ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นนนี่ ลูก แอน สิเรียม เคลียร์ถูกเม้าท์ท้องก่อนแต่ง-น้อยใจไม่สวยเท่าแม่

    ไทยรัฐออนไลน์14 ก.ค. 2563 13:04 น.
    SHARE

    นักแสดงสาวดาวค้างฟ้าสุดแซ่บ แอน สิเรียม ควงลูกสาว นนนี่ นนลนีย์ เปิดใจถึงประเด็นท้องก่อนแต่งหลังแต่งงานแบบสายฟ้าแลบกับเจ้าบ่าวที่อายุห่างกันถึง 17 ปี ผ่านรายการ "คุยแซ่บ Show" ทางช่อง One31 ที่มี พีเค ปิยะวัฒน์ และ เป็กกี้ ศรีธัญญา เป็นพิธีกร พร้อมเคลียร์ปมในใจในวัยเด็กกับการปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้อ้วนเหตุเพราะคำครหาที่ว่าไม่สวยเหมือนแม่

    ตอนน้องเล็กๆ พี่เหนื่อยมั้ยเพราะพี่เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว?
    แอน : คือตอนนั้นเราก็ละครเยอะ รับหมดเลย บางทีกลับไปบ้านเราก็อยากจะพัก แต่มันก็มีหน้าที่ความรับผิดชอบก็กลายเป็นเหมือนจู้จี้ขี้บ่น เด็กคงจะรู้สึกแบบนั้น

    คุณแม่ต้องทำงานหนักเลี้ยงลูกคนเดียวด้วยในทางกลับกันเรารู้สึกมั้ยว่าแม่ทำงานหนักเกินไป?
    นนนี่ : ตอนเด็กๆ เราไม่เข้าใจว่าทำไมทุกคนได้อยู่กับแม่ ทุกคนได้อยู่กับพ่อ บางทีเราได้เจอแค่ตอนเช้าตอนเย็นก็ไม่ได้เจอแล้ว ไม่ได้มารับที่โรงเรียน

    พี่แอนรู้มั้ยว่าตอนเด็กเค้ารู้สึกแบบนี้?
    แอน : ก็เพิ่งรู้วันนี้แหละค่ะ
    นนนี่ : แต่โตมาก็เข้าใจแล้ว รู้สึกโชคดี

    ช่วงหนึ่งชีวิตในวัยเด็กเห็นว่าไม่ชอบสื่อมวลชนเลย ไม่ชอบวงการบันเทิง เพราะแย่งความรักจากแม่ไป?
    นนนี่ : ก็ไม่ใช่แย่งความรักขนาดนั้น แต่เราแค่รู้สึกว่าทำไมทุกคนได้เจอแม่ แล้วเราได้เจอแม่น้อย เหมือนอารมณ์งอนๆ มากกว่า

    แล้วพี่แอนรู้มั้ยว่าสมัยก่อนลูกแอบน้อยใจสื่อ น้อยใจทุกอย่างที่สัมพันธ์กับชีวิตเรา?
    แอน : คือเรารู้สึกว่าน่าจะเป็นแบบนี้แต่เค้าก็ปากแข็ง

    ทำไมไม่บอกคุณแม่ไปตรงๆ ว่าอยากให้คุณแม่อยู่ด้วย?
    นนนี่ : ก็เค้าดูมีความสุขเวลาเค้าทำงาน เราก็ได้เห็นจากในทีวี

    มีช่วงหนึ่งที่เค้าเรียนแล้วก็จู่ๆ เค้าก็ไปเรียนเมืองนอกเลยทันทีพี่แอนรู้สึกเคว้งมั้ย?
    แอน : จริงๆ เราเป็นคนเป็นคนอยากให้เค้าไปเรียนเอง เวลาเราเห็นคนได้เปิดโลกทัศน์ เห็นโลกกว้างมันเป็นยังไง เราถ่ายแต่ละครอย่างเดียว ชีวิตเราอยู่แต่กับกองถ่าย เราไม่ได้เปิดโลกทัศน์เท่าไร

    แล้วเค้าไปจริงๆ พี่แอนเหงามั้ย?
    แอน : มันก็หวิวเหมือนกัน มันมีความรู้สึกว่ามีอะไรที่เราต้องห่วง แล้วพอเราไม่เห็นมันก็คนละภาพกับที่เราเห็น

    นนนี่ตอนนั้นไปเมืองนอก ไปกี่ขวบ แล้วไปที่ไหน?
    นนนี่ : เคยไปอยู่นิวซีแลนด์ประมาณ 13-14 แล้วไม่ชอบ เลยเปลี่ยนไปอยู่อังกฤษ

