ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    สิตางศุ์ บัวทอง เล่าบาดแผลของชีวิตในอดีต ตกต่ำเพราะครอบครัวล้มละลาย

    ไทยรัฐออนไลน์2 มิ.ย. 2563 15:30 น.
    SHARE

    หลังจากที่ถูกหลายคนสงสัยในเรื่องประวัติชีวิตของเน็ตไอดอลชื่อดัง สิตางศุ์ บัวทอง ล่าสุดเจ้าตัวได้มานั่งเปิดใจเล่าในรายการ คุยแซ่บSHOW ถึงเรื่องดังกล่าวว่าเป็นเพราะมีสาเหตุที่ทำให้เธอพูดบางช่วงของชีวิตไม่ตรงกัน โดยสิตางศุ์เปิดใจเล่าว่า

    เฮงจริงๆ แต่เกือบไม่ได้มีสิตางศุ์ในวันนี้ เห็นว่าเคยคิดจะฆ่าตัวตาย?
    สิตางศุ์ : "มันเป็นแผลของครอบครัว มันเป็นแผลของตัวฉัน คือเราอยากนำเสนอแต่ความบันเทิง เพราะว่าที่บ้าน ที่เขาบอกว่าทำไมเล่าไม่ตรงกัน ไม่ใช่ค่ะ ฉันก็หลบบางเรื่อง

    ตอนแม่ฉันโดนฟ้องล้มละลาย ตอนนั้นเราลำบากกันมากนะคะ เพราะเราลูกคนละพ่อ แล้วพ่อฉันเป็นนายทหาร พ่อเลี้ยงเขาอยู่ต่างจังหวัด แต่น้องมันลูกพ่อเลี้ยง คือในความที่เราเป็นพี่ ทุกคนแยกย้ายกันไปหมด

    แล้วแม่ต้องหลบคดี สมัยนั้นปลูกตึกขายกันเอง มันเรื่องเมื่อ 40 ปีก่อน นี่ฉันอยู่มา 58 ปีแล้ว ตอนนั้นฉันอยู่ปี 1 แต่ต้องคิดก่อน ตอนนั้นฉันไม่เคยลำบากเลยนะ นั่งรถเมล์ยังไม่เป็น

    ต้องหอบน้อง 2-3 คน มาอยู่ห้องเช่า เราไม่เคยชิน ฉันเดินหางานแบบไม่ไหวแล้วนะ แล้วคืนนั้นน้องหลับหมด ฉันเดินจากบางขุนนนท์ไปสะพานพระปิ่นเกล้า เมื่อ 40 ปีก่อน ซึ่งสะพานพระปิ่นเกล้านี่ดังเรื่องคนไปกระโดดฆ่าตัวตายบ่อย

    เราก็ไปยืนบนสะพาน แล้วคิดว่าไม่ได้ พรุ่งนี้น้องยังเรียนประถมอยู่เลย เดี๋ยวเช้ามามันจะยิ่งกว่าเราไหม ฉันเดินกลับมาอีก พวกแม่ค้าเขารู้กันหมดนะว่าเด็กมันไม่เคยลำบาก คือดูผิวพรรณก็รู้"

    ตอนนั้นน้อยใจในโชคชะตาไหม?
    สิตางศุ์ : "ไม่เคยน้อยใจนะ คิดอย่างเดียวน้องฉันต้องรอดก่อน บางวันฉันไม่ได้กินข้าว ไปทำงาน ฉันต้องเซฟทุกบาท เพิ่งรู้ว่าเงินมันมีค่า เรื่องพวกนี้ยังไม่อยากเล่าให้ใครฟัง

    แต่จะเล่าเพื่อเป็นวิทยาทาน เป็นอุทาหรณ์สำหรับคนที่ท้อ จะบอกว่าเราอย่าเพิ่งทำร้ายตัวเอง ถ้าเรารู้สึกว่ามีใครทำร้ายเรา การทำร้ายตัวเองเพิ่มเนี่ย เธอคิดดูคนที่รักเธอจะอยู่ยังไง"

    ให้กำลังใจคนที่ท้อแท้หน่อย?
    สิตางศุ์ : "ดูตัวอย่างแม่นะคะ แม่เคยผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้ว ในวันที่เรารู้สึกไม่มีใคร เราต้องยืนหยัด เราต้องท่องเลยว่ายังมีตัวฉันเอง ตัวเรานี่แหละที่สร้างพลังภายใน

