น้องหยุดทานนมเมื่อไหร่ครับ เพราะเราเห็นเขามีความสุขเวลาที่เขากินนม เราก็เลยปล่อยไปก่อน แล้วแม่ก็ยังติดที่จะให้นมลูกอยู่ด้วยครับ เลยให้เวลาเขาก่อน
งานในวงการยังไง?
เจมส์ : ตอนนี้กำลังพอลูกที่กำลังเริ่มโตแล้วเราเซตอัปเวลาได้แล้ว เราก็เริ่มที่จะกลับมารับละครแล้วครับ ก็จะติดคิดถึงลูกแน่นอนเพราะเราอยู่กับเขาตลอดเวลา แต่ก็บริหารเวลาเอาครับ เพราะชีวิตเราต้องทำงาน เราก็จัดเวลาเอาครับ. (ชมคลิป คลิกที่นี่).