    แสดงว่าวันหนึ่งแม่เดินมาบอกนนนี่ว่า “นนนี่ไปเรียนเมืองนอกเถอะ”?
    นนนี่ : ก็คือคุยกันดีๆ แบบว่าเดินเข้ามาปรีกษากันมากกว่าว่าอยากไปเรียนเมืองนอกมั้ย

    แล้วเราบอกว่า?
    นนนี่ : ยังไงก็ได้

    แล้วไม่คิดถึงแม่เหรอ?
    นนนี่ : ก็เหมือนอารมณ์งอน เพราะอยู่บ้านก็ไม่ได้เจอกันอยู่แล้ว

    พอไปแล้วคิดถึงคุณแม่มั้ย?
    นนนี่ : ก็คิดถึง แต่ไม่โทรหานะ งอน เมื่อไหร่แม่จะโทรหา
    แอน : ช่วงว่างเวลาคนละเวลา
    นนนี่ : พอเราไปเรียนก็จะเป็นรูทีนแล้ว ตื่น กินข้าว ไปเรียน เลิกเรียน ที่เมืองไทยก็ตีสามแล้ว ก็เลยไม่ค่อยได้คุย

    แล้วตอนย้ายไปอยู่อังกฤษเป็นยังไง?
    แอน : อังกฤษมันชิลกว่าเพราะพี่สาวน้องสาวก็อยู่นั่น คือถ้ามีเรื่องอะไรก็ติดต่อได้หมด
    นนนี่ : ตอนไปอยู่เป็นโรงเรียนประจำ ทุกคนจะโดนรูทีนเหมือนกันหมด ตื่นเวลานี้ กินข้าวเวลานี้ ทำเหมือนกันหมดก็เลยรับได้มากกว่า

    ช่วงที่ไปอยู่นิวซีแลนด์ที่อยากกลับเพราะไม่มีคนคอยทำอะไรให้หรือเปล่า พี่เลี้ยงก็ไม่มี?
    นนนี่ : นิวซีแลนด์ไม่เท่าไร เพราะบางทีโฮสต์เค้าจะเป็นคนคอยจัดการซักผ้าให้เรา ทำความสะอาดบ้านให้ ตอนอยู่อังกฤษต้องเริ่มทำอะไรเอง จะเหมือนฝึกระเบียบเพราะเป็นโรงเรียนประจำ ช่วงเหลือตัวเองทั้งหมดประมาณ 70-80%

    ตอนนั้นคือมีปัญหาไม่อยากอยู่แล้ว?
    นนนี่ : ก็มีงอแงบ้างเพราะอยู่เมืองไทยเรามีพี่เลี้ยงตลอด

    พี่แอนคิดว่าเราเลี้ยงลูกสปอยล์มั้ย?
    แอน : ของพี่พี่ไม่รู้ แต่แม่พี่ก็เลี้ยงพี่แบบนี้ เค้าก็ฝึกก็ตี แต่สิ่งหนึ่งที่พี่ไม่เคยทำกับเค้าก็คือการตี ก็จะใช้วิธีการพูดการอธิบายก็เลยดูเป็นจู้จี้ขี้บ่น แต่ตอนเด็กๆ แอนโดนตีฟาดกระหน่ำ

    ไปอยู่ที่อังกฤษเค้าจ่ายค่าเทอมให้ แต่การใช้จ่ายส่วนตัวต่างๆ เห็นบอกว่าต้องทำงานด้วย?
    นนนี่ : ช่วงเรียนปริญญาก็จะมีเวลาที่สามารถออกไปทำงานข้างนอกได้ตามชั่วโมงของเค้า ก็ไปทำงานเสิร์ฟ รีเซฟชั่น ถ้าช่วงเปิดเทอมก็จะทำ 4 วัน ถ้าปิดเทอมก็จะทำเต็ม 5 วัน 5 คืน

    ช่วงหลังๆ พี่ก็ไปใช้ชีวิตที่อังกฤษบ่อย?
    แอน : ใช่ พี่อยู่คนละโซนกับเค้า พี่อยู่เชลซี

    ทำไมไม่อยู่ด้วยกัน?
    นนนี่ : เค้าไม่ให้หนูอยู่ด้วยไง เค้าบอกว่าโตแล้วไปอยู่เองไป จริงๆ แล้วไม่หรอก เพราะบางทีเรากลับบ้านเค้าหลับแล้ว ระบบน้ำอะไรก็เสียงดัง ประตูก็เสียงดัง