    เวลาเราท้ออย่าไปรอความหวังจากใคร กินข้าวคลุกน้ำปลาก็ได้ มาม่าห่อหนึ่งก็ได้ เราต้องอยู่ให้ได้ ฉันเคยเหมือนคลานในขณะที่ฉันโดนเฟกนิวส์ คนเกลียดชังฉัน ฉันยังเปิดไลฟ์ทำบ้าๆ บอๆ จนฉันมีทุกวันนี้ ฉันขึ้นมาอีกเพราะส้มหยุด

    ต้องกราบขอบคุณสวรรค์ และทุกคนที่เชียร์แม่ ใครท้ออยู่อย่าทำร้ายตัวเอง ถ้าจะบอกให้สู้ต่อมันก็ง่ายไป แต่ฉันจะบอกว่าคิดซะว่าถ้ามันหมดกรรมช่วงนี้ เหมือนที่แม่ทนมา เราจะต้องเจอแสงสว่างเหมือนที่ฉันเจอ

    ฉันเป็นเน็ตไอดอลช่วงนั้น แล้วหลังจากนั้นไม่มีรายการเชิญฉันเลย ฉันโดนขยี้โดยที่ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด ฉันยังทนมาตั้งหลายปี ฉันทนในขณะที่โดนบูลลี่ โดนแกล้ง โดนคืนงาน ผัวฉันอยู่โรงพยาบาล

    ตอนฉันดังสะบัดต่อแล้ว ฉันไปกินกล้วยที่ไหว้วันละ 2 ลูก เพื่อเอาเงินไป ในขณะที่คนชั่วๆ ทั้งหลายก็เข้ามารุม ใครจ้างงานฉันก็เข้ามาถล่ม ฉันไม่เคยด่ากลับ ในขณะที่ฉันโดนเกลียดชังจากเรื่องที่คนมันอิจฉา"

    ก่อนที่จะมาเจอตี๋ ก็ผิดหวังเรื่องความรัก?
    สิตางศุ์ : "เมื่อก่อนจากที่เรามีเงิน เราอยากได้อะไร เราก็ซื้อ ในกลางวันเราไปช่วยงานแม่ เราก็เป็นผู้ชาย เราไม่เคยแต่งสาว เราก็เหมือนคนคุมงานก่อสร้าง แต่กลางคืนตอนหลังช่วงอายุ 30 แล้ว เราก็ดีแตกบ้าง

    ตอนนั้นเริ่มรู้จักพวกกะเทยที่ตอนนั้นหน้าท้องสวย ไม่มีนม เริ่มซื้อผู้ชาย ซื้อไป ซื้อมาแล้วเราไปรักเขา แล้วเราก็จะเป็นบ้า แล้วมาเจอตี๋ตอนไม่มีแม่แล้ว เราก็แต่งตัวเป็นสาวเต็มตัว

    คือชีวิตมันช้ำมาเยอะ เราก็อยากบริหารเสน่ห์ ตอนนั้นฉันแอนตี้เรื่องความดี ฉันไม่ทำความดีแล้ว ฉันทำงานฟรีแลนซ์ไป พอกลางคืนก็ติดเหล้า ติดเที่ยว ติดยา ฉันเคยติดยา

    คืออยู่ในสังคมอีกสังคมหนึ่งแล้วมาเจอเขา จากที่ฉันหลอกเขามาจ่ายค่าบอล ตอนนั้นเขาขับรถรับจ้าง แต่ตอนเจอกันเขาเป็นยามแถวดอนเมือง เราเห็นเขาแล้วหลอกเงินเขามาหมดเลย แล้วเขากินมาม่า

    แล้วเพื่อนก็ด่าว่ามั่น สวยจังเลยนะมึง เพราะตี๋เขาก็หล่อ ก็เลยสงสาร เราก็เลยว่าจะตามหาความรักทำไม เราลองอยู่กับคนที่รักเราดูสิ ถ้าใครถาม การไปวิ่งตามคนที่เรารักเขา เหนื่อยเปล่า คือให้โอกาสตัวเองอยู่กับคนที่รักเรา เขาแก้ปัญหาให้หมดถึงแม้เขาจะเงินน้อย"

    หลงเสน่ห์อะไรสิตางศุ์?
    ตี๋ : "เขาเก่ง เขาใจดี ก็อยู่กันไปอย่างนั้น"

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    สิตางศุ์ บัวทองสิตางศุ์ ตำนานส้มหยุดสิตางศุ์ ความรักเน็ตไอดอลสิตางศุ์ เน็ตไอดอลดารา

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้