    แล้วเราอยากอยู่กับแม่มั้ย?
    นนนี่ : ไม่อยากค่ะ โตแล้วไม่อยากอยู่กับแม่

    เห็นว่าคุณแม่รู้ข่าวเรื่องการขอแต่งงานผ่านไอจี?
    นนนี่ : ใช่ คือตอนเค้าขอเราแต่งงาน เราก็คงไม่ได้โทรบอกแม่ว่าเค้าขอแต่งงาน เราก็โพสต์รูปไปแล้วก็หลับ นางก็มีมิสคอลประมาณ 30 สาย

    ประโยคแรกที่ลูกรับโทรศัพท์คุยอะไรกับลูก?
    แอน : ตามนั้นเลยเหรอ คุยกับลูกไม่ได้คุยเป็นภาษาแม่มาก
    นนนี่ : อืม ตามนั้นแหละ
    แอน : พอเค้ามาบอกว่าจะแต่งงาน ถ้าจะแต่งงานก็ควรที่จะบอกทุกคนนะ เราก็มีบทเรียนว่าจะทำอะไรก็ต้องบอกแจ้งให้ถูกต้อง ถ้าเราส่วนตัวมากๆ ก็อาจจะทำให้คนสงสัย ก็คิดไปต่างๆ

    ระยะเวลาปุ๊บปั๊บแล้วประกาศแต่งเลย?
    แอน : ใช่ คนก็จะหาว่าลูกท้องเหรอ
    นนนี่ : อันนี้คือเศร้ามากเลยนะ คืออยากจะบอกทุกคนว่าเราไม่ได้ท้องนะ แต่เราอ้วน พูดอะไรก็ไม่ได้เพราะเราไม่ได้เปิดโซเชียลมีเดีย

    เราเตรียมงานแต่งมานานขนาดไหน?
    นนนี่ : เค้าก็เคยคุยกับเราว่าเค้าอายุมากแล้วนะ เค้าอยากแต่งงาน สำหรับเราก็ยังว่าเร็ว คุยกับแม่ก็บอกว่าเร็วไป เราก็บอกว่าแม่ก็แต่งงานตอนอายุเท่านี้ไม่ใช่เหรอ

    ลูกเราอายุห่างจากแฟน 17 ปี พี่แอนรู้สึกว่ามันจะเป็นปัญหาอะไรมั้ย?
    แอน : คือแอนก็มีความสมัยใหม่ แต่ก็มีความหัวโบราณอยู่ด้วย แต่แอนก็พยายามทำให้ดีที่สุดทั้งสองฝ่าย ก็มองว่าชีวิตต้องดำเนินต่อไป ช่องทางเดินของชีวิตมันอาจจะมีถูกบ้าง ผิดบ้าง คละเคล้ากันไป เราก็เป็นแม่ลูกกันต้องดูแลซึ่งกันและกันตลอดไป เพราะว่าความเป็นแม่ลูกก็ต้องอยู่กันไปจนวันตาย

    ถ้าย้อนเวลาได้ พี่อยากจะมีลูกตอนเป็นวัยรุ่นหรือตอนอายุมากแล้ว?
    แอน : แอนเป็นคนโตตั้งแต่เด็ก มีหน้าที่ความรับผิดชอบตั้งแต่เด็ก แอนจะขาดช่วงชีวิตวัยรุ่นไป แอนเรียนจบแล้วก็มีแฟนเลยเหมือนกันแล้วก็ทำงานเลย รูทีนชีวิตเป็นแบบนี้ไปเลย มันก็จะแตกต่างกัน พอมีช่วงหยุดอยู่ต่างประเทศเราได้ไปเที่ยวโน่นนี่ได้เห็นโน่นนี่มันมีอะไรน่าตื่นเต้นมากมาย

    วันที่เจอหน้าคุณลูกเขยครั้งแรกที่เค้าพามาแนะนำเป็นยังไง?
    แอน : จริงๆ เค้าก็เป็นเด็กไทยที่มีมารยาท เค้าก็มากราบขอขมาเรา เค้าก็จะพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ผมก็จะดูแลน้องให้เต็มที่ ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

    ในมุมมองของคุณแม่ ลูกเรากับพอล (ลูกเขย) อนาคตไปด้วยกันสำเร็จมั้ย?
    แอน : เราก็ตอบไม่ได้ อันนี้มันต้องอยู่ที่เค้าจะสำเร็จหรือไม่สำเร็จยังไงเราก็พร้อมที่จะดูแลทั้งสองฝ่าย

    แล้วนนนี่อายุห่างกันมีปัญหาอะไรมั้ย?
    นนนี่ : ก็มีนะคะเป็นเรื่องปกติ เอาจริงๆ เราก็ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง เราทำตอนนี้ให้ดีที่สุด จะได้หรือไม่ได้ยังไงเป็นเรื่องของอนาคตมากกว่า

    ตอนนั้นที่เรากินเยอะเพราะเราได้ยินคอมเมนต์ว่าเราสวยไม่เท่าแม่รึเปล่า?
    นนนี่ : จริงๆ อันนี้คือเห็นมาตั้งแต่เด็กแล้วจะโดนคอมเมนต์ตลอดเวลาว่าลูกไม่สวยเลย ดั้งก็ไม่มี แม่สวยกว่าตั้งเยอะ มันมีการเปรียบเทียบตั้งแต่เด็กมาแล้ว โตขึ้นมาก็เฉยๆ ไม่ได้คิดว่าจะสวยเท่าแม่ก็กินไปเลยแล้วกัน อยากกินอะไรก็กิน ไม่มีความจำเป็นต้องควบคุมน้ำหนัก
    แอน : บางทีมันก็เฮิร์ตจิตใจเราที่ได้ยิน คนที่พูดส่วนมากก็เป็นผู้ใหญ่ “ทำไมลูกสาวไม่สวยเหมือนแม่เลย”

    เรากดดันมั้ย?
    นนนี่ : เราไม่กดดัน เราโกรธ เราโกรธว่าทำไมเราไม่ได้จมูกแบบนี้บ้าง แต่ไม่กดดันอะไรเลย

    ตอนนี้แต่งงานแล้วจะมีลูกมั้ย?
    นนนี่ : หนูยังไม่อยากมีตอนนี้ จริงๆ เราตั้งใจทำงานเก็บเงินแล้วไปเที่ยว

    หลังจากโควิดจะกลับไปใช้ชีวิตที่อังกฤษมั้ยหรือมาอยู่เมืองไทย?
    นนนี่ : แล้วแต่แม่ เพราะเอาจริงๆ ตัวเองยังไม่รู้เลยว่าสถานการณ์จะเป็นยังไงต่อ พอเราได้กลับมาอยู่ยาวมาใช้ชีวิตอยู่กับแม่กับยาย กลายเป็นว่าเราก็ชอบนะ

    แม่อยากให้ลูกสาวกลับมาอยู่เมืองไทยมั้ย?
    แอน : อยู่ที่ไหนก็ไม่สุขใจเท่าบ้านเรา ประเทศไทยนี่คือที่สุดของความสุขแล้ว อยู่เมืองนอกตื่นเต้นแต่ความสุขก็ไม่เหมือนประเทศไทย

    ทำไมน้องนนนี่เป็นคนที่พิเศษและวิเศษที่สุดในโลกนี้?
    แอน : เราก็มีลูกคนเดียว จะอะไรก็แล้วแต่ ลูกเราเราก็รักที่สุด มันเป็นเหมือนแก้วตาดวงใจ เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของเรา คุณแม่ทุกคนก็ต้องรักลูก หวงด้วย ห่วงด้วย แม่ทุกคนก็เป็นเหมือนกัน แต่แอนก็จะเคารพการตัดสินใจทุกสิ่งทุกอย่าง

    รักเค้ามากขนาดไหน?
    แอน : รักที่สุด มีอยู่คนเดียว

    นนนี่ล่ะเห็นบอกว่าปากแข็ง?
    นนนี่ : เราก็ปากแข็งแต่ทุกคนก็รู้ว่าเราก็รักแม่มาก อยากให้แม่มีความสุข อยากให้เค้าสบาย

    บอกความในใจกับแม่หน่อย?
    นนนี่ : หนูรักแม่ที่สุดในโลก หนูจะเป็นเด็กดีของแม่ตลอดไป อยากจะให้แม่มีความสุขมากๆ อะไรที่ทำให้แม่ไม่สบายใจแล้วก็เคยทำร้ายจิตใจแม่ หนูขอโทษค่ะ (ชมคลิป คลิกที่นี่).

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    แอน สิเรียมแอน สิเรียม ภักดีดำรงฤทธิ์นนนี่ นนลนีย์นนนี่ นนลนีย์ แต่งงานนนนี่ นนลนีย์ แฟนแอน นนนี่ดารา

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้